เนื่องจากวิชาเทพไร้เทียมทานมีเงื่อนไขการฝึกที่แปลกประหลาด ทั้งยังถูกเรียกว่าเป็วิชาชายพรหมจรรย์ จึงกลายเป็พลังลมปราณระดับมหากาพย์ที่ผู้คนฝึกฝนน้อยที่สุด
ปัจจัยหนึ่งก็เพราะว่าผู้ฝึกวิชาเทพไร้เทียมทานต้องเป็บุรุษเท่านั้น นั่นหมายความว่าสตรีที่มีจำนวนประชากรเกินครึ่งหนึ่งฝึกไม่ได้ ประกอบกับพลังลมปราณนี้ต้องฝึกโดยชายพรหมจรรย์เท่านั้น จึงทำให้จำนวนผู้ฝึกฝนน้อยลงไปอีก
ต่อให้วิชาเทพไร้เทียมทานทรงพลังสักแค่ไหน แต่เมื่อวิชาสูญสลายก็จะกลายเป็ผู้พิการ นับเป็ข้อเสียที่อันตรายถึงชีวิต
แน่นอนว่าคนทั่วไปไม่มีโอกาสเข้าถึงวิชาเทพไร้เทียมทาน ต่อให้อยากฝึกก็ไม่มีโอกาส
ถ้าเป็คนอื่นฝึกฝนวิชาเทพไร้เทียมทาน โจวเหวินก็ไม่รู้สึกแปลกใจนัก แต่หลี่เสวียนที่ใช้ชีวิตห้อมล้อมไปด้วยสตรีกลับสำเร็จวิชาเทพไร้เทียมทาน ช่างเป็เื่ที่ยากจะเชื่อได้ลงจริง ๆ
หลี่เสวียนไม่ได้มองาแตรงเอวตัวเอง อันที่จริงด้วยแรงบีบและการหดตัวของกล้ามเนื้อ บริเวณาแแทบไม่มีเืซึมออกแล้ว
“พี่รองของฉันส่งนายมาเหรอ” หลี่เสวียนจ้องเจียงเฮ่าพลางถาม โดยที่ไม่ได้รู้สึกสับสนงุนงงเหมือนกับสวีเหมียนถู
เจียงเฮ่าพยักหน้ากล่าว “เดิมทีฉันยังคิดว่าพี่รองทำเื่เกินความจำเป็เสียด้วยซ้ำ แต่ดูจากตอนนี้เหมือนว่าพี่รองจะมีวิสัยทัศน์ที่ดีจริง ๆ นายใช้ชีวิตคลุกคลีกับผู้หญิงตลอดเวลา กลับรักษาพรหมจรรย์ไว้ได้ จนสำเร็จวิชาเทพไร้เทียมทาน ถือเป็อัจฉริยะที่พบเห็นได้ยาก วันหน้าต้องกลายเป็ภัยใหญ่หลวงของพี่รองแน่นอน”
“เจียงเฮ่า นายบ้าไปแล้วเหรอ ถึงได้ช่วยหลี่ม่อไป๋ฆ่าพี่เสวียน นายไม่รู้เหรอว่าถ้าพี่เสวียนตายอยู่ตรงนี้ พวกเราก็จะกลับไปอธิบายต่อพ่อบุญธรรมไม่ได้ ยิ่งไปกว่านั้น พ่อบุญธรรมมีพระคุณใหญ่หลวงต่อพวกเรา และท่านยังรักพี่เสวียนที่สุด นายจะทำให้ท่านต้องเสียใจได้ลงคอเหรอ” สวีเหมียนถูพูดพร้อมกับกุมาแไว้
าแของเขาเบากว่าหลี่เสวียนมาก แต่น่าเสียดายเขาไม่มีวิชาเทพไร้เทียมทาน เืที่ไหลออกมาเรื่อย ๆ จึงทำให้เขาเริ่มเวียนศีรษะ
เจียงเฮ่าไม่ได้สนใจสวีเหมียนถู เขาแค่กำมีดไว้แน่น จดจ้องหลี่เสวียนอย่างไม่ละสายตา ราวกับหมาป่าดุร้ายที่พร้อมขย้ำเหยื่อ
สวีเหมียนถูยังอยากพูดอะไรบางอย่าง แต่ถูกหลี่เสวียนขัดจังหวะเสียก่อน หลี่เสวียนพูดกับเจียงเฮ่าว่า “ั้แ่เล็กจนโต ฉันไม่เคยแย่งชิงอะไรกับพี่รองเลย เพื่อไม่ให้เขาระแวง ฉันยอมใช้ชีวิตเสเพลท่ามกลางสตรี ไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับเื่ของตระกูลหลี่ แต่คาดไม่ถึงว่าเขายังไม่ยอมปล่อยฉันไปอยู่ดี”
“เสือสองตัวอยู่ถ้ำเดียวกันไม่ได้ หนึ่งตระกูลห้ามมีสองผู้นำ ถ้าจะโทษก็ต้องโทษนายที่เสแสร้งเป็หมู แต่ไม่ได้เป็หมูจริง ๆ ไม่เช่นนั้นคงไม่เกิดเื่วุ่นวายแบบนี้” เจียงเฮ่ากล่าว
“เจียงเฮ่า นายคิดจริง ๆ เหรอว่านายจะฆ่าฉันได้” หลี่เสวียนกล่าวอย่างเ็า
“ที่ฉันยอมพูดให้นายฟังมากขนาดนี้ ก็เพราะตัดสินใจแล้วว่าจะฆ่านายให้ได้ การที่นายสำเร็จวิชาเทพไร้เทียมทาน เป็เื่น่ากลัวที่เหนือความคาดหมายของฉันจริง ๆ แต่น่าเสียดายนายแค่ระดับธรรมดาท่านั้น ยังไม่บรรลุระดับตำนาน ดังนั้นวันนี้นายจะต้องตายอย่างไม่ต้องสงสัย” เจียงเฮ่าพูดพลางฉีกแขนเสื้อข้างซ้ายออก เผยให้เห็นทั้งแขนซ้าย
บนแขนซ้ายมีลายสักสีเขียวอมฟ้าเป็วงซ้อนกัน มันเป็ลายสักรูปงูที่ขดอยู่รอบแขน และแทบจะปกคลุมแขนซ้ายทั้งหมดของเจียงเฮ่า
บนลายสักรูปงูเปล่งแสงสีเขียวอมฟ้าอย่างแปลกประหลาด คล้ายกับมันมีชีวิตขึ้น เกล็ดงูสีเขียวอมฟ้าปรากฏขึ้นทีละเกล็ด ค่อย ๆ ห่อหุ้มทั้งแขนซ้ายและมือซ้ายของเจียงเฮ่า ทำให้แขนซ้ายของเขาดูเหมือนงูพิษที่ลึกลับและน่าสะพรึงกลัวมาก
“สิ่งมีชีวิตต่างมิติระดับตำนานงูเกล็ดวายุ... เป็ไปไม่ได้... นายแค่ระดับธรรมดา... นายจะฟักสัตว์เลี้ยงคู่หูระดับตำนานได้ยังไง หรือว่านายบรรลุระดับตำนานแล้ว แต่ระดับตำนานอายุสิบปีเหรอ เป็ไปไม่ได้...” สวีเหมียนถูจ้องแขนซ้ายของเจียงหนาน พลางอุทานพร้อมกับสีหน้าหวาดกลัว
เจียงเฮ่าส่ายหน้าเบา ๆ แล้วกล่าว “ฉันยังไม่ได้บรรลุระดับตำนาน แค่ใช้งูเกล็ดวายุระดับตำนานได้เท่านั้น”
“ยังไม่บรรลุระดับตำนาน แล้วฟักงูเกล็ดวายุระดับตำนานได้ยังไง ลมปราณที่ไข่งูเกล็ดวายุ้าดูดซับนั้น เพียงพอที่จะทำให้ร่างกายของระดับธรรมดาเหือดแห้ง ไม่มีทางที่จะฟักสำเร็จเลย...” สวีเหมียนถูยังคงไม่เชื่อ
หลี่เสวียนกล่าวอย่างเ็า “พี่รองลงทุนเพื่อฆ่าฉันจริง ๆ การที่ระดับธรรมดามีสัตว์เลี้ยงคู่หูระดับตำนานได้โดยที่ไม่จำเป็ต้องฟักเอง ถ้าอย่างนั้นก็มีอยู่แค่วิธีเดียวคือ ให้ผู้แข็งแกร่งระดับตำนานที่มีสัตว์เลี้ยงคู่หูระดับตำนาน ถ่ายโอนสัตว์เลี้ยงคู่หูระดับตำนานให้คนระดับธรรมดา โดยต้องแลกกับความเ็ปสาหัสหรือกระทั่งชีวิต”
“นายฉลาดจริง ๆ ถึงแม้น่าเสียดายมาก แต่วันนี้จะต้องเป็วันตายของนาย” เจียงเฮ่าพุ่งเข้าหาหลี่เสวียนอย่างรวดเร็วโดยที่ไม่ลังเลอีกต่อไป ขณะเดียวกัน แขนซ้ายที่ราวกับอสรพิษก็กำมีดหยกแทงเข้าใส่หลี่เสวียน
รวดเร็ว รวดเร็วเหลือเกิน แขนที่ราวกับอสรพิษแทบจะพุ่งออกในชั่วพริบตา ทำให้ผู้คนแทบไม่สามารถมองทันด้วยตาเปล่า มันกลายเป็แสงสีเขียวอมฟ้าที่แปลกประหลาดพุ่งผ่านลำคอของหลี่เสวียน
มันเป็ความเร็วที่เกินคาดมาก กระทั่งเร็วกว่าหอกของแม่ทัพโครงกระดูกเสียอีก โจวเหวินคิดว่าคราวนี้หลี่เสวียนต้องตายแน่นอน
แต่หารู้ไม่ว่ากลับมีเสียง ‘เคร้ง’ ดังขึ้น หลี่เสวียนใช้มือข้างหนึ่งคว้ามีดหยกที่ราวกับสายฟ้าแลบเอาไว้ ทำให้มีดหยกหยุดค้างอยู่ตรงหน้าเขา
ส่วนมือข้างที่หลี่เสวียนใช้จับมีดเอาไว้ ไม่สิ ต้องบอกว่าร่างกายครึ่งซีกของเขา ถูกห่อหุ้มด้วยเกราะเหล็กนิลสีดำ
“สัตว์เลี้ยงคู่หูระดับตำนาน นักรบเกราะนิล ที่แท้นายเองก็ใช้วิธีนั้นในการได้มาซึ่งสัตว์เลี้ยงคู่หูระดับตำนานโดยที่ยังเป็แค่ระดับธรรมดา ไม่แปลกใจที่นายจะมั่นใจขนาดนี้” เจียงเฮ่ามองออกในทันทีว่าชุดเกราะเหล็กนิลบนตัวหลี่เสวียนคืออะไร
“ไม่ใช่ นายคิดผิดแล้ว ฉันไม่้าใช้วิธีอำมหิตแบบนั้นเพื่อให้ได้สัตว์เลี้ยงคู่หูระดับตำนาน และไม่จำเป็ต้องทำแบบนั้นด้วย” หลี่เสวียนออกแรงฝ่ามือ ทันใดนั้นมีดหยกก็หักคามือของเขา ส่วนเจียงเฮ่ากำด้ามมีดหยกรีบถอยหลังกลับ
“ในบรรดาพลังลมปราณทั้งหมด วิชาเทพไร้เทียมทานเป็พลังลมปราณที่แข็งแกร่งที่สุดในระดับเดียวกัน ถึงแม้ฉันอยู่แค่ระดับธรรมดา แต่ก็สามารถเสี่ยงฟักสัตว์เลี้ยงคู่หูระดับตำนาน ถึงแม้จะฟักได้แค่สัตว์เลี้ยงคู่หูที่ค่อนข้างอ่อนแอในบรรดาระดับตำนาน อีกทั้งยังต้องเสี่ยงอันตรายอยู่บ้าง แต่ก็เพียงพอสำหรับรับมืองูเกล็ดวายุของนาย” สายตาของหลี่เสวียนคมเฉียบดุจใบมีด พลางเดินทีละก้าวเข้าหาเจียงเฮ่า
“ไม่แปลกใจที่พี่รองมองนายเป็ภัยใหญ่หลวง พร์ระดับนี้ช่างน่ากลัวจริง ๆ” เจียงเฮ่าพลางพูดพลางถอยหลัง เมื่อพูดจบก็หันหลังพุ่งทะยานไปยังส่วนลึกของเมืองโบราณทันที
หลี่เสวียนไล่ตามโดยที่ไม่ลังเล
“อย่าตาม” เมื่อโจวเหวินเห็นว่าทิศทางที่เจียงเฮ่าหนีไปคือที่อยู่ของแม่ทัพโครงกระดูก เขาก็รีบะโหยุดหลี่เสวียน
แต่เห็นชัดว่าหลี่เสวียนตัดสินใจฆ่าเด็ดขาดแล้ว ถึงได้ไล่ตามเจียงเฮ่าไปอย่างไม่ลังเลแม้แต่น้อย
ความเร็วของทั้งสองคนน่าจะอยู่ที่แปดเก้าแต้มเหมือนกัน เมื่อโจวเหวินไล่ตามไปก็เหมือนว่าจะสายไปเสียแล้ว ไม่นานนักก็ถูกพวกเขาทิ้งระยะห่าง ทำได้แค่มองพวกเขาเลี้ยวหายไปจากตรอกแห่งหนึ่ง
โจวเหวินชะลอฝีเท้าลง เลิกตามต่อไป ทว่าสวีเหมียนถูกลับตามมาหลังจากจัดการาแบนคอของตัวเองเรียบร้อย
“นายมัวยืนเหม่ออะไรอยู่ ยังไม่รีบไปช่วยพี่เสวียนอีก” เมื่อสวีเหมียนถูเห็นโจวเหวินหยุดลง จึงวิ่งพร้อมกับะโพูดกับเขา
“นายไปก่อนเถอะ” โจวเหวินหยิบโทรศัพท์ออกมา เปิดเข้าโปรแกรมนครจักรพรรดิโบราณอีกครั้งพลางพูดกับสวีเหมียนถู