บทที่ 2 มีชีวิตอยู่ให้เขาเหยียบย่ำ
ตอนที่เยี่ยอันอันฟื้นขึ้นมานั้น เธอก็นอนอยู่บนเตียงเล็กๆในห้องเก็บของ
ลู่ชือิบอกว่าเธอเหมาะที่จะนอนแค่ในห้องแคบๆมืดๆ แบบนี้เท่านั้นแหละ ฮีตเตอร์ไม่ร้อน แม้แต่ผ้าห่มก็ยังอับชื้น ห่มตัวก็ไม่ได้ช่วยให้อุ่นเลยสักนิดดีที่ตอนนี้เธอไม่ได้ใส่เสื้อคลุมอาบน้ำแล้ว แต่เป็เสื้อนอนหนาๆ
เยี่ยอันอันขดตัว เธอหลับตาลงอย่างหมดแรงเธอรู้สึกหนักและมึนหัวมาก หน้าผากก็ร้อนผ่าว เธอกำลังเป็ไข้สูงอยู่
ปากเธอก็แห้งซะจนลอกไปหมด เธออยากจะดื่มน้ำร้อนแต่ร่างกายก็ไร้เรี่ยวแรงเธอลุกไม่ขึ้นแล้วก็ไม่อยากลุกออกจากตรงนี้ด้วย
ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าไหร่ ประตูห้องก็มีคนเปิดออกกะทันหัน
เสียงรองเท้าส้นสูงดังขึ้น
เยี่ยอันอันพยายามลืมตาขึ้น พอเห็นใบหน้าคนที่มาร่างกายที่ตอนแรกเพิ่งจะอุ่นขึ้นก็เย็นลงกะทันหัน
คนที่เข้ามาก็คือเซิ่นมู่เสวี่ย เธอเป็คู่สร้างคู่สมแล้วก็เป็แฟนคนปัจจุบันของลู่ชือิ
“เยี่ยอันอัน นี่มันเที่ยงแล้วนะ ทำไมแกยังไม่รีบลุกไปดูแลคุณป้าอีก”
หลังจากคุณนายลู่กลายเป็เ้าหญิงนิทรานั้นหน้าที่ดูแลร่างกาย นวดให้เืไหลเวียนก็เป็เยี่ยอันอันที่ทำคนเดียว
แต่ตอนนี้เธอกำลังป่วยหนักอยู่
“ฉัน...” เธอคิดจะอธิบาย แต่เสียงของเธอก็แหบมาก
เซิ่นมู่เสวี่ยไม่รอเธอให้พูดจบ ก็เลิกผ้าห่มเธอออกทันที
ความเย็นที่เข้ามากะทันหัน ทำให้เย่อันอันหนาวจนสั่นไปหมดทั้งตัว
“เยี่ยอันอัน เธอคิดจะแอบอู้ใช่ไหม!” เซิ่นมู่เสวี่ยกระชากผมเธอดึงตัวเธอขึ้นมาจากเตียง
“คุณป้ายังรอให้แกไปชดใช้กรรมที่โรงพยาบาลอยู่นะแกคิดจะไม่ไปงั้นเหรอ”
“ฉันไม่สบาย...” เยี่ยอันอันโดนกระชากผมจนเจ็บเธอคิดจะสะบัดออกแต่แขนเธอก็อ่อนแรงมาก จึงไม่มีทางสะบัดออกได้เลย
“ถึงไม่สบาย แกก็ต้องไป” เซิ่นมู่เสวี่ยใช้เล็บจิกตรงเอวเธอ “เยี่ยอันอันนี่มันเป็คำสั่งของ
ชือินะ แกรู้ไหมว่าเมื่อคืนตอนที่แกใกล้จะแข็งตายเขาพูดอะไร”
เยี่ยอันอันส่ายหัว เธอไม่อยากฟังคำพูดต่อไปของเซิ่นมู่เสวี่ยเลย
“เขาบอกว่าจะให้โยนแกทิ้งไปที่ทะเลสาบตรงสวนดอกไม้อย่ามาตายตรงประตูบ้านเชียวนะ เพราะมันทำให้บ้านเขาอัปมงคลซะเปล่า”
เซิ่นมู่เสวี่ยยังคงพูดประโยคนั้นออกมา ประโยคที่แทงใจดำเหมือนมีดที่แหลมคม
“ฉันเป็คนไปขอร้องชือิหรอกนะ เขาถึงยอมให้แกกลับมาฉันไม่อยากให้แกตายไปแบบนี้ ฉันอยากให้แกมีชีวิตอยู่ต่อไปให้ฉันเหยียบย่ำดูถูก” คำพูดใจร้ายของเซิ่นมู่เสวี่ยนั้น ทำให้ใบหน้าที่งดงามของเธอดูอัปลักษณ์ทันที“ฉันอยากให้แกรู้ว่า ทั้งชาตินี้ แกก็เป็ได้แค่หมาตัวหนึ่ง ได้แต่ใช้ชีวิตต่ำๆ อยู่ภายใต้เท้าฉันเท่านั้น”
หลังจากที่เกิดเื่กับคุณนายลู่ เซิ่นมู่เสวี่ยก็กลายเป็แฟนของลู่ชือิผู้หญิงคนนี้ คิดหาวิธีต่างๆ มาทรมานเย่อันอัน
เยี่ยอันอันทนต่อไปไม่ไหวแล้ว เธอจึงผลักเซิ่นมู่เสวี่ยออกไปอย่างแรง
เซิ่นมู่เสวี่ยที่ใส่รองเท้าส้นสูง เธอไม่ได้ยืนดีๆจึงล้มลงก้นกระแทกพื้นพอดี
“แกกล้าผลักฉันงั้นเหรอ” เซิ่นมู่เสวี่ยพูดอย่างไม่อยากจะเชื่อตัวเอง
“เซิ่นมู่เสวี่ย เธออย่ารังแกคนให้มันมากเกินไปนะฉันทนเธอไปตลอดไม่ได้หรอก”
ในตอนนั้น ข้างนอกก็มีเสียงคนเดินเข้ามา ลู่ชือิเข้ามาพอดี
เซิ่นมู่เสวี่ยเปลี่ยนสีหน้าทำเป็ร้องไห้เหมือนโดนรังแกขึ้นมาทันทีเธอจับข้อเท้าพร้อมร้องไห้
“อันอัน ฉันก็แค่เป็ห่วงเธอว่าเที่ยงแล้วทำไมยังไม่ตื่นอีกถ้าเธอไม่ต้อนรับฉัน ฉันไปก็ได้ ไม่เห็นต้องผลักฉันเลย...”
“เยี่ยอันอัน นี่เธอรังแกเซิ่นมู่เสวี่ยอีกแล้วเหรอ” ลู่ชือิเดินเข้ามากอดเซิ่นมู่เสวี่ย
เซิ่นมู่เสวี่ยซบอกลู่ชือิพร้อมทำท่าทางน่าสงสาร“ชือิ ฉันเจ็บข้อเท้าจังเลย...”
ทั้งๆ ที่ข้อเท้าเธอไม่ได้เป็แผลอะไรด้วยซ้ำแต่ลู่ชือิก็ยังคงโมโหมาก
“เยี่ยอันอัน เมื่อคืนฉันไม่ควรให้เธอเข้ามาจริงๆ” ดวงตาดำขลับของเขาจ้องเยี่ยอันอันอย่างดุร้าย“ผู้หญิงชั่วช้าอย่างเธอ ควรจะให้หนาวตายไปซะ”
ใจของเยี่ยอันอันนั้นเ็ปมาก
เธอหลับตาลงอย่างหมดแรง
เพราะไข้ขึ้นทำให้เธอปวดหัวจนรู้สึกหัวแทบแตกสติก็เลื่อนลอย เหมือนเธอกำลังเดินอยู่บนทะเลที่มันไม่อยู่นิ่ง
“ลู่ชือิ ทั้งๆ ที่ฉันรักคุณขนาดนี้ แต่ทำไมคุณถึงต้องทำแบบนี้กับฉันด้วย” เพราะอาการป่วยทำให้เธออ่อนแอมากขึ้น เธอน้ำตาไหลแล้วถามด้วยเสียงที่แหบแห้ง “ไม่เชื่อใจฉัน ทรมานฉัน ด่าฉันว่าเป็ผู้หญิงชั้นต่ำ...ลู่ชือินี่คุณอยากจะเอาชีวิตฉันจริงๆ ใช่ไหม”
ดวงตาที่ชุ่มไปด้วยน้ำตานั้น มองลู่ชือิด้วยความเรียบเฉยและความสิ้นหวัง
“คุณจะต้องบีบบังคับให้ฉันตายใช่ไหม”