บทที่ 31 ใครคือิญญาชั่วร้ายกันแน่
เ้าก้อนแป้งตื่นแต่เช้าและไปนั่งรอที่โต๊ะอย่างเชื่อฟัง ขาสั้นป้อมแกว่งไปมาระหว่างรออาหาร
วันนี้เซียวหย่งฝูไม่ได้ออกไปข้างนอกและอยู่เป็เพื่อนเ้าก้อนแป้ง
โครกคราก
“พรืดดด”
“หน่วนเป่า คงจะหิวมากแน่ ๆ!” เซียวหย่งฝูอดไม่ได้ที่จะหลุดหัวเราะ
แม้ว่าเ้าก้อนแป้งจะอายุเพียงหนึ่งขวบกว่า ๆ แต่นางก็รู้จักรักษาหน้า
ถ้ารู้ว่ามีคนกำลังหัวเราะเยาะนาง นางจะทำให้คนคนนั้นต้องกินข้าวทั้งน้ำตาเลย!
ใบหน้าเล็กทำแก้มพองบูดบึ้ง ก่อนเป็เซียวหย่งฝูที่เช็ดน้ำลายซึ่งไหลออกจากปากให้ “ฮึ่ม ตั้นป้อ หัวเราะเยาะหน่วนเป่า”
นางยังออกเสียงคำว่าพ่อได้ไม่ชัด แต่ทุกครั้งที่นางเรียกว่า ‘ป้อ’ มันกลับทำให้คนเป็พ่ออย่างเซียวหย่งฝูอุ่นซ่านไปทั้งใจ
“คุณหนูหน่วนหยาง อาหารมาแล้วเ้าค่ะ” หานเหนียงและหลินซื่อเดินเข้ามาพร้อมกับอาหารเช้าหอมกรุ่น
เ้าก้อนแป้งมองหานเหนียงด้วยดวงตากลมโต “หานเหนียง ไม่เรียกคุณหนูหน่วนหยาง เรียกหน่วนเป่าสิ”
หานเหนียงอึ้ง เซียวหย่งฝูและหลินซื่อเคยพูดแล้วว่าในเมื่ออยู่ที่นี่ไม่ต้องกังวลเื่การเรียกชื่อมากนัก
แต่นายน้อยอาศัยอยู่ที่บ้านพักของพวกเขา ทั้งเซียวหน่วนหยางยังใจดีต่อฉีสือเยี่ยนมาก นางจึงปฏิบัติต่อเด็กน้อยด้วยความเคารพ
แต่เ้าก้อนแป้งกลับไม่ชอบมัน
“เช่นนั้นท่านเรียกข้าว่า คุณหนูหน่วนหยางผู้น่ารัก มีเสน่ห์ยิ่งใหญ่เกรียงไกรแทนก็ได้ ห้ามขาดไปแม้แต่คำเดียว” เ้าก้อนแป้งพูดอย่างจริงจัง หากเซียวหย่งฝูไม่ได้อยู่ใกล้พอที่จะสังเกตเห็นรอยยิ้มในดวงตาของนาง เขาคงคิดว่าเ้าตัวเล็กขอให้เรียกแบบนั้นจริง ๆ
แน่นอนว่าหานเหนียงท่องคำนั้นในใจหลายครั้ง และพบว่าทุกครั้งกลับไม่สามารถพูดได้ครบ นางจึงยิ้มอย่างขมขื่น “หน่วนเป่า”
แม้แต่ฉีสือเยี่ยนที่มักทำหน้าตายยังอดหัวเราะไม่ได้
ผีอะไรมาสิงเข้าเนี่ย!
เมื่อเ้าก้อนแป้งได้ยินดังนั้น นางก็ปรบมือแปะ ๆ อย่างมีความสุข “หน่วนเป่าพร้อมกินแล้ว!”
ทุกครั้งที่หานเหนียงทำอาหารอร่อย ๆ เ้าก้อนแป้งจะประหลาดใจมาก
หม่าลาโกว*[1] ขนมฝูหรง*[2] ซานจา*[3] โจ๊กข้าวพุทราแดงดอกกุ้ยฮวา*[4] ไก่ต้มสับชิ้น แมงกะพรุนแช่ซีอิ๊ว ผัดเห็ด ผักดอง ไข่ดาวคนละฟอง เกี๊ยวไก่ฉีกหนึ่งชามและน่องไก่อีกสองน่องแยกให้กับหน่วนเป่า
ดูเหมือนหลินซื่อจะได้เปิดหูเปิดตาอย่างยิ่ง ทุกวันนางจะกระตือรือร้นที่จะเรียนรู้การทำอาหาร
อาหารของหลินซื่ออร่อยมากอยู่แล้ว เพียงเพราะนางยังไม่เคยเห็นโลก อาหารที่นางทำจึงมีน้อยชนิด แต่มีรสชาติที่โดดเด่น
แม้แต่หานเหนียงก็ยังชมไม่ขาดปาก
ทันทีที่หานเหนียงรู้ว่าผักดองหย่าโจวที่โด่งดังล้วนเป็ฝีมือของหลินซื่อ นางก็แทบจะคุกเข่าให้ทันที
หลินซื่อคิดว่าหานเหนียงจะอยากเรียนทำผักดอง แต่ที่ไหนได้ “ตอนนายน้อยป่วยหนัก เขากินอะไรไม่ลงทั้งนั้น มีเพียงผักดองหย่าโจวของท่านเท่านั้นที่ทำให้เขากินโจ๊กได้ หานเหนียงขอบคุณท่านมาก”
หลินซื่อที่ได้ยินเช่นนั้น นางจึงดูแลฉีสือเยี่ยนมากยิ่งขึ้น
ตอนนี้พวกเขามีสมาชิกในครอบครัวเพิ่มขึ้นมาสองคน ทำให้โต๊ะอาหารคึกคักอย่างมาก
ในตอนแรกเซียวเฉินหลางสนับสนุนให้พี่น้องปล่อยฉีสือเยี่ยนไว้คนเดียว แต่ต่อมาพบว่าอีกฝ่ายมีความเป็มาที่น่าข่มขื่น เขาจึงกลายเป็คนที่ดีที่สุดคนหนึ่งสำหรับฉีสือเยี่ยนแทน
“พี่เยี่ยน ไว้ไปเก็บผลชื่อหูลู่*[5]บนูเากันเถอะ” เซียวเฉินหลางคีบหม่าลาโกวชิ้นหนึ่งลงในชามของหน่วนเป่า แล้วคีบแมงกะพรุนวางทับลงไป
“พะ พี่ อย่าเอาของคาวกับของหวานมารวมกันสิ”
ถึงเ้าก้อนแป้งจะชอบกิน แต่นางไม่ชอบให้รสชาติตีกัน
เซียวเฉินหลางชะงักไปครู่หนึ่ง ก็หยิบหม่าลาโกวออกมาจากชามของนางแล้วยัดมันเข้าไปในปากของตัวเองแทน “เอาล่ะ เอาล่ะพี่จะคีบให้เ้าใหม่”
น้องสาวของเขาเอาใจยากนัก ซึ่งนั่นหมายความว่าตัวเขาเองต้องยกระดับในการดูแลไปด้วย
“เดี๋ยวถ้ามีคนแปลกหน้ามาที่บ้านก็ปล่อยต้าป๋ายได้เลย” เ้าก้อนแป้งกินเกี๊ยวไปคำหนึ่งแล้วพูดอย่างคลุมเครือ
หลินซื่อรู้สึกแปลกใจ เจี่ยงอี๋โม่กลับไปที่เมืองหลวงแล้ว เซียวหยวนหลางยังไม่ได้วันหยุด และพวกเขาก็ไม่มีญาติที่ไหนอีก
อีกอย่างให้ปล่อยต้าไป๋ ให้ปล่อยสุนัขออกไปหมายความว่าอย่างไร
หมาป่าขาวรู้สึกเหนื่อยใจ ขอบคุณที่ยังจำข้าได้
“หน่วนเป่าอยากไปเก็บชื่อหูลู่กับพวกพี่ ๆ มันต้องหวานมากแน่ ๆ” เ้าก้อนแป้งจัดการสิ่งต่าง ๆ อย่างชัดเจน
น่าเสียดาย ยังไม่ทันจะกินข้าวเสร็จ ก็มีคนมาที่ประตู
“โอ้ ใช้ชีวิตกันดีเสียจริง” ไม่มีใครคาดคิดว่าคนที่มาคือแม่เฒ่าเหยา ที่ด้านหลังยังมีคนติดตามมาด้วยหลายคน
เมื่อเห็นโต๊ะที่มีอาหารเยอะแยะ สีหน้าของนางก็แทบจะบิดเบี้ยว
ปีนี้ทั้งปีพวกนางพบเจอความยากลำบากอย่างที่ไม่เคยเจอมาก่อน และแม้แต่การทำอาหารถวายศาลเ้ายังน้อยกว่านี้มาก
ครั้งนี้โชคดี...
“ไต้ซือ นั่นเขา” แม่เฒ่าเหยาชี้ตรงไปที่ผู้เฒ่าเซียวและพูดกับชายวัยกลางคนที่อยู่ข้างหลัง
ทั้งครอบครัวเมื่อเห็นนางก็เหมือนเห็นแมลงวัน จู่ ๆ ก็ตกตะลึงเล็กน้อย
เซียวหย่งฝูตอบโต้อย่างรวดเร็ว เขาลุกขึ้นยืนทันทีและพูดด้วยความโกรธ “ท่านกำลังทำอะไร ใครให้ท่านเข้ามา”
ทั้งครอบครัวยืนขึ้นด้วยสีหน้าโกรธเพื่อปกป้องผู้เฒ่าเซียว จากนั้นฉีสือเยี่ยนก็ถูกหน่วนเป่าดึงไปข้างหลังทุกคน
เด็กชายรู้ว่าดึงดันไปก็เท่านั้นจึงเดินตามแรงดึงของนางไป
ผู้เฒ่าเซียวมั่นคงดั่งูเาไท่ซาน ชายชราดื่มโจ๊กคำสุดท้ายแล้วคีบเนื้อไก่สับกินไปอีกคำหนึ่ง
แม่เฒ่าเหยากลืนน้ำลาย แต่เมื่อนึกถึงสิ่งที่กำลังจะทำต่อจากนี้ นางก็พูดด้วยท่าทางหยิ่งผยอง “ทำอะไรน่ะหรือ ข้าขอให้ไต้ซือมาขับไล่ิญญาชั่วร้ายอย่างไรเล่า ขอบคุณข้าซะสิ”
เซียวเฉินหลางดวงตาวาวโรจน์ “ขับไล่อะไรกัน พวกเ้านั่นแหละคือิญญาชั่วร้าย”
ชายผู้ถูกเรียกว่าไต้ซือมองดูผู้เฒ่าเซียวอยู่หลายครั้งแล้วพูดเสียงเย็น “ใช่แล้ว เขาถูกิญญาชั่วร้ายครอบงำ เ้าจะไปกับพวกเราดี ๆ หรือจะให้พวกเราทุบเ้าจนร้องขอความเมตตา?”
เ้าก้อนแป้งที่ยังคงหยิบหม่าลาโกวชิ้นหนึ่งขึ้นมากินใทันทีที่ได้ยิน นางไม่ได้สังเกตด้วยซ้ำว่าขนมอบในมือของนางตกพื้นไปแล้ว
“ความชั่วร้ายอะไรนะ” เ้าก้อนแป้งสงสัย
ทันทีที่นางเปิดปาก ชายวัยกลางคนก็พบว่ามีเด็กหญิงตัวเล็กอยู่ข้างหลังของทุกคน
เด็กคนนั้นมีริมฝีปากแดงฟันขาว ท่าทางดูไร้เดียงสา
โดยเฉพาะด้านหลังของเด็กคนนั้นมีแสงสีทองสว่างเรืองรอง สว่างจ้าจนเขาแทบจะตาบอด
ความโลภฉายชัดในดวงตาของชายวัยกลางคนทันที
เ้าก้อนแป้งมองไปที่คนผู้นั้นที่มองนางคล้ายกับไต้ซือที่มองเห็นกายทิพย์ เขาลูบมือตัวเองไปมาไม่หยุดและะโเสียงดัง “เ้าเด็กคนนั้น”
หลินซื่อรีบคว้านางไว้ในอ้อมแขนแล้วมองดูชายวัยกลางคนอย่างระมัดระวัง
ชายคนนั้นกลับมารู้สึกตัว เขากลัวว่าเจตนาของตนจะชัดเจนเกินไปจึงยิ้มอย่างอ่อนโยน “ิญญาชั่วร้ายเป็เพียงิญญาคนตายที่สถิตอยู่กับมนุษย์ ต้องกำจัดพวกมันออกไปซะ”
เ้าก้อนแป้งคิดกับตัวเอง ิญญาร้ายกับผีน่ะสิ เ้าเองนั่นแหละที่เป็ิญญาชั่วร้าย!
ร่างกายของคนผู้นี้ปกคลุมไปด้วยหมอกสีดำสนิท แต่ชั้นนอกสุดถูกปกคลุมไปด้วยแสงสีม่วงทอง
แสงสีม่วงทองมีรอยด่างปะปนกันอย่างมาก และดูเหมือนว่ามันจะไม่ใช่ของคนคนเดียวกัน!
ภาพฉากนี้ คล้าย ๆ กับหมอกดำบนร่างของเซียวหยวนหลาง ทว่ามันได้ถูกกำจัดออกไปแล้ว และตอนนี้ทั้งร่างของเขาก็เต็มไปด้วยกลิ่นอายของทวยเทพ มีแสงสีม่วงสว่างโชติ่
หรือเช่นเดียวกับฉีสือเยี่ยน ที่แม้ว่าแสงสีม่วงจะเลือนราง แต่ก็เป็แสงสุกใสประกายเจิดจ้า
แสงบนตัวทั้งคู่เป็แสงที่บริสุทธิ์ ซึ่งฉายชัดถึงโชคชะตาของพวกเขา และมันสามารถต่อกรกับความชั่วร้ายได้
ส่วนแสงบนร่างของชายผู้นี้ไม่สามารถต่อสู้กับหมอกดำได้ และทำได้เพียงปกคลุมมันไว้เป็ชั้นบาง ๆ เท่านั้น
เหมือนแจกันดินเผาที่ไม่ว่าจะทาด้วยสีอะไรก็ตาม มันก็ยังคงเป็แจกันดินเผาปลอม ๆ
เ้าก้อนแป้งกอดคอมารดาและถามชายคนนั้นอย่างจงใจ “ิญญาจั่วร้ายที่ว่า ใช่สิ่งจั่วร้ายที่ดูดโชคชะตาของผู้อื่นหรือไม่?”
[1] หม่าลาโกว (马拉糕) คือ ขนมเค้กที่ใช้การนึ่งของสไตล์กวางตุ้ง นิยมใช้ไหว้เ้า และเสิร์ฟในร้านติ่มซำ
[2] ขมนฝูหรง (芙蓉糕) คือ ขนมที่มีสีอย่างดอกพุดตาน (ขาว ชมพู แดง) หรือหมายถึง ขนมเนื้อนุ่มประหนึ่งดอกพุดตานก็ได้
[3] ซานจา (山楂) เป็ไม้ผลขนาดเล็กประเภทเบอร์รี่ชนิดหนึ่งในสกุลฮอว์ธอร์น ของวงศ์กุหลาบ คนส่วนมากรู้จักในฐานะเป็ผลไม้และขนมหวานกินเล่น
[4] ดอกกุ้ยฉวา (桂花) คือ ดอกหอมหมื่นลี้
[5] ชื่อหูลู่ (刺葫芦) คือ ราสเบอร์รี่สายพันธุ์เอเชียที่มีถิ่นกำเนิดในเกาหลี ญี่ปุ่น จีน เวียดนาม และเมียนมาร์