ตอนที่ 13 หมาป่าโลหิตเพลิง
หลังจากที่ทั้งสองเตรียมสิ่งของที่จำเป็น จอมมัล และ ปิง ปิง ก็ได้พร้อมที่จะออกเดินทางทั้งสองเริ่มมุ่งหน้าไปทางทิศตะวันออกของดินแดนแห่งกาลเวลา ซึ่งจอมมัลได้คิดเอาไว้แล้วว่า เขาอยากจะพบกับคน คนนึงเสียก่อน หลังจากที่ไม่ได้เจอกันนานแสนนานโฮ๊ค~~~~~!!!!!ระหว่างทางเกิดการปะทะกันของสัตว์อสูรแท้จริง และ ผู้ฝึกตน ซึ่งจอมมัล และ ปิง ปิง ก็หยุดดูการต่อสู้นั้นอยู่ด้วยเช่นกันผู้ฝึกตนดูท่าว่าจะแข็งแกร่งเป็นอย่างมาก เขาต่อสู้กับหัวหน้าของสัตว์อสูรแท้จริงกลุ่มนั้นแบบตัวต่อตัวจอมมัลพยักหน้าเบาๆ และพึมพำออกมา "ระดับสวรรค์ขั้นกลาง ปะทะ กับ หมาป่าโลหิตเพลิง ไม่เลว ไม่เลว"ปิง ปิง รีบกล่าวขึ้นมา "ท่านจะไม่เข้าไปช่วยอย่างนั้นหรือ? ถ้าปล่อยไว้แบบนี้อีกไม่นานเขาจะต้องโดนหมาป่าโลหิตเพลิงขย้ำอย่างแน่นอน"จอมมัลส่ายหัว พร้อมกับกล่าวตอบกลับ "มันเป็นเรื่องของศักดิ์ศรี เจ้าไม่เห็นฝูงหมาป่าโลหิตอีกกว่าหนึ่งพันตัวตรงนั้นหรืออย่างไร พวกมันยังไม่คิดจะเข้าไปร่วมวงเลยด้วยซ้ำ เหตุใดพวกเราจะต้องเข้าไปยุ่งด้วย?""..." ปิง ปิง นิ่งเงียบ พร้อมกับดูลาดเลาต่อไปและในที่สุดการต่อสู้ก็มาถึงจุดไคลแมกซ์ หมาป่าโลหิตเพลิงยืนนิ่งๆเพื่อรับดาบของผู้ฝึกตน ราวกับว่ามันกำลังลากผู้ฝึกตนให้มาติดกับดักฉึก!!!หลังจากที่ดาบในมือของผู้ฝึกตนแทงเข้าไปที่หลังของหมาป่าโลหิตเพลิง ในตอนนั้นเอง ผู้ฝึกตนก็คิดว่าตนเองชนะแล้ว และหยุดมือไปแต่ทว่าของจริงมันพึ่งจะเริ่มขึ้นเท่านั้น เพราะหมาป่าโลหิตเพลิงกลับเปลี่ยนร่างเป็นอีกขั้นหนึ่ง ซึ่งเงื่อนไขมันจะต้องได้รับบาดเจ็บสาหัสเสียก่อน และเลือดที่ไหลย้อมตัวของมันจะทำให้เกิดไฟลุกท่วมตัวราวกับอยู่ในอเวจี แผลทั้งหมดจะสมานลงพร้อมกับขนของมันเปลี่ยนเป็นทะเลเพลิง"ฮึ ฮึ ฮึ เจ้ามนุษย์นับว่าไม่เลวที่จะต้องทำให้ข้าเปลี่ยนเป็นร่างนี้ได้ แต่เจ้าคงจะหมดโอกาสแล้วหล่ะ..."แปะ! แปะ! แปะ!ในตอนนั้นเอง เสียงตบมือจากพุ่มไม้ก็ดังขึ้น ถูกต้องมันเป็นเสียงของจอมมัลนั่นเอง"หมาป่าโลหิตเพลิง ไม่เลว ไม่เลว ข้านึกว่าเผ่าพันธุ์ของพวกเจ้ามันจะสูญพันธุ์ไปจนหมดแล้วเสียอีก ไม่เคยนึกเลยว่าข้าจะมาพบสัตว์อสูรเช่นนี้อีก นับว่าข้ายังมีดวงกับเรื่องนี้อยู่บ้าง"หมาป่าโลหิตเพลิงไม่กล้าผีผลาม เพราะน้อยเผ่ามากที่จะรู้จักเผ่าหมาป่าโลหิตเพลิง ซึ่งนับเป็นหนึ่งในเผ่าพันธุ์โบราณเลยก็ว่าได้ "เจ้ามนุษย์ เจ้าคงไม่คิดจะเข้ามาตายด้วยอีกคน?"จอมมัลไม่ได้โกรธแต่อย่างใด แถมยังอารมณ์ดีถึงขีดสุดเพราะเขาได้เจอกับสัตว์อสูรตนนี้ "ฮ่า ฮ่า ฮ่า เจ้าอย่าล้อข้าเล่นเลย ข้าเพียงแค่จะจับเจ้าไปเลี้ยงก็เท่านั้น...."หมาป่าโลหิตเพลิงโกรธจนเลือดขึ้นหน้า พร้อมกับปลดปล่อยอำนาจจักรพรรดิออกมาจากตัวของมัน "บังอาจ~~~~!!!! โฮ๊ค!!!!"หมาป่าโลหิตธรรมดา พร้อมกับผู้ฝึกตน ต่างไม่สามารถขยับตัวได้ เพราะรับรู้ความต่างของพลัง และความหวาดกลัวจนถึงที่สุด แต่สำหรับจอมมัล พลังแค่นี้เขาไม่จำเป็นที่จะต้องหวาดกลัวเลยด้วยซ้ำ หรือจะพูดให้แน่ชัด เขาไม่เคยรู้สึกหวาดกลัวอะไรมานานมากแล้วจอมมัลเพียงแค่ส่ายหัวเบาๆ "จักรพรรดิขั้นกลาง? โอ้ว เจ้าดูเหมือนว่าจะอ่อนแอที่สุดในหมู่หมาป่าโลหิตเพลิงที่ข้าเคยพบเจอเมื่อครั้งในอดีต ช่างน่าเศร้าเสียจริง เฮ้อ~ ข้าหล่ะสงสารเจ้าเหลือเกิน"เมื่อหมาป่าโลหิตเพลิงได้ยินดังนั้น มันก็ไม่ได้ปฏิเสธอะไรที่เขาอ่อนแอที่สุดในเผ่าพันธุ์ แต่ทว่ามันก็เตรียมตัวที่จะโจมตีจอมมัลในทันที เพียงแค่หมาป่าโลหิตเพลิงกระโดดพุ่งเข้าใส่จอมมัล ทะเลเพลิงก็ล้อมรอบป่าบริเวณนี้เอาไว้หมดแล้ว นี่คืออำนาจของเผ่าพันธุ์โบราณ และก่อนที่กงเล็บที่ร้อนดั่งเพลิงอเวจีของมันกำลังจะพุ่งถึงตัวของจอมมัล ก็ได้มีสาวงามถล่มเมืองนามว่า ปิง ปิง เข้ามาหยุดการโจมตีของหมาป่าโลหิตเพลิงด้วยมือเปล่า นั่นทำให้ผู้ที่เห็นเหตุการณ์ยากที่จะเชื่อว่า สาวงามเช่นนางจะแข็งแกร่งเทียบเท่ากับเสาหลักของเมืองหลวงต่างๆ ทั้งๆที่นางเป็นใครมาจากไหนก็ยังไม่มีใครรู้เลยด้วยซ้ำหมาป่าโลหิตเพลิงรีบกลับคืนร่างเดิมโดยเร็ว เพราะจากที่นางรับการโจมตีของมันได้นั้น แสดงว่าระดับพลังของนางน่าจะทะลวงเข้าสู่จักรพรรดิระดับสูงไปแล้วอย่างแน่นอน"ไม่ทราบว่าข้าเคยมีเรื่องบาดหมางอะไรกับแม่นางมาก่อนหรือไม่?" หมาป่าโลหิตเพลิงส่งเสียงราวกับว่าตนเองได้พ่ายแพ้ไปแล้วปิง ปิง ปล่อยจิตสังหารที่รุนแรงไปทางหมาป่าโลหิตเพลิง "เรื่องบาดหมางเหรอ? ที่เจ้ากล้าคิดจะทำร้ายนายท่านของข้านี่ยังไม่นับเป็นเรื่องบาดหมางอีกหรือไง!!!"จอมมัลที่คอยยืนดูอยู่เฉยๆ ในที่สุดเขาก็เอ่ยปากขึ้นมา "เอาเป็นว่าวันนี้ข้าอารมณ์ดีเป็นอย่างมาก ข้าจะไม่ทำร้ายใคร แต่ข้าอยากจะให้เจ้ามาอยู่ข้างกายข้า และคอยเป็นผู้ช่วยส่วนตัวของข้า เจ้าสนใจหรือไม่?"หมาป่าโลหิตเพลิง หันมองไปยังสาวงาม และหันกลับมาตอบจอมมัลอย่างไม่ต้องคิดเลย "แน่นอน แน่นอนนายท่าน ข้าจะติดตามนายท่านและคอยเป็นกำลังให้กับนายท่านจนเลือดหยดสุดท้ายของชีวิต!!!"จริงอยู่ที่เด็กหนุ่มตรงหน้าไม่เอาความมัน แต่กับสาวงามที่ปล่อยจิตสังหารตลอดเวลาแบบนั้น ถ้ามันปฏิเสธไป จะยังมีวันข้างหน้าได้อีกหรือ?แต่ในขณะนั้นเอง เสียงของชายหนุ่มผู้ฝึกตนที่หวาดผวาไม่หายก็ได้ดังขึ้นมา "ข..ข้าขอขอบคุณท่านมากท่านจอมยุทธทั้งสอง ข้านาม หลี หุ่ย เป็นหัวหน้าหมู่บ้านของเขตตะวันออกแห่งนี้ ถ้าหากท่านเจอปัญหา ให้เอ่ยนามของข้า และข้าจะออกมาต้อนรับด้วยตนเอง" หลี่หุ่ยก้มหัวให้กับ ปิง ปิง และ จอมมัล อย่างนอบน้อมจอมมัล ไม่ได้มีธุระกับชายคนนี้สักเท่าใด เขาเพียงโบกมือหนึ่งทีก็เท่านั้นหลี่ หุ่ย ไม่ได้โกรธเคืองอะไร เพราะถึงยังไงพวกเขาก็คือผู้มีพระคุณ ถ้าหากว่าพวกเขาไม่เข้ามาช่วย ไม่ต้องถึงกับให้หมาป่าโลหิตเข้าโจมตี เขาก็ตกตายเพราะโดนเผาไหม้ไปแล้ว