ตอนที่ 11 คุ้มค่า
“เพราะแกคนเดียวเลยจิมทำให้เราต้องเสียเวลาขนาดนี้”
“ขอโทษด้วยครับ”
จ่าเวสดุจิมที่ทำหน้าเจื่อนตอนนี้พวกเขาเดินทางมาถึงจักรวรรดิคาอินเรียบร้อยแล้ว มันอยู่บนทวีปเอติออส เป็หนึ่งในสี่จักรวรรดิใหญ่ของเผ่ามนุษย์อาณาเขตกว้างใหญ่ไม่ต่างจากจักรวรรดิเคเดมเลยแม้แต่น้อย
“เอาเถอะน่ายังไงเราก็ได้อุปกรณ์เวทสื่อสารทางไกลมาแล้วนะครับ”
เพื่อนสนิทของจิมที่ชื่อเจคเข้ามาช่วยพูดจ่าเวสทำเสียงฟึดฟัดแต่ไม่วายตบกะโหลกจิมไปอีกทีก่อนจะเดินนำพวกเขาออกจากอาคารเคลื่อนย้ายไปสิ่งที่รอพวกเขาอยู่คือสภาพเมืองที่เต็มไปด้วยผู้คนมากมายเพราะนี่เป็เมืองหลวงของจักรวรรดิที่คลาคล่ำไปด้วยผู้คน
พวกเขามาถึงที่นี่ได้หลายชั่วโมงแล้วแต่ยังไม่ได้ไปไหนเพราะต้องรีบติดต่อกลับไปทางนั้นเพื่อขออุปกรณ์เวทสื่อสารทางไกลและกว่าจะทำเื่เสร็จและส่งอุปกรณ์มาได้ ก็ต้องใช้เวลานานทีเดียวดังนั้นจึงไม่แปลกที่จ่าเวสจะหัวเสียขนาดนี้
“แยกย้ายกันไปคงรู้นะว่าจะหาข้อมูลแบบไหน แล้วกลับมาเจอที่นี่อีกทีตอนค่ำ”
จ่าเวสกำชับทุกคนก่อนที่พวกเขาจะแยกย้ายกันไป ส่วนจ่าเวสก็มุ่งหน้าไปยังอาคารของพวกนักผจญภัยเพราะเขามีความคิดอันยอดเยี่ยมที่จะลองทำดู
เวลาผ่านไปจนกระทั่งพลบค่ำทีมจ่าเวสก็กลับมารวมตัวกันอีกครั้งที่หน้าอาคารเคลื่อนย้าย ท่าทางแต่ละคนเหมือนจะไม่ได้ข่าวอะไรเป็ชิ้นเป็อันมาเลย
“เอาล่ะพวกเรามาประชุมกัน”
จ่าเวสพาพวกเขาไปยังร้านอาหารไม่ไกลจากอาคารเคลื่อนย้ายและเริ่มประชุมแลกเปลี่ยนข้อมูลพร้อมกันกินข้าวเย็นไปด้วยแต่ดูเหมือนว่าทุกคนจะคว้าน้ำเหลวกลับมา ไม่เว้นแม้กระทั่งจ่าเวส
“งั้นพวกเราไปหาที่พักกันก่อนพรุ่งนี้ค่อยว่ากันอีกทีจะไปที่ไหนกัน”
จ่าเวสสรุปภารกิจในวันนี้พวกเขาพากันไปหาห้องและได้ห้องที่โรงแรมราคาถูกแต่สะอาดดูดีแห่งหนึ่งตั้งอยู่ไม่ไกลจากอาคารเคลื่อนย้ายมากนัก เป็อันจบภารกิจค้นหาในวันนี้ลง
เช้าวันรุ่งขึ้นหลังกินข้าวเช้าและออกจากโรงแรมพวกเขาก็มาพร้อมกันที่หน้าอาคารเคลื่อนย้ายตามคำสั่งของจ่าเวสที่เ้าตัวมารอทั้งสี่คนอยู่นานแล้ว
“เราจะไปไหนกันครับเ้านาย”
เ้าจิมผู้ท้องผูกเป็ประจำเอ่ยถามขึ้นด้วยความสงสัยที่ให้พวกเขามารวมตัวกันแต่เช้าขนาดนี้ เพราะแต่ละคนยังดูง่วงกันอยู่เลย
“หึหึเราจะไปเมืองไดลอสกัน”
“เมืองไดลอส???”
ทั้งสี่คนที่ได้ยินต่างมีเครื่องหมายคำถามผุดขึ้นมาพร้อมกัน
“ไม่ต้องถามมากตามมาก็แล้วกัน”
จ่าเวสไม่ให้คำอธิบายใดแก่เ้าลูกเจี๊ยบทั้งสี่คนแต่เดินนำพวกเขาเข้าไปในอาคารเคลื่อนย้ายทั้งสี่มองหน้ากันไปมาและรีบเดินตามจ่าเวสเข้าไป
พวกเขาใช้วงเวทเคลื่อนย้ายไปยังเมืองไดลอสที่นั่นเป็เมืองสำคัญทางใต้ของจักรวรรดิคาอินดังนั้นจึงไม่แปลกที่จะมีวงเวทเคลื่อนย้ายติดตั้งอยู่ทั้งห้าคนที่ไปถึงที่นั่นก็ได้เห็นสภาพเมืองที่เปลี่ยนไป
“ทำไมที่นี่มีแต่พวกนักผจญภัยกันเต็มไปหมด”
เจคเอ่ยถามขึ้นมาเป็คนแรกแม้เมืองนี้จะเป็เมืองสำคัญแต่ก็ไม่ได้มีขนาดใหญ่อะไรมากนักแต่ก็เต็มไปด้วยผู้คนมากมายที่ดูจากการแต่งกายแล้วจะเห็นว่าเป็พวกนักผจญภัยกันทั้งนั้น
“หรือว่า...”
อีกคนหนึ่งเอ่ยขึ้นมาเขาผู้นี้มีนามว่าแจ๊ค เป็หนึ่งในสี่สหายลูกเจี๊ยบ
“ใช่เราจะไปมหาวงกตไดดาลอสกัน”
จ่าเวสกล่าวขึ้นมาก่อนที่แจ๊คจะกล่าวจบ
“หา!!! เอาจริงดิ”
สี่สหายคนสุดท้ายอุทานขึ้นมาเขามีนามว่าจ๊อบ
“หรือเ้านายคิดว่าเป้าหมายอยู่ที่นั่น”
จิมเอ่ยถามขึ้นมาด้วยความสงสัย
“ถ้าบนดินหาไม่เจอก็ต้องลงไปตามหาในเขาวงกต พวกแกจะได้เพิ่มระดับด้วยไง”
จ่าเวสเอ่ยขณะมองเ้าสี่หน่อนี้ด้วยสายเ้าเล่ห์
“แต่ที่นั่นมันอันตรายมากไม่ใช่เหรอครับ”
แจ๊คเอ่ยอย่างหวาดหวั่นเพราะเป็ที่ทราบดีว่ามหาวงกตไดดาลอสนั้นอันตรายมากแม้แต่พวกเขาที่เลเวลเกินห้าสิบยังไม่อยากจะไปเลย
“จะกลัวอะไรพวกแกเลเวลเกินห้าสิบกันทั้งนั้น แถมค่าสเตตัสพวกแกก็เกินเจ็ดร้อยอีกอย่างน้อยที่นั่นพวกแกก็ไม่ตายง่ายๆหรอก”
จ่าเวสพูดดับความหวังพวกเขาตอนนนี้ทั้งสี่คนได้แต่จำใจเดินตามจ่าเวสไปตามหาคนนำทางจากนั้นพวกเขาก็หารถม้าและพากันเดินทางไปยังเขาวงกตไดดาลอส
จากเมืองไดลอสไปยังป้อมปราการที่เป็ทางเข้าเขาวงกตนั้นมีระยะทางราวสามสิบกิโลเมตรเท่านั้นพวกเขาไปถึงและต่อคิวกันเข้าไป โดยมีคนนำทางที่พวกเขาจ้างมาเป็ผู้นำ
“พวกท่านจะลงไปกันนานแค่ไหนครับ”
คนนำทางที่เป็ชายวัยกลางคนเอ่ยถามขึ้นหลังเข้ามาในป้อมปราการและกำลังเตรียมสัมภาระสำหรับการผจญภัย
“ยังไม่ได้กำหนดเวลาแต่อย่างน้อยคงจะลองลงไปสักเดือนแหละ”
จ่าเวสตอบคำถามคนนำทางขณะเตรียมของเข้าสัมภาระ ความจริงพวกเขาทุกคนต่างมีแหวนมิติระดับกลางของกองทัพอยู่แต่เพื่อไม่ให้เป็จุดสังเกตจึงเพิ่มเป้สัมภาระขึ้นมาสำหรับอาวุธนั้นพวกเขาต่างมีดาบยาวและหอกยาวของกองทัพใช้งานกันอยู่ซึ่งหน้าตามันก็เหมือนอาวุธทั่วไปที่หาซื้อกันได้ไม่ยาก แต่ถ้าสังเกตให้ดีอาวุธของพวกล้วนแต่อยู่ในระดับแรร์กันทั้งนั้น
“อืม...สักเดือนหนึ่งก่อนใช่ไหมครับแบบนั้นก็ไม่เป็ปัญหา แล้วอยากจะไปจุดไหนเป็พิเศษไหม”
คนนำทางพยักหน้าอย่างเข้าใจและถามต่อเพื่อวางแผน
“ถ้าเป็ไปได้ก็อยากให้พาเดินรอบชั้นหนึ่งให้ทั่วก่อนสักรอบจะให้เ้าพวกลูกเจี๊ยบนี่ได้ััความแข็งแกร่งของสัตว์อสูรของที่นี่บ้าง”
จ่าเวสกล่าวพลางเหล่ตามองเ้าสี่คนที่ก้มหน้าก้มตาจัดการกับสัมภาระอยู่
“ได้เลยครับข้ามีแผนการเดินทางแล้วตอนนี้”
คนนำทางตอบพร้อมนึกถึงแผนการเดินทางเรียบร้อยแล้วพวกเขาเตรียมตัวกันเสร็จแล้วก็พากันไปที่ทางเข้าเขาวงกต
“หวังว่าองค์ชายจะยังอยู่นะ”
จ่าเวสเอ่ยเสียงเบากับตัวเองขณะที่ทั้งห้าคนกำลังกำลังเดินตามหลังคนนำทางลงไปยังทางเข้าเบื้องหน้าซึ่งไม่รู้เลยว่าพวกเขาจะเจออะไรบ้างในเขาวงกตที่สุดแสนจะอันตรายแห่งนี้
มหาวงกตไดดาลอส
สายตาของราดิชเพ่งมองฝ่าความมืดสลัวออกไปและได้เห็นร่างของเ้านั่นขนาดมหึมาที่ยาวกว่าสิบเมตร เกล็ดสีเขียวเข้ม ดวงตาสีแดงงดงามดุจอัญมณีที่แฝงไว้ด้วยความตายมันจ้องมองมาที่ราดิชเช่นกัน เขาประเมินมัน
เผ่า ไดดาลอสบาลาโด LV 9 การประเมินสเตตัสล้มเหลว
แม้ครั้งแรกจะล้มเหลวแต่ก็เขาก็ยังประเมินย้ำไปอีกสองรอบจนสำเร็จ
เผ่าไดดาลอสบาลาโด LV 9 ชื่อ ไม่มี
ค่าสเตตัส
HP 935/935(สีเขียว) (รายละเอียด)
MP 355/355(สีฟ้า) (รายละเอียด)
SP 730/735(สีเหลือง) (รายละเอียด)
SP 780/780(สีแดง) (รายละเอียด)
ค่าพลังโจมตีโดยเฉลี่ย 825 (รายละเอียด)
ค่าพลังป้องกันโดยเฉลี่ย 758 (รายละเอียด)
ค่าพลังเวทมนตร์โดยเฉลี่ย 405 (รายละเอียด)
ค่าพลังทนทานโดยเฉลี่ย 486 (รายละเอียด)
ค่าความเร็วโดยเฉลี่ย 694 (รายละเอียด)
“ซวยแล้ว!!”
ราดิชขนลุกเกรียวไปทั้งตัวสิ่งที่เขาเห็นคืองูั์ตัวหนึ่ง ดูจากเลเวลของมันที่สูงและค่าสเตตัสของมันที่เยอะเ้านี่คือตัวที่แข็งแกร่งมากอย่างไม่ต้องสงสัยไม่แปลกใจที่หนูพวกนั้นต่อให้มีเป็ฝูงก็ยังต้องหนี
งูั์จ้องราดิชไม่วางตาสกิลจักรพรรดิของราดิชไม่มีผลต่อมันเลยแม้แต่น้อยด้วยระดับที่ต่ำกว่าแถมสเตตัสก็น้อยกว่ามันเสียด้วยราดิชเปิดใช้สกิลเสริมพลังทุกอย่างพร้อมเร่งเร้าประสามััทั้งหมดขณะเดียวกันเ้างูก็เริ่มโจมตีแล้ว มันพุ่งเข้าใส่เขาด้วยความเร็วสูงมาก
ตูม!!!
จุดที่เขาเคยอยู่ถูกงูั์พุ่งใส่จนพื้นะเืราดิชพุ่งถอยหลบออกมาได้ทันอย่างหวุดหวิด งูั์ส่งเสียงขู่ด้วยความไม่พอใจ
ฟ่อ!!
มันพุ่งตามเข้าใส่ราดิชที่ถอยหนีด้วยความเร็วมันพุ่งฉกใส่จุดที่เขาอยู่ด้วยความเร็วสูงราดิชได้แต่ะโหลบออกมาพร้อมดาบในมือที่ฟันใส่หัวของมันเต็มแรง
ฉัวะ!!
คมดาบตัดผ่านเกล็ดของมันเข้าไปได้ไม่มากเ้างูที่พลาดท่าก็ตอบโต้กลับทันที หางของมันกวาดตวัดฟาดเข้ามาเต็มแรง ราดิชเห็นแบบนั้นก็ดึงดาบขึ้นมาขวางแทบไม่ทัน
พลั่ว!!
อัก!!
แรงปะทะทำเอาเขากระเด็นออกไปแต่เขาก็ฝืนความเ็ปพลิกตัวลงพื้นอย่างทุลักทุเล ถ้าพูดถึงค่าสเตตัสแล้วเ้านี่แข็งแกร่งกว่าเขาแถมยังเร็วกว่าด้วย ดูจากพลังป้องกันเฉลี่ยก็สูงไม่น้อยแต่นั่นอาจไม่รวมสกิลที่มันมีเพราะปกติการโจมตีของเขาน่าจะสร้างาแได้มากกว่านี้แต่นี่แค่ลดพลังชีวิตของมันลงได้แค่ไม่กีสิบหน่วย
ขณะที่การโจมตีเมื่อกี้ของมันทำเอาพลังชีวิตของเขาลดลงไปเกือบรอ้ยหน่วยอย่างน้อยเ้านี่ต้องมีสกิลประเภทเสริมพลังโจมตีอยู่ด้วยแค่รู้แบบนี้สีหน้าของราดิชก็ย่ำแย่แต่ก็แค่พริบตาเท่านั้นที่สีหน้าเขากลับมาเหมือนเดิม
“ได้คู่ต่อสู้แข็งแกร่งแบบแกก็ดีเหมือนกันจงมาเป็หินให้ข้าเหยียบเสียเถอะ”
ราดิชประกาศก้องด้วยความอหังการและดูเหมือนเ้างูพอจะเข้าใจคำพูดของเขา มันในตอนนี้ที่ตั้งท่าอยู่ก็ส่งเสียงขู่ด้วยความไม่พอใจคราวนี้มันไม่พุ่งเข้ามาแต่พลันอ้าปากและพ่นของเหลวสีเหลืองใส่เขาแทน
“เฮ้ย!!”
ราดิชพุ่งหลบการโจมตีครั้งแรกแต่แล้วเขาก็ต้องเบิกตากว้างเมื่อเ้างูพ่นของเหลวใส่อย่างต่อเนื่องเขามองเห็นวิถีการโจมตีของมันและเคลื่อนที่หลบไปมาขณะเดียวกันก็พยายามเข้าไปใกล้ตัวมันที่สุด มือที่ว่างอยู่เริ่มร่ายเวท วงเวทปรากฏขึ้นพร้อมะุแสงที่ยิงออกไป
ะุแสงพุ่งเข้าโจมตีงูั์ที่ไม่อาจหลบได้อย่างต่อเนื่องร่างของมันเริ่มมีรอยไหม้เกรียมมีควันขึ้นมาหลายจุด แต่นั่นกลับยิ่งทำให้มันคุ้มคลั่งมากขึ้นมันไม่พ่นของเหลวใส่ราดิชอีกแล้ว คราวนี้มันพุ่งเข้าใส่เขาด้วยพละกำลังหมดที่มี
-ค่าความเชี่ยวชาญถึงระดับสกิล หลบหลีก LV 7 เพิ่มเป็ LV 8
-ค่าความเชี่ยวชาญถึงระดับ สกิลคาดการณ์ LV 3 เพิ่มเป็ LV 4
-ค่าความเชี่ยวชาญถึงระดับ สกิลเพิ่มความเร็วนึกคิด LV 1เพิ่มเป็ LV 2
เสียงระบบดังขึ้นบอกว่าเขามีสกิลที่ถูกยกระดับขึ้นราดิชยิ้มอย่างถูกใจเพราะมันช่างมาได้เวลาเสียจริง เขาก็อัดพลังเวทใส่ตัวดาบจนมันเปล่งแสงเจิดจ้าออกมา
ราดิชพุ่งเข้าปะทะเ้างูอย่างมั่นใจเขารวบรวมพลังไว้ที่คมดาบ ขณะที่เ้างูพุ่งเข้ามาเต็มแรงเขาบิดตัวเล็กน้อยพร้อมแทงดาบออกไป เป้าหมายคือกึ่งกลางดวงตาคู่นั้นวินาทีนั้นราวกับทุกอย่างเดินช้าลง
สวบ!!
ฉึก!!
ดาบของราดิชพุ่งทะลุกึ่งกลางดวงตาของงูั์แสงเจิดจ้าแผดเผาจนเกล็ดของมันจนหลอมละลาย พลังทำลายของดาบเล่นงานจนสมองเพียงน้อยนิดของมันะเิกระจุยขณะเดียวกันมันก็ฝังเขี้ยวลงบนตัวเขาได้เช่นกัน จะเรียกว่ามันงับตัวเขาไปครึ่งตัวเลยก็ได้
พลังชีวิตของทั้งคู่ดิ่งลงอย่างรวดเร็วราดิชฝืนใช้แรงส่งพลังเวทเข้าไปะเิหัวเ้างูั์จนกระจุย
โพ๊ละ!!
ขณะที่ตัวเขาก็ได้ผลกระทบจากแรงะเิจนหงายหลังล้มลงพลังชีวิตของเหลือแค่หนึ่งหน่วยเท่านั้นเขายังไม่ตายเพราะผลของสกิลขันติที่ทำหน้าที่ของมันได้เป็อย่างดีเขามองร่างของงูั์ที่ส่วนหัวกลายเป็ซากไปแล้ว และกลับมองร่ายกายตัวเองอีกครั้ง
“เฮ้อ...”
เขาผ่อนลมหายใจออกมาลำตัวเขามีาแลึกจากเขี้ยวของมัน และท่าทางมันจะมีพิษเสียด้วยราดิชเริ่มร่ายเวทรักษาให้ตัวเองอย่างต่อเนื่องยังดีที่พิษของมันยังไม่ใช่พิษขั้นสูงมากเกินไป เขาจึงรักษามันได้ไม่ยาก
-ค่าประสบการณ์ถึงระดับที่กำหนดLV 5 เพิ่มเป็ LV 6
-เพิ่มค่าพลังพื้นฐานทั้งหมด
-ได้รับโบนัสค่าความเชี่ยวชาญเพิ่มขึ้น
-ค่าความเชี่ยวชาญถึงระดับ สกิล โจมตีด้วยแสงศักดิ์สิทธิ์LV 1 เพิ่มเป็ LV 2
-ค่าความเชี่ยวชาญถึงระดับ สกิล เพิ่มพลังแสงศักดิ์สิทธิ์LV 1 เพิ่มเป็ LV 2
-ได้รับสกิลพ๊อยท์
-ค่าประสบการณ์ถึงระดับที่กำหนด LV 6 เพิ่มเป็ LV 7
-เพิ่มค่าพลังพื้นฐานทั้งหมด
-ได้รับโบนัสค่าความเชี่ยวชาญเพิ่มขึ้น
-ค่าความเชี่ยวชาญถึงระดับสกิล เพิ่มพลังการทะลุทะลวง LV 3เพิ่มเป็ LV 4
-ค่าความเชี่ยวชาญถึงระดับ สกิล ต้านความเ็ปLV 5 เพิ่มเป็ LV 6
-ค่าความเชี่ยวชาญถึงระดับ สกิล พลังชีวิต LV 5 เพิ่มเป็LV 6
-ได้รับสกิลพ๊อยท์
“คงไม่มีคนบ้าที่ไหนทำแบบข้าฮ่าๆๆ”
ราดิชต่อสู้อย่างบ้าระห่ำกับสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งกว่าตนแต่ผลตอบแทนที่ได้รับมาก็สมน้ำสมเนื้อกันเลเวลของเขาเพิ่มขึ้นมาถึงสองเลเวลในการจัดการงูั์เพียงตัวเดียว เ้างูั์ตัวนี้สเตตัสของมันสูงมากถ้าเป็คนทั่วไปคิดจะสู้กับมันต้องมีกันเป็กลุ่มการที่เขาสู้คนเดียวนับว่าบ้ามากจริงๆ
จากความทรงจำของเขานั้นไดดาลอสบาลาโดถือว่าเป็สัตว์อสูรที่แข็งแกร่งที่สุดในชั้นหนึ่งตัวนึงเลยก็ว่าได้เพราะมันแทบจะอยู่บนจุดสูงสุดของห่วงโซ่อาหารในชั้นนี้แล้วและยิ่งเป็เ้าตัวที่เขาเพิ่งจัดการไปนั้นก็เลเวลสูงถึงเก้าถ้ามันเลเวลสิบก็จะวิวัฒนาการไปยังร่างต่อไปซึ่งร่างนั้นแข็งแกร่งกว่าร่างนี้หลายเท่านัก
“ยังดีที่มันยังไม่ได้วิวัฒนาการเพราะถ้ามันกลายร่างไปแล้ว ข้าคงมีแต่ตายเท่านั้น”
ราดิชยิ้มให้ตัวเองและล้มตัวลงนอนพักข้างร่างงูั์นั้นตอนนี้พลังชีวิตของเขาฟื้นคืนมามากแล้ว อาการติดพิษก็รักษาหายแล้วส่วนมานายังเหลือเกือบครึ่ง แต่ค่าพลังกายนั้นลดลงจนเกือบหมดอันเป็ผลจากการฝืนเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่องด้วยความเร็วสูงสุด
เขาเอียงคอมองร่างงูั์และแสยะยิ้มเล็กน้อยก่อนจะลุกขึ้นมาและจ้องไปยังร่างของงูั์ด้วยความหิวกระหาย
“จงมาเติมเต็มพลังให้ข้าซะฮ่าๆๆ”