ตอนที่ 27 คำทำนายที่สืบทอดกันมา
ยังมีเวลาว่างมากถึง 10นาทีกาติรัสล้วนไม่รีบร้อนอะไรพลันเปิดค่าสเตตัสของตนขึ้นมา
ชื่อ:กาติรัส อันเดลัส(เพศชาย) อายุ:15ปี เผ่าพันธุ์:มนุษย์กึ่งอันเดด อายุขัยโดยธรรมชาติ:อนันต์ เลเวล:5,013 พลังกาย:60,235 พลังเวทย์:619,860 อาชีพ:จักรพรรดิผีดิบ
พลังแห่งพระเ้าสถานะติดตัวของจักรพรรดิผีดิบ...อาณาจักรพรรดิผีดิบ ในหนึ่งวันสามารถสร้างอสูรเผ่าพันธุ์โครงกระดูก(เผ่าพันธุ์อื่นยังไม่ปลดล็อค) ได้วันละ 10ตัว (จะสามารถเพิ่มจำนวนการสร้างต่อวันได้โดย 10 เลเวล = 1 ตัว)
พลังแห่งพระเ้าสถานะติดตัวของจักรพรรดิผีดิบ...สกิลปกปิด(อนันต์) ท่านสามารถปกปิดจากสถานะหยั่งรู้ได้ โอกาสสำเร็จ 100%
พลังแห่งพระเ้าสถานะติดตัวของจักรพรรดิผีดิบ...สกิลหยั่งรู้(อนันต์) ท่านสามารถส่องดูค่าพลังของผู้อื่นได้ โอกาสสำเร็จ 100%
ปลดล็อคทักษะที่หนึ่ง...ฝ่ามือโครงกระดูก : พลังทำลายเพิ่มสูงขึ้น 10เท่าตัว
ปลดล็อคทักษะที่สอง(1000)...ััแห่งอันเดดประเภทดีบัฟ : ทำให้ผู้ััติดสถานะอัมพาต สับสน ใบ้ หวาดกลัวและจะกลืนกินพลังชีวิตและพลังเวทย์ของผู้ถูกััทุกๆ หนึ่งวินาที (นำพลังเวทย์ของผู้ใช้หารกับค่าต้านทานพลังเวทย์ของผู้ถูกัั) (ใช้ค่าต้านทานของประเภทดีบัฟแต่ละชนิดเพื่อลดระยะเวลาการแสดงผล)
ปลดล็อคทักษะที่สาม(5000)...สลับขั้วิญญา : สลับค่าพลังของ พลังกาย-พลังเวทย์
กาติรัสไม่แปลกใจแม้แต่น้อยที่เลเวลมากถึงขนาดนี้แต่ตนกลับมีทักษะเพียงน้อยนิด ทั้งหมดทั้งมวลเป็ผลพวงมาจากอาชีพที่มีนาม "จักรพรรดิ" ถึงพวกเขาจะมีทักษะไม่มากแต่ความสามารถของมันแต่ละอย่างนั้นกล่าวได้ว่าเขย่าโลกา!! ชั่วชีวิตที่แล้วจนกระทั่งเขาสิ้นใจเด็กหนุ่มก็ยังมีทักษะไม่ถึงสิบด้วยซ้ำ
ทักษะที่เพิ่งได้รับนับว่ามีประโยชน์เป็อย่างมากด้วยพลังเวทย์ที่สูงถึงหกแสนหน่วย หากเขาใช้สลับขั้วิญญาพลังกายจะกลายมาเป็พลังที่สูงส่งแทน มันจะเป็ทักษะที่สำคัญสำหรับใน่สถานการณ์ที่จำเป็
สายลมไหลผ่านไปดั่งสายธารอันมาพร้อมกับความร้อนที่อบอุ่นของแสงตะวันเพียงได้ัักับเกล็ดทมิฬมันแววยิ่งรู้สึกถึงความอบอุ่นเป็เท่าตัว กาติรัสที่ตลอดชีวิตต้องพบเจอแต่เื่การเข่นฆ่าและแย่งชิงอำนาจ ยามนี้เขากลับรู้สึกผ่อนคลายอย่างที่สุดร่างกายที่เหนื่อยล้าพลันฟุบลงไปนอนบนเกล็ดที่แข็งกล้า ไม่ต้องกลัวว่าจะตกลงจากหลังัตนนี้เลยสักนิด แผ่นหลังของมันกว้างใหญ่ราวกับหนึ่งหมู่บ้าน มันให้ความรู้สึกปลอดภัยอย่างที่สุด จินตนาการภาพไม่ออกเลยว่าสัตว์ประหลาดตนนี้ถูกทำร้ายได้ยังไง
.
.
.
.
ูเาเขียวขจีอันปกคลุมไปด้วยต้นไม้สูงใหญ่จนยากจะมองเห็นพื้นเบื้องล่าง ซ่า ซ่า ซ่า ซ่า เสียงของน้ำตกกระทบเข้ากับก้อนหินพื้นที่โดยรอบเป็แม่น้ำลำธารทอดยาวไปไกลแสนไกลโดยที่จุดกำเนิิดของมันคือน้ำที่ไหลลงมาจากูเา ปรากฏเป็รูกลวงโบ๋ภายในูเาลูกนั้นมันดูราวกับถ้ำในูเาแต่เป็ถ้ำที่อยู่สูงเหนือระดับพื้นดิน สายน้ำไหลลงมาไม่หยุดหย่อนราวกับข้างบนเป็แหล่งเก็บน้ำชั้นเยี่ยม หากสังเกตตรงถ้ำบนูเาให้ดีๆจะพบว่ามีไม้ที่ถูกแปรรูปอยู่มากมาย พวกมันล้วนกลายเป็กำแพงบ้าง บันไดบ้าง อาวุธบ้าง รูปสลักบ้าง เหมือนจะมีสิ่งมีชีวิตที่มีอารยธรรมอาศัยอยู่เบื้องบนนั้น
ปรากฏเป็สัตว์รูปร่างประหลาดพวกมันมีเขาสองข้างที่มีสีแดงสดดั่งโลหิตมันยาวยื่นออกมาจากศีรษะที่คล้ายกับศีรษะมนุษย์ นัยต์ตาตั้งสองเป็สีดำสนิทไม่มีสีใดๆปะปนอยู่เลย คิ้วก็ล้วนเป็สีดำเข้มและผิวพรรณก็ล้วนแดงสดดั่งโลหิต รูปร่างใหญ่โตกำยำและสูงราวสองสามเมตร มองดูรวมๆแล้วพวกมันคล้ายมนุษย์เป็อย่างมากกระทั่งฟันก็เหมือนเหล่ามนุษย์ราวกับแฝด แต่ใบหน้าพวกมันทุกตนค่อนข้างคล้ายกันเป็อย่างมากโดยเฉพาะอย่างยิ่งสีหน้าที่โเี้ได้ตลอดเวลา
ด้วยรูปลักษณ์และนิสัยที่บ้าเถื่อนพวกมันถูกเรียกขานจากเผ่ามนุษย์ว่าเป็พวก "เผ่าปีศาจอสูร" เนื่องจากพละกำลังที่สูงจนผิดปกติและความคล่องแคล่วว่องไวที่ไม่สมกับขนาดตัว พวกมันเป็ที่ยกเว้นเป็อาณาเขตที่ไม่ค่อยมีใครกล้ารุกราน!!
เผ่าปีศาจอสูรตนหนึ่งกำลังเดินขึ้นบันไดเพื่อไปพบกับหัวหน้าเผ่าภายในมือทั้งสองข้างกำลังลากเรือนร่างของมนุษย์มาด้วยมากถึงสามและเรือนร่างทั้งสามนั้นเป็ซากศพไร้เศียร!! ใบหน้าของมันกลับนิ่งเฉยและเ็าและร่างกายสุดกำยำจนน่าผวาเป็เผ่าปีศาจอสูรที่สูงใหญ่เป็อย่างมากมันสูงราวสี่ห้าเมตร ไม่มีผู้ใดไม่รู้จักมันกระทั่งผู้คนจากราชอาณาจักรเซอร์วอสก็ตั้งฉายาให้มันว่า "รัตติกาลสีแดง"
คืนราตรีอันเงียบสงัดปรากฏเผ่าปีศาจอสูรสูงราวสี่ห้าเมตรมันพุ่งเข้าใส่ป้อมปราการแห่งราชอาณาจักรเซอร์วอสเพียงตัวคนเดียวแต่กลับสร้างความเสียหายไปกว่า 80% ณ ที่แห่งนั้นเหล่าอัศวินระดับสูงตกตายไปเกินครึ่งก่อนเหล่าปราการสุดท้ายจะมาถึง ตัวมันกลับหนีรอดไปได้ด้วยอาการาเ็สาหัสจนเกือบตายถึงกระนั้นมันก็บุกมาตัวคนเดียวและไม่สูญเสียอะไรเลย เหตุการณ์ในวันนั้นจนถึงวันนี้ก็ล้วนยังไม่มีคำตอบสำหรับคำถามว่า "รัตติกาลสีแดงตกตายหรือยัง?" หลังเหตุการณ์ในวันนั้นก็ไม่มีผู้ใดได้พบเห็นกับ "รัตติกาลสีแดง" อีกเลย
เ้าของฉายา "รัตติกาลสีแดง" ยามนี้ได้ลากซากศพไร้เศียรของมนุษย์ทั้งสามขึ้นไปเบื้องบนูเาก่อนมันจะมาปรากฏอยู่เบื้องหน้าของผู้นำสูงสุดเป็เผ่าปีศาจอสูรที่สูงใหญ่ยิ่งกว่าตัวมันเสียอีก ช่างเป็ความสูงในจินตนาการของพวกมันหลายๆตน ปรากฏเป็ร่างสูงราวเก้าเมตรสิบเมตร รูปร่างอ้วนท่วมพร้อมกับพุงเกือบสิบชั้นยื่นออกมา ฟันแหลมคมสองซี่ยาวยื่นออกมาจากปากและฟันที่มิอาจหุบเข้าไปได้ มันตาบอดข้างขวาพร้อมกับรอยแผลราวกับถูกฟันเป็ทางยาวจรดแก้มข้างซ้าย ใบหน้าที่ดุดันพลันยิ่งอารมณ์ร้ายเมื่อได้เห็นสหายคนสนิทลากซากศพมามากถึงสามคน!!
"โอ้!?...สหายของข้า..ซากศพทั้งสามนั่น" หัวหน้าเผ่ากล่าวเสียงเรียบพลางจับเนื้อสัตว์ป่าที่มีขนาดร่างพอๆกับศีรษะตนฉีกกิน
ใบหน้าของรัตติกาลสีแดงยังนิ่งสงบก่อนปีศาจผู้น่าเกรงขามจะเอ่ยขึ้น "ท่านทายสิพวกมันเป็ใคร" น้ำเสียงขึงขังพลางสายตาจับจ้องไปยังหัวหน้าของตนราวกับจะสื่อถึงความจริงจังที่ชัดเจน
ถึงแม้พวกมันจะสนิทกันมากๆประดุจพี่น้องแต่ทว่ารัตติกาลสีแดงยังคงเคารพฐานะของสหายผู้นี้ เขาเป็คนที่ค่อนข้างมีมารยาทผิดแปลกจากเผ่าปีศาจอสููรตนอื่นอย่างชัดเจนราวกับได้รับอิทธิพลมาจากพวกมนุษย์เพราะเผ่าปีศาจอสูรตนอื่นต่างเรียกหัวหน้าของตัวเองด้วยคำว่า "เ้าหัวหน้า"
หัวหน้าเผ่าครุ่นคิดเพียงไม่นานก่อนเอ่ย "สามผู้บัญชาการของราชอาณาจักรเซอร์วอสใช่ไหม" เขากล่าวพลางฉีกเนื้อกินพลางไม่มีความรู้สึกตื่นเต้นหรือแปลกประหลาดใจ มีเพียงใบหน้าหิวกระหายที่ยังคงกินอย่างไม่หยุดยั้ง
เพียงมองปราดเดียวก็รู้ว่าเป็ซากศพของเหล่าผู้บัญชาการแห่งราชอาณาจักรเซอร์วอสเนื่องด้วยชุดเกราะและยศตราที่เป็เอกลักษณ์ พวกมันเคยประมือกันหลายครั้งคราถึงแม้หัวหน้าเผ่าจะเพียงแค่นั่งดูผู้บัญชาการทั้งสามประมือกับรัตติกาลสีแดงโดยที่ตนไม่ได้ต่อสู้เลย ทว่า มันยังจำรูปลักษณ์ได้อย่างแม่นยำ
"ท่านกล่าวได้ถูกต้องมันเป็ซากศพของเ้าพวกน่ารำคาญ" น้ำเสียงเริ่มต่ำขึ้นราวกับจะเล่าเื่น่ากลัวให้ฟังก่อนจะกล่าวต่อ "ท่านทายสิข้าไปเจอซากพวกมันที่ไหน?"
คำถามนี้ช่างง่ายดายหัวหน้าเผ่าไม่แม้แต่จะครุ่นคิดมันตอบออกไปในทันที "เ้าเป็คนฆ่าพวกมันอยู่แล้วสิหรือจะบอกว่าเป็ฝีมือผู้อื่น?"
รัตติกาลสีแดงไม่กล่าวปฏิเสธแต่ก็ไม่ได้พยักหน้ายอมรับเช่นกันก่อนปากเผยอออกพลางน้ำเสียงที่เยือกเย็นจนน่ากลัว "ตอนข้าไปเจอสภาพพวกมันครั้งแรก...เป็ครั้งแรกเลยที่ข้าอ้าปากค้างอยู่นานนมซากศพนับหมื่นแสนเรียงรายกระจัดกระจายทั่วบริเวณมันย้อมดินแดนจนกลายเป็ทะเลโลหิต ข้าไม่พบเจอพลังเวทย์ตกค้างของผู้แปลกปลอมราวกับพวกมันถูกฆ่าตายในพริบตา" รัตติกาลสีแดงอธิบาย
"สหาย...เ้าอยากจะบอกอะไรข้า"
"ท่านจำคำทำนายของผู้เฒ่าพันตาได้หรือไม่?" รัตติกาลสีแดงกล่าวด้วยน้ำเสียงขึงขัง
สิ้นเสียงรัตติกาลสีแดงเผ่าปีศาจอสูรทั้งสองคนพลันอ้าปากเอ่ยกล่าวขึ้นอย่างพร้อมเพรียง "ยามซากศพกองตายประหนึ่งูเาแปดหมื่นสี่พันโยชน์ แสงแดดทอประกายแสงเจิดจรัส ณ ดินแดนตะวันตกทางตอนเหนือ ศาสตราวุธระดับจักรพรรดิจะอุบัติขึ้นและสมบัติอันเลอค่าประหนึ่งชีวิตใหม่จะปรากฏ ทว่า โลกาวินาศกลับกลืนกินทัศนียภาพนั้นจนกลับคืนสู่ความมืดมิดนิรันดร์กาล เผ่าปีศาจอสูรมิอาจผุดขึ้นเหนือผืนน้ำได้นานนับพันๆปี" เสียงใหญ่และดุดันแฝงไปด้วยความไร้เดียงสาราวกับเด็ก
เป็คำทำนายั้แ่โบราณของเผ่าปีศาจอสูรพวกเขาล้วนท่องจำต่อๆกันมารุ่นสู่รุ่นมิขาดหายหรือตกหล่นแม้เพียงคำเดียว พวกเขาล้วนให้ลูกๆของตนท่องคำทำนายนี้ั้แ่เล็กๆเป็สิ่งปลูกฝังคู่ชีวิตเนื่องจากคำทำนายส่วนนี้เป็ประหนึ่งการพลิกชะตาชีวิตของทุกคนทั้งชนเผ่า เหล่าผู้คนต่างสรรหาสรรพวิธีเพื่อมิให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น
"ท่านยังไม่ลืมใช่ไหมว่าความฝันของพวกเราคือมิให้เหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้น" รัตติกาลสีแดงกล่าวอย่างจริงจัง
"ข้ามิเคยลืมเลือนหรอกสหาย" หัวหน้าเผ่ากล่าวก่อนกล่าวต่อ "หากเ้าพบซากศพปรากฏคล้ายกับคำทำนายจริงๆ เช่นนั้นเราควรเตรียมพร้อมให้ดีสำหรับกำลังรบ" มันกล่าวพลางหยุดกินก่อนจะลุกขึ้นจากเก้าอี้ที่รูปร่างคล้ายบัลลังก์ตรงดิ่งมายังสหายเพื่อนสนิทพลางตบบ่าเบาๆ
"หากสมบัติที่สามารถให้ชีวิตใหม่ปรากฏขึ้นมาพวกเราก็จะเอามันไปเป็ผู้แรก"
ท่ามกลางการสนทนาอย่างสนิทสนมไม่มีใครคิดทรยศผู้ใดเป็ความรักประหนึ่งพี่น้องจริงๆ พวกมันทั้งสองต่างเคารพซึ่งกันและกันและวางใจกันมากที่สุดราวกับสายเืท้องเดียวกัน ก่อนผืนธรณีจะสั่นเครือพลางเสียงแตกตื่นที่ดังมาแต่ไกล "เ้าหัวหน้า!...เ้าหัวหน้า!!...เ้าหัวหน้า!!! นกั์!!! นกั์!!!!" เผ่าปีศาจอสูรตนหนึ่งเอ่ยขึ้นอย่างสุดเสียง ก่อนจะมาปรากฏอยู่ประตูหน้าถ้ำด้วยท่าทางหอบแฮกๆ
"นกั์? เอ็งเมาอะไรแต่หัววัน?...ภูมิต้านทานแสงไม่ดีรึ?"
"นกั์จริงๆ" มันหอบเหนื่อยอย่างชัดเจนก่อนชี้นิ้วไปทางเงาร่างขนาดใหญ่ปากเริ่มสั่นเครือพลางน้ำเสียงสั่นระริกๆ "นะ..นะ...นกั์"
!!!
ต้นไม้โดยรอบล้วนมีขนาดใหญ่และคอยบดบังแสงอาทิตย์อยู่แล้วมีเพียงแสงเป็ไรๆ คอยสาดส่องลงมา ทว่า การมาเยือนของอสูรปริศนาตนนี้กลับบดบังมันเสียมิด บรรยากาศเบื้องล่างราวกับยามรัตติกาลมิมีผิด เผ่าปีศาจอสูรที่ต่างทำหน้าที่ต่างๆ นานาพลันเร่งรีบมุ่งกลับถิ่นฐานของตนทันที พวกมันทั้งหมดล้วนััได้ถึงความรู้สึกกระสับกระส่าย ไม่อาจทำใจให้สบายได้เลยทราบใดที่ยังมีบางสิ่งปริศนาอยู่เบื้องบนนภา
"กะ...เกล็ด....เขา....รูปร่าง" หัวหน้าเผ่าพลันตกตะลึงงันความทรงจำวัยเด็กเริ่มหวนคืนกลับมาทีละนิดๆ สัตว์ในนิทานของชนเผ่าอันเป็ที่โปรดปรานของเด็กชายหลายๆคน พวกเขาต่างปรารถนาอยากจะเกิดเป็มันกันทั้งนั้น อาการอึ้งค้างอยู่นานก่อนร่างอ้วนท่วมจะรีบวิ่งไปยังที่เก็บซ่อนสิ่งของ มันพลันคุ้ยหาบางสิ่งก่อนจะเจอกับหนังสือเล่มหนึ่ง มันเก่าทรอมโซ่มากๆฝุ่นต่างจับเขรอะไปหมด ก่อนฝ่ามือที่ใหญ่กว่าหนังสือเป็สิบเท่าตัวจะเปิดมันอย่างทะนุถนอม
ราวกับเป็หนังสือรวบรวมสรรพชีวิตมีสัตว์มากมายต่างๆ นานาชนิดอยู่ในเล่มนั้นในเล่มเดียวพร้อมกับข้อมูลั้แ่จุดกำเนิดของพวกมันยันจุดอ่อนแต่ทว่าหน้าหนังสือล้วนเป็สีขาวขุ่นเก่า ในขณะที่มีหน้าหนึ่งที่เป็สีเงินอร่ามและตัวอักษรมันล้วนถูกแกะสลักขึ้นมาราวกับเป็สิ่งที่สำคัญจนมิอาจเทียบเคียง รูปร่างใหญ่โตพร้อมกับปีกสองข้างที่กว้างใหญ่ รูปลักษณ์ล้วนน่าเกรงขามประหนึ่งราชันแห่งโลกา ในที่สุดหัวหน้าเผ่าก็จำมันได้จริงๆสักทีเสียงที่สั่นเครือเริ่มเอ่ยขึ้นทีละถ้อยคำ
"มะ...มัง...ั" ไม่มีความตื่นตระหนกในน้ำเสียงเป็เสียงเรียบเฉยและเ็าราวกับเบื่อโลกอย่างไงอย่างงั้น
ั้แ่การจากไปของผู้ปกครองสูงสุดก็ไม่มีใครได้รับตำแหน่งนี้อีกเลยจนกระทั่งสองพันปีผ่านไป พวกเขาเริ่มกล่าวขานนามแห่งัว่าเป็ "สิ่งมีชีวิตที่ทรงพลังอำนาจที่สุดแห่งโลกต้นกำเนิด" ไม่มีเผ่าพันธุ์ไหนคัดค้านคำกล่าวเป็ดั่งเสียงสัญญาณยอมจำนน การปรากฏขึ้นของัในแต่ละที่ประหนึ่งดั่งพระเ้ามาเยือนหลังจากสองพันปีที่ัถูกขนานนามว่า "ทรงพลังอำนาจที่สุด" น้อยคนมากจริงๆ น้อยจนราวกับพวกเขาเป็คนบ้า เป็คนบ้าที่หาญกล้าต่อต้านอำนาจระดับพระเ้า!!!
ภาพเบื้องหน้าล้วนตรงกับคำทำนายราวกับจับวาง "โลกาวินาศกลับกลืนกินทัศนียภาพนั้นจนกลับคืนสู่ความมืดมิดนิรันดร์กาล เผ่าปีศาจอสูรมิอาจผุดขึ้นเหนือผืนน้ำได้นานนับพันๆปี" น้ำเสียงที่เรียบเฉยแต่แฝงไปด้วยความตื่นเต้นที่เด่นชัดเ้าของเสียงนั้นเป็รัตติกาลสีแดง!! ลึกๆแล้วพวกมันล้วนหวังเสมอว่าคำทำนายที่ท่องกันมาั้แ่ยังเด็กล้วนเป็เพียงเื่หลอกหลวง สิ่งมีชีวิตใดกันหวังอยากจะให้เผ่าพันธุ์ตัวเองตกเป็เบื้องล่างผู้อื่นนานนับเป็พันๆปี!!
...สเตตัสปัจจุบัน...
ชื่อ:กาติรัส อันเดลัส(เพศชาย) อายุ:15ปี เผ่าพันธุ์:มนุษย์กึ่งอันเดด อายุขัยโดยธรรมชาติ:อนันต์
เลเวล:5,021 พลังกาย:63,565 พลังเวทย์:624,650