“สวัสดีครับ ผมฟีเรส เอเทนีก้า เลือกที่นั่งเอาเองได้เลยนะ หญ้าพวกนี้นุ่มมากเลยทีเดียว” เฟรีสเชิญบรรดาแขกให้นั่งบนพื้นหญ้าเขียวราวกับพรมชั้นดี
ย้อนกลับไปเมื่อหนึ่งชั่วโมงก่อน เขาได้มอบหมายให้หุ่นผึ้งพาแขกชาวไอโนว่าชมดูสถาบันศึกษาจนจุใจ สุดท้ายก็มาจบที่ทุ่งแดนดิไลออนบนโลกเสมือน
“ผมแจ็ค ดวอน เป็หัวหน้าของคณะนี้ ยินดีที่ได้รู้จักครับ” พูดจบแจ็คก็จับมือทักทายชายหนุ่มตรงหน้า
บรรยากาศตอนนี้ดูเป็กันเองมาก ท้องฟ้าสีคราม หญ้านุ่มๆ วิวสวยๆ ลมเย็นสดชื่น ทำให้ทุกคนอยู่ในอารมณ์ปลอดโปร่งสบายใจ
“ผมทราบชื่อพวกคุณจากหุ่นยนต์ก่อนหน้าแล้ว อย่าเสียเวลากันเลย ยิ่งเสร็จไวก็จะมีเวลาไปเที่ยวมากขึ้นนะ” เฟรีสยกยิ้มน้อยๆ พลางกล่าว
บรรดาแขกชาวไอโนวาพอได้ยินที่ชายหนุ่มพูดเื่เที่ยวก็ถึงกับตาลุกวาว แจ็คนึกไปถึงคลิปของรายการยอดนิยมที่มีนักข่าวขับยานอวกาศสู้กับเอเลี่ยนขนาดั์ เขาแทบอยากจะทิ้งงานตรงหน้าและไปขับมันบ้างเสียเดี๋ยวนี้
“ที่มาในวันนี้เพราะว่าท่านประธานาธิบดี โดมินิค โซรอส อยากจะพูดคุยกับคุณแบบส่วนตัว ท่านจึงให้พวกผมมาส่งหนังสือเชิญครับ” แจ็คเริ่มเข้าประเด็น
ทางเฟรีสพอได้ยินชื่อโดมินิคก็รู้สึกสะดุดใจ
‘โดมินิค โดมินิค โซรอส...หืม..’
ชายหนุ่มรู้สึกคุ้นหูชื่อนี้เอามากๆ เมื่อนึกย้อนไปในที่สุดเขาก็จำได้ว่ามันมีอยู่ในหนังสือประวัติศาสตร์ที่เคยเรียนตอนเด็กนี่เอง
'ใช่แล้ว! คนคนนี้ตายเพราะถูกลอบสังหาร ถ้าจำไม่ผิดน่าจะประมาณ วันที่ 13 อควอเรียส 19.03 น…อีก 2 วันนี่หว่า เฮ้ย!! นี่มันเื่ใหญ่แล้ว’
ในประวัติศาสตร์ได้บันทึกไว้ว่า การตายของชายชราผู้นี้คือจุดเริ่มนับถอยหลังก่อนเข้าสู้าครั้งสุดท้ายของมนุษยชาติ (มนุษย์จะต่อสู้กันเองก่อนพวกเพลกบุก ซึ่งเหตุการณ์นี้เรียกว่าาครั้งสุดท้าย)
ซึ่งอีกไม่กี่วันข้างหน้าประธานาธิบดีชราจะถูกลอบสังหารโดยผู้ก่อการร้ายของประเทศอริอย่างสหพันธรัฐเซเซียร์
โดยทั้งสองประเทศเป็คู่ขัดแย้งทั้งทางด้านการเมืองและเศรษฐกิจกันมาอย่างยาวนาน และการเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีของโดมินิคก็ได้ทำให้สถานการณ์ดังกล่าวทวีความรุนแรงยิ่งขึ้นไปอีก
สาเหตุสำคัญหลักๆ มาจากการผลักดันร่างกฎหมายสิทธิมนุษยชนตัวใหม่ แน่นอนผู้ที่เป็ต้นคิดและผลักดันก็คือเสือเฒ่าชราแห่งไอโนวานั่นเอง
กฎหมายใหม่นี้จะยกระดับทั้งขอบเขตการบังคับใช้ รวมถึงกำหนดบทลงโทษให้มากกว่าเดิมหลายเท่า
ทว่า ก่อนที่ร่างกฎหมายดังกล่าวจะบังคับใช้เป็กฎหมายได้ มันก็ต้องผ่านการพิจารณาโดยสภาสูงขององค์กรระหว่างประเทศเสียก่อน
องค์กรนี้เรียกว่าสหภาพไอดียู (International Democrat Union) ซึ่งเป็การรวมตัวกันแบบหลวมๆ ของกลุ่มประเทศประชาธิปไตยหรือที่แอบอ้างว่าเป็เช่นนั้น
ที่ผ่านมาสหพันธรัฐเซเซียและอีกหลายประเทศก็ได้มีการจัดการเลือกตั้งปลอมๆ ขึ้นและอ้างว่าตนเองเป็ประชาธิปไตย ทำให้พวกเขาสามารถเข้าร่วมสมาชิกองค์กรได้
แท้ที่จริงไอดียูเองก็ไม่ได้โง่ ทางองค์กรรู้ดีว่าอะไรเป็อะไร แต่เพราะเรื่อผลประโยชน์ทางการค้าระหว่างกัน หลายประเทศจึงยอมหลับตาข้างหนึ่งและตอบรับยอมให้กลุ่มประชาธิปไตยจอมปลอมเหล่านี้เข้าร่วมด้วย
โดมินิคได้เล็งเห็นถึงจุดอ่อนตรงนี้ เขาจึงพยายามคัดประเทศเน่าเหม็นออกไปผ่านทางกฎหมายใหม่ที่ตนคิดขึ้น
ชายชราผลักดันอยู่นานหลายปีไม่ว่าจะเื้ัหรือเบื้องหน้าทั้งก่อนและหลังรับตำแหน่ง ผ่านขั้นตอนยิบย่อยแก้ไขต่างๆ มามากมายเจรจาผลประโยชน์นับครั้งไม่ถ้วน
ในที่สุดสภาสูงของไอดียูก็ได้มีมติผ่านร่างกฎหมายดังกล่าว ซึ่งจะเริ่มบังคับใช้เป็กฎหมายครั้งแรกในอีกไม่นานหลังจากนี้ (ร่างกฎหมายยังใช้บังคับไม่ได้จนกว่าจะผ่านเป็กฎหมายจริงๆ)
เมื่อกฎหมายใหม่ถูกบังคับใช้ ประเทศที่เป็สมาชิกไอดียูจะต้องดำเนินมาตรการคว่ำบาตร*ห้ามทำการคบค้าใดๆ กับประเทศที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนประชาชนตัวเองอย่างรุนแรง
ทว่า นี่ยังไม่ใช่ส่วนที่หนักที่สุด ส่วนหนักสุดคือทรัพย์สินใดๆ ของบุคคลผู้ละเมิดสิทธิมนุษยชนซึ่งได้ตั้งอยู่ในประเทศที่เป็สมาชิกไอดียูก็ต้องถูกอายัดไปด้วย
ซึ่งการทำแบบนี้นับว่าเป็การทำลายโพรงกระต่ายอย่างได้ผลที่สุด (นิสัยกระต่ายมักขุดโพรงไว้หลายรัง) เพราะพวกผู้นำหรือนักการเมืองชั่วๆ ก็มักจะขนเงินทองที่ทุจริตได้มาไปเก็บไว้ในประเทศอื่น
ถ้าวันดีคืนดีสิ่งของเ่าั้ถูกยึดไปหมดล่ะ? แค่คิดก็ปวดขมับแล้ว
และแน่นอนย่อมมีข้อบังคับสำหรับประเทศที่ไม่ยอมทำตามด้วย กรณีถ้าไม่ปฏิบัติตามมติประเทศนั้นๆ ก็จะถูกถอดออกจากการเป็สมาชิกไอดียูและถูกคว่ำบาตรตามไปด้วย
ซึ่งถือว่าเป็เื่ใหญ่มากๆ อาจถึงขั้นทำให้เศรษฐกิจในประเทศนั้นพังพินาศได้เลย
เนื่องจากประเทศที่เข้าร่วมเป็สมาชิกไอดียูนั้นมีจำนวนไม่น้อยและมักร่ำรวยมีกำลังซื้อสูงอีกด้วย ถ้าถูกคว่ำบาตรก็เท่ากับหมดอนาคตทันที
ด้วยเหตุนี้ทางสหพันธรัฐเซเซียร์จึงดิ้นอย่างสุดกำลัง เพราะบรรดาคนระดับสูงในรัฐบาลรู้ล่วงหน้าแล้วว่าประเทศพวกเขาจะเป็อันดับแรกเลยที่จะโดนคว่ำบาตร พูดง่ายๆ คือเชือดไก่ให้ลิงดู
แต่ทางไอดียูเองก็ไม่ได้ยกเมฆกล่าวอ้างขึ้นมาลอยๆ ในเซเซียร์ปัจจุบันเองก็มีการสังหารประชาชนอย่างโหดร้ายจริงๆ
โดยสาเหตุก็ไม่พ้นเกิดจากความ้ารักษาอำนาจของผู้นำทางการเมืองนั่นแหละ
ซึ่งตัวผู้นำของประเทศเซเซียร์นั้น เขาก็ได้ครองตำแหน่งทางการเมืองต่อเนื่องยาวนานมาหลายสิบปีแล้ว
เมื่อต้นไม้ใหญ่เท่าไรรากก็ยิ่งหยั่งลึกเท่านั้น เมื่อครองอำนาจยาวนานหลายปีอิทธิพลก็มีมากตามไปด้วย
ประธานาธิบดีเซเซียร์สามารถควบคุมกลไกสำคัญๆ ต่างๆ ของประเทศได้อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด ไม่ว่าจะองค์กรอิสระ ตำรวจ ศาลและทหาร เป็ต้น
แต่สิ่งเดียวที่เขาควบคุมไม่ได้ก็คือจิตใจประชาชน หลายปีที่ผ่านมาภายใต้การบริหารงานของรัฐบาลที่ห่วยแตกและเห็นแก่ตัว
คอรัปชั่นได้เกิดขึ้นทุกหัวระแหง การบังคับใช้กฎหมายสองมาตรฐาน ทุนผูกขาดเต็มบ้านเต็มเมืองประเทศ ข้าวของแพงเกินจริง ธุรกิจเล็กๆ พากันล้มละลาย ความอดอยากแผ่ขยายกระจายไปทุกแห่งหน
ในที่สุดวันหนึ่งความอดทนของชาวเซเซียร์ก็หมดลง ประชาชนทั่วประเทศได้ลุกฮือขึ้นมาต่อต้านรัฐบาลที่อ้างว่าเป็ประชาธิปไตยแต่เนื้อในเป็เผด็จการฟาสซีสต์**
ไม่ใช่เื่ง่ายเลย เพราะธรรมชาติของเผด็จการนั้น ยิ่งอยู่นานได้มากเท่าไรพวกมันก็ยิ่งสะสมอำนาจได้มากขึ้นเท่านั้น
และแล้วในปีนั้นเอง ก็ได้เกิดเหตุการณ์ที่ทำให้ทั่วทั้งเอิร์ทเทร่าถึงกับช็อก รัฐบาลเซเซียร์ได้ปราบปรามประชาชนซึ่งประท้วงด้วยสันติวิธีอย่างรุนแรงและเหี้ยมโหดเกินมนุษย์
มีผู้ถูกตัดหัวเสียบประจานนับหมื่นคนและถูกคุมขังอีกนับไม่ถ้วน ยังไม่นับที่ถูกปล้น ฆ่า ข่มขืน สารพัด
ก่อนหน้านั้นทางไอดียูก็ได้ส่งคำเตือนให้หยุดมาโดยตลอด แต่ก็ถูกตอบกลับด้วยการเพิกเฉยทุกครั้ง
ดังนั้น เมื่อกฎหมายสิทธิมนุษยชนตัวใหม่ถูกบังคับใช้ จึงไม่ต้องแปลกใจเลยว่าทำไมประเทศแรกที่โดนคือเซเซียร์
แน่นอนว่าทางผู้นำชั่วก็ย่อมไม่อยู่เฉยๆ ให้โดนง่ายๆ หรอก ในเมื่อตัวตั้งตัวตีศูนย์รวมแห่งความฉิบหายคือโดมินิค…ก็แค่ทำให้เขาหายไปซะก็สิ้นเื่
หลังจากนั้น ก่อนที่กฎหมายตัวใหม่จะถูกบังคับใช้เพียงไม่กี่วัน ก็มีข่าวพาดหัวใหญ่โตไปทั่วเอิร์ทเทร่าว่าประธานาธิบดีชราเสียชีวิตเพราะถูกลอบสังหาร
ผลจากการตายของเขาได้ทำให้กฎหมายตัวใหม่ถูกเลื่อนการบังคับใช้ออกไปเรื่อยๆ จนสุดท้ายมันก็ถูกพับไปด้วยเหตุผลที่ว่ามีหลายประเทศในไอดียูไม่เห็นด้วยกับกฎหมายตัวนี้
ซึ่งก็ไม่ต้องสงสัยเลย เพราะประเทศส่วนใหญ่ในไอดียูต่างก็นำเข้าทรัพยากรสำคัญ เช่น น้ำมันราคาถูกจากเซเซียร์ ถ้าคว่ำบาตรประเทศนี้พวกเขาก็ต้องหาเอาจากแหล่งอื่นซึ่งแพงกว่า
ก่อนหน้านี้มีโดมินิคคอยกดดัน บรรดาผู้นำโง่ๆ เ่าั้จึงยอมทำตามอย่างเสียมิได้ แต่เมื่อชายชราตายไปและทางไอโนวาก็กำลังมีปัญหาภายใน ทำไมพวกเขาถึงต้องยอมต่อไปล่ะ?
ถ้าเพียงแต่กลุ่มคนโง่เขลานี้ได้ทราบว่าประเทศตนจะโดนอะไรต่อไปในอนาคตข้างหน้า รับรองได้ว่าก็คงไม่กล้ายกเลิกกฎหมายฉบับใหม่นี้อย่างแน่นอน
ผลของการยกเลิกมันได้ทำให้เซเซียร์ไม่ถูกคว่ำบาตร สิ่งที่ตามมาคือประเทศนี้เข้มแข็งมากขึ้นเรื่อยๆ จนมีศักยภาพเพียงพอที่จะพัฒนาอาวุธร้ายแรงชนิดใหม่ขึ้น
และสิ่งแรกที่เซเซียร์ทำหลังจากมีอาวุธใหม่ก็คือรุกรานประเทศข้างเคียง ความซวยตกไปที่ประเทศเล็กๆ ที่ชื่อว่าเอโนก้าซึ่งถือเป็รัฐกันชนระหว่างเซเซียร์กับอีกประเทศหนึ่งที่ไม่ลงรอยกัน
ด้วยเพราะกลัวเอโนก้ารัฐกันชนของตนแตก ประเทศนั้นจึงส่งทหารหลายแสนนายเข้าไปช่วย ส่วนทางเซเซียร์เองก็มีพันธมิตรมาช่วยเช่นกัน
จากาเล็กๆ ก็เริ่มบานปลายขึ้นเรื่อยๆ มีการแบ่งฝักแบ่งฝ่ายไปทั่วเอิร์ทเทร่า จนในที่สุดพวกเขาก็เริ่มรบกันเองและกลายเป็าครั้งสุดท้ายขึ้น
‘ถ้าช่วยโดมินิคได้ บางทีพวกโง่นั่นคงไม่รบกัน อย่างร้ายที่สุดถึงสู้พวกเพลกไม่ไหวแต่ก็คงพอจะหนีได้บ้าง' เฟรีสคิดอยู่สักพักก่อนจะตัดสินใจได้
“เอาล่ะ! เื่เที่ยวคงต้องไว้โอกาสหน้าแล้วล่ะ เพราะผมมีพัสดุฝากไปให้ประธานาธิบดีของคุณ และพวกคุณต้องจัดส่งให้ถึงท่านโดยเร็วที่สุด นี่เป็เื่สำคัญมาก"
"...."
หลังจากได้ยินว่าอดเที่ยว แจ็คก็อยากจะร้องไห้ออกมาดังๆ ยิ่งหวังมากเท่าไรก็ยิ่งเจ็บมากเท่านั้นสินะ
*การคว่ำบาตร (boycott) หมายถึง การยุติการติดต่อกันในมิติใดมิติหนึ่ง เพื่อประโยชน์ในการลงโทษ ต่อรองหรือเพื่อตักเตือน
**ระบอบเผด็จการฟาสซิสต์ เป็ระบอบที่ผู้นำประเทศได้รับการสนุบสนุนจากกลุ่มธุรกิจหรือทหารให้สามารถใช้อำนาจเผด็จการในการปกครองประเทศได้