ตอนที่17 นั่นสัตว์เลี้ยงของพวกมันนี่
เมื่อเสิ่นอี้พบว่าหุ่นยนต์เข็นรถบรรจุปืนเลเซอร์ไปมอบอาวุธให้กับบรรดาทหารแมงป่องที่ห้องโถงเดิมในยานรบแล้วเขารีบลงมาจากครอบล้อรถเข็นทันทีเพราะกลัวว่าจะถูกนำตัวกลับคืนไปอยู่ในห้องเก็บอาวุธอีก
“ทางนี้เสิ่นอี้.....เร็วเข้า”
มดนิวเหลือบมองเห็นช่องทางหลบซ่อนตัวในห้องโถงขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยทหารแมงป่องหลายร้อยตัวมันพบว่ามีทหารกลุ่มหนึ่งกำลังลากกล่องโลหะสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่โดยที่ไม่ได้ถือปืนเหมือนทหารตัวอื่น
ทั้งนี้กล่องโลหะนั้นมีล้อเหมือนกับรถเข็นบรรจุอาวุธมันจึง้าให้เสิ่นอี้ไปหลบซ่อนตัวอยู่บนครอบล้อเหมือนเดิมทันที
“..........”
เสิ่นอี้ไม่ได้ตอบกลับทว่าเขามองเห็นโอกาสนั้นเช่นกัน จึงรีบวิ่งตรงเข้าไปอยู่ใต้รถเข็นกล่องโลหะที่มีล้อทั้งสี่มุมเหมือนกับรถเข็นอาวุธในทันที
โชคดีที่จังหวะเสิ่นอี้วิ่งตรงไปยังรถเข็นกล่องโลหะนั้นเป็่เวลาวุ่นวายของการจัดทัพออกไปทำลายล้างเผ่าผีเสื้อพอดี โดยพวกมันเตรียมที่จะขนย้ายแร่เกรตโทนไปพร้อมในเวลาเดียวกัน
“พวกมันคง้าขนแร่ไปพร้อมด้วยแน่”เสิ่นอี้แสดงความคิดเห็นอย่างกังวลใจ
“ใช่.....แต่ไม่รู้ว่าองค์าาจะตัดสินใจยังไง?พวกมันดันใช้เ้าหญิงเป็ตัวประกันด้วยนี่สิ”
มดนิวตอบกลับเสิ่นอี้อย่างหนักใจมันภาวนาให้าาและผู้คนเผ่าผีเสื้อไหวตัวทันและหลบหนีไปก่อนที่ศัตรูจะตามตัวเจอเนื่องด้วยเผ่าผีเสื้อมีแหล่งกบดานลับที่รับรู้กันเฉพาะภายในเผ่าแม้แต่มดอย่างมันก็ไม่มีสิทธิ์ล่วงรู้ความลับนี้แต่อย่างใด
เมื่อกลุ่มทหารแมงป่องพร้อมรถเข็นกล่องโลหะเคลื่อนตัวลงจากยานรบของดาวดีวายแล้ว
พลันมีเสียงะโโหวกเหวกจากทหารทัพหน้าที่ถูกส่งออกไปสังเกตการณ์ของเผ่าผีเสื้อพวกมันรีบกลับมารายงานผลการเฝ้าระวังต่อแม่ทัพอย่างตื่นตระหนก
เสิ่นอี้พยายามจับใจความของเนื้อหาการสื่อสารแล้วแปลความหมายออกมาอย่างเคร่งเครียดโดยเป็การเรียนรู้จากน้ำเสียงและท่าทางของพวกแมงป่องโดยตรง จากนั้นแปลความหมายที่พอคาดเดาได้กับมดนิวว่า
“แย่ละ!พวกมันคงพบความผิดปกติอะไรบางอย่าง?ไม่รู้ว่าเผ่าผีเสื้อหายไป หรือไปหลบซ่อนอยู่ที่ไหนแล้ว?”
เสิ่นอี้คาดเดาเนื้อหาที่พวกมันสนทนากันแล้วบอกมดนิวอย่างกังวลใจ
“หากทุกคนไปหลบซ่อนตัวก็ดีไม่งั้นดาวผีเสื้อต้องวุ่นวายจากาแน่”
มดนิวพยักหน้าเห็นด้วยมันภาวนาขอให้องค์าาและผู้คนเผ่าผีเสื้อปลอดภัยโดยมันไม่เป็กังวลกับเหล่ามดทั้งหลายเท่าใดนักเนื่องด้วยมดมีช่องทางหลบซ่อนตัวมากมายที่ศัตรูยากจะตามหาตัวเจอ
ทันใดนั้นเสิ่นอี้รู้สึกได้ถึงการจ้องมองจากทิศทางหนึ่งจึงหันขวับไปตรวจสอบทันที
“ฮ้า!.....ซวยแล้ว!.....นั่นสัตว์เลี้ยงของพวกมันนี่”มดนิวอุทานด้วยความหวาดกลัว
มันรู้สึกได้ถึงการจ้องมองอย่างไม่เป็มิตรเช่นกันจึงหันขวับไปดูในทิศทางหนึ่งพร้อมกับเสิ่นอี้ซึ่งพบเข้ากับแมงมุมตัวสูงใหญ่กว่าเสิ่นอี้เกือบสองเท่าโดยมันรับรู้ได้ทันทีว่าแมงมุมเป็สัตว์เลี้ยงชนิดหนึ่งของทหารแมงป่องเนื่องจากมันเคยเห็นหัวหน้าแมงป่องมีแมงมุมั์ไต่ตามตัวเป็จำนวนมาก เป็สิ่งแสดงได้ว่าแมงป่องเลี้ยงแมงมุมไว้เป็สัตว์เลี้ยงข้างกายแน่นอน
เสิ่นอี้กลืนน้ำลายอย่างฝืดคอเขาไม่คาดคิดว่าจะพบเข้ากับแมงมุมั์ที่มีขนาดสูงมากกว่าเขาเกือบสองเท่าโดยมันกำลังเดินมุ่งหน้าตรงมาหาเขาและมดนิวที่นั่งอยู่บนครอบล้อรถเข็นอย่างตั้งใจ
เขาตัดสินใจระงับความหวาดกลัวโดย้าทดสอบทักษะต่อสู้ที่เพิ่งได้รับมาจากระบบโกลาหลจึงคิดว่าทักษะดังกล่าวที่ระบบมอบให้ไม่น่าที่จะอ่อนด้อยกว่าศัตรู
“เ้ารออยู่นี่นะมดนิวฉันจะลงไปสู้กับมันเอง” เสิ่นอี้กล่าวเตือนมดนิว
จากนั้นเขาะโลงจากครอบล้อรถเข็นแล้วเดินไปยืนประจันหน้ากับแมงมุมั์อย่างไม่หวาดเกรง
“ฮะ!.....เสิ่นอี้!.....เ้าระวังตัวด้วยนะ”มดนิวอุทานอย่างตื่นใที่มองเห็นว่าเสิ่นอี้ะโลงไปยืนบนพื้นแล้ว
มันรับรู้ได้ทันทีว่าชายหนุ่มตั้งท่าต่อสู้กับแมงมุมั์อย่างไม่หวั่นเกรงทำให้มันรู้สึกชื่นชมชายหนุ่มมากยิ่งขึ้น
เสิ่นอี้หรี่ตามองสำรวจแมงมุงตรงหน้าอย่างระแวดระวังเขายืนจังก้าเตรียมต่อสู้กับมันอย่างเต็มเหนี่ยว โชคดีที่ทั้งคู่อยู่ใต้รถเข็นกล่องโลหะจึงไม่ได้เรียกความสนใจจากพวกกองทัพแมงป่องเท่าใดนัก
แมงมุมเดินเข้ามาใกล้เสิ่นอี้อย่างไม่กังวลมันพ่นเส้นใยสีขาวเข้าใส่ตัวเสิ่นอี้เพื่อหวังห่อหุ้มตัวเขาเอาไว้เป็อาหารอันโอชะของมัน
“ชิชะ! เ้าคิดว่าฉันอ่อนแอขนาดนั้นเลยหรือ?”
เสิ่นอี้พลิกตัวหลบไปอีกด้านอย่างรวดเร็วโดยไม่รู้สึกเกร็งตัวแต่อย่างใดสร้างความยินดีให้กับเขาเป็อย่างยิ่งที่พบว่า
ทักษะต่อสู้ไม่ได้อ่อนด้อยจริง
แมงมุมพุ่งตัวเข้าหาเขาพร้อมพ่นเส้นใยสีขาวอีกรอบแล้วตามด้วยขาหน้าสองข้างที่มีปลายแหลมคมดั่งหอกพุ่งตวัดร่างชายหนุ่มทั้งซ้ายขวาอย่างรวดเร็ว
เสิ่นอี้พลิกตัวหลบไปมาอย่างคล่องแคล่วจังหวะหนึ่งเขาสบโอกาสคว้าส่วนข้อต่อระหว่างขาหน้ากับส่วนปลายที่แหลมคมเขาพบว่าข้อต่อนั้นมีขนาดเล็กและมีความเปราะบางอยู่เล็กน้อยเมื่อเกิดการยื้อยุดกันสักพัก
ฉับ !
เสิ่นอี้ตัดสินใจรวบรวมพละกำลังเข้าไว้ในฝ่ามือขวาก่อนที่จะใช้สันมือฟันฉับเข้าที่ข้อต่อเพื่อหวังให้ขาดออกจากกันปรากฏว่าเขาสามารถแบ่งแยกส่วนปลายแหลมคมออกมาถือไว้ในมือได้
เคร้ง!.....เคร้ง!.....เคร้ง!.....เคร้ง!.....เคร้ง!.....เคร้ง!
จากนั้นเสิ่นอี้ต้องรีบคว้าจับส่วนปลายแหลมถือไว้ในมือทั้งสองข้างเพื่อฟาดฟันต่อกรกับปลายแหลมคมจากขาหน้าอีกข้างของมันเขาพยายามมองหาโอกาสอีกครั้งโดยหวังที่จะใช้สันมือฟันแบ่งแยกในขาหน้าอีกอันเพื่อให้มันหมดสิ้นอาวุธแหลมคมที่จะใช้สังหารเขา
แมงมุมั์พุ่งเข้าต่อกรกับเสิ่นอี้ด้วยความโกรธแค้นระคนเ็ปแววตาของมันจ้องมองชายหนุ่มเขม็ง ดั่งศัตรูที่จงเกลียดจงชังเป็อย่างมาก
แมงมุมพ่นเส้นใยขนาดใหญ่และเหนียวกว่าเดิมเพื่อหวังห่อหุ้มตัวชายหนุ่มให้ได้ทว่าเสิ่นอี้มีความเร็วเหนือกว่าจึงสามารถหลบหลีกไปมาได้อย่างคล่องแคล่วโดยเขาต้องใช้ปลายขาหน้าอันแหลมคมเป็อาวุธต่อกรกับขาหน้าอีกข้างของมัน
จนกระทั่งเสิ่นอี้มองเห็นโอกาสเหมาะในจังหวะหนึ่งเขาตีลังกาไปด้านหน้าแล้วพลิกตัวยึดจับข้อต่อระหว่างขาหน้าและปลายแหลมคมไว้เหมือนขาหน้าอีกข้างก่อนที่จะกลายเป็ขาด้วน
แมงมุมพยายามสะบัดตัวเสิ่นอี้ออกไปเพราะรับรู้แล้วว่าเขาจะหักปลายแหลมที่ขาหน้าของมันอีก
“ฮึ่ม!อย่าคิดว่าฉันจะปล่อยแกไปง่าย ๆ จงกลายเป็แมงมุมขาด้วนเสียเถอะ”
เสิ่นอี้ตัวปลิวไปมาสักพักจากแรงสะบัดของแมงมุมเขาไม่ยินยอมปล่อยมือไปอย่างง่ายดาย โดยพยายามเกาะเหนียวแน่นกระทั่งสบโอกาสเหมาะที่ตนสามารถคว้ามุมของขาหน้าไว้ได้
จากนั้นเขารวบรวมพละกำลังเข้าไว้ในฝ่ามือขวาเหมือนเช่นเคยพร้อมกับใช้สันมือฟันฉับเข้าที่ข้อต่อเพื่อแยกขาหน้ากับปลายแหลมคมออกจากกัน
ฉับ !
“ฮ่า...ฮา...ฉันยึดปลายแหลมขาหน้าของแกได้แล้วจงตายเสียเถอะ!”
เสิ่นอี้หัวเราะชอบใจก่อนที่จะะโลงไปยืนบนพื้นพร้อมกับถือปลายแหลมไว้สองมือ จากนั้นย่อตัวแล้ววิ่งมุดเข้าใต้ท้องมันเพื่อหวังใช้ปลายแหลมคมแทงทะลุช่องอกที่แบบบางของมันซึ่งเขาเล็งตำแหน่งนี้ไว้นานแล้ว โดยหวังว่าจะเป็จุดอ่อนที่ช่วยให้เขากำจัดมันได้เสียที
ฉึก ! ฉึก !
เขาใช้ปลายแหลมคมพุ่งแทงทะลุเข้าช่องอกของมันที่อยู่ใต้ลำตัวจนมิดทั้งสองมือแล้วรีบวิ่งหลบออกมาก่อนที่ตัวมันจะล้มทับร่างเขาอย่างรวดเร็ว
ตุบ !
ร่างของแมงมุมั์ฟุบกระแทกพื้นขาดใจตายทันทีเพราะตำแหน่งที่เสิ่นอี้จ้วงแทงนั้นเป็จุดตายของมันพอดี
“ไชโย!เสิ่นอี้เจ๋งมาก! เ้าเก่งเสียจริง!”มดนิวไม่กล้าส่งเสียงแสดงความยินดีดังเกินไป
มันโห่ร้องเสียงเบาอย่างมีความสุขเพราะไม่คาดคิดว่าผู้กล้าจะมีความเก่งกาจและสามารถเอาชนะศัตรูที่มีตัวสูงและใหญ่กว่าได้ทำให้มันรู้สึกชื่นชมบูชาเสิ่นอี้สุดหัวใจ
เสิ่นอี้ยิ้มมุมปากอย่างพึงพอใจที่เขาสามารถโค่นล้มศัตรูตัวใหญ่กว่าได้เขายกแขนเสื้อด้านหนึ่งขึ้นเช็ดคราบสกปรกบนใบหน้าออกบางส่วนโดยรู้สึกตัวเหนียวเหนอะหนะเป็อย่างมากทว่าไม่สามารถทำความสะอาดร่างกายได้ในเวลาหน้าสิ่วหน้าขวานเช่นนี้
“เสิ่นอี้.....พวกเราไปหลบที่อื่นเถอะหากพวกมันพบศพของแมงมุมแล้วละก็ คงได้วุ่นวายกันใหญ่แน่”
มดนิวรีบกล่าวเร่งเร้าเสิ่นอี้ให้ไปหาที่หลบซ่อนใหม่ทันทีมันตระหนักได้ว่าจะต้องมีเื่วุ่นวายแน่หากรถเข็นกล่องโลหะเคลื่อนตัวออกไปย่อมทำให้เปิดเผยซากศพของแมงมุมต่อสายตาของพวกแมงป่อง ซึ่งหายนะอาจมาเยือนพวกตนได้
“รู้แล้ว.....พวกเราไปหลบซ่อนในครอบล้อรถคันใหม่เถอะ.....เร็วเข้า!”
เสิ่นอี้กวักมือเรียกมดนิวให้ะโลงมาโดยเขาคว้าตัวมดนิวไว้แล้วโยนให้ไปเกาะอยู่บนบ่าเช่นเคยจากนั้นเขารีบวิ่งไปหารถเข็นอีกคันเพื่อหลบซ่อนตัวเพราะไม่สามารถหลบอยู่ในคันเดิมได้อีกต่อไป
อย่างไรก็ตามในจังหวะที่เขากำลังวิ่งไปรถคันใหม่พลันเหลือบมองเห็นกรงขังเ้าหญิงผีเสื้ออยู่ในมือของหัวหน้าทหารแมงป่องโดยมีทหารรับใช้ยืนขนาบซ้ายขวาเป็จำนวนมาก