“เป็ความคิดที่ดีเลยเ้าค่ะท่านพ่อ ั้แ่พี่สวินเริ่มทำงานในตำแหน่งใหม่เราสองคนก็แทบจะไม่ได้พบหน้ากันเลย ท่านไปกับข้านะเ้าคะ"
หลินสวินเกือบจะสำลักข้าวในปากออกมา เขาไม่คิดเลยว่าหลี่จื่ออิงจะตอบตกลง หรือว่านางหายโกรธแล้ว?
“ข้า..ข้ายังต้องทำงานน่ะ” ชายหนุ่มนึกเจ็บใจ โอกาสดีแล้วเชียว แต่วันที่มีเทศกาลไม่ใช่วันหยุดพักผ่อนของเขา
"ท่านพ่อช่วยพี่ชายอีกครั้งได้หรือไม่เ้าคะ ให้เขามาคอยดูแลความสงบบริเวณศาลาที่ข้าจะไปนั่งชม เท่านี้ก็เหมือนว่าพวกเราสองคนได้ไปด้วยกันแล้ว”
“เื่เล็กแค่นี้ ประเดี๋ยวพ่อจัดการให้เอง! เ้าก็ไม่ต้องห่วงไปหรอกอาสวิน” หลี่หยวนตงยืดอกขึ้นมาอย่างภาคภูมิใจ คราวก่อนเขารั้งตัวชายหนุ่มให้รับตำแหน่งในเมืองหลวงก็ได้คำขอบคุณและเยินยอจากทั้งสองคนมาไม่น้อย เมื่อบุตรสาวขอร้องอีกครั้งมีหรือเขาจะไม่ทำตาม
หลินสวินก้มศีรษะรับรู้รวมทั้งขอบคุณหลี่หยวนตงไปพร้อมกัน เขาเหลือบมองไปที่หญิงสาวคิดจะชวนคุย แต่เห็นนางยังคงไม่สบตาและหลบหน้าตนก็จำต้องเงียบไป
ขอเพียงนางหายโกรธเขาก็ดีใจแล้ว ชายหนุ่มเริ่มนับวันรอ อยากให้เทศกาลแห่เรือมาถึงเร็วๆ
หลังกินข้าวร่วมกันเสร็จหลี่จื่ออิงก็ขอตัวกลับมาที่เรือน เห็นใบหน้าอมทุกข์ของเฉินอ้ายแล้วนางก็ต้องหัวเราะออกมาเบาๆ
“คุณหนูล้อเล่นอันใดอีกเ้าคะ ไหนว่าจะคอยระวังไม่ให้คุณชายหลินเข้าใกล้ เหตุใดจึงคิดชวนเขาไปด้วยเล่าเ้าคะ"
ั้แ่เฉินอ้ายได้ยินหลี่หยวนตงให้คนออกไปล่างูหัวหนามมาเป็อาหารพิเศษให้ท่านราชทูตที่จะมาเยือน นางก็เชื่อสนิทใจแล้วว่าหลี่จื่ออิงย้อนเวลามาเกิดใหม่ได้จริงๆ ดังนั้นหากคุณหนูเชื่อว่าหลินสวินคิดไม่ซื่อนางก็จะเชื่อโดยไม่มีข้อสงสัยเช่นกัน
“ชาติก่อนเกิดอุบัติเหตุกับข้าในวันที่มีเทศกาลแห่เรือั ข้าจำเป็ต้องให้เขาไปช่วยเหลือข้าน่ะเฉินอาหมู่"
“์!! เกิดอุบัติเหตุกับคุณหนูด้วยหรือเ้าคะ เช่นนั้นเราก็หลีกเลี่ยงไม่ไปเข้าร่วมเทศกาลจะดีกว่า จะได้ไม่ต้องเสี่ยงว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นกับคุณหนูหรือไม่” หญิงชราใจนหน้าซีดเผือด
“ไม่ได้หรอก จวนสกุลหลี่ไม่มีฮูหยิน ข้าต้องเป็ตัวแทนท่านแม่เข้าไปร่วมงานกับบรรดาฮูหยินและคุณหนูอีกหลายคน งานนี้อย่างไรก็ต้องไป” หญิงสาวเม้มริมฝีปาก ภายในใจก็ยังกังวลว่าตนจะเปลี่ยนแปลงเหตุการณ์นี้ได้หรือไม่
ขณะที่หญิงสาวกำลังสนทนากับบ่าวสูงวัยอยู่ในเรือน ครู่หนึ่งสาวใช้เสี่ยวลู่ก็รีบร้อนเข้ามาด้วยสีหน้าแตกตื่น
ั้แ่นางเปิดเผยเื่ราวการเกิดใหม่ของนางให้เฉินอาหมู่ฟัง หญิงชราก็สั่งให้เสี่ยวลู่และเสี่ยวถิงคอยจับตามองเถียนอี่ถงเอาไว้ตลอดเวลา โดยที่สองสาวใช้ไม่ได้รู้เื่ราวลี้ลับแต่อย่างใด
พวกนางเข้าใจว่าที่หลี่จื่ออิง้าทำเช่นนี้ก็เพื่อหาหนทางกลั่นแกล้งเถียนอี่ถง แม้จะไม่ค่อยชอบพฤติกรรมนี้ของผู้เป็นายแต่สองสาวใช้ก็ยอมทำตามด้วยความภักดี
เห็นเสี่ยวลู่รีบเร่งเข้ามาเช่นนี้ หลี่จื่ออิงแน่ใจว่านางคงพบเบาะแสอะไรบางอย่างจากเถียนอี่ถงแน่นอน
“คุณหนูเ้าค่ะ เมื่อครู่บ่าวเห็นคุณหนูเถียนออกไปพบคนคนหนึ่งที่นอกจวนเ้าค่ะ”
“นางไปพบใคร แล้วพวกเขาคุยอะไรกันเ้าได้ยินหรือไม่” หลี่จื่ออิงรีบถามกลับ
“นางออกไปพบสตรีผู้หนึ่งทางประตูด้านหลัง แต่บ่าวไม่กล้าเข้าไปใกล้เลยไม่ได้ยินสิ่งที่พวกเขาคุยกันเ้าค่ะ” เสี่ยวลู่ยกมือขึ้นมาลูบจมูกด้วยความขวยเขินที่ไม่อาจทำหน้าที่ให้ดีกว่านี้ได้
“แล้วเ้ารู้จักสตรีผู้นั้นหรือไม่เล่า! ปัทโธ่! จะเล่าก็เล่ามาคราวเดียวเลยอย่ามัวอ้ำอึ้งอยู่สิ!” เฉินอ้ายย่ำเท้าไปมาราวกับเป็สาวน้อยวัยเยาว์
“ข้าก็กำลังจะเล่าอยู่นี่ไงเล่าเฉินอาหมู่..คนที่นางไปพบข้ารู้จักดีเลยเชียวล่ะ..คนผู้นั้นเป็บ่าวรับใช้จากจวนสกุลฟู่เ้าค่ะ!”
“บ่าวจากจวนสกุลฟู่?” หลี่จื่ออิงทวนคำเสียงเบาหวิว
“เหตุใดแม่นางเถียนจึงคิดคบค้ากับคนสกุลฟู่กันเล่า? ใช่ว่าคุณชายฟู่ก็ไม่ชอบหน้านางเช่นกันหรอกหรือ” หัวคิ้วของเฉินอ้ายยับย่นเข้าหากันด้วยความสงสัย
“ระยะนี้ข้าไม่ได้ออกจากจวนรวมทั้งไม่ได้เชิญคุณชายฟู่กับคุณหนูหรั่นมาที่จวนด้วย พวกเขาคงแค่มาถามข่าวคราวของข้าจากเถียนอี่ถงกระมัง” หลี่จื่ออิงตัดบท
“คอยติดตามนางต่อไปก็แล้วกันเสี่ยวถิงเสี่ยวลู่ เอาเงินนี่ไว้..เลี้ยงขนมเลี้ยงน้ำชายามหน้าประตูให้พวกเขาช่วยสอดส่องอีกแรง เผื่อจะได้ยินอะไรที่เป็ประโยชน์กับข้ามากขึ้นด้วย”
……….
วันเทศกาลแห่เรือั
บ่าวไพร่ในจวนแม่ทัพหลี่วุ่นวายอยู่กับการช่วยกันทำบ๊ะจ่างั้แ่ฟ้ายังไม่สาง ตามประเพณีดั้งเดิมที่ทุกคนจะร่วมกันกินบ๊ะจ่างในวันเทศกาลแห่เรือั และยังต้องทำอีกส่วนหนึ่งไว้โยนพวกมันลงไปในน้ำอีกด้วย
พอทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยหลี่หยวนตงก็แจกจ่ายบ๊ะจ่างให้กับบ่าวไพร่ รวมทั้งทหารในจวนจนครบทุกคนเพื่อร่วมฉลองประเพณีสำคัญในวันนี้
หลังจากกินจนอิ่มท่านแม่ทัพใหญ่ก็แยกตัวเดินทางไปยังสถานที่จัดงานริมแม่น้ำก่อน เพราะบุรุษและสตรีถูกจัดที่นั่งชมขบวนแห่เรือไว้คนละที่ แต่เขาก็ยังกำชับหญิงสาวว่าได้ส่งหลินสวินไปคอยดูแลความปลอดภัยที่ศาลาฝั่งของนางไว้เรียบร้อยแล้ว
“บ่าวคิดว่าพวกเราจะมาเร็วไปด้วยซ้ำ ที่ไหนได้ข้างนอกนั่นมีคนเยอะเลยเ้าค่ะคุณหนู” เสี่ยวถิงกับเสี่ยวลู่ชะโงกหน้าออกมาจากรถม้าส่งเสียงตื่นเต้นกับความคึกคักของเทศกาลประจำปี
กลุ่มชาวบ้านหลายครอบครัวเลือกที่นั่งกันบนพื้นดินริมแม่น้ำ อีกด้านตลอดเส้นทางก็เป็แผงลอยขายอาหารหลากหลายชนิดโดยเฉพาะบ๊ะจ่างที่มีหลายร้าน มีเด็กกำลังเล่นว่าวและวิ่งซื้อขนมน้ำตาลกันขวักไขว่ไปหมด
“ดูเหมือนรถม้าจะเข้ามาได้เท่านี้เ้าค่ะ พวกเราคงต้องลงที่นี่ก่อน”
หลี่จื่ออิงก้าวลงมาจากรถม้าได้เพียงครู่เดียวก็มีทหารกลุ่มหนึ่งเดินเข้ามานำทางนางไปที่ศาลาริมน้ำที่อยู่ไม่ไกลเท่าใดนัก
นางถูกนำทางให้ขึ้นมายังศาลาที่ถูกสร้างขึ้นมาใหม่เพื่อชมขบวนแห่เรือหลังหนึ่งและยังได้รับการบอกกล่าวว่าบิดาของนางอยู่ในศาลาที่ห่างจากนางไปทางด้านขวาถัดไปอีกสองศาลา
บนศาลาโล่งกว้างขนาดใหญ่ ด้านหน้าฝั่งที่ติดกับแม่น้ำมีบันไดเตี้ยๆ ใช้เป็ทางเดินไปสู่แพไม้ที่ลอยอยู่ในน้ำ ส่วน้าก็จะมีที่นั่งสำหรับชมขบวนแห่เรือัใน่เช้า และมีการจัดการแข่งเรือพายยาวนานไปตลอดทั้งวัน
หญิงสาวตรงเข้าไปคำนับฮูหยินสูงวัยหลายคนที่นางรู้จักและเลือกนั่งลงบนเก้าอี้ในกลุ่มสตรีชั้นสูงที่มาจากตระกูลขุนนางใหญ่
ด้านหลังของนางเป็คุณหนูทายาทสายตรงจากหลายสกุล ส่วนบุตรสาวจากอนุภรรยาก็จะรวมกลุ่มกันอยู่บนเก้าอี้แถวหลังและบางครั้งก็จะเดินเข้ามาช่วยรินน้ำชาให้กับผู้าุโในสกุลของตนเป็ครั้งคราว เพราะบ่าวรับใช้ที่ติดตามสตรีเหล่านี้มาด้วยไม่ได้รับโอกาสให้ขึ้นมานั่งบนศาลา
“นั่นเซียงเอ๋อร์หรือ?” หญิงสาวเผลอรำพันออกมาเบาๆ
นางเห็นหรั่นเซียงหยูกำลังรินน้ำชาให้กับเสิ่นฮูหยินมารดาของฟู่หนานซีอยู่ไม่ไกล
ชาติก่อนนางมัวแต่ชะเง้อมองหาฟู่หนานซี ไม่ทันสังเกตเห็นคนทั้งคู่และยิ่งไม่รู้ว่าพวกเขารู้จักกันมาก่อนหรือไม่ แต่ชาตินี้เห็นได้ชัดว่าพวกเขาพูดคุยกันอยู่อีกหลายประโยค นางเห็นเสิ่นฮูหยินหยิบผลไม้ยัดใส่มือให้อีกฝ่ายเอาไปกินเล่นระหว่างชมเทศกาลด้วยซ้ำ!
หากพวกเขาสนิทสนมกันมาก่อนจริง เื่ที่นางเสนอให้ฟู่หนานซีรับหรั่นเซียงหยูมาเป็อนุภรรยาก็ดูจะเป็เื่ตลกไม่น้อย เพราะแท้จริงแล้วเสิ่นฮูหยินก็อาจหมายตาหรั่นเซียงหยูไว้ก่อนแล้วก็เป็ได้
“คุณหนูหลี่..น้ำชาเ้าค่ะ” เสียงแ่เบาดุจกิ่งหลิวพลิ้วไหวดังขึ้นข้างหูของหญิงสาว
นิ้วมือของหญิงสาวจิกเข้าหากันโดยพลัน ไม่ต้องหันไปมองนางก็รู้ว่าคนที่รินน้ำชาให้นางอยู่เวลานี้คือเถียนอี่ถง!!
เถียนอี่ถงมิใช่บุตรสาวที่เกิดจากอนุภรรยา ตามจริงแล้วที่นั่งของนางถัดไปจากหลื่จื่ออิงเพียงสองแถวเท่านั้นและไม่จำเป็ต้องลุกมาช่วยรินน้ำชาให้นางแต่อย่างใด แต่เป็เพราะหรั่นเซียงหยูอยู่บนศาลานี้ด้วยจึงได้กดดันให้เถียนอี่ถงลุกขึ้นมารินน้ำชาให้นาง
ชาติก่อนนางทำให้อีกฝ่ายอับอายด้วยการยกชาขึ้นมาดื่มหลายถ้วยเพื่อให้หญิงสาวต้องยืนรอรินชาให้นางอยู่ตรงนี้นานๆ แต่ชาตินี้นางไม่นึกอยากจะดื่มชาที่ส่งมาจากอีกฝ่ายแม้แต่อึกเดียว!
“อยู่ให้ห่างข้าไว้! ข้าไม่ดื่ม!” หญิงสาวไล่คนโดยไม่หันไปมองหน้า