หลงเหยียนรู้ดีถ้าระยะเวลาในการต่อสู้นานมากกว่านี้ เขาต้องพ่ายแพ้แน่ในเมื่อหลงเอ้าอวีฝึกวิชามานานมากแล้ว แถมยังมีพลังขั้นที่สามมีเพียงพลังปราณเท่านั้นที่หลงเหยียนจะยังพอสู้หลงเอ้าอวีได้
“ในเมื่อเ้ามีิญญายุทธ์แล้ว ขนาดวิชาทะลวงฟ้าไม่อาจทำอะไรเ้าได้งั้นข้าก็คงต้องใช้วิชาการต่อสู้ที่ฝึกมาใหม่แล้วล่ะ”
“หมัดลงทัณฑ์”
หลงเอ้าอวีคำรามเสียงดังครั้งนี้เขาเป็คนเริ่มโจมตีก่อน หมัดนั้นหลอมไปด้วยพลังปราณที่ทะลุทะลวงหลงเหยียนตาแดงก่ำ รวมจิตส่งจิติญญาผ่านพลังิญญาในการมองทุกกระบวนท่าของหลงเอ้าอวี แล้วหลบได้ทันเวลา
ร่างกายหลงเหยียนพุ่งไปด้านหน้าแล้วหันกลับมามอง “ก็ไม่เห็นน่ากลัวตรงไหนเลยนี่ อยากล้มข้าหรือ ฝันไปเถอะ”
เพิ่งพูดจบพลังจากเท้าที่มหาศาลก็เหวี่ยงเข้ามาแล้ว ครั้งนี้ หลงเหยียนถูกถีบกระเด็นร่างกระแทกกับพื้นอย่างแรง
หลงเอ้าอวีปรี่เข้ามาด้วยความเร็วใช้เท้าเหยียบหน้าอกหลงเหยียนแรงๆ
“เหอะ! คนไร้ค่าก็ยังไร้ค่าอยู่วันยังค่ำพลังอันน้อยนิดของเ้าจะทำอะไรข้าได้ ฮ่าๆๆ” แล้วเขาก็แหงนหน้าหัวเราะเสียงดัง
“ท่านพ่อ ท่านมาได้อย่างไร” หลงเหยียนคำราม
หลงเอ้าอวีใหันขวับกลับไปมอง “หลงอีจะมาได้อย่างไร?” ทว่าด้านหลังกลับไม่มีใครเขาติดกับเสียแล้ว
ระหว่างการต่อสู้สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือสมาธิ หลงเหลียนฉวยโอกาสที่หลงเอ้าอวีเผลอ กอดขาของหลงเอ้าอวีแน่นพลังปราณไหลไปทั่วนิ้วมือ ทันใดนั้น หลงเหยียนก็ยกขาของหลงเอ้าอวีขึ้นเขาล้มลงบนพื้น มิอาจควบคุมร่างกายได้
ครั้งนี้มีหรือที่หลงเหยียนจะปล่อยให้เขามีโอกาสตั้งตัว
ขาทั้งสองข้างทับมือทั้งคู่ของหลงเอ้าอวีพริบตาเดียว หมัดทั้งสองข้างก็กระหน่ำฟาดลงบนหน้าหลงเอ้าอวีทุกหมัดฟาดลงอย่างแรงและแม่นยำ
หมัดของหลงเหยียนเร็วมากความเ็ปกระจายไปทั่วร่างกาย ยิ่งไปกว่านั้นหลงเหยียนไม่แม้แต่จะเว้นช่องว่างให้หลงเอ้าอวีได้หายใจเลยด้วยซ้ำเมื่อนึกถึงสิ่งที่ตนถูกหยามมานานหลายปี หลงเหยียนคล้ายเป็สิงโตที่กำลังคลั่งแล้วปลดปล่อยใส่ตัวหลงเอ้าอวี
ในที่สุดหลงเหยียนก็เหนื่อยเขาลุกขึ้น ใช้เท้าเหยียบหัวของหลงเอ้าอวีที่บวมจนเหมือนหัวหมูไม่มีผิด
“หลงเอ้าอวี นี่คือจุดจบของการมีเื่กับข้าตอนนี้เ้ามีความสุขมากหรือไม่” หลังจากพูดจบ หลงเหยียนก็หัวเราะแล้วปัดมือ
จะยอมจบเื่แค่นี้น่ะหรือไม่มีทาง ถ้าจบลงแค่นี้ เขาคงไม่ใช่หลงเหยียนแล้ว ในเมื่อมีเื่แล้วงั้นก็เอาให้ถึงที่สุด
ทันใดนั้นหลงเหยียนจับไปที่ตัวหลงเอ้าอวี พลังปราณมหาศาลถูกส่งออกไปนำร่างหลงเอ้าอวีลอยไปกระแทกต้นไม้ใหญ่
“โครม!”
ร่างกายของหลงเอ้าอวีกระแทกพื้นแรงๆตุบ... ร่วงลงพื้นด้วยสภาพอนาถ พ่นละอองเืออกมาเขาในตอนนี้สูญเสียเรี่ยวแรงในการต่อสู้แล้ว
เขามองหลงเหยียนด้วยสายตาประหลาดใจเต็มไปด้วยความคาดไม่ถึง “เขา... หลงเหยียนมีพลังขั้นที่สองแต่กลับล้มข้าได้งั้นหรือ”
หลงเหยียนเดินเข้าไปกระชากผมหลงเอ้าอวี แล้วพูดด้วยน้ำเสียงดุดัน “ฮึๆ เป็อย่างไรล่ะเ้าคงใมากสินะ ข้าไม่ได้ไร้ประโยชน์เหมือนเช่นแต่ก่อนแล้ว”
หลงเอ้าอวีกำลังใมากถูกคนที่มีพลังต่ำกว่าล้ม เวลานี้เขาโมโหมาก ยิ่งไปกว่านั้นในสมองผุดความคิดไม่อยากอยู่บนโลกนี้แล้วด้วยซ้ำ
“หลงเหยียน ข้าขอสาบานเลยว่าต้องฆ่าเ้าให้ได้ เ้ากล้าทำร้ายข้าถ้าท่านพ่อรู้เข้า ไม่ใช่แค่เ้า แม้แต่พ่อของเ้าเองก็ต้องซวยไปด้วย”
หลงเหยียนลุกขึ้นยืนตรงแล้วถ่มน้ำลายใส่ตัวเขา
“แค่พลังที่เ้ามีน่ะหรือจะฆ่าข้าได้ พลังขั้นที่สามสุดท้ายแล้วก็อยู่ใต้แทบเท้าบิดาอยู่ดี ขอร้องข้าสิ แค่เ้าขอร้องข้าจะยอมปล่อยเ้าไป”
“ฝันไปเถอะ ในที่สุดเ้าก็แสดงธาตุแท้ของตัวเองออกมาจนได้ถ้าไม่ใช่เพราะตอนนั้นแม่เ้ามันสำส่อน พ่อเ้าจะได้ตำแหน่งผู้นำแห่งตระกูลได้อย่างไร”
“หุบปากเดี๋ยวนี้ เ้าด่าข้าได้ แต่ห้ามลามปามพ่อแม่ข้า”สาเหตุการตายของมารดาเขาในตอนนั้นยังไม่ชัดเจน หากจะข่มขู่ตนก็ย่อมได้แต่จะพูดลามปามแบบนี้ไม่ได้ หลงเหยียนเดินไปข้างหน้า ชกกลางปากหลงเอ้าอวีแรงๆ
หลงเหยียนจับคางและหัวเขาแน่น
“ข้าจะฉีกปากเ้าซะ!”
ในที่สุดหลงเอ้าอวีก็กลัวแล้วฟันหลายซี่กระเด็นออกจากปาก ความเ็ปนั้นยากจะบรรยายแววตาหลงเอ้าอวีเต็มไปด้วยความหวาดกลัว เวลานี้ เขาเสียใจแล้วที่พูดเช่นนั้นออกไป
ข้าๆ... คล้ายเขาอยากวิงวอนร้องขอชีวิต แต่หลงเหยียนไม่ยอมปล่อยให้เขามีโอกาสพูด
ทันใดนั้นหลงเหยียนก็เห็นบางอย่างใต้ต้นหลิวที่โค้งย้อยลงมา
ผู้าุโแห่งตระกูลหลงบิดาของเขา และหลงจ้านกำลังเดินมาทางนี้
“ไม่นะ มาในเวลานี้ทำไมกัน?”
หลงเหยียนแสดงสีหน้าหวาดผวาหลงเอ้าอวีถูกตนทำร้ายสาหัสขนาดนี้ ถ้าหลงจ้านรู้เข้า ต้องไม่มีทางปล่อยตนไปแน่ตอนนี้เขาถอยไม่ได้แล้ว หลงเหยียนยิ้ม คิดแผนการได้แล้ว
หลงเหยียนแกล้งล้มลงบนพื้นใช้ร่างกายถูเืของหลงเอ้าอวีที่เปื้อนพื้น แล้วะโแหกปากเสียงดัง
“โอ๊ย เจ็บจะตายแล้ว โอ๊ย...” เขาใช้มือทั้งสองข้างกดหน้าอกตัวเองแล้วกลิ้งลงบนพื้น
หลงจ้านเป็คนแรกที่เห็นเมื่อเห็นหลงเหยียน สิ่งแรกที่ทำก็คือยิ้มแล้วก็พบว่าหลงเอ้าอวีซึ่งเป็บุตรชายตนนอนอยู่ไม่ไกล
“ลูกชายข้า!”
เขาพุ่งเข้าไปทันทีพลังแผ่กระจายไปทั่ว
“หลงเหยียน เ้าเป็คนทำร้ายอวีเอ๋อหรือ!” ไม่รอให้หลงเหยียนอธิบายหลงจ้านก็ยกเท้าลอยออกไป หวังถีบหลงเหยียน
แม้กระทั่งหลงเหยียนที่นอนอยู่บนพื้นยังรับรู้ได้ถึงพลังที่มหาศาลกำลังกระจายเข้ามาใกล้พลังนั้นรุนแรงจนกระทั่งห้วงอากาศยังบิดเบือน
หากถูกฝ่าเท้านั้นเตะจริงๆหลงเหยียนต้องเจ็บหนักแน่ ในเมื่อนั่นเป็พลังจากผู้แข็งแกร่งขั้นที่แปดเชียวนะ
หลงเหยียนหลับตาลงกัดฟันแน่น ไฟโทสะปะทุทันที เขาไม่รอคำอธิบายจากตน ไม่แบ่งแยกผิดชอบชั่วดีเลยที่เป็แบบนั้นก็เพราะไม่เห็นตนอยู่ในสายตา เขาทนการถูกหยามมามากพอแล้ว
“ข้าจะหลบไม่ได้ เพราะถ้าข้าหลบ มันแสดงให้เห็นแล้วว่าข้าไม่ได้าเ็เมื่อความจริงปรากฏ แม้แต่ท่านพ่อก็คงช่วยแก้ตัวไม่ได้ ไม่ว่าอย่างไรตอนนี้หลงเอ้าอวีก็พูดไม่ได้อยู่แล้ว ฮึๆ”
หลงเหยียนรออยู่ครู่หนึ่งแต่แรงจากฝ่าเท้าก็มาไม่ถึงตัวสักที
ตุบ...เท้าของหลงจ้านถูกใครบางคนขวางไว้ หยุดอยู่กลางอากาศห่างจากตนเพียงนิดเดียวเท่านั้น แม้แต่ลมจากขาของหลงจ้านก็ทำให้ใจเขาสั่น
หลงอีเป็ผู้นำตระกูลแน่นอนว่าต้องมีสิทธิ์ปกป้องบุตรชายของตนอยู่แล้ว
“หยุดเดี๋ยวนี้” หลงอีสะบัดเท้าของหลงจ้านออกไปแล้วมองหลงเหยียนอย่างเป็ห่วงเป็ใย
“เหยียนเอ๋อ เ้ากลับมาั้แ่เมื่อไรเพราะอะไรถึงไม่บอกข้าที่เป็พ่อเลยสักคำ ทำให้ข้าเป็ห่วงเ้ามาก” หลงอีรู้ดีต้องเป็เพราะหลงเหยียนกลับมาในตระกูล และถูกคนอื่นขัดขวางไว้จากนั้นจึงเกิดการลงมือกันขึ้น แต่เขารู้ดี พละกำลังที่หลงเอ้าอวีมีเป็ไปไม่ได้เลยที่จะถูกหลงเหยียนทำร้าย
“ข้า ข้าเจ็บมากเลยท่านพ่อ” หลงเหยียนไม่ได้ตอบกลับ ลูกตาแพรวพราวกำลังหมุนทิ้งตัวกลิ้งลงบนพื้น ท่าทางดูเหมือนเ็ปมาก
ทว่าในใจกลับหัวเราะอย่างเย็นเยือก“หลงจ้าน เ้าคงนึกไม่ถึงสินะ ดูสิวันนี้เ้าจะทำอะไรข้าได้”
บนตัวหลงเหยียนเปื้อนไปด้วยเืเกรงว่าคงาเ็ไม่น้อย
“ไอ้หนุ่ม ดูจากท่าทางแล้ว เหมือนเ้ากำลังแสร้งทำมากกว่า”
“แสร้งกับผีน่ะสิ ถ้าอย่างงั้นเ้าก็ลองทำให้ข้าดูบ้างสิพวกเ้าสองพ่อลูกรังแกข้า ข้าขอสาบานว่าต้องเอาคืนให้ได้ข้ากับลูกเ้าเจ็บหนักเหมือนกันแต่เ้ากลับ้าทำร้ายข้าต่อหน้าท่านพ่อโดยไม่ถามต้นสายปลายเหตุเลยแม้แต่คำเดียว”
“หลงจ้าน ข้าเคยมองเ้าเป็ลุงสอง หลังจากนี้ถ้าข้ามีโอกาสและแข็งแกร่งมากกว่าเ้า ข้าต้องเอาคืนให้สาสมแน่พวกเ้าไม่ได้ทำร้ายข้าแค่วันสองวัน ข้าจำเื่ทั้งหมดไว้แล้ว”
หลงจ้านะเิโมโหเขารู้ดี เพราะมีผู้าุโแห่งตระกูลและหลงอีอยู่ หลงเหยียนถึงบังอาจพูดเช่นนี้
“ยังกล้าแก้ตัวอีกหรือ” หลงจ้านยื่นมือใหญ่เข้ามาคว้า ครั้งนี้คนที่ขัดขวางกลับเป็หลงกงฉู่ ผู้าุโแห่งตระกูลหลง
ทันใดนั้นรังสีที่น่าเกรงขามก็ปกคลุมไปทั่ว ผู้าุโพูดด้วยเสียงที่น่าเกรงขาม“ถ้ายังไม่หยุด ข้าจะจับพวกเ้าทุกคนไปขังให้หมด” ขณะที่พูดนั้นสายตาที่ดุดันก็มองไปยังหลงเหยียน
เขารู้ดีว่าพละกำลังของหลงเหยียนก้าวะโขึ้นมาถึงขั้นที่สองแต่ดูเหมือนเป็ไปไม่ได้เลยที่จะล้มหลงเอ้าอวีที่มีพละกำลังขั้นที่สามนอกจากเขาเป็อัจฉริยะ
หลงจ้านก้มหน้าลงมองหลงเหยียนด้วยสายตาเกลียดแค้น เก็บความโกรธเคืองไว้ แต่พูดอะไรไม่ได้ไม่นานหลงอีก็เรียกเด็กในตระกูลมายกตัวหลงเอ้าอวีออกไป
“เหยียนเอ๋อ เ้าไปรักษาาแก่อนเถอะ พวกเรายังมีเื่ต้องปรึกษากัน”
เมื่อมองแผ่นหลังของพวกเขาที่เดินจากไปหลงเหยียนจดจำเื่ที่เกิดขึ้นในวันนี้ไว้หมดแล้ว
“หลงจ้าน เื่ในวันนี้ ข้าจะจำเอาไว้ก่อน วันหลัง ถ้าเ้าตกมาอยู่ในกำมือข้าเมื่อไรถึงวันนั้น ข้าทำให้เ้าจบไม่สวยแน่”
พละกำลังเท่านั้นทุกอย่างขึ้นอยู่กับพละกำลังไม่ว่าิญญาัที่อยู่ในร่างกายจะส่งผลกระทบอะไรต่อเขาแต่หลงเหยียนก็สัญญากับตัวเองว่าต้องแกร่งให้มากกว่านี้ต่อให้อาจทำให้ิญญาัฟื้นคืนชีพ แต่หลงเหยียนก็ยังเลือกที่จะทำแบบนี้อยู่ดี
หลังผ่านการต่อสู้เขาพบว่าพลังปราณของตัวเองเพิ่มขึ้นมากกว่าเดิมเยอะเลยดูเหมือนการต่อสู้ก็เป็หนึ่งในวิธีสร้างความมั่นคงของพลังปราณอีกไม่นานร่างกายเขาจะทะลุข้ามขั้นที่สองเช่นนั้นก็สามารถเริ่มฝึกเข้าขั้นที่สามได้แล้ว
หลังจากบิดาจากไปแล้วหลงเหยียนก็ปลีกตัวออกจากเด็กในตระกูล แล้วเดินตรงไปที่หอดาราด้วยตัวเอง
หอดาราคือสถานที่เก็บตำราวิชาทั้งหมดของตระกูลหลงที่แห่งนี้ถูกเฝ้าโดยยอดฝีมือในตระกูลไม่เว้นวันนับว่าเป็ที่ต้องห้ามในตระกูลก็ว่าได้ เมื่อไรที่เส้นพลังในกายอยู่ในขั้นที่สองถึงมีสิทธิ์เข้าไปเลือกอ่านตำราฝึกวิชาในนั้นได้
เดินผ่านเส้นทางที่ปูไปด้วยหินหลงเหยียนเดินมาถึงที่แห่งนี้ด้วยความชำนาญ เมื่อก่อนเขาทำได้แค่มองห่างๆในที่สุดวันนี้เขาก็มีสิทธิ์ยืนอยู่ตรงนี้ แววตาเต็มไปด้วยความลุ่มหลง
เมื่อไม่มีวิชาการต่อสู้ก็ไม่ต่างไปจากสุนัขตัวหนึ่งที่ตนเอาชนะหลงเอ้าอวีได้ในครั้งนี้ เป็เพราะใช้ลูกเล่นเขาไม่กล้ารับประกันว่าหากครั้งหน้าต้องเผชิญหน้ากับหลงเอ้าอวีอีกครั้งตนยังสามารถล้มเขาได้อีกหรือไม่
เวลานี้ลุงใหญ่ซึ่งมีนามว่าหลงห้าวกำลังฝึกอยู่ด้านในอย่างเงียบๆ หลงเหยียนสูดลมหายใจเข้าลึกๆแล้วผลักประตูเข้าไปเบาๆ
บนชั้นสองพลังแห่งดารากระจายไปทั่วหลงเหยียนรู้ว่า้านั้นเป็ที่ของผู้ฝึกพลังถึงระดับสูงเท่านั้นชั้นที่หนึ่งจึงเป็มุมสำหรับหลงเหยียน ถ้าไม่ระวัง ขึ้นไปฝึกทักษะชั้นสูงคงต้องถูกพลังปราณดูดกลืนแน่ นี่เป็เื่ที่หลงเหยียนก็เข้าใจดี
ในระยะเวลาสามวันศิษย์แห่งตระกูลหลงมีโอกาสเข้ามาในนี้หนึ่งครั้งอีกทั้งยังไม่มีสิทธิ์นำวิชาออกจากหอดารา มิเช่นนั้นอาจถูกจับขังคุกข่าวที่แพร่กระจายภายนอกร้ายแรงยิ่งกว่า หากกล้าฝ่าฝืนกฎตระกูลหลงผู้นั้นต้องถูกตัดเส้นพลังที่แขนและขา ไม่อาจฝึกวิชาได้ตลอดชีวิต
หลงเหยียนโตขนาดนี้แล้วแต่ก็เคยเจอลุงใหญ่แค่ไม่กี่ครั้งเท่านั้น เล่ากันว่าลุงใหญ่มีพละกำลังขั้นที่เก้าเป็รองแค่ผู้าุโแห่งตระกูลหลงเท่านั้น
“แสดงได้เหมือนไม่น้อยเลยนะ! ไหนๆ ข้าก็มาแล้ว เขาคงไม่ออกมาเจอข้าหรอก”หลงเหยียนหัวเราะอย่างเกเร
ฝีเท้าพุ่งเข้าไปทันใดนั้น ตรงหน้าหลงเหยียนก็เต็มไปด้วยความสับสน
ชั้นวางหนังสือสูงใหญ่กว่าสิบชั้นทั้งหน้าและหลังมีตำรานับพันเล่ม ทั้งหมดถูกวางเอาไว้บนชั้นอย่างเป็ระเบียบตำราระดับแรกเริ่มถึงระดับสูงถูกวางเอาไว้อย่างเปิดเผย
หลงเหยียนเริ่มค้นหาจากแถวแรกเพียงไม่นานหลงเหยียนก็พบตำราเล่มหนึ่ง มันถูกวางอยู่บนชั้นที่สามปกเล่มนี้ไม่เปื้อนฝุ่นเลย คิดว่าต้องถูกคนหยิบออกมาอ่านบ่อยๆ แน่
“《หมัดทะลวงฟ้า》 นี่มันเป็วิชาที่ไอ้หลงเอ้าอวีใช้ต่อกรกับข้าไม่ใช่หรือ? เป็วิชาระดับแรกเริ่ม” ไม่นานหลงเหยียนก็พลิกชั้นวางตำราพบว่าขณะที่ตนกำลังเปิดตำรานั้น คล้ายตัวหนังสือกำลังะโโลดเต้นคล้ายเป็มนุษย์ตัวเล็ก พวกเขาเริ่มเคลื่อนไหว แสดงกระบวนท่าบนตำรา
เพียงระยะเวลาสิบกว่าวินาทีหลงเหยียนก็บรรลุทุกกระบวนท่าในตำราแล้ว
“บ้าไปแล้ว นี่ข้าจำได้หมดแล้ว? วิชาการต่อสู้ระดับแรกง่ายขนาดนี้เลยหรือ?”หลงเหยียนหลับตาลง กระบวนวิชาปรากฏในสมองของหลงเหยียน
นั่นคือประสาทการรับรู้และปฏิกิริยาที่ถูกส่งมาจากจิติญญาคล้ายมันมีพลังแทรกซึมไปทั่วร่างกาย ไม่ว่าจะเป็ภาคทฤษฎีหรือภาคปฏิบัติสำหรับหลงเหยียนแล้ว ทั้งหมดนี้เป็เื่ที่ง่ายยิ่งกว่าปอกกล้วยเข้าปาก
หลงเหยียนค้นตำราที่อยู่ด้านหลังต่อแล้วพบว่าตำราส่วนใหญ่ในนี้ฝึกฝนง่ายมาก กระบวนท่ามากมายถูกนำไปใช้ซ้ำกันเมื่อฝึกดูแล้ว เขาก็พบว่าวิชาหมัดทะลวงฟ้าใช้คล่องมือมากกว่า
--------------------