บทที่ 24 หงส์ปะทะหงส์
รถม้าจวนสกุลเฉินเดินทางจากจวนไปยังจวนสกุลจ้าวแล้วเดินทางต่อไปที่ตำหนักของไทเฮาทุกๆสามวัน เกิดขึ้นเป็ภาพปกติ
ข่าวลือเกี่ยวกับคุณหนูเล็กจ้าวกับแม่ทัพเฉินยิ่งทวีความเร้าร้อนเมื่อทั้งสองคนเริ่มไปไหนมาไหนด้วยกันโดยที่ไม่มีใครรู้เลยว่านั่นเป็คำสั่งของโอรส์และไทเฮาที่อยากให้เฉินจือหานได้แต่งงานเร็วๆ
เมื่อถึงหน้าตำหนักของไทเฮามือบางก็ยื่นมือออกมาให้เฉินจือหานรอรับชายหนุ่มที่ลงมาจากรถม้าก่อนก็รับมือบางให้ลงมาจากรถม้ามือบางขาวเนียนัักับฝ่ามือที่หยาบกร้านของแม่ทัพแต่เป็ภาพที่ทำเอาเหล่านางกำนัลและขันทีของไทเฮายิ้มออกมาทันที
ทั้งสองคนช่างเหมาะสมกันเหลือเกินแม้เวลาปกติจะเล่นบทพ่อแง้แม่งอน แต่ความสนิทสนมนั้นถือว่าคืบหน้ามากทีเดียวถือว่าการช่วยเหลือของเ้านายทั้งสองได้ผล!
“ท่านยายข้าพาคุณหนูเล็กจ้าวมาแล้ว” เฉินจือหานทักทายหญิงชราที่กำลังปักผ้าอยู่เมื่อได้ยินก็เงยหน้าขึ้นมายกยิ้มให้หลานชายตัวดีกับหญิงสาวลูกสาวของจ้าวอันหรานที่นางมักจะเรียกหาให้มาคุยเล่น
ก็นางเอาใจคนแก่ได้ดีนัก!
“มานั่งนี่สิมาช่วยข้าปักถุงหอมเร็วๆ เ้าก็มาด้วยเฉินจือหาน” หนุ่มสาวทั้งสองเดินเข้าไปตามที่ผู้ใหญ่ว่า
่หลังมานี้ั้แ่เฉินจือหานได้ทำความรู้จักกับจ้าวซินเยว่มากขึ้นผู้คนรอบข้างก็รู้สึกว่าเขาแสดงมุมที่ไม่มีใครเคยเห็นมาก่อนบ่อยๆทั้งยังมักจะทำอะไรละเอียดอ่อน ยิ่งถ้าเื่ไหนเกี่ยวกับคุณหนูผู้นั้น แม่ทัพยิ่งประณีตทุกอย่างต้องดีที่สุด และปลอดภัยที่สุด
เป็ความอ่อนโยนในแบบของเฉินจือหานที่มอบให้จ้าวซินเยว่ทีละน้อยทั้งยังเถียงจ้าววินเยว่น้อยลง ออกแนวหาเื่แล้วก็นั่งฟังหญิงสาวบ่นราวกับเสียงบ่นพวกนั้นคือความสุขของเขา
ใดๆก็ตาม เด็กๆ ล้วนเป็ความสุขของคนแก่ ไทเฮายกยิ้มอย่างอิ่มเอม
“ทูลไทเฮาฮองเฮามาขอเข้า...” นางกำนัลตำหนักไทเฮายังไม่ได้จะกล่าวจบหงส์ในชุดสีน้ำเงินก็เดินเข้ามาภายในตำหนักด้วยใบหน้าที่เชิดขึ้นเล็กน้อยพร้อมกับรอยยิ้มที่เรียบเย็น
“ถวายพระพรท่านแม่”ฮองเฮาทักทายพอเป็พิธีไม่ได้แสดงว่าตนเองอยู่สูงหรือต่ำกว่า
“ถวายพระพรฮองเฮา”จ้าวซินเยว่วางถุงหอมในมือที่กำลังปักลงพร้อมกับคุกเข่าทำความเคารพอย่างสุภาพหางตาของฮองเฮาชายต่อมองก็จำได้ทันที
สตรีที่ทำให้นางกับคนของนางดูแย่และยังคว้าเฉินจือหานไปได้อีก ลูกสาวของจ้าวอันหราน นามของนางคือ จ้าวซินเยว่
“ถวายพระพรท่านป้าสะใภ้ ข้าเรียกเช่นนี้ท่านคงไม่ว่าอะไร”เป็เฉินจือหานที่พูดจบก็ยกยิ้มมุมปากอย่างไม่เกรงกลัวก่อนจะสะกิดให้จ้าวซินเยว่ลุกขึ้นไปนั่งที่นั่งข้างๆ ตนเอง
“จะว่าอะไรเ้าเล่าจือหาน คนกันเองทั้งนั้น”แม้ในใจจะรู้สึกเกลียดชังแต่นางก็ต้องยิ้มรับเอาไว้เพื่อรักษาไมตรีกับตระกูลเฉินเอาไว้ก่อนจะไปนั่งที่แขกที่มีตำแหน่งใหญ่ที่สุดโดยไม่รอให้ไทเฮาเชิญ
“พึ่งรู้ว่าท่านแม่ชมชอบให้ลูกสาวของจ้าวอันหรานมาปรนนิบัติ”ฮองเฮาพูดกับไทเฮาพลางปรายตามองจ้าวซินเยว่ที่นั่งมองต่ำ ตามมารยาท
“หากเ้าคิดจะให้หลิวลู่เสียนลูกเลี้ยงเสิ้นอ้ายมาบ้างข้าคงต้องปฏิเสธ ข้ามิได้ชอบลูกสาวของจ้าวอันหราน แต่ข้าชอบจ้าวซินเยว่ต่างหาก”ไทเฮาพูดดักคออย่างรู้ทัน
“โปรดขนาดนี้อีกหน่อยคงได้ตำแหน่งท่านหญิงกันทั้งแม่ทั้งลูกกระมัง”ฮองเฮาแสยะยิ้มด้วยความขยาดกลั่วกับคำพูดประชดประชันไทเฮาที่ช่างเอาใจสตรีสกุลจ้าวเสียเหลือเกิน
“นั่นสิข้าไม่เคยคิดเื่นั้นมาก่อนเลย ขอบคุณเ้าที่ชี้แนะ”ไทเฮาก็ไม่ได้หลงไปกับคำประชดประชันเช่นนั้น กลับตอบกลับไปอย่างชาญฉลาดทำให้ใบหน้าของฮองเฮามืดลงหลายส่วน ทางหนุ่มสาวที่นั่งคู่กันยกยิ้มมุมปากขึ้นมา
“จ้าวซินเยว่เก่งกาจด้านดนตรีความสามารถประจักษ์ จะให้ตำแหน่งนางเพื่อเป็แบบอย่างก็คงไม่ใช่เื่แปลกอะไรจริงไหม” ไทเฮาย้ำต่อ
“หามิได้ ตัวข้ายังเด็กนักไม่ได้เก่งกาจอย่างที่ผู้คนเล่าลือ เพียงแต่อาจจะมีพร์มากกว่าคนอื่นอยู่บ้างแต่ก็ไม่คู่ควรเป็ตัวอย่างให้ใคร... ด้านความพยายาม”เพราะนางในชาตินี้มิต้องพยายาม ก็สามารถเล่นดนตรีได้เก่งกาจจากความพยายามยุคที่จากมาต่างหาก จ้าวซินเยว่ไม่ได้กล่าวประโยคหลังเสริมแต่ก็แสดงความโอ้อวดได้อย่างชัดเจนจนน่าหมั่นไส้
ส่วนฮองเฮาได้ฟังคำโอ้อวดของจ้าวซินเยว่ก็แสยะยิ้มเพราะคิดว่าสตรีน้อยนางนี้โอ้อวดตนเองเกินไปแล้วมีความสามารถไม่ได้พยายามเท่าคนอื่นหรือ? น่ารำคาญจริง
“ถ่อมตนเช่นนี้ก็ไม่ดีนักนะเ้าต้องหัดน้อมรับคำชมเสียบ้าง ฮองเฮากล่าวว่าเ้าเหมาะสมกับตำแหน่งท่านหญิงมิใช่สตรีจากบ้านป่าเช่นคนอื่นมอง ก็ต้องขอบคุณสิ” ไทเฮาเสริม
“ขอบคุณฮองเฮา ที่เห็นความสามารถของข้า”จ้าวซินเยว่ยกยิ้มหวานให้กับนางหงส์ที่ทำหน้าเหยเกเพราะถูกหงส์เฒ่าผู้นี้ดักทางเสียหมด
ฮองเฮาเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยอย่างไม่สนใจส่วนจ้าวซินเยว่ก็หันไปยกยิ้มให้เฉินจือหานที่ยิ้มมุมอย่างสาแก่ใจเช่นกัน
“แล้วฮองเฮามาพบข้ามีเื่อะไรกันหรือ” เมื่อเล่นงานหงส์ตัวน้อยในสายตาจนพอใจ ไทเฮาก็พูดเข้าเื่
“เดี๋ยวนี้ข้าจะมาเยี่ยมท่านบ้าง ต้องมีเื่ก่อนหรือ” ฮองเฮาถามไทเฮายกยิ้มก่อนจะยกน้ำชาขึ้นจิบเล็กน้อยก่อนจะตอบ
“ปกติเ้ามาที่นี่จำต้องมีเหตุด่วนเหตุร้ายข้าเลยไม่รู้ว่าเ้าสามารถมาหาข้าเฉยๆ โดยไม่มีเหตุได้ ต้องขอโทษเ้าจริงๆ”ไทเฮาตอบอย่างผู้ชนะอีกครั้ง แต่ฮองเฮาก็หัวเราะในลำคอออกมา
“นั่นสินะเ้าคะอันที่จริง ก็มีเื่อยู่” ฮองเฮาส่งสัญญาณ ก่อนที่ร่างของนางกำนัลผู้หนึ่งที่ถูกทำร้ายอย่างแสนสาหัสจะถูกโยนมาไว้ตรงหน้าทุกคนไทเฮาแสดงสีหน้าใ ขณะที่ฮองเฮายกยิ้ม
“เหตุใดท่านแม่ถึงทำหน้าเช่นนั้นเ้าคะ”ฮองเฮาเอ่ยถามตามมารยาท
บ่าวคนนี้เป็คนของไทเฮาที่เข้าไปสืบในตำหนักเฟิงหวงเดิมทีฮองเฮาก็จะปล่อยไป เพราะเื่ของตำหนักเฟิงหวง จะรู้หรือไม่รู้ไทเฮาผู้นี้ก็ไม่มีปัญญาจะทำอะไรได้ทั้งนั้น
แต่เพราะถูกหักหน้าในงานชมดอกไม้ทั้งไทเฮายังยกย่องบุตรของจ้าวอันหราน และทำอะไรไม่ให้เกียรตินางหลายครั้ง นางจึงจับนังบ่าวผู้นี้มาลงโทษแทนนายของมันแน่นอนว่าตอนนี้มันแทบจะเป็บ้าและไม่มีสติเพราะยาบางอย่างที่นางให้กิน
“ข้าจับนางได้ตอนที่นางจะเอาเื่ในตำหนักเฟิงหวงไปบอกคนอื่น ตอนแรกข้าจับมันได้มันก็ไม่พูดอะไรแต่พอลงโทษหนักเข้ามันก็พูดเช่นนี้” ฮองเฮาส่งสัญญาณให้บ่าวของตนเองจัดการ
นางกำนัลผู้หญิงก้มลงไปจิกหัวนางกำนัลที่ถูกทำร้ายสภาพใบหน้าแทบจะดูไม่ได้
“ใครสั่งให้แกทำแบบนี้!” นางกำนัลตวาด
“ทะไทเฮา ไทเฮา เป็คน สั่ง” เสียงเปราะบางของนางกำนัลผู้นั้นกล่าวอย่างไร้เรี่ยวแรงสภาพแบบนี้จ้าวซินเยว่รู้ทันทีว่าฮองเฮาผู้นี้ใช้ยากล่อมประสาทกับอีกฝ่าย
ส่วนไทเฮาที่ได้ยินเช่นนั้นก็หน้าถอดสี
“มันคงจะกล่าวโกหกเพื่อเอาตัวรอดอย่างไร ก็รบกวนท่านแม่ลงโทษมันด้วย ข้าต้องขอตัวก่อน”
ฮองเฮายกยิ้มอย่างผู้ชนะก่อนจะเดินออกไปเมื่อคนของฮองเฮาออกไปนางกำนัลของไทเฮาก็เข้าไปประคองคนเจ็บทันที
“พวกเ้ากลับไปก่อนเถอะข้าไม่เรียกไม่ต้องเข้ามา และเื่วันนี้อย่าบอกใครเด็ดขาด”แม้ไทเฮาจะพูดอย่างนั้นแต่จ้าวซินเยว่คิดว่าอย่างไรคนของฮองเฮาก็คงต้องเอาเื่นี้ไปบอกต่อแน่ๆ ดูท่าทางการเมืองในวังหลังจะหนักแน่นยิ่ง
“เช่นนั้นท่านยายก็รักษาตัวข้าจะส่งคุณหนูจ้าวถึงจวนแน่นอน”
ทั้งสองคนทำความเคารพและเดินออกจากตำหนักโดยไม่มีคนเดินออกมาส่งแม้สักคนเดียว
... ... ...
หลังจากที่กลับมาจากตำหนักของไทเฮาจ้าวซินเยว่ตรงกลับเรือนของตนในสกุลจ้าวทันที โดยมีเฉินจือหานมาส่งถึงที่หมายและไม่ยอมออกไปไหน
วันนี้ทั้งสองคนกลับจากตำหนักของไทเฮาค่อนข้างเร็วจ้าวซินเยว่จึงว่างแต่ก็ไม่อยากออกไปข้างนอกส่วนเฉินจือหานกล่าวว่าตนขอนอนพักผ่อนที่ศาลาข้างนอกเรือน จ้าวซินเยว่ไม่ได้ห้ามและออกมานั่งอ่านตำราที่นั่นด้วย
สายลมพัดผ่านผมยาวของหญิงสาวลู่ไปตามผิวบาง มือบางถือหนังสือในมือส่วนเฉินจือหานนอนลงที่ม้านั่งยาวอันเดียวกัน
“แม่ทัพข้าจะอ่านหนังสือ” เสียงหวานกล่าวทันทีที่มือหนาฉกฉวยเอามือของนางไปจับพลางใช้นิ้วมือลูบและถือวิสาสะขยับขึ้นมานอนบนตักนิ่มของสตรีอย่างหน้าไม่อาย
“ข้าเพียงััของของข้าเท่านั้น”เฉินจือหานไม่พูดเปล่า ชายหนุ่มยกมือบางในมือมาจูบเบาๆ ที่หลังมือทั้งที่สายตาของมองนาง
“นี่มือข้าไม่ใช่ของท่าน”
“สัญญาที่เมืองเว่ยเ้าลืมแล้วหรือ แลกกับการพาเ้าไปเที่ยวเล่น ส่วนหนึ่งของร่างกายเ้าจะเป็ของข้าอยากทำอะไรตอนไหนก็ได้ เ้าเป็คนตอบตกลงเองนะ” เฉินจือหานจับมือบางไว้แน่นส่วนจ้าวซินเยว่ได้ยินเช่นนั้นก็เอียงคอนึก
สิ่งแรกที่นางคิดถึงในงานเทศกาลวันนั้นกลับเป็เื่ที่บุรุษผู้นี้ฉวยโอกาสนางแต่คิดไปคิดมา ตอนที่นางไม่ได้สติดี นางเหมือนจะตอบตกลงไปจริงๆ
“ใช่ไหมล่ะ”ดวงตาคมแสดงท่าทางผู้ชนะ พลางยกยิ้มแล้วเอามือบางมาถูข้างแก้มตนเอง
“ข้าไม่เถียงด้วยแล้วเ้าค่ะ”จ้าวซินเยว่ยอมแพ้ นางยอมให้อีกฝ่ายทำตามใจ และนางก็หันมาสนใจในมือของนางต่อ
เฉินจือหานวางบางมือที่อกตนโดยที่มือข้างหนึ่งของเขาประคองพลางลูบมันเบาๆใบหน้าคมคายค่อยๆ หลับตาลงโดยที่หนุนตักหญิงสาวอยู่ กลิ่นจางๆของอีกฝ่ายที่พักมากับสายลมทำให้ตนรู้สึกสงบใจได้อย่างประหลาด
ยามนี้ไม่มีบ่าว ไม่มีคนอื่น มีเพียงหนุ่มสามสองคนที่กำลังพักผ่อนอย่างสงบ
“จ้าวซินเยว่หากเป็เ้า เ้าจะหาทางจับโจรยังไงหรือ”
ท่ามกลางความเงียบเฉินจือหานก็ถามคำถามที่นางไม่คิดว่าจะได้ยิน หญิงสาวขมวดคิ้วกลางก้มลงมองใบหน้าที่นอนหลับตาอยู่
“ทำไมถึงมาถามข้าเล่า”
“แค่อยากถามเ้าอยากรู้ว่าเ้าจะทำเช่นไร ถึงจะให้โจรออกมาจากเงามืด”
จ้าวซินเยว่เอียงคอใช้ความคิดอยู่พักหนึ่งเื่นี้ที่เฉินจือหานถาม คงเป็เื่เกี่ยวกับ จูเชว่ผู้นั้นนี่หรือเปล่าที่สตรีชุดแดงว่านางมีผลต่อการตัดสินใจของเฉินจือหาน
“ถ้าเป็ข้าหากอยากหาว่าใครขโมยของของข้า ก็คงจะเอาของไปล่อ” จ้าวซินเยว่วิเคราะห์ตื้นๆแต่เฉินจือหานกลับรับฟังอย่างตั้งใจ
“ว่าต่อสิเอาของล่อแล้วอย่างไรต่อ” เฉินจือหานถาม
“หากมีคนจะขโมยหนังสือของข้าข้าก็จะเอาหนังสือหลอกล่อ หากผู้ต้องสงสัยมีหลายคนข้าจะจงใจบอกสถานที่ซ่อนที่แตกต่างกัน เพื่อจะดูว่าหนังสือปลอมเล่มไหนหายไปก็จะสามารถระบุตัวคนร้ายได้”
“นั้นสินะง่ายๆ เท่านี้ เหตุใดข้าถึงคิดไม่ออก”
“แต่ก็ต้องระบุของที่โจรอยากได้ได้อย่างชัดเจนนะเ้าคะ หากของที่ใช้หลอกล่อไม่มีค่ามากพอ โจรก็คงจะไม่โผล่ออกมาเราก็คงต้องเสียเวลา เสียของหลอกล่อไปเปล่าๆ” จ้าวซินเยว่เสริมต่อ
“นั่นสินะ”เฉินจือหานเองก็หนักใจในส่วนนี้ ไม่รู้ว่าจะเอาสิ่งใดมาหลอกล่อให้ จูเชว่ในเงามืดผู้นั้นออกมา หากรู้ว่าเป้าหมายที่จะใช้ล่อมันออกมาคืออะไรก็คงจะง่ายขึ้น
“ท่านจะไปจับโจรที่ใดหรือ”จ้าวซินเยว่ถาม
ใบหน้าหล่อเหลาค่อยๆลืมตาสบเข้ากับดวงตาสวยที่ก้มมองอยู่ ก่อนจะยกยิ้มบางเบา
“จับเ้าไงโจรขโมยหัวใจของข้า” เฉินจือหานพูดจบก็ยกมือบางที่จับอยู่มาจูบเบาๆทั้งยังส่งสายตามีความหมายให้จ้าวซินเยว่ไม่ลดละ จนใบหน้าสวยร้อนผาวขึ้นสีต้องเงยหน้าหันไปทางอื่น
แต่เขาก็เห็นหูของนางที่ขึ้นสีมากอยู่ดี
นางน่าเอ็นดูแบบนี้ไงเขาถึงเสพติดการกลั่นแกล้งนาง ยามที่นางเขินอายเช่นนี้ทำให้เขารู้สึกใจฟองฟูขึ้นมารอยยิ้มแห่งความสุขถูกนำออกมาใช้เพิ่มกับคนอีกคน
ไม่รู้เลยว่าั้แ่เมื่อไหร่แต่เฉินจือหานค่อนข้างมั่นใจว่าความรู้สึกที่เป็อยู่มันไม่ใช่เพียงบุรุษผู้หนึ่งที่ชมชอบสนใจสตรีทั่วๆไป
จะพูดว่ารักก็ไม่เกินไปเลยสักนิดและดูเหมือนความสม่ำเสมอของเขาจะส่งผลให้อีกฝ่ายยกระดับตนขึ้นมามากขึ้นเรื่อยๆ
...เมื่อไหร่จะยอมใจอ่อน ให้พาแม่สื่อมาสู่ขอกันนะ? อยากอยู่กับเ้าใจจะขาดแล้ว