วริทธิ์นันท์กลับมาถึงคอนโดในตอนเย็น เธอรู้สึกหัวใจโหวงๆ ห้องดูเงียบเฉียบเงียบเหงาชอบกล สองอาทิตย์ที่แล้วยังรู้สึกครื้นเครง วุ่นวายอยู่เลย ที่วุ่นวายก็เพราะมีดนวัตคอยตามติด พูดโน้นคุยนี่อยู่ข้าง แต่มาวันนี้เขากลับไปบ้านที่ต่างจังหวัดแล้ว เลยทำให้ชีวิตของวริทธิ์นันท์กลับมาตัวคนเดียวเหมือนเช่นเคย
“เขากลับไปแล้ว แล้วจะให้ลองมองตากันยังไงล่ะ และก็ไม่รู้เมื่อไรเขาจะมาอีก!!!!......”
วริทธิ์นันท์วางกระเป๋าไว้บนชั้น เดินมานั่งลงที่ปลายเตียงนอน ใบหน้าสวยหวานเศร้าเหงาหงอยลงไปถนัดตา หญิงสาวยกมือเรียวเล็กข้างซ้าย ที่มีแหวนเพชรน้ำงามขนาดกำลังดี สวมติดอยู่ที่นิ้วนางขึ้นมาจ้องมองดู แหวนเพชรวงนี้เป็นแหวนที่ดนวัตสวมให้ตอนแต่งงาน ซึ่งหลังจากวันแต่งงาน เธอก็สวมติดนิ้วมาโดยตลอด
“หรือเราจะไปหาเขาดีไหม? ถือโอกาสกลับบ้านไปหาแม่ด้วย”
วริทธิ์นันท์ครุ่นคิดสองจิตสองใจ จะเอายังไงดี สุดท้ายหัวใจดวงน้อยเอนเอียงให้กลับไปต่างจังหวัด แต่ได้ให้ข้ออ้างกับตัวเองว่า ไปพิสูจน์หัวใจตัวเองและไปเยี่ยมแม่เยี่ยมพี่ๆ ไม่ได้ไปเพราะคิดถึงดนวัตแต่อย่างใดทั้งสิ้น
วริทธิ์นันท์ลางาน จองตั๋วเครื่องบินทั้งขาไปและขากลับ ไม่อยากขับรถไปเอง เพราะช่วงนี้เธอรู้สึกว่าตัวเองเหนื่อยง่าย จึงอยากไปกลับแบบเร็วๆ สบายๆ ชิวๆ
ตู๊ดดด...... ตู๊ดดด...... ตู๊ดดด......
“ฮัลโล!! โทรหาพี่ก่อนอย่างนี้ คิดถึงพี่เหรอเมียจ๋า”
ขณะที่วริทธิ์นันท์รอจะขึ้นเครื่องบิน เธอกดโทรศัพท์มือถือโทรหาดนวัต เพื่อให้เขามารับโทรที่สนามบิน ซึ่งพอดนวัตเห็นชื่อแสดงที่หน้าจอ ก็หยุดงานที่ทำ กดรับและกรอกเสียงมาตามสายทันที ซึ่งน้ำเสียงที่วริทธิ์นันท์ได้ยิน นั้นดูกระตือรือร้นมาก ก็แต่ไหนแต่ไรมา เธอไม่เคยโทรหาเขาก่อนเลย มีแต่เขาที่โทรหาเธอแทบทุกวัน
“บ้า!! ใครจะไปคิดถึงพี่กันเล่า อย่ามามั่วนิ่ม ที่นันท์โทรหานี่ จะให้พี่มารับนันท์ที่สนามบินวันนี้ด้วย เครื่องจะลงที่นั่นประมาณสิบเอ็ดโมง”
วริทธิ์นันท์ทำเสียงแข็ง ปฏิเสธชายหนุ่มตัวโต แต่ถึงปากจะปฏิเสธไปอย่างนั้น ภายในใจดวงน้อยๆ กลับตรงข้ามลิบลับ หัวใจดวงน้อยๆ นั้นคิดถึงเขาอยู่ตลอดเวลาก็ว่าได้ ยิ่งตอนที่นอนยิ่งคิดถึง เพราะเขาจะชอบกอดก่ายเธอ จนผล็อยหลับไปด้วยกัน
“นันท์จะมาวันนี้เหรอ!!...... โอเคๆ พี่จะไปรอรับที่สนามบิน”
ดนวัตได้ยินว่าคนตัวเล็กกำลังจะขึ้นเครื่องบินไปที่นั่น น้ำเสียงที่กระตือรือร้นอยู่แล้ว ก็เพิ่มขึ้นให้ได้รับรู้อย่างชัดเจน ว่าเขานั้นดีใจมากขนาดไหน จนคนตัวเล็กที่โทรหาอดยิ้มกับโทรศัพท์มือถือ ที่ถือแนบอยู่ที่ข้างๆ หูไม่ได้
“แค่นี้นะ นันท์จะขึ้นเครื่องแล้ว”
วริทธิ์นันท์กล่าวตัดบท เมื่อได้ยินเสียงประกาศเรียกจากสายการบิน ให้ผู้โดยสารเตรียมตัวขึ้นเครื่องบิน จากนั้นวริทธิ์นันท์ก็กดตัดสายจากดนวัต ลุกขึ้นยืน แต่จังหวะที่เธอลุกขึ้นยืน เธอรู้สึกวูบ หน้ามืด ตาลาย จึงหย่อนตัวลงไปนั่งลงที่เดิม กะพริบตาถี่ๆ สูดลมหายใจเข้าลึกๆ และในเวลาไม่ถึงนาที อาการดังกล่าวก็ค่อยหายไป และกลับเป็นปกติ
“สงสัยลุกเร็วไป!!!!”
วริทธิ์นันท์ขมวดคิ้วโก้งโค้งเรียวคู่สวยเข้าหากัน โดยปากก็กล่าวพึมพำกับตัวเองไปด้วย อย่างไม่ได้คิดอะไรไปมากกว่าที่พูดออกมา วริทธิ์นันท์ค่อยๆ ชันตัวยืนขึ้นอีกครั้ง พอเห็นว่าไม่มีอาการที่เป็นก่อนหน้านี้เกิดขึ้นแล้ว จึงหยิบกระเป๋าเป้ขึ้นมาสะพายไหล่ แล้วเดินไปต่อแถวขึ้นเครื่องบิน
เมื่อวริทธิ์นันท์เข้าไปนั่งในเครื่องบิน และผู้โดยสารก็ได้พากันนั่งตามหมายเลขที่นั่งของตัวเองเรียบร้อยแล้ว แอร์โอสเตรสก็เดินตรวจดูความเรียบร้อยของแต่ละที่นั่ง จากนั้นเครื่องบินก็ขับเคลื่อน วิ่งไปตามถนนของสนามบิน และในเวลาไม่ช้าไม่นาน เครื่องบินก็ทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า มุ่งไปยังสนามบินจุดหมายปลายทาง
๒๔๒๔๒๔๒๔๒๔๒๔๒๔๒๔๒๔๒๔๒๔๒๔๒๔๒๔๒๔๒๔๒๔๒๔๒๔