แสงแดดสาดส่องผ่านเงาไม้ แรงลมเอื่อยพัดเอาใบไม้เสียดสี ตามทางเดินที่ทอดยาวไปยังเรือนหลังเขาเงียบสงบจนเหยาเยี่ยชิงรู้สึกสบายใจอย่างน่าประหลาด
เหยาเยี่ยชิงก้าวขึ้นบันไดหิน สายตากระทบเข้ากับกล่องใบโตวางอยู่ข้างประตูเรือน เขาอยากจะร้องไห้ออกมาเสียเดี๋ยวนั้น เหตุใดไปเพียงไม่กี่วันงานถึงเพิ่มเยอะขนาดนี้เล่า
้าให้ตนพักรักษาตัวจริงหรือ เหตุใดหลายเดือนมานี้จึงไม่รู้สึกว่าว่างเลยหนอ เขาเดินเข้าไปยังภายใน พาร่างของมู่เยว่ชินวางยังที่นอน
เมื่อจัดเตรียมน้ำสะอาดเสร็จจึงนั่งมองร่างที่หลับสนิท ระยะทางจากหอตำราทำให้ร่างที่อิดโรยก็หลับไปอีกครั้ง เขาปลดเสื้อที่เหมือนเศษผ้าออก ยิ่งมองก็ยิ่งสลด าแโหดร้ายเกินกว่าเด็กจะรับไหวจริง ๆ เสื้อซับในถูกปลดออกก็เหลือบไปเห็นแก้มแดง
“ตื่นแล้วไยไม่ลืมตา”
เหมือนโจรที่กำลังขโมยของแต่กลับมีคนมาจุดตะเกียงเพิ่มความสว่าง เมื่อรู้ว่าปิดไม่มิดร่างเล็กก็ดันตัวขึ้น
“อย่าขยับ” ไม่ทันเสียแล้ว คนตรงหน้าดีดตัวขึ้นมานั่งจ้องตาใส เขาได้แต่ถอนหายใจปล่อยเลยตามเลย
“..เ้าสำนักฝู”
“รู้ได้อย่างไร”
“ได้ยินคนในห้องยาพูด”
“หากเ้ายังขยับไปมาข้าคงต้องใช้อาคมสงบนิ่งแล้ว” น้ำเสียงเหยาเยี่ยชิงเข้มขึ้นเมื่อคนตรงหน้าไม่ยอมอยู่นิ่ง
หลังเห็นว่าคำขู่ใช้ได้ผลก็ชวนคุยเื่อื่น “เหตุใดจึงไปอยู่ที่นั่นได้”
“ข้ากำลังเดินทางไปยังอีกเมืองก็ถูกจู่โจม”
“เ้าคนเดียว?”
“คนอื่นสิ้นใจหมดแล้ว” ดวงตาคู่นั้นฉายแววเศร้าหมอง เขาไม่ถามต่ออีก
“ข้าเสียใจด้วย..เ้ายกตัวขึ้นหน่อยข้าจะถอดกางเกง”
“!!” มู่เยว่ชินถอยหนี
“อย่าขยับมากเกินไป ข้าจำเป็ต้องดูาแทั้งร่างของเ้า” ว่าพลางก็จับแขนของมู่เยว่ชินไว้ แต่เด็กตรงหน้าส่ายหน้าไปมาอย่างแรง
“ท่านแม่บอกว่าคนที่เห็นสิ่งนี้ได้นอกจากท่านแล้วมีเพียงภรรยาเท่านั้น” ถึงจะถอยหนีจนติดพนักเตียงก็ไม่สามารถหลบหลีกอาคมสงบนิ่งได้ ทันทีที่อาคมกระทบโดนตัวของมู่เยว่ชินร่างกายก็ไม่สามารถควบคุมได้อีก เหยาเยี่ยชิงฟังคำพูดของเด็กตรงหน้าก็ขำขันจนพูดเย้าแหย่ออกไป
“เช่นนั้นข้าจำเป็ต้องแต่งกับเ้าแล้ว”
เขาไม่รู้เลยว่าในอนาคตประโยคที่พูดออกมาด้วยน้ำเสียงปนตลกจะเป็ดั่งแหรัดตัว ถึงจะใช้กำลังสุดชีวิตก็ไม่สามารถดิ้นหลบหนีได้
เวลาผ่านไปพักใหญ่เหยาเยี่ยชิงก็เช็ดตัวให้เสร็จ เขามองไปยังผลงานตนเองด้วยท่าทีชื่นชม ตอนนี้ใบหน้าของมู่เยว่ชินชมพูคล้ายลูกท้อจนเขาอดหัวเราะไม่ได้
เมื่อขำขันจนพอใจก็หันไปหยิบยาที่ลี่หลินให้มา
มือเรียวบรรจงทายาบนแผลั้แ่ตนคอไปจนถึงสันหลัง ยาวิเศษเฟยเฟิ่งได้มาจากคลังสมบัติตระกูลฝู ของล้ำค่าภายในสำนักว่ากันว่าเพียงหยิบมือสามารถสร้างเรือนได้สองหลัง
ที่เขารู้ก็เพราะมีเขียนอธิบายยาวเหยียดอยู่ข้างขวดเห็นได้ชัดว่า้าให้ใช้แบบประหยัด
“หากว่าเจ็บก็ร้องออกมา” เหยาเยี่ยชิงเอ่ยเสียเบา
มู่เยว่ชินที่โดนคลายอาคมออกได้ยินดังนั้นก็ตั้งใจคิดอย่างจริงจัง “ทุกครั้งข้าเจ็บก็จะร้องไห้แต่ครั้งนี้ข้ามีความสุขมาก”
เหยาเยี่ยชิงยิ้มเจือไปด้วยความเห็นใจ แผลบางส่วนปริแตกจนสมานตัวและปริแตกใหม่ซ้ำไปมา ไม่มีเนื้อส่วนใดที่ไม่เคยเกิดรอย มันสามารถบอกได้ว่าเด็กคนนี้อยู่ในกระท่อมหลังเก่ามาเนิ่นนาน บัดนี้ยังโต้ตอบได้ถือว่าสามารถแล้ว
“ข้าจินตนาการถึงคนที่จะพาข้าออกไปทุกวันเพียงแต่…งดงามไม่เท่าท่าน”
“คำว่างดงามไม่ใช่ประโยคที่เอ่ยชมบุรุษ”
“หากข้าเอ่ยว่าหล่อเหลาไม่เป็การโป้ปดหรอกหรือ”
“…” ดวงตากระจ่างใสมองมาทางเขาด้วยท่าทีซื่อตรงจนหมดคำจะกล่าวต่อ
ไม่ทันไรเหยาเยี่ยชิงก็ทายาเสร็จ มู่เยว่ชินไม่ร้องเ็ปแม้แต่น้อยหนำซ้ำยังยิ้มได้อีกด้วย เขายืดกายขึ้นกำลังเก็บเศษผ้าไปได้ครึ่งเดียวชายแขนเสื้อก็โดนกระตุก เขามองลงไปก็เห็นมือเล็กที่กำแขนเสื้อของตน เบาราวกับจับขนนก
“ข้าขอพรมาตลอดหลายเดือนแต่ไม่ได้รับสิ่งที่ปรารถนาจึงขอแลกความสุขทั้งหมดเพื่อพบท่าน…” ในวันที่เนื้อโดนกรีด มีเพียงแต่คำขอพรและการวาดฝันถึงใครคนหนึ่งที่จะยื่นมือมาตรงหน้าเท่านั้นที่พอจะทำได้
มือเล็กกำแขนเสื้อแน่นขึ้น
ดวงตาสองคู่สบตากัน เขาเอื้อมมือไปวางบนศีรษะของคนตัวเล็ก “ไม่เป็ไร ข้าจะแบ่งความสุขให้เ้า”
หลังจากทานยามู่เยว่ชินก็หลับไป เขารู้แต่แรกแล้วว่าเด็กตรงหน้าเป็ปีศาจ ลี่หลินก็คล้ายรับรู้เช่นกันแต่ไม่ได้ห้ามปราม นับว่าเป็คนมีคุณธรรมคนหนึ่ง
มู่เยว่ชินยังเด็กแต่สามารถเก็บไอปีศาจได้ดี เป็ปีศาจที่มีพร์ตนหนึ่ง
มารและปีศาจนั้นแตกต่างกันมาก มารเกิดจากจิตใจที่ล้มเหลวเข้าสู่ด้านมืด เป็สิ่งมีชีวิตที่ควรได้รับการชำระล้าง แต่ปีศาจนั้นเกิดมาก็เป็ปีศาจ ถึงปีศาจทำตนให้ดีแค่ไหนหากไม่มีผู้ร่วมทำสัญญาส่วนใหญ่ถูกมองว่าเลวทั้งสิ้น
การเหมารวมแบบนั้นเขาไม่ค่อยเห็นด้วยนัก
เหยาเยี่ยชิงหันไปมองคนตัวเล็กที่นอนหลับ ห้องนี้เป็ห้องรับรองที่อยู่ติดกับห้องของเขา ปกติแล้วเอาไว้ให้เครือญาติหรือแขกที่สนิทเข้าพัก เมื่อก่อนเป็ห้องของหลิวหยางแต่ว่ามันดันชอบนอนห้องเขาเลยทิ้งว่างไว้
หลังจัดแจงสิ่งของเข้าที่แล้วก็เตรียมจะไปพักที่ห้องแต่เพียงก้าวเท้าออกไปเสียงสะอื้นก็ดังลอยมาเบา ๆ
“ฮึก..”
เป็มู่เยว่ชินกำลังทำสีหน้าเ็ปในมือข้างหนึ่งกำลังควานหาบางสิ่ง
เหยาเยี่ยชิงเห็นแล้วถึงกับใจอ่อน เป็ภาพที่น่าสงสารยิ่ง
เขาเดินเข้ามาในห้องอีกครั้งตั้งใจจะตรวจดูว่าเพราะเด็กน้อยมีไข้จึงฝันร้ายหรือไม่ เมื่อแตะไปยังหน้าผากได้ไม่นานเด็กตัวน้อยก็พลิกมากุมมือเขาไว้แน่น จากนั้นสีหน้าก็คลายลงหลับไปอีกครั้ง
เห็นทีว่าคืนนี้เขาต้องนอนที่นี่เป็แน่ คิดได้ดังนั้นจึงจัดแจงที่เบียดตัวลงนอน มือเล็กยังคงยึดมือเขาเอาไว้แนบตัวเป็ภาพน่าเอ็นดูจนเผลอยิ้มออกมา
กลิ่นตัวของมู่เยว่ชินนับว่าหอมอย่างประหลาด ตรงเส้นผมคลายกลิ่นของดอกไม้สด คิดพลางเขาก็ดึงเส้นผมของมู่เยว่ชินขึ้นมาเพื่อพิจารณา ตามเนื้อตัวกลิ่นก็คล้ายกำยาน
ในถุงหอมใบนั้นคงบรรจุเืของมู่เยว่ชินไว้ กลิ่นนั้นยังคงลอยมากระทบจมูกของเขาถึงแม้จะพันแผลเอาไว้แต่ยังคงมีกลิ่นหลงเหลืออยู่จาง ๆ เวลาผ่านไปเพียงชั่วครู่ก็เผลอหลับไปอย่างน่าประหลาด
เป็ค่ำคืนที่เขาหลับได้อย่างสนิทมากกว่าปกติ