“นี่เธอกล้าจั๊กจี้ฉันเหรอ?” ร่างเล็กหลบอยู่ใต้ผ้าห่ม ตีหน้านิ่งถลึงตาใส่เสิ่นเป้ยอีลองนึกถึงพวกคนก่อนหน้าที่พยายามเอาใจแล้วนั้น ผู้หญิงคนนี้กลับดูสบายตากว่าเยอะ
เสิ่นเป้ยอีเมินคำพูดของเขาไป ยื่นมือหยิกแก้มเขาเบาๆ “หนิงเสี่ยวซี อย่าทำหน้าบึ้งบ่อยสิ เป็เด็กก็ควรจะสนุกสนานถึงจะถูก”แม้เด็กคนนี้ไอคิวสูงแต่ไม่ว่ายังไงอายุก็ยังน้อยอยู่ดีเสิ่นเป้ยอีไม่อยากให้เขาโตเกินวัยเร็วเกินไป
หนิงเสี่ยวซียู่ปากพลางเอ่ยสั่ง “เธอห้ามไปไหน เฝ้าฉันนอน!”
“โอเค คุณนอนก่อนแล้วฉันค่อยไป”
มองใบหน้ายามหลับใหลของเด็กน้อยแล้วดวงตาเสิ่นเป้ยอีรื้นด้วยน้ำใสอีกครั้งเธอสูดจมูกไปทีเพราะในที่สุดเธอก็รู้สึกว่าตัวเองกลับมาเป็ผู้เป็คนอีกครั้งหลังจากมารดาเสียชีวิตไปร่วมหนึ่งเดือนได้
ไม่ใช่เป็แค่ร่างไร้ิญญาอีกต่อไป
ดีจริงๆ หากอนาคตมีเขาอยู่เคียงข้างก็ไม่มีเื่อะไรสำคัญไปกว่านี้แล้ว
ครึ่งเดือนต่อมาทุกอย่างผ่านไปอย่างราบรื่นดีหนิงเสี่ยวซีเริ่มแรกนั้นจุกจิกอีกทั้งรังเกียจเธอ ทว่าเมื่อเห็นเธอไม่โกรธจนวันเวลาผ่านพ้นไปก็เริ่มหมดแรง
กลับเป็เสิ่นเป้ยอีที่เธอมีความสุขกับทุก่เวลาที่ได้ดูแลหนิงเสี่ยวซีเธอพยายามศึกษานิสัยของเขา เธออยู่เคียงข้างเขาตลอดไม่ว่าจะทุกข์หรือสุข และอาจเป็เพราะรับรู้ถึงความจริงใจของเธอหนิงเสี่ยวซีถึงเริ่มอ้อนเธอมากขึ้นเรื่อยๆ
เธอคิดขำๆ ไปเองว่านี่อาจเป็เพราะความผูกพันของแม่ลูก
กับหนิงเส้าเฉินแม้จะเจอหน้ากันทุกวันแต่เธอตั้งใจหลีกเลี่ยงที่จะประจันหน้า
ชีวิตเรียบง่ายกว่าที่คิด หากแต่มีความสุขมากกว่าหลายเท่า
“คุณพ่อ พ่อบอกว่าจะพาผมไปเกาะเซ่อเสี่ยเหรอ?” หลังจากเสิ่นเป้ยอีเพิ่งเก็บของเสร็จก็เตรียมไปที่ห้องของหนิงเสี่ยวซีเพื่อดูว่าเขานอนหรือยังขณะที่เดินมาทางหน้าประตูพลันได้ยินเสียงของเขาแว่วออกมาจากด้านในที่ฟังดูตื่นเต้นนักเด็กคนนี้จะว่าไปก็อายุแค่ห้าขวบ เพราะฉลาดเกินไปหรือเหมือนพ่อของเขาเกินไปจนดูเ็าฉะนั้นนอกจากต่อหน้าเธอกับแม่หลิว น้อยนักที่จะเห็นเขาตื่นเต้นแบบนี้
หนิงเส้าเฉินโน้มตัวลงตบบ่าลูกชาย “นอนเช้าหน่อย พรุ่งนี้เดินทางแต่เช้าเลย” ว่าจบก็ลุกเดินออกมาเมื่อมาถึงหน้าประตูเขากลับเห็นเสิ่นเป้ยอีที่ยืนขนาบข้างประตูไว้พลางเอ่ยสั่งด้วยใบหน้าไร้อารมณ์“เก็บของให้เขาด้วย” เดินไปได้สองก้าวก็หยุดชะงัก“เธอก็ไปด้วย จะได้ดูแลเขา”
“ค่ะ!” เสิ่นเป้ยอีดีอกดีใจเธอไม่สนหรอกว่าไปเที่ยวรอบนี้เพื่ออะไร และเธอไม่คิดจะสนใจเป้าหมายที่ตัวเองต้องไปสักนิดในเมื่อนี่เป็การท่องเที่ยวครั้งแรกของเธอกับลูกชาย เธอถึงได้ดีใจนักหนา
มองแผ่นหลังที่เดินไกลออกไปเรื่อยๆเสิ่นเป้ยอีก็อดไม่ได้ที่จะะโโลดเต้นอย่างดีใจจากนั้นก็มีแผ่นหลังหนึ่งหยุดชะงักกึก
ตอนหมุนตัวกลับมาอีกทีเสิ่นเป้ยอีกลับเดินเข้าไปในห้องเสียแล้ว
“เธอบอกว่าที่นั่นมีชายหาดงั้นฉันเตรียมชุดว่ายน้ำให้เอามั้ย?”
“แล้วครีมกันแดดล่ะ ก็ต้องเอาไปด้วยใช่มั้ย?”
“แล้วเธอแพ้น้ำทะเลหรือเปล่า?”
“เธอว่ายน้ำเป็มั้ย?”
“เธอ…”
“เฮ้ คุณป้า อะไรนักหนา นี่ไม่ใช่ป้าเป็คนไปเที่ยวนะป้าตื่นเต้นอะไรเนี่ย?” หนิงเสี่ยวซีพูดขัดเสิ่นเป้ยอีที่มัวแต่พูดจ้อไม่หยุดประกบปิดหนังสือการ์ตูนในมือจากนั้นก็เอนตัวนอนลงแล้วใช้ผ้าห่มคลุมหัวไว้เธอให้หนิงเสี่ยวซีเรียกเธอว่าคุณน้าแต่เขาดึงดันจะเรียกคุณป้าหลังจากแก้ไขไปหลายต่อหลายครั้งในที่สุดเธอก็ยอมแพ้
“หนิงเสี่ยวซี ทำแบบนี้เดี๋ยวก็ขาดอากาศหายใจหรอก” ระหว่างที่พูดผ้าห่มก็ถูกเลื่อนลงมาอยู่่เอวเรียบร้อย
เสิ่นเป้ยอีเห็นเขาถลึงตาจ้องตัวเองก็หยิกแก้มเขาไปอีกที “เด็กตัวเท่าเนี่ยวันๆ ก็มัวแต่โมโหระวังโตขึ้นมาหน้าตายด้านเหมือนคุณพ่อของคุณเข้าล่ะ!”
หน้าประตูหนิงเส้าเฉินเห็นบานประตูเปิดอ้าอยู่และกำลังคิดจะปิดให้เขาก็ได้ยินประโยคนี้เข้า ใบหน้าก็ถมึงทึงทันทีนี่เป็คำพูดของคนเป็พี่เลี้ยงควรพูดหรือ? เขาหน้าตายด้าน?เขาอดยกมือขึ้นลูบหน้าตัวเองหลายที นิ้วยาวกำแน่น
“ปิดไฟ ฉันจะนอนแล้ว”
“ไม่อยู่คุยกับฉันก่อนเหรอ?”
“ไม่คุย!”
“คนขี้เหนียว นอนก็นอน”
เสียงเท้าเดินเข้าใกล้และหนิงเส้าเฉินขยับถอยห่างก่อนจะหมุนตัวเดินจากไป
ไม่ใช่ว่าเขาใจกว้างจนไม่ติดใจอะไร แต่เขารู้นิสัยของเ้าตัวเล็กนี่ดีเขายอมต่อปากต่อคำกับอีกฝ่ายและยอมพูดคุยกับอีกฝ่ายก็หมายความว่าในใจเขามีคนคนนี้อยู่ไม่อย่างนั้นแค่สนทนากันง่ายๆ เพียงประโยคเดียวยังเป็เื่ยากลำบากเลยอย่างเช่นกับเกาเหวินที่เขาไม่แม้แต่จะปริปากเถียง คิดถึงจุดนี้เขาก็ขมวดคิ้วมุ่น…
วันรุ่งขึ้นเมื่อเห็นเกาเหวินนั่งอยู่ในรถเสิ่นเป้ยอีก็ชะงักไปทีนี่มันเป็การท่องเที่ยวของ “ครอบครัว” เดียวกันชัดๆ นี่เธอไปเป็ก้างหรือเปล่า?
ช่างเถอะในเมื่อในสายตาคนเหล่านี้เธออาจจะมีสถานะไม่เทียบเท่า “มนุษย์” คนหนึ่งด้วยซ้ำ ใครจะสนกันเล่า?คิดได้เช่นนั้นเธอก็สบายใจแล้ว
เกาะเซ่อเสี่ยแม้ฟังดูอาจจะน่ากลัวไปหน่อยแต่พอถึงตรงนั้นเสิ่นเป้ยอีกลับตะลึงกับภาพที่เห็นตรงหน้าทะเลสีครามเข้ากับผืนท้องฟ้า ท่าเรือร้าง สิ่งก่อสร้างของชาวประมงในท้องถิ่นหลังลงจากเรือในที่ไม่ไกลจากนี้ยังมีป้อมปราการที่เหลือทิ้งไว้มาั้แ่อดีตกาลกลิ่นอายเก่าแก่อบอวลไปทั่วเมื่อคืนเธอทำการบ้านอย่างดีจากการค้นหาข้อมูลในป๋ายตู้ นี่เป็เมือง C เป็สถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่และยังไม่ได้เปิดให้เที่ยวชมอย่างเป็ทางการ
“เหนื่อยมั้ย?” หนิงเส้าเฉินเห็นเกาเหวินนวดขมับก็ถามอย่างอ่อนโยน
ผู้ชายคนนี้เ็ากับทุกคนแต่กลับอ่อนโยนราวกับสายน้ำต่อผู้หญิงคนนี้คนเดียวนี่หรือความรัก? เมื่อก่อนบิดาของเธอก็เคยอ่อนโยนอย่างนี้กับมารดาของเธอ สุดท้ายก็…
รู้สึกถึงสายตาของเธอ หนิงเส้าเฉินก็หันกลับมาจนทั้งคู่ประสานสายตากัน
ความอ่อนโยนในดวงตาไม่เหลืออีกต่อไปแม้จะไม่ได้พูดอะไรแต่ก็ทำให้เสิ่นเป้ยอีรับรู้ถึงความน่าเกรงขามอย่างที่เขามีเป็ปกติจนเธออดเกร็งไม่ได้“ฉันจะพาเสี่ยวซีไปเล่นที่ชายหาด”
ว่าจบเธอก็หมุนตัวไม่กล้าอยู่ตรงนั้นอีกต่อไป
“คุณป้า ป้าไม่ได้อยู่ต่อเพราะคุณพ่อของผมจริงๆ ใช่มั้ย?”
“หนิงเสี่ยวซี คุณถามฉันมากี่ร้อยรอบแล้วไม่ต้องถามแล้วได้มั้ย? อีกอย่างเขาใกล้จะหมั้นกับคุณน้าเกาของเธอแล้วด้วยคุณน้าเกาของเธอทั้งสวยทั้งอ่อนโยนแถมยังดีกับเธอด้วยต่อให้ฉันคิดอะไรกับคุณพ่อเธอฉันก็ไม่มีสิทธิ์นั่นหรอกใช่มั้ยล่ะ?”
“ทำเป็ใสซื่อ จอมเสแสร้ง…เธอโง่แบบนี้ไงถึงได้เห็นว่าเ้าหล่อนดี” หนิงเสี่ยวซีเตะทรายด้านใต้อย่างแรงขณะที่ปากก็ก่นด่าไปพลาง
เสิ่นเป้ยอีชินชากับถ้อยคำน่าใของเขามาสักพักแล้วขยับปากตอบ “แค่พ่อเธอคิดว่าเขาดีก็พอ”
“เขาน่ะเหรอ? เดิมทีเขาก็ไม่โง่นะแต่เสียดายเพราะมัวแต่คิดจะตอบแทนบุญคุณเลยมองไม่เห็นข้อดีข้อเสียของคนคนนั้น”
ตอบแทนบุญคุณ? เสิ่นเป้ยอีมุ่นคิ้ว
******ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ https://www.readawrite.com/a/63f395e636c33abad663f9e74093f24d
******เวลาแชร์หรือเมาท์มอยนิยายเื่อัจฉริยะตัวน้อยกับคุณแม่ผู้ลึกลับที่ไหนขอฝากแฮชแท็ก #อัจฉริยะตัวน้อยกับคุณแม่ผู้ลึกลับ #readAwriteด้วยน้า