ตอนที่ 3 เปิดพินัยกรรม
2วันผ่านไป ต้นหอมใช้เวลาสองวันอยู่กับสิ่งที่คุณอาพูดเธอทบทวนตัวเองจนจิตใจที่เศร้าโศกตอนนี้เริ่มดีขึ้น ถ้าหากเธอยังคงจมอยู่กับความเศร้าคุณพ่อของเธออาจจะเป็ห่วง...
วันนี้คุณทนายเดินทางมาที่บ้านของต้นหอมอีกครั้งเพื่อทำการเปิดพินัยกรรม ตามที่คุณมิลอัลได้เขียนและลงนามเอาไว้
บรรยากาศภายในบ้านตอนนี้ก็ไม่ได้มีคนอื่นเลยมีแค่คุณทนายที่กำลังทำหน้าที่ของตัวเอง ต้นหอมลูกสาวเพียงคนเดียวของคุณมิลอัลเ้าของพินัยกรรมที่กำลังจะเปิดอ่านในอีกไม่กี่วินาทีต่อจากนี้อัคราฟน้องชายบุญธรรมที่รักพี่ชายยิ่งกว่าชีวิตและลูกน้องของอัคราฟที่ติดตามมาจากอิตาลีด้วยสองคน
ทั้งหมดมารวมตัวกันในห้องนั่งเล่นของบ้านโดยมีคุณทนายกำลังเปิดพินัยกรรมอ่าน มีเนื้อหาทั้งหมดดังนี้...
“ข้าพเ้า มิลอัล คาลซิโดนี ขอยกทรัพย์สินทั้งหมดของข้าพเ้าให้กับ คารีน่าคาลซิโดนี ลูกสาวของข้าพเ้าและ อัคราฟ คริสโซเพลส น้องชายบุญธรรมของข้าพเ้าสองคนนี้เท่านั้นโดยแบ่งทรัพย์สินคนละครึ่งดังนี้”
คุณทนายหยุดอ่านรายการแจกแจงทรัพย์สินเพราะรายการทรัพย์สินทั้งหมดค่อนข้างเยอะมาก จึงหันมาอ่านอีกท่อนหนึ่งแทน
“ทรัพย์สินทั้งหมดก่อนที่ผู้รับจะได้รับตามกฎหมาย โดยมีเงื่อนไขดังนี้ข้อที่หนึ่ง อัคราฟ คริสโซเพลส และ คารีน่า คาลซิโดนี หรือต้นหอมจะต้องแต่งงานและอยู่กินกันฉันสามีภรรยาจนกว่าจะครบสองปีเต็มนับจากวันที่จดทะเบียนสมรสจึงจะถือว่าข้อกำหนดและเงื่อนไขที่ได้ตั้งไวสำเร็จเสร็จสิ้นลงแต่ถ้าหากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่ยินยอมแต่งงานทรัพย์สินทั้งหมดจะถูกบริจาคเป็ของการกุศลทันที”
เมื่อจบประโยคนี้ของคุณทนายสีหน้าของต้นหอมเริ่มเปลี่ยนไป จากที่เธอไม่ได้คิดอะไรก่อนมานั่งฟังแต่สิ่งที่เธอได้ฟังทำให้เธอเลือกที่จะแย้ง ถ้าจะคิดว่าเธอเสียมารยาทเธอก็ยอม
“ทำไมคุณพ่อต้องเขียนพินัยกรรมแบบนี้ขึ้นมาด้วยคะ”เสียงของต้นหอมเอ่ยขึ้นตัดพ้อเธอไม่เข้าใจเพราะอะไรคุณพ่อถึงแบ่งทรัพย์สินที่มีอยู่เพียงน้อยนิดให้กับผู้ชายที่เธอไม่รู้จักด้วยแถมยังมีเงื่อนไขที่เธอไม่ชอบอีกด้วย
“ผมขออ่านต่อนะครับคุณหนู”คุณทนายทองเอกขออ่านต่อเพราะรายละเอียดทั้งหมดยังไม่จบแค่นี้
“เชิญครับคุณทนาย”คุณอาหนุ่มนั่งหลังพิงพนักโซฟาด้วยท่าทางสบายๆเอ่ยขึ้นพร้อมกับผายมือเชิญคุณทนายอ่านต่อให้จบ
“ถ้าหากบุคคลใดคิดว่าระยะเวลาเงื่อนไขในหนังสือพินัยกรรมฉบับนี้สองปีนานเกินไปข้าพเ้าจึงได้เขียนเงื่อนไขข้อที่สองขึ้นเพื่อเป็ทางเลือก”
“อะไรคะคุณทนาย”
“ถ้าหาก อัคราฟ คริสโซเพลส ทำให้ คารีน่า คาลซิโดนี สามารถมีบุตรหรือเืเนื้อเชื้อไขเกิดขึ้นมาบนโลกได้ก็จะถือว่าเงื่อนไขทุกข้อได้สำเร็จจบลงทันที”
“นี่มันอะไรกันคะ! ทำไมคุณพ่อถึงเขียนอะไรแบบนี้”ต้นหอมเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงไม่พอใจเธอไม่อยากจะเชื่อเลยว่าคุณพ่อของเธอจะอยากให้เธอมีคนดูแลมากขนาดนี้ในเมื่อเธอเองก็โตแล้วสามารถใช้ชีวิตด้วยตัวเองได้แล้ว
“คุณหนูครับ นายท่านรักคุณหนูมากนะครับนายท่านอยากให้คุณหนูมีคนดูแลที่ไว้ใจได้” เสียงคุณทนายเอ่ยบอกส่วนคุณอาหนุ่มเขานั่งมองมาที่ใบหน้าจิ้มลิ้มของหญิงสาวด้วยสายตาที่คาดเดาไม่ได้ไม่มีใครรู้ว่าดวงตาดุสีฟ้าที่กำลังมองมาที่เธออยู่นั้น เขากำลังคิดอะไรอยู่
“คุณพ่อเขียนอะไรอีกมั้ยคะ”
“มีจดหมายถึงคุณหนูด้วยครับ”
“คุณทนายอ่านเลยครับ”เป็เสียงของคุณอาหนุ่มเพราะเขาเองก็อยากรู้เหมือนกันว่าพี่ชายบุญธรรมของเขาเขียนอะไรถึงลูกสาวคุณทนายจึงหยิบจดหมายฉบับนั้นขึ้นมาแล้วเริ่มอ่าน
“หนูหอมลูกรัก พินัยกรรมฉบับนี้ที่พ่อเขียนขึ้นมาพ่อแค่อยากให้ลูกสาวของพ่อมีคนดูแล ทั้งปัจจุบันและอนาคตพ่อหวังว่าลูกจะไม่โกรธพ่อ พ่ออยากให้หอมยอมรับเงื่อนไขทั้งหมดสุดท้ายนี้...วันที่หอมได้อ่านจดหมายฉบับนี้ พ่อคงไม่ได้อยู่กับหอมแล้วพ่อขอให้หอมมีความสุขในทุกๆวัน...จากพ่อ” ด้านล่างของจดหมายมีลงนามบันทึกชื่อไว้เรียบร้อย
“หมดแล้วเหรอคะ”
“หมดแล้วครับ”
“คุณอา...ยอมเหรอคะ” ต้นหอมหันมาถามคุณอาหนุ่มที่นั่งทำหน้าเฉยๆไม่รู้ร้อนรู้หนาว
“อายอม...” เขาตอบคำถามแค่เพียงสั้นๆเท่านั้น แต่ก็ได้ใจความทั้งหมด
“ทำไมถึงยอมคะ”
“เพราะมันเป็หน้าที่ของอา” เธอไม่อยากให้การแต่งงานในชีวิตของเธอเกิดขึ้นเพราะหน้าที่เธอยังคงเชื่อมั่นและศรัทธาในความรักอยู่การแต่งงานถ้าปราศจากความรักสำหรับเธอมันคงไม่มีความหมาย
“แต่หอมไม่ยอมค่ะ หอมไม่แต่งหอมกับคุณอาไม่เคยรู้จักกันมาก่อนจะแต่งงานกันได้ยังไงคะ” เธอไม่เคยเห็นหน้าไม่เคยรู้จักเขามาก่อน อยู่ๆจะให้เธอแต่งงานกับผู้ชายที่ไหนก็ไม่รู้ได้ยังไง
“อารู้จักหนูหอมั้แ่หนูหอมตัวเล็กๆ”คุณอาหนุ่มตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงหนักแน่น เขารู้ว่าวันนี้ยังไงก็จะต้องมาถึงเพราะชีวิตของเขามีไว้ให้ตระกูลคาลซิโดนีมาตลอดด้วยคำสัญญาลูกผู้ชายเมื่อสิบกว่าปีก่อน แล้วเขาก็ยังคงรักษาสัญญานี้ไว้เป็อย่างดีสัญญาการหมั้นหมายระหว่างเขากับเธอ
“แต่หอมไม่รู้จักคุณอา!”ยังไงเธอก็ไม่มีวันยอมแต่งงานกับผู้ชายที่เธอไม่รู้จักเด็ดขาด
“ถ้าหนูหอมไม่ยอมแต่ง ทรัพย์สินทั้งหมดจะตกเป็ของการกุศลทันทีนะคิดให้ดีก่อน” หญิงสาวไม่รู้ด้วยซ้ำว่าคุณพ่อของเธอมีอะไรที่เป็ทรัพย์สินบ้างเธอรู้แค่ว่าครอบครัวของเธอไม่ได้ลำบากเพราะมีเงินเก่ากินเท่านั้นแต่สิ่งที่เธอรู้มามันผิด...
“แค่บ้านหลังเดียว เดี๋ยวหอมทำงานเก็บเงินซื้อเอาใหม่ก็ได้”เธอเห็นแค่ไหนก็คิดว่าคงมีแค่นั้น สิ่งที่เธอเห็นมีบ้านและรถยนต์สองคันเท่านั้น
ชีวิตของเธอไม่ได้หรูหราแต่ก็อยู่อย่างสบายอยากได้อะไรเธอก็ได้ ไม่เคยลำบากั้แ่เล็กจนโต ซึ่งเธอไม่เคยระแคะระคายเลยว่าคุณพ่อของเธอที่ไม่ได้ทำงานแต่กลับมีเงินจากไหนมาให้เธอจับจ่ายใช้สอยได้อย่างสบาย
“คุณทนายครับ ผมขอเอกสาร ฉบับที่ระบุแจกแจงทรัพย์สินหน่อยครับ”คุณทนายยื่นเอกสารฉบับนั้นให้กับอัคราฟ จากนั้นเขาจึงยื่นต่อให้หลานสาวใบหน้าของเธอยังคงมองเขาด้วยสายตาไม่พอใจอยู่
“อ่านครับ หนูหอม คุณทนายคงอ่านให้ฟังไม่หมดภายในวันนี้หนูหอมเอาไปอ่านเอาเองแล้วกันนะ” ต้นหอมรับเอาเอกสารใบนั้นมาถือไว้ เธอกวาดสายตามองลงไปในเอกสารคร่าวๆ
“นี่มันอะไรกันคะ คุณพ่อของหอมไม่ได้ทำงาน ธุรกิจก็ไม่มีแต่ทำไมทรัพย์สินกับเงินสดในบัญชีถึงได้มากมายขนาดนี้คะ”สิ่งที่เธอเห็นในเอกสารคร่าวๆทำให้เธอตั้งคำถาม โดยมองหน้าคุณอาหนุ่มทีมองหน้าคุณทนายที เพราะสิ่งที่เธอรู้มากับทรัพย์สินทั้งหมดในเอกสารมันสวนทางกัน
“ตกลงหนูหอมจะยอมแต่งงานกับอามั้ย”คุณอาหนุ่มยังไม่ยอมตอบคำถามนี้ตราบใดที่เธอยังไม่ยอมรับเงื่อนไขส่วนตัวของเขาอยากให้เธอค่อยๆรู้ทีละเื่เพราะสิ่งที่เธอต้องรู้เธออาจจะรับมันไม่ได้ก็ได้
“หอมยอมแต่งก็ได้ค่ะ แต่ยังไงหอมก็ไม่มีทางยอมมีลูกกับคุณอาเด็ดขาดแค่สองปี แบ่งทรัพย์สินคนละครึ่งจากนั้นก็ทางใครทางมัน”ต้นหอมคิดในใจว่าเธอจะยอมแต่งงานแค่ในนามเท่านั้น
คำตอบของเธอทำให้ใบหน้าของทุกคนกลับมีรอยยิ้มขึ้นมาเพราะนี่แหละคือสิ่งที่คุณพ่อของเธอและทุกคน้า
ซึ่งหลังจากนี้จะเป็หน้าที่ของอัคราฟเองที่ต้องเป็ฝ่ายทำให้เธอรักและยอมอยู่กับเขาให้ได้ เพื่อให้เขาได้ดูแลเธอตลอดไป
ทั้งหมดนี้มันคือความหวังดีของทุกคนที่มีต่อเธอไม่ได้มีผลประโยชน์แอบแฝงเพียงแต่สิ่งที่เขาต้องทำไปทั้งหมดก็เพื่อตอบแทนบุญคุณของมิลอัลคุณพ่อของเธอเท่านั้น
เนื้อความในพินัยกรรมเห็นได้ชัดว่ามิลอัล คุณพ่อของต้นหอม ไม่ได้คิดจะผูกมัดด้วยเงื่อนไขนี้ไปตลอดชีวิตแต่ท่านแค่อยากให้ทั้งสองได้ใช้เวลาสองปีอยู่ด้วยกันในฐานะสามีภรรยามีเอกสารสมรสถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อศึกษาดูใจกันก่อน เมื่อครบกำหนดสองปี ก็สุดแล้วแต่คนสองคนจะตัดสินใจ
ส่วนเื่ทรัพย์สินที่แบ่งให้คนละครึ่งนั้นบ่งบอกว่ามิลอัลก็รักน้องชายคนนี้ไม่ได้แตกต่างไปจากลูกชายเลยสักนิดสิ่งที่ผ่านมาอัคราฟย่อมรู้ดีว่ามิลอัลเป็คนยังไงแล้วอย่างนี้เขาจะปฏิเสธการดูแลสิ่งที่พี่ชายรัก ที่เหลืออยู่เพียงหนึ่งชีวิตบนโลกได้อย่างไร