"มันเกิดอะไรขึ้นกันเเน่ ล่าสุดจำได้ว่าข้าเดินพลาดตกบันไดลงมานี่นา เเล้วเหตุใดข้าจึงมาโผล่ในร่างของเด็กนี่ได้กันละเนี่ย"
"เเล้วนี่มันบ้าอะไรกัน ใช่รายการล้อกันเล่นหรือเปล่าเนี่ย เเต่ต่อให้ใช่มันก็ไม่น่าถึงขนาดนี้นี่นา"
โม่ฟานนั้นรู้อยู่เเล้วว่านี่มันไม่ใช้การเเกล้งกันเล่นอย่างเเน่นอนเพราะทุกอย่างมันดูสมจริงไปหมด จึงสรุปได้อย่างเดียวเท่านั้นคือิญญาของเขาถูกส่งมายังร่างของเด็กคนนี้
"หากเป็เช่นนั้นจริงๆละก็ทุกอย่างก็จะลงตัว"
"เอาเถอะ ถึงบ่นไปมันก็ไม่ได้อะไร ว่าเเต่เ้าของร่างที่ชื่อเอเลนนี่มันเป็คนยังไงหว่า" การที่โม่ฟานจะสามารถใช้ชีวิตในร่างใหม่นี้ได้เขาก็จำเป็ต้องรู้เกี่ยวกับเื่ราวของชายผู้นี้ก่อน
ทันทีที่โม่ฟานเริ่มสำรวจเข้าไปในความคิดของร่างใหม่นี้ ความทรงจำของเอเลนซึ่งเป็เ้าของร่างก็ได้ถูกถ่ายทอดออกมาทั้งหมด
เเต่ทันทีที่โม่ฟานได้รับรู้ถึงข้อมูลของร่างใหม่ของตนนั้นใบหน้าของเขาก็บิดเบี้ยวอย่างน่าเกลียดน่ากลัวด้วยความผิดหวัง
เอเลน เป็เด็กชายอายุ 12 ปี ที่ร่างกายอ่อนเเอเพราะโรคร้ายที่เขาได้รับมาตั้งเเต่เกิด ทำให้เขามีโครงสร้างร่างกายที่เล็กกว่าเด็กวัยเดียวกัน อีกทั้งพัฒนาการทางด้านสติปัญญาของเขายังต่ำตมเท่ากับเด็ก 3 ขวบอีกด้วย ด้วยท่าทางลักษณะเหมือนเด็กปัญญาอ่อนเข่นนี้นี่เองเขาจึงถูกปฏิบัติเหมือนเป็ตัวตลกจากคนในหมู่บ้านจนถูกรังเเกอยู่เสมอๆ
ถึงเเม้ว่าตัวโม่ฟานจะพอเดาได้อยู่เเล้วว่าเ้าของร่างนี้จะต้องมีปัญหาบางอย่างเเน่นอน เเต่เขาไม่เคยคิดเลยว่าปัญหามันจะใหญ่โตเช่นนี้
เเต่สิ่งที่น่าใยิ่งกว่านั้นคือ สภาพความเป็อยู่ของโลกใบนี้
ในโลกใบนี้เเม้ว่าเทคโนโลยีเเละความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์จะเทียบได้กับ่ศัตวรรษที่ 17 เท่านั้นเเต่กับมีบางสิ่งบางอย่างเข้ามาทดเเทน
นั้นคือศาสตร์เเห่งการต่อสู้เเละเวทย์มนต์นั่นเอง!!!
ในโลกใบนี้พละกำลังเเละความเเข็บเเกร่งเท่านั้นที่สามารถมีที่ยืนบนโลกนี้ได้ เหล่าผู้ที่อ่อนเเอล้วนเเล้วเเต่กลายเป็เเท่นเหยียบให้กับผู้เเข็งเเกร่ง
เเต่สิ่งนี้ทำให้ตัวโม่ฟานตื่นเต้นจนตัวสั่น
ในชีวิตที่เเล้วของโม่ฟานก่อนที่โลกจะเข้าสู่่สงบสุข หลากหลายขุนอำนาจในเเต่ละประเทศต่างทำการสวครามรูปเเบบต่างๆเพื่อสร้างอิทธิพลเเละอำนาจให้เเก่ตนเอง ไฟาที่เกิดขึ้นลามไปทั่วทั้งทวีป ทุกๆประเทศต่างเกิดสมรภูมิขึ้นอย่างไม่หยุดหย่อน เเละตัวโม่ฟานที่เป็เด็กกำพร้านั้นเขาก็ได้ตัดสินใจดำเนินชีวิตบนเส้นทางของทหารรับจ้างที่เต็มไปด้วยกลิ่นคาวเื ตลอดชีวิต 60 ปีของเขา เขาได้ทุ่มเทตัวตนให้การศาสตร์เเห่งการต่อสู้ต่าง ทั้งการใช้อาวุธเเละการต่อสู้ในระยะประชิด เข้าร่วมาหลากหลายประเทศเเล้วเเต่ผู้ที่จ้างวาน เขาได้เข่นฆ่าผู้คนไปเเล้วมากมายกว่าหลายหมื่นคนในเเต่ละสมรภูมิที่เขาได้เผชิญ เขาคือสุดยอดทหารรับจ้างที่น่าหวาดเกรงเเม้เเต่กับพวกเดียวกัน ทำให้เขาได้ชื่อว่าเป็เทพา
ไม่ว่าจะเป็มิตรหรือศัตรูเพียงเเค่ได้ยินนามเทพาของโม่ฟานก็ทำให้พวกเขาขนลุกขนพองด้วยความหวาดกลัว ไม่ว่าจะเป็องค์กรหรือประเทศที่เเข็งเเกร่งมาจากไหนก็ไม่กล้าที่จะท้าทายนามของเทพเเห่งา
ชื่อเทพาของโม่ฟานไม่ได้มีไว้เพียงเเค่ประดับที่เขาได้รับสมญานามเช่นนี้มาก็เพราะว่าไม่ว่าจะเป็งานที่โหดหินเเค่ไหนหรือจะเป็สมรภูมิที่โหดร้ายเพียงใดเขาก็สามารถทำให้มันสำเร็จอย่างลุล่วง ่ชีวิตของเขาอาจเรียกได้ว่าเป็จุดสูงสุดของเหล่านักสู้เเห่งยุคก็เป็ได้
เเต่เเล้วโชคชะตาของเขาก็กลับต้องมาพลิกผันเพราะหลังจากมีการร่างสัญญาสงบศึกระหว่างประเทศทำให้าเเละความขัดเเย้งที่เกิดขึ้นถูกขจัดออกไปจึงทำให้เขาไม่สามารถเข้าต่อสู้เข้นฆ่าผู้อื่นได้อีกราวกับว่าเขาเป็พยัคฆ์ร้ายที่ถูกถอดเขี้ยวเล็บ
เขาจึงได้ตัดสินใจใช้ชีวิตบ้านปลายอย่างเงียบสงบอย่างไร้จุดหมายรอคอยเวลาตายของตนมาถึงอย่างเงียบๆเท่านั้น ถึงเเม้ว่าจะเป็อย่างนั้นเเต่ในใจของเขาก็ยังคงมีประไฟเเห่งการต่อสู้อยู่ เขายังคงเฝ้าฝันถึง่เวลาที่ตนจะได้โลดเเล่นในสมรภูมิอีกครั้ง เเต่ตัวเขาก็ไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าฝันของตนจะเป็จริงได้ในคราวนี้
ถึงเเม้ว่าสภาวะร่างกายที่อ่อนเเอของเอเลนอาจทำให้การทำตามความฝันของเขาลำบากไปบ้าง
เเต่ถึงจะเป็อย่างนั้นตัวโม่ฟานก็ไม่คิดจะย่อท้อเเม้ว่าต้นทุนของเขาจะต่ำกว่าผู้อื่นเเต่ด้วยความมุมานะอันใหญ่เขาจะต้องสามารถเปลี่ยนเเปลงร่างกายนี้อย่างเเน่นอน
ในตอนนี้โม่ฟานได้เเต่ปัติญาณกับตนเองอย่างเงียบๆเท่านั้น
"เอเลนเ้ามัวทำบ้าอะไรอยู่ หากไม่รีบกลับบ้านละก็มันจะค่ำเสียก่อนนะ" เสียงของหญิงสาวเมื่อครู่ดังก้องมาจากด้านหลังของโม่ฟาน
หญิงสาวผู้นี้เดินตรงมาที่ตัวเขาพร้อมเริ่มลากตัวเขาอีกครั้งทำราวกับว่าเขาเป็เด็กอนุบาล
เเต่ตัวโม่ฟานก็ไม่คิดขัดขืนเเต่อย่างใด
ในความทรงจำของเอเลน หญิงสาวผู้นี้มีนามว่า ลิซ่า บ้านของพวกเขาทั้งสองนั้นตั้งอยู่ใกล้กันทำให้พวกเขารู้จักกันมาตั้งเเต่เด็ก เธอผู้นี้เปรียบเสมือนพี่สาวที่คอยปกป้องเอเลนจากเหล่าอันตพาลภายในหมู่บ้านเสมอ
เเต่ถึงเเม้ว่าตัวเธอจะสนิทกับเอเลนก็ตามเเต่สถานะของเธอกลับเเตกต่างจากเอเลนโดยสิ้นเชิง ลิซ่านั้นนับได้ว่าเป็อัจฉริยะอันดับ 1 ภายในหมู่บ้านเเห่งนี้ ทั้งสติปัญญาเเละความสามารถทางด้านต่างๆนับว่าเป็เลิศซึ่งเเตกต่างจากเอเลนโดยสิ้นเชิงอีกทั้งยังความงดงามดังภูติพรายของตัวเธอนั้น ทำให้เหล่าผู้ชายในหมู่บ้านใฝ่ฝันที่จะได้มา
ตัวโม่ฟานตอนนี้ก็เริ่มสงสัยเเล้วสิว่านี่ก็อาจจะเป็อีกสาเหตุหนึ่งที่เด็กผู้ชายในหมู่บ้านเอาเเต่กลั่นเเกล้งเอเลนก็อาจจะเป็เพราะเขาสนิทสนมกับลิซ่าก็เป็ได้
ขณะที่พวกเขาทั้งสองกำลังเดินกลับไปที่บ้านของเอเลน โม่ฟานก็ได้สำรวจหมู่บ้านเเห่งนี้ไปด้วยภายในตัว
หมู่บ้านเเห่งนี้มีชื่อว่า คอรอน เป็หมู่บ้านเล็กๆเเห่งหนึ่งทางทิศตะวันตกของหุบเขาเคลย์ในอาณาจักรทริสเตน มีประชาการในหมู่บ้านเพียงเเค่ 300 คนเท่านั้น
สภาพอาคารโดยรอบของหมู่บ้านถูกสร้างขึ้นจากสิ่งก่อสร้างง่ายๆที่หาได้ตามธรรมชาติ เช่น ไม้ ฟาง เเละ หิน เท่านั้น เพราะคนในหมู่บ้านนี้ส่วนใหญ่เป็เกษตรกรจึงไม่ได้มีฐานะทางการเงินพอที่จะต่อเติมที่อยู่อาศัยของตนได้
เเต่ถึงเเม้ว่าจะเป็หมู่บ้านเล็กก็ตาม เเต่ที่นี่ก็มีธรรมชาติอันงดงาม ทั้งเเสงอาทิตย์อันอบอุ่น ลำธารอันใสสะอาดเเละอากาศอันบริสุทธิ์ที่ผสมผสานกลิ่นอายของธรรมชาติ ซึ่งเเตกต่างจากโลกเดิมของเขาราวฟ้ากับเหว
ในโลกเดิมของเขาเพราะการเติบโตทางอุตสาหกรรมทำให้เกิดมลภาวะทางน้ำเเละมลพิษทางอากาศจนทำให้ร่างกายของผู้คนอ่อนเเอลงจนอายุขัยถูกบั่นทอนลงจนเหลือเพียงเเค่ 60 เท่านั้นซึ่งเเตกต่างจากโลกเเห่งนี้โดยสิ้นเชิง
โม่ฟานได้เเต่สายหัวอย่างจนใจเท่านั้น
"เอเลนนี่เ้าเป็อะไรของเ้าน่ะ" ลิซ่าถามขึ้นมาเมื่อเห็นท่าทางอันเเปลกประหลาดของโม่ฟาน
"อ่า ข้าไม่เป็อะไรหรอก เ้าไม่จำเป็ต้องสนใจก็ได้" โม่ฟานรีบพูดเเก้ตัวทันที
"หืม วันนี้เ้าทำตัวดูเเปลกๆนะ ราวกับว่าไม่ใช้ตัวเ้าเลย" ลิซ่ายังคงสงสัยท่างทางอันผิดเเปลกไปของโม่ฟานพร้อมเริ่มถามคำถามต่างๆนาๆว่าเขาถูกทำร้ายจนประสาทกลับหรือเปล่า
เเต่โม่ฟานก็ไม่ได้พูดตอบใดๆเพียงเเค่ยิ้มเเห้งๆกลับไปเท่านั้น
เส้นทางในหมู่บ้านที่โม่ฟานกับลิซ่ากำลังเดินอยู่นั้นเต็มไปด้วยหินขรุขระเเละทางที่ค่อนข้างชัน ทำให้ร่างกายต้องออกเเรงมากกว่าปกติ ใบหน้าของโม่ฟานเริ่มเปลี่ยนเป็สีเเดงจากความเหน็ดเหนื่อย เหงื่อโทรมทั้วทั้งร่างกาย ส่วนขาทั้งสองข้าก็หนักมากเหมือนโดนตะกั่วถ่วงไว้ไม่มีผิด
"เอเลน นี่เ้าไหวหรือเปล่า"ลิซ่าพูดขึ้นมาด้วยความเป็ห่วง เมื่อเห็นท่าทางใกล้จะลงเเดงตายของของโม่ฟาน
"มะ ไม่เป็ไรเเค่นี้ข้ายังไหวอยู่" โม่ฟานรู้สึกสมเพชร่างกายใหม่ของตัวเองยิ่งนัก เพียงเเค่เดินยังไม่ถึงครึ่งชั่วโมงก็เเทบสลบเเล้ว หากเป็ร่างกายเดิมของเขาละก็ต่อให้วิ่งติดต่อกัน3วัน3คืนก็ยังสบายๆ
"มาเถอะเดี๋ยวข้าให้เ้าจี่หลังพาเดินกลับเอง" ลิซ่าพูดขึ้นพร้อมทำท่าจะยกโม่ฟานขึ้นหลัง สำหรับลิซ่าเเล้วการให้เอเลนขี่หลังกลับบ้านนับเป็เื่ที่เธอทำเป็ประจำอยู่เเล้ว
"ไม่ๆๆๆ ข้าเดินเองได้ไม่ต้องให้เ้าช่วยหรอก" โม่ฟานรีบปฏิเสธทันที ด้วยศักดิ์ศรีของตัวเขาย่อมไม่มีวันยอมให้ผู้หญิงเเบกเขาขึ้นหลังเด็ดขาด
"เร็วๆเข้าเถอะน่า นี่มันเย็นมากเเล้วนะ หากปล่อยให้เ้าเดินต่อไปเมื่อไหร่จะถึงบ้านซักทีละ"ลิซ่าพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเเกมบังคับ ทำให้ร่างกายของโม่ฟานไม่กล้าต่อต่าน นี่อาจจะเป็ปฏิกิริยาจากนิสัยของเ้าของร่างคนก่อนก็ได้
เเต่ตัวโม่ฟานไม่ใช้เอเลนเขาย่อมไม่มีวันยอมทำตามอย่างเเน่นอน
"ข้ายอกว่าไม่ไงเล่า ตัวข้าน่ะเป็ลูกผู้ชายนะ ข้าไม่มีวันยอมเป็ผู้ถูกกระทำหรอก กลับกันข้าชอบเป็ผู้กระทำเสียมากกว่า" โม่ฟานกล่าวออกไปด้วยใบหน้ากวนประสาทเล็กน้อย
คำพูดของโม่ฟานทำให้ใบหน้าของลิซ่ากลายเป็สีเเดงเพราะความเขินอาย เพราะคำพูดของโม่ฟานทำให้เธอหวนคิดถึงเหตุการณ์ตอนที่อยู่ในห้องเก็บของนั้นอีกครั้งมันทำให้เธออับอายยิ่งกว่าเดิม
"เ้า เ้า..........ฮึ่ม ก็ได้อยากจะทำอะไรก็เชิญ ข้าจะไม่สนใจเ้าอีกเเล้ว" ลิซ่ากระทืบเท้าด้วยความโกรธเคืองพร้อมเดินย่ำเท้าไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว
ถึงเเม้ว่าเธอจะทำท่าทางขุ่นเคืองเช่นนั้น เเต่มันกลับดูน่ารักน่าชังอย่างมากจนโม่ฟานอดเเกล้งไม่ไหว
"หึหึหึ ก็เพราะนิสัยเ้าเป็เเบบนี้ละนะมันถึงได้เเหย่สนุกเช่นนี้" โม่ฟางได้เเต่ยกไหล่เเล้วเดินตามเธอไป
หลังจากที่โม่ฟานเดินมาสักพักหนึ่งเขาก็ได้หยุดเดินอย่างกระทันหัน
"เมื่อไหร่เ้าจะออกมาเสียทีละ ไบรอัน"
"โห ข้าไม่คิดมาก่อนเลยนะเนี่ยว่าคนสมองน้อยเช่นเ้าจะรู้ด้วยว่าข้าเดินตามเ้ามา" เสียงพูดเยาะเย้ยดังขึ้นมาจากด้านหลังต้นไม้ที่ไม่ห่างจากตัวของโม่ฟานสักเท่าใดนั้น
ด้านหลังต้นไม้นั้นได้ปรากฏเงาร่างของเด็กผู้ชายผู้หนึ่งที่ค่อยๆเดินออกมาอย่างไม่เร่งรีบ
เด็กผู้ชายที่เดินออกมานั้นมีอายุไม่ต่างจากโม่ฟานเท่าใดนัก ชายผู้นี้กลับมีความสูงราวๆ 150 เิเ เเละมีโครงสร้างร่างกายของเขาก็เหมือนเด็กทั่วไปเเต่ถึงอย่างไรเขาก็มีพละกำลังมากกว่าเอเลนอย่างเเน่นอนอีกด้วย
ร่างกายของโม่ฟานสั่นสะท้านเล็กน้อย เพราะความทรงจำอันเ็ปจากเ้าของร่างคนก่อน
เด็กชายที่ยืนอยู่เบื้องหน้าของโม่ฟานมีชื่อว่า ไบรอัน เขาเป็หนึ่งในอันตพาลที่คอยรังเเกเอเลนอยู่เสมอๆ อีกทั้งเขายังเป็หนึ่งในกลุ่มเด็กสามคนที่ได้เล่นงานเอเลนจนถึงเเก่ความตายอีกด้วย
"ไม่ใช้ว่าพวกข้าเคยบอกไปเเล้วหรือไม่ว่าเ้าอย่าได้เข้าใกล้ลิซ่าอีก???"
"การที่เ้าสนิทสนมกับลิซ่ามันทำให้หัวหน้าของพวกข้าไม่พอใจอย่างยิ่ง"
"เหตุใดเ้าถึงไม่เข้าใจในความปราถนาดีของพวกข้า" ไบรอันกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่ไม่พอใจเท่าใดนัก หลังจากที่พวกเขาสามคนได้เล่นงานเอเลนเสร็จเรียบร้อยเเล้ว หัวหน้าของไบรอันก็ได้สั่งให้ตัวเขาคอยเฝ้าจับตามองเอเลนไว้ หากเขาเข้าไปคุยกับลิซ่าเมมื่อใดให้ลงมือจัดการโดยทันที
ดังนั้นตลอดทั้งวันมานี้เขาจึงได้ลอบติดตามเอเลนอยู่ห่างๆมาตลอด จนได้สบโอกาสเมื่อลิซ่าได้เดินจากไป
หากหัวหน้าของเขารู้ว่าเอเลนกับลิซ่ายังคงติดต่อกันอยู่ละก็มันอาจสร้างความลำบากให้เเก่ตัวเขาได้ดังนั้นเขาจึงจำเป็ต้องตัดไฟตั้งเเต่ต้นลม
"หึหึ เ้าจงโทษตัวเองเถอะที่ไม่ยอมฟังคำพูดของหัวหน้าของข้า หากเ้าทำตัวว่านอนสอนง่ายเื่มันคงไม่จบเเบบนี้หรอก" ไบรอันเดินตรงเข้ามาที่เอเลนอย่างสบายๆพร้อมรอยยิ้มอันน่าขยะเเขยง
ทันทีที่ไบรอันเดอนมาถึงตัวเอเลนเขาก็ก้มหน้าลงมองไปที่เอเลนด้วยสายตาราวกับมองขยะในทันที
"ข้าละไม่เข้าใจจริงๆเหตุใดนางฟ้าเช่นลิซ่าถึงต้องมาจมอยู่ในกองโคลนเช่นเ้าด้วย" ไบรอันกล่วขึ้นพร้อมถมน้ำลายไปที่ไบรอัน
ปัง!!!
ร่างของไบรล้มลงไป พร้อมจับไปที่ใบหน้าสีเเดงเหมือนมะเขือเทศพร้อมกับเืที่ไหลนองออกจากปากของเขา ทุกสิ่งทุกอย่างมันเกิดขึ้นเร็วมากจนเขาตั้งตัวไม่ทัน
ก่อนที่ไบรอันจะถมน้ำลายออกมา โม่ฟานก็ได้ยกขาขวาของตัวเองขึ้นพร้อมบิดตัว เตะไปที่ปากของไบรอันอย่างจัง
ไบรอันได้เเต่มองไปที่โม่ฟางอย่างโง่งม เขาไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าคนปัญญาอ่อนเช่นเอเลนจะสามารถทำร้ายเขากลับได้
เื่นี้ล้วนอยู่เหนือความคาดหมายของเขาทั้งสิ้น
"เเล้วเหตุใดข้าจึงต้องทำตามที่สวะเช่นพวกเ้าพูดด้วยละ"
"เ้าเป็พ่อเป็เเม่ข้าหรืออย่างไร??"
"หากไม่ใช่เ้าก็จงหุบปากไป"
โม่ฟานกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงอันเ็า ตัวตนโดยเเท้จริงของเขาเป็คนที่หยิ่งผยองอย่างมาก เขาไม่เคยสนว่าคนพวกนี้จะยิ่งใหญ่มาจากไหน เขารู้เเต่เพียงว่าใครที่คิดจะมาละลานเขาละก็ เขาจะตอบเเทนคืนให้พวกมันอย่างเ็ปเป็ 100 เท่า 1000 เท่า
"เ้าๆๆๆ เ้ากล้าทำร้ายข้าเหรอ" ไบรอันชี้นิ้วไปที่โม่ฟานอย่างโกรธเเค้น
ทันทีที่เขาลุกขึ้นมาได้ เขาก็พุ่งตัวเข้าหาโม่ฟานพร้อมชกออกไปทันที
ท่าทางการเคลื่อนไหวเหมือนมือสมัครเล่นของไบรอันทำให้โม่ฟานรู้สึกรกหูรกตายเป็อย่างมาก
ถึงเเม้ว่าร่างกายของเอเลนจะอ่อนเเออย่างมากจนไม่สามารถตอบสนองการเคลื่อนไหวของโม่ฟานได้เเต่สำหรับการจัดการอันตพานอย่างไบรอันเเล้วเเค่นี้ก็เหลือเฟือ
กำปันที่เหวี่ยงเข้าหาตัวโม่ฟานเเม้ว่าจะนับได้ว่าเยี่ยมหากเทียบการเด็กวัยเดียวกันเเต่ในสายตาของโม่ฟานเเล้วมันข้าจนเเทบหยุดนิ่ง
โม่ฟานยังคงรอให้กำปั้นของไบรอันเข้ามาใกล้ใบหน้าของเขาเรื่อยๆ ระยะห่างระหว่างทั้งสองค่อยๆลดลงเรื่อย
ใบหน้าของไบรอันเต็มไปด้วยรอยยิ้ม ในความคิดของเขาโม่ฟานก็ไม่ต่างอะไรกับลูกไก่ในกำมือที่เขาจะบดขยี้มันทิ้งเมื่อไหร่ก็ได้ ที่คราวก่อนเขาพลาดท่าก็เพราะความประมาทเท่านั้น
เเต่ทันทีที่กำปั้นของไบรอันอยู่ห่างเเค่เพียงปลายจมูกของโม่ฟาน เขากลับสามารถโยกศีรษะหลบได้อย่างกระทันหันพร้อมใช้สองมือของตัวเองจับไปที่เเขนของไบรอันพร้อมบิดตัวพร้อมทุ่มร่างของไบรอันลงไปที่พื้นอย่างเเรง
ตูม!
ราวกับเสียงอุกกาบาตตก หลังของไบรอันได้ฟาดไปที่พื้นอย่างเเรงจนกระดูกของเขสปวดร้าวไปทั้งตัว
ดวงตาทั้งสองข้างของเขาเริ่มมีน้ำตาเเห่งความเ็ปไหลออกมา ถึงเเม้ว่าเขาจะเป็อันตพานก็ตามเเต่จริงๆเเล้วเขาก็เป็เพียงเเค่เด็กอายุ 12 ปีเท่านั้นเขาย่อมไม่มีทางทนรับความเ็ปเช่นนี้ได้ เขาจึงพยายามลุกขึ้นเพื่อหลบหนีไปทันที
เเต่โม่ฟานย่อมไม่มีทางเปิดโอกาสให้อย่างเเน่นอน เขารีบพลิกตัวเองพร้อมนั่งทับไปที่ตัวของไบรอันทันที
ถึงเเม้นัวโม่ฟานจะมีขนาดเล็กเเต่เขาก็มีน้ำหนักเกือบ 40 กิโลกรัม จึงเป็ไปไม่ได้เลยที่ไบรอันจะสามารถหลบหนีไปจากโม่ฟานได้
"จะ เ้า้าอะไรกันเเน่" ใบหน้าของไบรอันตอนนี้เต็มไปด้วยความหวาดกลัว เเละความสับสน เขาไม่เข้าใจว่าเหตุใดเด็กอ่อนเเอที่ถูกเขากลั่นเเกล้งอยู่เป็ประจำเหตุใดจึงเเข็งเเกร่งขึ้นมาอย่างรวดเร็ว
"ในเมื่อเ้าคิดจะทำร้ายข้า เเล้วคิดว่าข้าจะปล่อยเ้าไปง่ายหรือไง"โม่ฟานกล่าวขึ้นมาอย่างเฉยเมยโดยไม่สนใจท่าทางอันหวาดกลัวของไบรอันเเม้เเต่น้อย
"ไม่ ไม่ เ้าทำร้ายข้าไม่ได้ หากเ้าลงมือทำร้ายข้าละก็หัวหน้าของข้าไม่มีวันปล่อยเ้าไปเเน่" ไบรอันข่มขู่โม่ฟานออกไป โดยหวังว่าโม่ฟานจะเห็นเเก่หน้าหัวหน้าของเขาเเล้วยอมปล่อยตัวเขาไปเเต่โดยดี
เเต่มันกลับได้ผลตรงกันข้าม ยังไม่ทันที่ไบรอันจะพูดจบโม่ฟานก็ประเคนกำปั้นเข้าไปที่หน้าของไบรอันโดยทันที
โม่ฟานรังเกียจคนประเภทไบรอันเป็ที่สุด เหล่าคนที่มักยกตนข่มท่านหรืออวดอ้างคนอื่นเพื่อเอาชีวิตรอด
โม่ฟานยังคงชกไปที่ใบหน้าของไบรอันอย่างต่อเนื่องถึงเเม้ว่าเขาจะอ้อนวอนขอชีวิตเช่นไรโม่ฟานก็ยังคงไม่หยุด
ในที่สุดไบรอันก็ทนความเ็ปไม่ไหวจนในที่สุดก็สลบไป ใบหน้าของเขาปูดปวมขึ้นอย่างหน้ากลัวราวกับหัวหมู
"ฮึๆๆๆ เ้ากล้ามากที่เล่นงานข้าถึงขนาดนี้ หะ หากข้านำเื่นี้ไปบอกหัวหน้าละก็เเกจะต้องตายอย่างเเน่นอน"ไบรอันยังคงฝืนพูดออกมาในขณะที่ปากของตัวเองเจิ่งนองไปด้วยเื เขามองไปที่โม่ฟานด้วยความคับเเค้น
เเม้ว่าโม่ฟานไม่ได้ให้ความสนใจกับสิ่งที่มันพูดเท่าใดนัก เเต่หากเื่นี้รู้ไปถึงหูหัวหน้าของมันเมื่อไหร่ละก็ได้เป็เื่ใหญ่อย่างเเน่นอน
หัวหน้าที่ไบรอันพูดถึงคือชายที่มีชื่อว่า แรนด์ เขาคือหัวหน้ากลุ่มของผู้ชาย 3 คนที่ลงมือทำร้ายเอเลนจนเสียชีวิต
แรนด์ มีตำเเหน่งเป็หัวหน้าของเหล่าอันตพาลภายในหมู่บ้านเเห่งนี้ ด้วยรูปร่างอันใหญ่โตเเละนิสัยอันป่าเถือนของเขาอีกทั้งเขายังมีหลานชายของหัวหน้าหมู่บ้านถือหางอีกด้วยจึงทำให้ไม่มีใครกล้าท้าทายอำนาจเขาเเม้เเต่ผู้ใหญ่ก็ตาม ด้วยลักษณะนิสัยเเบบนี้หากมันรู้ว่าโม่ฟานลงมือกับลูกน้องของเขาละก็เขาจะต้องกลับมาเเก้เเค้นอย่างเเน่นอน
หากเขารู้น่ะนะ
อยู่ดีๆโม่ฟานก็ลุกขึ้นอย่างกระทันหันพร้อมเดินออกห่างไปจากร่างของไบรอันเรื่อยๆ
ใบหน้าของไบรอันเต็มไปด้วยท่าทางเยะเย้ยในทันทีเพราะเขาเข้าใจว่าโม่ฟานหวาดกลัวอิทธิพลของหัวหน้าของตน
เเต่วินาทีต่อมาใบหน้าที่เต็มไปด้วยความหยิ่งยโสนั้นก็ได้เปลี่ยนเป็ขาวซีดราวกับคนตาย
สิ่งที่อยู่ในมือทั้งสองข้างของโม่ฟานนั้นคือก้อนหินขนาดใหญ่เท่าหัวเด็กคนหนึ่ง ต่อให้เป็คนโง่เเค่ไหนก็ต้องรู้เเน่นอนว่าโม่ฟานมีจุดประสงค์อะไรกันเเน่
โม่ฟานค่อยเดินมาหาไบรอันช้าพร้อมรอยยิ้มสบายๆบนหน้า ซึ่งตรงกันข้ามกับไบรอันโดยสิ้นเชิง เขาค่อยใช้เเขนทั้งสองข้างดันร่างของตนเองถอยห่างออกไปทันที
"ไม่ๆๆ เ้าไม่สามารถฆ่าข้าได้ เ้ารู้ไหมว่าอะไรจะเกิดขึ้นหากลูกพี่ของข้ารู้เกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้น" ไบรอันยังคงพยายามข่มขู่ออกไปเพื่อหาทางรอดให้เเก่ตนเอง ตอนนี้หวางขาของเขาเริ่มมีน้ำอุ่นออกมาเพราะความหวาดกลัว
"เฮ้อ นี่เ้าพูดเป็อยู่คำเดียวหรือไงเนี่ย"
"เ้าไม่ต้องห่วงไปหรอก คนตายน่ะย่อมพูดไม่ได้อยู่เเล้ว เเละอีกไม่นานลูกพี่ของเ้าก็จะตามเ้าไปอย่างเเน่นอน เ้าก็เเค่ไปรอเขาก่อนก็เท่านั้นเอง"รอยยิ้มของโม่ฟานนั้นไม่ต่างจากพญามัจจุราชเลยเเม้เเต่น้อย
โม่ฟานไม่เเม้เเต่จะเปิดโอกาสให้ไบรอันได้กล่าวอ้อนวอนเลยเเม้เเต่น้อย ทันทีที่เขาพูดจบเขาก็ได้ยกหินที่หนักกว่า 10 กิโลกรัมทุ่มไปที่ศรีษะของไบรอันทันที
เผลาะ!!
หัวของไบรอันเเตกออกเป็ชิ้นเหมือนเเตงโมที่โดนไม้ทุบ
เืเเละเศษมันสมองต่างเเตกกระจายลอยไปทั่วทั้งบริเวณจนพื้นกลายไปสีเเดงฉาน
ทั้งๆที่โม่ฟานได้ลงมือฆ่าคนไปเเล้วเเท้ๆ เเต่เขากลับไม่รู้สึกอันใดเลยราวกับว่าเขาเพียงเเค่เหยียบมดตัวเล็กตายไปเท่านั้น
เมื่อเขาลงมือสังหารไบรอันเสร็จเเล้ว โม่ฟานก็ได้ทำการเคลื่อนย้ายศพของไบรอันเข้าไปยังชายป่าที่อยู่ใกล้เพื่อรอให้เหล่าสัตว์ป่าทั้งหลายช่วยทำลายหลักฐานให้
หลังจากที่เขาจัดการศพของไบรอันเสร็จเเล้วเขาก็ได้เดินไปล้างตัวที่บ่อน้ำใกล้ๆ พร้อมเดินกลับบ้านอย่างอารมณ์ดีราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น