กลุ่มนักล่าสมุนไพรเดินหน้าต่อไปตามเส้นทางคดเคี้ยว ยิ่งลึกเข้าไป สภาพพื้นที่ก็ยิ่งเปลี่ยนไป ต้นไม้ใหญ่ค่อย ๆ ลดจำนวนลง จนแทบไม่เหลือให้เห็น เหลือเพียงหน้าผาหินสีดำทมิฬที่ตั้งเรียงราย และซอกเขาสูงชันที่แทรกตัวอยู่ทุกทิศทาง ราวกับกำลังก้าวเข้าสู่อีกโลกหนึ่ง
ทันใดนั้นเอง ต้วนต้วนที่นอนเกลือกกลิ้งอยู่บนบ่าของเหวินซานก็พลันยกหัวขึ้นอย่างรวดเร็ว "อึ๊บ!" มันสูดจมูกฟุดฟิดอย่างแรงเพื่อดมกลิ่นแปลกประหลาดที่ลอยมาตามลม จากนั้นมันก็ะโลงจากบ่าของเด็กหนุ่มและรีบกระดึบตรงเข้าไปยังซอกหินแคบๆ ที่อยู่เบื้องหน้า
"ต้วนต้วน! กลับมานี่!" เหวินซานร้องเรียกด้วยความใและรีบวิ่งตามเ้าหนอนอ้วนไปทันที เ้าหนอนอ้วนคลานลึกเข้าไปเรื่อยๆ จนกระทั่งถึงหน้าผาหินแห่งหนึ่ง ตรงรอยแตกบนเนื้อหินที่ดูธรรมดา กลับมีต้นสมุนไพรสีเงินยวงสูงเพียงหนึ่งฉื่อกำลังพลิ้วไหวไปมาตามแรงลม ใบของมันบางเฉียบดุจปีกจักจั่น เส้นใบแต่ละเส้นเปล่งแสงสีฟ้าอ่อนๆ ออกมาอย่างสม่ำเสมอ และตรงกลางลำต้นก็ออกผลสีครามสดใสเพียงผลเดียว
ลุงเฉินที่วิ่งตามมาถึงกับสูดลมหายใจเข้าลึกด้วยความตกตะลึง "นั่น... นั่นมันหญ้าหยกดารา!"
นักล่าสมุนไพรอีกคนหนึ่งหน้าซีดเผือดพลางอุทานออกมาด้วยเสียงอันสั่นเทา "สมุนไพรระดับสี่! มันมีราคาพุ่งสูงถึงหลายพันหินิญญาเลยทีเดียว!"
ทุกคนต่างจ้องมองต้นสมุนไพรล้ำค่าตาไม่กะพริบด้วยความโลภและหวังจะได้ แต่ไม่มีใครกล้าขยับตัวแม้แต่ก้าวเดียว เพราะรอบๆ ต้นหญ้าหยกดารานั้น เต็มไปด้วยแมลงพิษตัวเล็กนับร้อยที่กำลังคลานและบินว่อนอยู่
ลุงเฉินยกมือห้ามคนในกลุ่มทันที "อย่าขยับ!"
ชายหนุ่มคนหนึ่งที่เผลอก้าวออกไปเพียงครึ่งก้าวรีบชะงัก เมื่อแมลงพิษหลายสิบตัวพร้อมใจกันหันหัวมาทางเขา ราวกับััได้ถึงผู้บุกรุก
"แมลงพวกนี้ไม่ธรรมดา" ลุงเฉินกล่าวเสียงต่ำ "มันอาศัยอยู่กับหญ้าหยกดารามาั้แ่ต้น หากถูกรบกวนพร้อมกันเมื่อไร ต่อให้เป็ผู้ฝึกตนก็ยากจะเอาชีวิตรอด"
สิ้นเสียง แมลงพิษตัวหนึ่งก็บินออกมาจากฝูง พุ่งชนก้อนหินข้างทางเบา ๆ เพียงครู่เดียว ก้อนหินก็ค่อย ๆ เปลี่ยนเป็สีดำ ก่อนมีควันสีเขียวลอยขึ้นจากผิวหิน
เหวินซานย่อตัวลงช้า ๆ พลางกวาดตามองฝูงแมลงพิษที่บินอยู่รอบต้นหญ้าหยกดารา แมลงของพวกมัน ดวงตาของเหวินซานพลันเป็ประกาย เขาจำได้ว่าครั้งหนึ่งเคยอ่านบันทึกเกี่ยวกับแมลงพิษชนิดนี้จากตำราชั้นสี่ในหอตำรา
ในบันทึกระบุไว้ว่า แมลงพิษชนิดนี้หวงอาณาเขตอย่างยิ่ง หากใช้กำลังขับไล่ พวกมันจะรวมฝูงเข้าจู่โจมทันที แต่หากใช้ผงสมุนไพรหอม โปรยตามทิศทางลม กลิ่นของมันจะทำให้ฝูงแมลงเข้าใจว่ามีศัตรูตามธรรมชาติอยู่ใกล้ ๆ และค่อย ๆ ถอนตัวออกไปเอง
เหวินซานหยิบถุงผงสมุนไพรสีเทาอ่อนออกมา เปิดมันออกเพียงเล็กน้อย ก่อนเงยหน้ามองทิศทางของสายลมอย่างใจเย็น
เด็กหนุ่มใช้นิ้วดีดผงสมุนไพรให้ลอยไปตามกระแสลม เม็ดผงละเอียดปลิวกระจายเป็สายบาง ๆ ก่อนค่อย ๆ ปกคลุมบริเวณต้นหญ้าหยกดารา
แมลงพิษส่งเสียงหึ่งดังขึ้นทันที หลายตัวเริ่มบินวนด้วยความกระสับกระส่าย แต่เพียงไม่นาน แมลงตัวหนึ่งก็พุ่งเข้าหาแหล่งที่มาของกลิ่นราวกับจับตำแหน่งของเขาได้
เหวินซานรีบถอยหลังครึ่งก้าว พลิกตัวหลบอย่างฉิวเฉียด
ฟิ้ว!
แมลงพิษบินผ่านใบหน้าของเขาไปเพียงไม่กี่ชุ่น ของเหลวสีเขียวหยดหนึ่งตกลงบนพื้น จนหญ้าแห้งละลายหายไปในพริบตา "ยังไม่ได้ผล..."
เขาไม่รีบร้อน แต่กลับเฝ้าสังเกตการเคลื่อนไหวของฝูงแมลงต่อไป
หลังผ่านไปเกือบหนึ่งก้านธูป เขาจึงพบว่าเมื่อสายลมพัดจากหน้าผาด้านตะวันตก กลิ่นสมุนไพรจะค้างอยู่บริเวณโคนต้นนานที่สุด
ฟุ่บ!
ผงสมุนไพรถูกโปรยออกไปเป็ครั้งที่สอง คราวนี้เขาเพิ่มปริมาณมากกว่าเดิมหลายเท่า กลิ่นค่อย ๆ แทรกซึมเข้าไปทั่วบริเวณ
แมลงพิษเริ่มส่งเสียงร้องผิดปกติ ฝูงที่เคยบินเป็ระเบียบแตกกระจาย บางตัวบินชนกันเอง บางตัวรีบหนีไปเกาะบนหน้าผา ราวกับไม่อาจทนกลิ่นนั้นได้
เขารออีกสิบกว่าลมหายใจ จนมั่นใจว่าไม่มีแมลงพิษตัวใดซ่อนอยู่ จึงค่อย ๆ ก้าวเข้าไป
เด็กหนุ่มใช้มีดปลายแหลมค่อย ๆ เซาะดินเป็วงกว้างรอบโคนต้นอย่างใจเย็น เขาไม่ได้รีบดึงต้นสมุนไพรขึ้น แต่ค่อย ๆ คลายดินทีละชั้น รักษารากทุกเส้นให้อยู่กับดินเดิมมากที่สุด
เมื่อดินรอบโคนต้นเริ่มคลายตัว เขาจึงใช้มืออีกข้างประคองลำต้นไว้ ก่อนยกขึ้นอย่างนุ่มนวล หญ้าหยกดาราทั้งต้นหลุดออกมาพร้อมก้อนดินเดิมโดยไม่มีรากแม้แต่เส้นเดียวได้รับความเสียหาย
เหวินซานไม่ได้เก็บมันลงในถุงเก็บของโดยตรง แต่แสร้งทำเป็เก็บเข้าถุง ก่อนจะใช้ความคิดส่งมันเข้าไปภายในมิติทันที เมื่อรับรู้ผ่านััิญญาว่าหญ้าหยกดาราปักรากลงบนดินิญญาได้อย่างสมบูรณ์ เขาจึงถอนหายใจด้วยความโล่งอก
นักล่าสมุนไพรที่ยืนมองดูอยู่รอบๆ ต่างพากันอิจฉาเหวินซานที่ได้สมุนไพรล้ำค่า แต่ไม่มีผู้ใดคิดที่จะแย่งชิงมันไป
ลุงเฉินหัวเราะร่าด้วยความเอ็นดู "ดูเหมือนเ้าหนอนอ้วนของเ้า จะจมูกดีกว่าพวกเราทั้งกลุ่มรวมกันเสียอีกนะ"
เหวินซานยิ้มบาง ๆ พลางลูบหัวต้วนต้วน "บางทีนี่อาจเป็พร์ที่ติดตัวมาั้แ่กำเนิด ข้าเองก็ไม่ทราบแน่ชัด" กล่าวจบ เขาก็หยิบสมุดบันทึกออกมา จดสิ่งที่เพิ่งค้นพบลงไปอย่างรวดเร็ว
เหวินซานปิดสมุดลงและเก็บมันเข้าที่ สายตาของเขาทอดมองลึกเข้าไปในหุบเขาที่ดูมืดมิดและลึกลับ เขารู้สึกได้โดยสัญชาตญาณว่ายิ่งเดินทางเข้าใกล้ใจกลางหุบเขามากเท่าไร สมุนไพรหายากและล้ำค่าก็ยิ่งมากขึ้นและอันตรายที่จะตามมาก็ยิ่งเพิ่มขึ้นเป็เช่นกัน
ส่วนต้วนต้วน... มันกลับสูดจมูกฟุดฟิดอีกครั้ง ก่อนจะชี้เท้าไปทางูเาอีกลูกหนึ่งที่อยู่ไกลออกไป "อึ๊บ!" ราวกับกำลังบอกว่า ข้างหน้ายังมีของอร่อยและน่าสนใจรอพวกเ้าอยู่อีกเยอะ!
หลังจากเดินทางต่อมาอีกประมาณครึ่งชั่วยาม ลุงเฉินจึงยกมือส่งสัญญาณให้ทุกคนหยุดพัก
"อีกไม่ไกลก็จะถึงบริเวณที่พวกเราต้องเก็บสมุนไพรแล้ว" ลุงเฉินกล่าวพลางมองท้องฟ้า "เดินทางมาตลอดทั้งวัน ทุกคนคงเหนื่อยกันไม่น้อย พักเอาแรงกันตรงนี้ก่อนเถอะ"
เหล่านักล่าสมุนไพรต่างพยักหน้ารับ ก่อนแยกย้ายกันนั่งพัก ดื่มน้ำ และตรวจสอบสัมภาระของตน
ลุงเฉินหันมากล่าวกับเหวินซานด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า "เด็กหนุ่ม อย่าได้เดินไปทางหน้าผาฝั่งตะวันออกเป็อันขาด แถบนั้นมีคนประหลาดอยู่"
เหวินซานเลิกคิ้วขึ้นด้วยความสงสัย "คนประหลาดหรือขอรับ?"
ชายอีกคนในกลุ่มหัวเราะแห้ง ๆ พลางอธิบาย "พวกเราเรียกเขาว่าตาเฒ่าหมาก บางวันก็เห็นเขา บางวันก็ไม่เห็น ไม่รู้แน่ชัดว่าเป็คน ผี หรือเซียนกันแน่"
ลุงเฉินจึงเสริมต่อว่า "เขาไม่เคยทำร้ายใคร แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่เคยพูดจาหรือสุงสิงกับผู้ใดทั้งสิ้น" เหวินซานพยักหน้าตอบรับ แม้จะฟังดูแปลกประหลาดแต่เขาก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรมากนัก
จนกระทั่งถึง่บ่าย ต้วนต้วนพลันดมกลิ่นสมุนไพรแล้ววิ่งหายลับเข้าไปในป่า เขาไม่ทันได้สังเกตว่านี่คือทิศทางที่ลุงเฉินบอกใว้ เหวินซานเห็นดังนั้นจึงรีบวิ่งตามไปทันที
เขาเดินอ้อมหน้าผาไปไกลหลายร้อยจั้งจนกระทั่งมาถึงลานหินโล่งขนาดเล็กแห่งหนึ่ง ตรงกลางลานมีโต๊ะหินเก่าคร่ำคร่าตั้งอยู่ตัวหนึ่ง บนนั้นมีชายชราผมขาวผู้หนึ่งกำลังนั่งอยู่ เบื้องหน้าของเขามีกระดานหมากหินวางอยู่ตัวหนึ่ง เขากำลังเล่นหมากเพียงลำพัง โดยการวางหมากดำสลับกับหมากขาวไปมา ราวกับว่ามีคู่ต่อสู้อีกฝ่ายหนึ่งนั่งอยู่อีกฝั่งหนึ่งของกระดาน
เหวินซานหยุดฝีเท้าลงทันที เขาไม่แน่ใจว่าควรจะเดินเข้าไปต่อหรือถอยกลับออกไปดี แต่ในจังหวะนั้นเอง ชายชราก็เอ่ยขึ้นโดยไม่ได้เงยหน้าขึ้นมอง "มาถึงแล้ว... จะยืนดูหรืออย่างไร"
เหวินซานรีบประสานมือคารวะ "ผู้าุโ ข้าไม่ได้ตั้งใจจะมารบกวนท่าน"
ชายชราหัวเราะเบา ๆ "ไม่มีผู้ใดมาเยือนที่นี่ตั้งหลายสิบปีแล้ว นั่งลงเถิด... มาเล่นหมากกับข้าสักกระดาน"
เหวินซานยิ้มเจื่อน ด้วยความลำบากใจ "ข้าเล่นหมากไม่เป็ขอรับ"
ชายชราหยุดมือที่กำลังหยิบหมาก แล้วหัวเราะเสียงดังออกมาว่า "ฮ่าๆๆ ดี!" จากนั้นเขาก็หยิบหมากดำเม็ดหนึ่งวางลงกลางกระดาน "ในเมื่อเล่นไม่เป็... ก็จงเรียนรู้เสีย หมาก ค่ายกล และชีวิต ทุกอย่างล้วนเริ่มต้นจากก้าวแรกทั้งสิ้น"