บทที่ 9 ฮูหยินใหญ่
ภายในห้องตำราที่เงียบสงัดมีเพียงสองคนพี่น้อง นับว่าคุณชายรองเสี่ยวซานรู้จักเอาตัวรอดเป็ยอดดี ครั้นไม่เห็นคนผู้อื่นคอยเอาใจก็รีบใช้ฝ่ามืออันน้อยนิดปาดน้ำตาบนแก้มจนหมดจด ด้านป๋อเซียนนั่งกอดอกเคร่งขรึมไม่ตามใจเขาเป็อันขาด
ผู้พี่มีความเชื่ออย่างหนึ่งว่า ชายหนุ่มสกุลโหรวไม่ว่าอายุเท่าใดก็ต้องเรียนรู้ที่จะเข้มแข็งให้ได้ด้วยตัวเอง มิเช่นนั้นภายภาคหน้าจะเป็ผู้นำสกุลได้อย่างไร มิใช่ว่าโหรวป๋อเซียนเป็พี่ชายที่ชอบทำตัวแข็งทื่อไร้เหตุผล ที่แสดงออกไปทั้งหมดไม่ได้ทำเพื่อใครล้วนเพื่อเสี่ยวซานทั้งนั้น
"ร้องไห้เหนื่อยแล้วใช่หรือไม่" ผู้พี่เปล่งเสียงราบเรียบคล้ายรู้ทันกันั้แ่ต้น
"เหนื่อยแล้วขอรับ" ผู้น้องขานรับน้ำเสียงขึงขังดั่งบุรุษเพศ
"ข้ารู้ดีว่าเด็กฉลาดแกมเ้าเล่ห์เช่นเ้าไม่ทำอะไรอย่างไร้เหตุผล เ้าต้องไปเห็นอะไรผิดหูผิดตามาแน่ มีอันใดในใจอยากจะฟ้องพี่ใหญ่ของเ้าก็ฟ้องมาเถิด ข้าจะทนฟังเื่นางเพื่อเ้า" ว่าแล้วก็เดินไปหยิบเตาผิงเข้ามาใกล้เพื่อจะอุ่นอังหม้อชาหอม
"เอ่อ..."
"ว่ามาเถอะ ไม่ต้องอึกอัก ที่นี่เหลือเพียงข้าและเ้าสองคนแล้ว"
"เมื่อคืนนี้ข้าเห็นนางปีศาจจิ้งหรีดลอบมีสัมพันธ์กับองครักษ์หวู่ไต้ ชายชั่วผู้นั้นกอดนาง และนางก็กอดกลับ หลังจากนั้นทั้งสองก็จูบกันต่อหน้าข้าขอรับ หากไม่เชื่อข้าจะทำท่าทางบัดซบเ่าั้ให้ดู นางทำเช่นนี้ขอรับ"
เ้าเด็กอันธพาลไปเห็นอะไรมาไม่อาจทราบแน่ชัด เขาคงอยากให้ผู้พี่เกลียดภรรยาตัวเองมากใช่หรือไม่ ถึงได้ออกท่าทางบัดสีบัดเถลิง ปากพูดมือคลำ เ้าเด็กน้อยเสี่ยวซานใช้มวลอากาศที่ไร้ตัวตนจินตนาการให้เป็หลินหวู่ไต้ ส่วนตัวเองแสดงเป็ซู่เฟยหราน
อื้อ! อึ๊ก!
ไม่รู้ว่าน้ำชาร้อนเกินไปหรือรสชาติบัดซบย่ำแย่... โหรวป๋อเซียนถึงได้สำลักฉับพลัน อันที่จริงเขารู้สึกละอายใจกับท่าทีเ่าั้ราวถูกล้อเรียน การกอดจูบลูบคลำดังว่าหาใช่เฟยหรานกับหวู่ไต้ แต่เป็โหรวป๋อเซียนคนนี้เองที่จุมพิตดื่มด่ำกับนางใต้แสงจันทร์ ช่างเถอะทนฟังต่อไปไม่ไหวแล้วจึงยัดขนมแป้งร่ำอุดปากสว่าง ๆ ของเ้าเด็กปลิ้นปล้อนคนนี้ซะ
ใต้ต้นสนท้ายจวน... ซู่เฟยหรานกับหวู่ไต้ลอบนัดพบกันลับๆ หารู้ไม่ว่ากำแพงมีหู ประตูมีช่อง
"ว่าอย่างไร ที่ข้าฝากฝังไว้ได้ความเร็วปานนี้เชียวหรือ" หญิงสาวคะยั้นคะยอถามอย่างร้อนใจ
"ท่านสมุหนายกองหรงยังคงมีชีวิตอยู่ อันเมืองจี้วุ่นวายยุ่งเหยิง โจรูเาเหลี่ยมจัดใช่ว่าจะปราบปรามได้ง่าย การใช้ชีวิตอยู่ในที่กันดารอย่างนั้นนับว่ายากเข็ญแต่ยังมีลมหายใจอยู่ขอรับ"
หลินหวู่ไต้รีบรายงานรวบรัดเพราะบังเอิญชำเลืองตาไปเห็นศิษย์พี่ใหญ่อย่างสุยหย่งอี้ยืนกดดันอยู่อีกมุมหนึ่ง ครั้นทำหน้าที่เสร็จตามมอบหมายก็พลิ้วตัวจากไปโดยไม่เอ่ยลา แน่นอนว่าคำที่พลทหารในกองทัพมักเอาไปพูดล้อเล่นว่าหลินหวู่ไต้รู้ต้าซือหยวนเหรินรู้ยังคงใช้ได้อยู่ ความลับอันใดของนางปิดไม่มิดก็คราวนี้
"คุณหนูเ้าคะอยู่นี่เองหรือ เป่าเหวินตามหาท่านซะทั่ว" สาวใช้เหนื่อยหอบผ่อนลมหายใจไม่ทั่วท้อง
"มีอะไร" เฟยหรานเอ่ยถามด้วยสีหน้าเหม่อลอย
"ฮูหยินใหญ่เรียกไปพบเ้าค่ะ" อาเหวินทำสีหน้าทึกทักพลอยทำให้ผู้เป็นายหวั่นใจตามไปด้วย
"เช่นนั้นก็รีบนำไปสิ จะรอช้าอะไรอยู่เล่า" เฟยหรานกุมชายกระโปรงยกสูงราวหนึ่งฝ่ามือสาวเท้าว่องไวไปที่เรือนรับรองเดี๋ยวนั้น
หลังจากเดินเหินได้ดั่งใจหมาย ครู่เดียวก็มาถึงเรือนรับรองแขกแล้ว ลึก ๆ แล้วดีใจมากที่ขาซ้ายกลับมาเป็ปกติ เพียงหลิ่วตาเฉลียงมองเข้าไปด้านในก็รู้ได้ทันทีว่าบรรยากาศมิค่อยน่าอภิรมย์ใจนัก ฮูหยินใหญ่บารมีสูงส่งน่าเกรงขามไม่แพ้บุรุษ สมแล้วที่เป็ฮูหยินใหญ่ผู้จัดแจงสารพัดอย่างในจวนแห่งนี้
[คงไม่ลวงข้ามาฆ่าหรอกนะ]
ซู่เฟยหรานยวบตัวเข้าไปด้านในอย่างเจียมเนื้อเจียมตัว นางคงลืมตัวไปอีกครั้งแล้วสินะว่ายามนี้ตนเป็บุตรสาวเ้ากรมอาญามิใช่คุณหนูใหญ่ขี้โรคสกุลหรงอีกต่อไปแล้ว ความเป็จริงนั้นต่อให้ซู่เฟยหรานทำเื่ผิดพลาดประการใดแม่สามีที่ลำเอียงผู้นี้ก็พร้อมจะอยู่ข้างนางเสมอ
"คะ คะ คารวะท่านแม่" น้ำเสียงสั่นหงักราวผีทรงเข้าร่าง เฟยหรานบิดเกร็งจนไม่อาจเก็บสีหน้าสุดประหม่าซ่อนเอาไว้ได้
"เสี่ยวเฟย เ้าเตรียมตัวไว้แล้วหรือยัง" น้ำเสียงสุขุมเรียบง่ายแต่น่าหวาดหวั่นทำให้เฟยหรานหัวใจสั่นสะท้านเต้นไม่รู้จังหวะ ทั้งที่ฝ่ายแม่สามีเอ็นดูนางมากขนาดนี้ ถึงขั้นลดหย่อนไม่ให้นางทำตามธรรม หากเป็บ้านอื่นคงแซะซ้ำย่ำเหยียบว่าสะใภ้ไม่รู้กาลเทศะแม้แต่แม่สามียังไม่รู้จักคำนับน้ำชา
"เฟยหรานรู้ความผิดเ้าคะ จากนี้ไม่คิดหนีแล้ว อีกทั้งยังกล้าลั่นวาจาว่าไม่อาวรณ์บุรุษแซ่เมิ่งอีกต่อไปแล้ว จะโบยให้หลังแหลกหรือขึงเชือกหน้าจวนล้วนแต่ยินยอมรับการคาดโทษเ้าคะ" เฟยหรานเผลอพูดออกไปเช่นนั้นเพราะเคยชินกับการถูกแม่เลี้ยงอย่างหรูเหยาเหนียงรังแกอย่างแสนสาหัส
ปั่ง!
ฮูหยินใหญ่ยังไม่ทันได้อ้าปากพูดอันใดต่อ เสียงตบหน้าขาฉาดใหญ่ก็ดังนำเข้ามาเสียแล้ว ใช่แล้วล่ะ ผู้ที่สาวเท้าเข้ามาภายหลังนี้คือโหรวป๋อเซียนและเสี่ยวซาน เฟยหรานที่คุกเข่าค้างอยู่ท่านั้นหันกลับไปมองด้วยสัญชาตญาณก็ต้องถลึงตาเบิกกว้างแทบหลุดจากเบ้า
[โหรวจื่อซานเด็กเ้าเล่ห์ ชั่วลัดนิ้วมือก็ดีกับป๋อเซียนแล้วหรือ เสียแรงที่ข้าโอ๋เ้า]
แม้ในใจจะตรึกตรองเช่นนี้แต่การได้เห็นสองพี่น้องสมานฉันท์ เบื้องลึกในใจเฟยหรานรู้สึกเอ็นดูพวกเขาทั้งสองอยู่ไม่น้อย ทว่าน้ำเสียงเข้มข้นขึงขังที่ดังแหวกผ่านลมเข้ามาถึงนางทำให้เฟยหรานอกสั่นขวัญแขวนทำตัวไม่ถูกเพิ่มไปอีก
"เื่ของหวู่ไต้ข้ายังไม่คิดบัญชีกับเ้า บัดนี้กล้าเอ่ยชื่อชายชู้ของเ้าอีกหรือ ไม่รักข้าก็ช่างเถิดเหตุใดไม่ไว้หน้ามารดาข้าบ้าง"
บัดนี้ในใจเฟยหรานเอาแต่คิดว่าโหรวป๋อเซียนผู้ที่เป็สามีนางตามกฎแห่งราชสำนักเป็ปีศาจจำแลงกายมา ถึงได้เอาแต่ข่มขู่นาง รังแกนาง ซ้ำยังทำตัวเป็อันธพาล ชักจะไม่นึกแปลกใจเลย ว่าเหตุใดคุณชายรองจื่อซานถึงได้ชอบหาเื่นางนัก ที่แท้ก็ได้เืพี่ใหญ่แล่นในกายอย่างเข้มข้นคล้ายถอดแบบกันหลัดๆ หากนำไปหลอกลวงผู้อื่นว่าเป็พ่อลูกคงมีคนจำนวนไม่น้อยหลงเชื่อ
"เ้าๆๆๆๆ!!!! เ้าลูกไม่รู้ความ อยากเห็นมารดาของเ้าคนนี้อกแตกตายหรืออย่างไร ต่อหน้าผู้าุโยังกล้ารังแกเสี่ยวเฟยลูกข้า"
ฮูหยินใหญ่ส่ายหัวไม่พึงพอใจเป็อย่างมากกับท่าทางวางอำนาจบาตรใหญ่ของบุตรชาย ไม่เพียงเท่านั้นยังเดินพรวดพราดเข้าไปหยิกแขนตีท่อนขา บิดหลังหูบุตรชายจนยืดยาน ไม้เท้าในมือยกกระแทกขาบนขาล่างหวดตีไม่ยั้งแรง
"หักขานางหนึ่งข้าง แม่จะหักขาเ้าแทนนางสองข้าง ดูซิว่าเ้ายังจะกล้ารังแกนางอีกหรือไม่"
"ทะ ท่านแม่ ข้าต่างหากที่เป็บุตรในไส้ของท่าน เหตุใดปกป้องนางนัก" หลบซ้ายทีขวาทีก็ยังไม่ลืมเอ่ยปากประท้วง
"ใช่ ๆ ขอรับ ท่านแม่อย่าตีพี่ใหญ่เลยขอรับ เป็นางปีศาจจิ้งหรีดที่ทำให้สกุลโหรวขายหน้า หักขาข้างเดียวนับว่ายังน้อยไป" ยามนี้เสี่ยวซานเป็ดั่งกำลังเสริมปกป้องพี่ใหญ่ทำเสียงห้าวเข้มประหนึ่งลูกกระรอกคำราม
[ฮูหยินใหญ่... นางไม่ได้เรียกข้ามาตำหนิหรอกหรือ]
ได้เห็นภาพอลม่านประหนึ่งไก่บินหมาะโตรงหน้าเฟยหรานที่โหยหาความรักความเมตตา เริ่มรู้สึกว่าเหตุการณ์ตรงหน้านี้อบอุ่นเหลือเกิน โหรวป๋อเซียนไม่ได้ดีกับนางเท่าที่ควรแล้วอย่างไร ไม่นานต้องเอาชนะใจเขาได้แน่ อย่างน้อยก็มีท่านแม่สามีที่รักใคร่และเอ็นดูนางปานนี้ ยังจะมีเหตุผลอะไรอีกที่คนสิ้นไร้ไม้ตอกอับจนที่ไปเช่นนางต้องคิดหนี
"เสี่ยวเฟย ที่แม่ถามว่าเ้าเตรียมตัวไว้แล้วหรือยัง หมายถึงงานเลี้ยงในเขตพระราชฐานหลวงคืนวันพรุ่ง เตรียมอาภรณ์และเครื่องประดับพร้อมหรือยัง"
"งานเลี้ยง? วังหลวง? พระราชฐานหลวง?"
เฟยหรานหุบยิ้มหน้าแห้งทันที... เื่สำคัญขนาดนี้เหตุใดเ้าลูกเต่าป๋อเซียนไม่บอกกล่าว