52-ลูกสาวเหมือนแก้วตาดวงใจ (ตอนพิเศษ)
5 ปี ผ่านไป
ลลิตากับรังสรรค์ใช้ชีวิตด้วยกันอย่างสุขสันต์ภายใต้ร่มเงาไม้ใหญ่อย่างบ้านเกียรติไพศาล รายล้อมด้วยความอบอุ่นของทุกคนในบ้านที่ช่วยกันเลี้ยงดูลูกๆ ของพวกเขาที่ตอนนี้มีถึงสองคนแล้ว
“มาๆ ยัยหนูมาหาย่ามา โอ๊ะไม่วิ่งค่ะเดี๋ยวล้ม โอ้ววว ฮึบ อ่าน้ำหนักเพิ่มแล้ว ดีๆ” คุณลัดดาย่อตัวอุ้มหลานสาวอย่างอารมณ์ดี การมีเด็กๆ มาวิ่งเล่นในบ้านมันชื่นใจดีจริงๆ
“คุณ ...ยาย ซาหวัดดีค่า”
“ฮ่าๆๆ น่าเอ็นดูจริงๆ คุณรัฐอยู่ไหนล่ะ”
“คะ คุณ รัด”
“คุณรัฐ คือชื่อคุณปู่ลูก หนูต้องเรียกว่า คุณปู่”
“อ้อ คุณ ปู่ กับลายอัน” แม่หนูน้อยชี้มือชี้ไม้ไปทางสวนข้างบ้าน คุณลัดดาก็เห็นว่าสามีกำลังสอนหลานชายฝึกเขียนตัวหนังสืออยู่ใต้ร่มไม้
“หือออ คุณปู่อยู่กับพี่ไรอันเหรอลูก”
ลูกคนแรกเป็นเด็กชายวัยเกือบ 5 ขวบชื่อน้องไรอัน จะติดนิสัยใจดีพูดน้อย เป็นเด็กที่รู้ความเกินอายุจริง สมาชิกคนใหม่ล่าสุดเป็นเด็กหญิงตัวน้อยๆ วัย 2 ขวบชื่อน้องไลลา นิสัยร่าเริงแจ่มใส อยู่ในวัยหัดพูด เสียงพูดจาอ้อแอ้ ช่างฉอเลาะ
“จ๊ะเอ๋ๆๆ ว่าไงเหลนน้อยของยายหวัน ไม่งอแงกับคุณย่าใช่ม้าย” ไม่นานยายหวันที่มาอยู่ที่นี่ระยะหนึ่งแล้วเพราะไม่สามารถตัดใจจากหลานๆ ได้ เธอกับลูกสาวก็ช่วยกันเลี้ยงดูลูกของลลิตา และตอนนี้กำลังช่วยดูแม่บ้านทำอาหารในครัวก็โผล่มาหยอกล้อเหลนสาว
“ฮ่าๆๆ คุงยายทวดดด หิวข้าว”
“โอ้ว เหลนสาวหิวแล้วรึนี่ ยายทวดจะไปดูในครัว ตักแกงจืดกับไข่ตุ๋นของโปรดหนูมาให้เดี๋ยวนี่”
“เอ้ายายหวัน เดินดีๆ ค่อยๆ เดินค่ะ” ลัดดากำชับไล่หลังหญิงชราที่กุลีกุจอไปเตรียมอาหารให้เหลนด้วยตนเอง ช่างเป็นเด็กที่รู้ดีเสียจริงว่ากับใครควรพูดอ้อนอย่างไร มากน้อยแค่ไหน ความน่ารักน่าเอ็นดูทำให้ทุกคนต่างพากันรุมรัก พากันโอ๋ไม่ห่าง
“คุณเข้ามาสักที ใกล้ค่ำแล้วยุงเริ่มชุม นี่ใกล้เวลามื้อเย็นแล้วด้วยเห็นยังนั่งกับหลาน ถ้ายังไม่มากันฉันจะให้เด็กวิ่งไปตามแล้วค่ะ”
“สอนหนังสือเจ้าหนูไรอัน อ่านเขียนเป็นหลายคำแล้ว เรียนรู้ได้เร็วมาก”
“ดีจริงๆ ค่ะ หลานยายนี่เก่งจริงๆ ไปล้างไม้ล้างมือ เตรียมมากินข้าวกันนะ” เสียงลัดดาเอ็นดูหลานชายพร้อมกำชับ เป็นการบอกทั้งปู่และหลานให้จัดการตัวเองให้เรียบร้อย สองปู่หลานจึงจับจูงมือกันไปล้างมืออย่างว่าง่าย ไม่นานจากนั้นเสียงรถก็ดังมาจากโรงรถ ลูกชายกับลูกสะใภ้เธอกลับมาจากทำงานแล้ว
“คุณ พะ พ่อออ อุ้มๆ” ไม่ทันไรที่เห็นพ่อโผล่หน้ามา หลานสาวก็ดิ้นยุกยิกจะให้พ่ออุ้มแทนคนเป็นย่าทันที
“หึๆๆ เด็กคนนี้ เห็นพ่อแล้วลืมย่าเลยนะ” ลัดดาว่าไม่จริงจังก่อนให้ลูกชายมาอุ้มหลานสาวต่อจากเธอ ซึ่งรังสรรค์ก็ยิ้มอ่อนโยน แขนแกร่งอุ้มยัยหนูไลลาอย่างเบามือ
“ไงคะลูกสาวพ่อ หนูดื้อกับคุณปู่คุณย่า คุณยายกับยายทวดรึเปล่า”
“ไม่ดื้อ ลายลาหิว กินๆ ยายทวดไปทำหาร ลายลากิน”
“โอ่วว หนูจะกินข้าวเหรอคะ มาๆ ป้าแจ๋ว! คุณหนูหิวข้าวแล้ว” เสียงชายหนุ่มหันไปตะโกนสั่งแม่บ้านหน้าตาจริงจัง แต่พบว่ายายหวันกำลังยกกับข้าวเข้ามา
“มาแล้วๆ พ่อตั้ง ฉันทำของโปรดไว้รอเหลนสาวอยู่แล้ว”
“ดีครับคุณยาย เดี๋ยวผมป้อนข้าวลูกก่อน อ้อนแบบนี้สงสัยหิวมากแล้ว” เป็นอีกวันที่ลูกสาวต้องได้ทานข้าวก่อนใครเพื่อน โดยคนป้อนคือประธานบริษัทคนใหม่ที่ได้รับตำแหน่งต่อจากคนเป็นพ่อเมื่อไม่นานมานี้ ลลิตามองสองพ่อลูกอย่างเหนื่อยใจ กับคนเป็นพ่ออย่างรังสรรค์ ไม่ว่าลูกสาวอยากกินอะไร สนใจสิ่งไหนล้วนตามใจ ไม่มีคำว่าเดี๋ยว ไม่มีต้องอดทนรอ หญิงสาวชักหมั่นไส้ท่าทางออดอ้อนเกินจริงของลูกสาว ยิ่งกับผู้ชายคนนี้ด้วยแล้ว ไม่มีความพอดีเอาเสียจริงๆ
วันนี้ลลิตาตั้งใจออกมาซื้อของเพื่อจัดงานฉลองวันเกิดครบ 2 ขวบให้ยัยหนูไลลา ทั้งครอบครัวพ่อแม่ลูกมากันพร้อมหน้า พาให้ห้างโซนของกินของใช้คึกคัก
“คุณพ่อ คุณแม่ นั่น ส้ม แอปเปิล ...หงุ่น”
“ว้าววว ลูกสาวพ่อเก่งมากเลย รู้จักผลไม้เยอะแยะเลย”
“ลายลา เก่ง” แม่หนูน้อยยิ้มเผล่อย่างภาคภูมิ คนเป็นพ่อก็อดจะหอมแก้มยุ้ยของลูกสาวอย่างเอ็ดดูไม่ได้
“หนูอยากไปเดินดูของโซนอื่นมั้ยลูก ของเล่น เครื่องเขียน หรือโซนเสื้อผ้ารอแม่ก่อน” ลลิตาถามความสมัครใจลูกชาย การมาซื้อของกับแม่บ้าน เด็กๆ อาจมีอย่างอื่นที่ดึงดูดใจมากกว่า
“ไม่ครับ ผมรอไปพร้อมแม่”
“โอเคครับ แม่ซื้อของไปทำอาหารงานเลี้ยงวันเกิดน้องก่อน เราค่อยไปดูโซนของเด็กๆ อย่างหนูกับน้องด้วยกันเนอะ” เด็กชายไรอันพยักหน้ารับ เขาอยากอยู่กับแม่ ถ้าจะไปก็รอไปพร้อมกันดีกว่า ลูกสาวขี้อ้อนอยู่ในอ้อมแขนคนเป็นพ่อที่อุ้มเดินไปมาไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย โดยที่คุณแม่มือข้างหนึ่งจับจูงเด็กชายไรอัน มืออีกข้างพลิกเลือกข้าวของ ทั้งของกิน ของใช้ วัตถุดิบสำหรับงานเลี้ยงเล็กๆ กับครอบครัวใหญ่เย็นนี้
“ทางนี้มีพวกของทอดทานเล่น เดี๋ยวพี่ๆ ช่วยกันดูนะ เลือกไปให้เพียงพอกับทุกคน”
“ได้ค่ะคุณลิ้นจี่/ค่ะคุณนายน้อย” ทุกคนช่วยกันเลือกสรรตามคำสั่ง บรรดาพี่เลี้ยงที่ติดสอยมาด้วยคอยเข็นรถเข็นที่มีข้าวของมากมายไม่ห่าง
“พี่ตั้ง หายไปไหน ...โอ๊ะ ยังเสน่ห์แรงไม่หยุดสินะ” ลลิตาพึมพำเบาๆ มองสามีที่กำลังเดินอุ้มลูกสาวมาหาเธออย่างยิ้มแย้ม ขบวนเล็กๆ นี้เป็นครอบครัวที่หน้าตาดี ยิ่งออร่าของรังสรรค์ที่แม้เป็นคุณพ่อลูกสองก็ยังถูกสาวน้อยใหญ่ แม่บ้านที่มาซื้อของโซนนี้ชม้ายชายตาให้ ช่างเป็นคนที่มีแรงดึงดูดและน่ามองจริงๆ
“คิดอะไรอยู่ ทำไมมองพี่แบบนั้น หน้าพี่มีอะไรผิดปกติรึเปล่า”
“เปล่าค่ะ ยังเป็นคุณสามีที่หล่อเหลาเหมือนเดิมทุกประการ”
“หืมมม ชมผมหรือประชดกันครับเนี่ยคุณภรรยา”
“เห้อออ เบื่อจัง คนรู้ทัน” ลลิตาได้แต่ส่ายหน้ายิ้มๆ เมื่อนึกได้ว่าตนเองก็เป็นหนึ่งในคนที่ชอบมองสามีเช่นกัน ไม่แปลกใจที่เขาจะถูกสาวๆ มองเหลียวหลังแบบนี้
พอหนูไลลาพูดคุยอ้อแอ้คล้ายบอกว่าตนเองอยากได้สิ่งของที่เดินผ่าน ชี้มือชี้ไม้ประกอบความต้องการ คนเป็นพ่อก็พาตรงดิ่งเข้าไปหยิบใส่รถเข็นทันที
“คุณ พ่อ ตุ๊กตา ลิงยักษ์ น้องหมา แพนด้า”
“โอ้วว หนูชอบเหรอลูก เอาตัวไหนดี”
“ไอติม ไส้กรอก อมยิ้ม หนมๆ”
“ชุด ชมพู ให้น้องตุ๊กตา”
“ชุดฉวยยย ให้ลายลา ใส่ ตัวนั้น”
“ใช่ๆ ตัวนั้นสวยมาก เหมาะกับหนู” ไม่นานก็มีแต่ข้าวของของเด็กหญิงเต็มรถ เมื่อถูกภรรยาจ้องเขม็ง รังสรรค์ก็ถึงกับขนหัวลุกแต่ยังพูดหาข้อแก้ตัวให้ลูกสาวอีกตามเคย
“ก็ยัยหนูชอบ เห็นลูกมองตาละห้อย พี่เห็นทีไรก็ใจอ่อนทุกที” ชายหนุ่มพูดอ้อมแอ้ม มองซ้ายขวาอย่างคนหนีความผิด
“พี่ตั้ง ...เห้อออ คราวหน้าก็เพลาๆ ลงหน่อย เด็กๆ เห็นอะไรก็สนใจไปหมด รถเข็นให้พี่ๆ เข็นต่อเลย แล้วทยอยเก็บของในรถเข้าที่เดิมด้วย” ประโยคหลังพูดกับแม่บ้านที่มาด้วยไม่ให้ยัยหนูไลลาได้ยิน คนเป็นแม่ได้แต่เหนื่อยใจกับพฤติกรรมสปอยล์ลูกสาวของคนเป็นพ่อ รายนั้นชักอวบอ้วนกว่าเด็กวัยเดียวกันไปตั้งเท่าไหร่แล้ว หากยังไม่ห้ามปรามกันตอนนี้ ต่อไปยัยหนูไลลาได้น้ำหนักเกินมาตรฐานแน่ๆ
“ไปลูก ไปหาข้าวเที่ยงทานกัน หนูอยากกินอะไรเป็นพิเศษมั้ย”
“ได้หมดครับ แม่อยากกินร้านไหนผมก็จะกินกับแม่ด้วย”
“โถ่วววลูกแม่” คนเป็นแม่มองเด็กชายไรอันที่เธอจับจูงอยู่อย่างสะท้อนใจ รายนี้ก็เงียบขรึม วางตัวเป็นผู้ใหญ่ตั้งแต่ตัวเท่านี้ จนบางครั้งจะทำอะไรเธอก็เริ่มที่จะสังเกตสีหน้าลูกชาย แต่ยากเย็นที่สีหน้าลูกไม่ค่อยเปลี่ยน ถอดแบบคนเป็นพ่อมาแทบจะทุกอย่าง ลลิตาได้แต่มองบนเป็นครั้งที่เท่าไหร่ของวันแล้วก็ไม่ได้นับ
กว่าจะจับจ่ายซื้อของเสร็จก็กินเวลาไปมากแล้ว มาถึงบ้านคนเป็นแม่ลูกสองยังคอยดูแลความเรียบร้อยของงานเลี้ยงนี้ด้วยตนเองต่อ ปล่อยให้ลูกชายลูกสาวเล่นด้วยกันโดยมีพี่เลี้ยงคอยกำกับ
“พี่ลายอัน หิวหนม กิง กิน หนมมม”
“ไม่ได้ ไลลาเพิ่งกินจากห้างก่อนกลับบ้าน ตอนเย็นคุณพ่อคุณแม่จัดงานวันเกิดให้ น้องรอกินตอนนั้นดีกว่า”
“แต่ลายลา หิวมากๆ” น้องน้อยนั่งตาละห้อย ริมฝีปากเริ่มเบะเมื่อถูกขัดใจ
“น้องอดทนไว้ กินเยอะไปจะปวดท้องเอา ถ้าแบบนั้นตอนเย็นจะกินเค้กวันเกิดไม่ได้แล้ว”
“คะ เค้กเหยอออ”
“ใช่ คุณแม่จะมีเค้กสวยๆ อร่อยๆ ให้ไลลา มีเทียนที่จุดไฟให้น้องเป่าด้วยนะ จะรอตอนเย็นมั้ย”
“รอ ลายลาจารอเป่าเทียน กินเค้กวันเกิด วันเกิดของลายลาเหยอ”
“ใช่ครับ วันนี้วันเกิดของไลลา ไลลาเป็นเจ้าของงาน เจ้าของงานเลี้ยงเย็นนี้เลยนะ”
“เย่ๆๆ งานวันเกิดลายลา” ยัยหนูน้อยยิ้มแฉ่งลืมว่าต้องงอแงไปจนหมด ไรอันเป็นพี่ชายที่ดูแลน้องสาวดีมาก เขาเข้าใจว่าจะตามใจไลลาได้มากแค่ไหน ถึงจุดไหนที่ควรห้ามปราม มีความยืดหยุ่นไม่ตามใจน้องเกินขอบเขตเช่นคนเป็นพ่อ จุดนี้ทำให้คนเป็นแม่สังเกตเห็นแล้วนึกเอ็นดู
“ดูลูกอยู่หรือลิ้นจี่” เสียงสาวิตรีดังขึ้นด้านหลังที่ลลิตายืนพิงกรอบประตูมองลูกๆ คุยกัน
“อุ๊ยคุณแม่ ตกใจหมด ค่ะ ดูสองพี่น้องเจรจาต่อรองกัน” เสียงแม่ทำเอาเธอสะดุ้งน้อยๆ พร้อมตอบรับคนเป็นแม่
“ตาหนูไรอันนี่ฉลาด สุขุมแต่เด็ก ตัวเท่านี้ก็พูดจาเป็นผู้ใหญ่ซะแล้ว ดูสิยัยหนูไลลาจะงอแงอะไรได้ มีแต่ต้องทำตามที่พี่บอก”
“หึๆๆ กลัวพี่เขาไม่เล่นด้วยล่ะสิ ไลลาถึงจะขัดใจที่ไรอันห้าม แต่ก็ติดพี่แจเหมือนกัน” ลลิตามองลูกๆ เล่นด้วยกันอย่างสนิทสนม ถ้าถามว่าใครที่ไลลาน้อยเกรงกลัวรองจากคนเป็นแม่ คงเป็นพี่ชายตัวน้อยของเธอนี่ล่ะ ลูกชายทำให้ลลิตาภูมิใจในตัวเขามากจริงๆ ส่วนพ่อของเด็กๆ น่ะหรือ ลืมไปซะเถอะ! ขืนปล่อยให้เลี้ยงลูกสาวลำพังล่ะก็ มีหวังได้เขม่นลูกชายทุก 5 นาทีแน่ๆ ช่างเป็นคนที่รักลูกได้ลำเอียงไม่สนอะไรจริงๆ นึกถึงไม่ทันไรรังสรรค์ก็เดินลงมาจากชั้นสองของบ้าน ตรงดิ่งไปที่ห้องโถงที่มีเด็กๆ อยู่พร้อมหน้า
“เล่นอะไรกันครับ คุณพ่อเล่นด้วยได้มั้ยเอ่ย” เสียงทุ้มอบอุ่นดังมาจากทางเข้า เรียกความสนใจของลูกทั้งสองให้หันไปมองพร้อมกัน
“คุณพ่อออ เล่นเมืองหิมะ ลายอัลพาเล่น”
“ว้าววว ไลลาต่อเมืองนี้เองเหรอคะ เก่งจัง” คนเป็นพ่อชมลูกสาว แต่เจ้าตัวกลับส่ายหน้าเป็นกล่องป๋องแป๋ง
“ม่ายช่ายยย ลายลานั่งดูลายอันต่อ ลายอันให้ลายลืเฝ้าน้องตุ๊กตา” สายตาคมตวัดฉับไปมองลูกชายที่ไม่ให้น้องเล่นด้วย แบบนี้เรียกว่ามีส่วนร่วมเล่นหรือไม่นะ คิ้วเข้มขมวดยุ่งอย่างขุ่นเคือง
“ทำไมไม่ให้น้องต่อเมืองหิมะด้วยล่ะไรอัล น้องก็อยากเล่นด้วยนะ”
“น้องพลังมือยังไม่แข็งแรง ยังไม่เข้าใจการต่อของเล่นแบบนี้ ถึงน้องเล่นก็ไม่เกิดพัฒนาการตามวัย ผมเลยให้นั่งเล่นตุ๊กตา ดูผมต่อไปก่อน เสร็จแล้วเราจะขนตุ๊กตาของน้องมาไว้ที่เมืองหิมะครับ”
“อืมมม ดูแลน้องดีๆ อย่าดุน้อง” คุณพ่อที่นั่งบนโซฟากอดอกพยักหน้าอย่างไว้เชิง ลลิตาที่มองทั้งสามคนอยู่ต้องกลั้นขำ แม้ลึกๆ เธอจะรู้ว่ารังสรรค์รักลูกทั้งสองคนเช่นกัน ถึงการแสดงออกต่อลูกทั้งสองคนนั้นต่างกัน แต่แววตาอ่อนโยนที่มองลูกๆ นั้นไม่ต่างกันเลย รังสรรค์รักและภูมิใจในตัวลูกชายที่มีความเป็นผู้นำ รู้จักจัดการ ปกป้องครอบครัวแบบที่เขาคอยปลูกฝังตั้งแต่เด็กๆ แล้วเขาก็รักลูกสาวอย่างไม่มีเงื่อนไข ลูกสาวตัวน้อยที่เป็นดังแก้วตาดวงใจ
เออนะ ลูกชายบ้านนี้รับบทนักเอดดุเขตละหนึ่ง ตาหนู 5 ขวบเองนะ ซึนแต่เด็ก เลือดพ่อของแทร่ ยัยหนูก็งอแงงุ้งงิ้งมากค้าบบบ น่าฮักกก :)