เส้นทางอสนีบาต - The Road Lightning

    ตอนที่ 26 ลางสังหรณ์

    ช่วงเย็นของวันที่หมู่บ้านนักล่า ชาวบ้านมารวมตัวกันที่ลานฝึก วันนี้เป็นวันที่มีเทศกาลโคมไฟ เป็นเทศกาลของชาวเมืองในแถบนี้ ซึ่งการลอยโคมไฟเป็นการรำลึกถึงดวงวิญญาณที่จากไปของบรรพบุรุษ จะจัดขึ้นตรงกับวันนี้ของทุกปี ชาวบ้านทุกคนสวมใส่เสื้อผ้าใหม่ที่ดูสวยงามที่สุดที่หาได้ เสื้อผ้าเหล่านี้เป็นของที่พวกเขาหาซื้อหรือสั่งซื้อมาจากในเมืองเมื่อหลายวันก่อน ภายในหมู่บ้านดูคึกคักไปด้วยแสงโคมไฟที่ประดับตกแต่งอย่างสวยงาม ตะวันที่เริ่มจะลับลงขอบฟ้า แทนที่ด้วยพระจันทร์เต็มดวงที่ทอแสงสว่างไสว ชาวบ้านนำโคมที่ช่วยกันประดิษฐ์เอาไว้ออกมาปล่อยให้ลอยขึ้นไปบนฟ้า ในเมืองกลอเซนเองก็มองเห็นโคมไฟจำนวนมากลอยขึ้นฟ้าไม่ขาดสาย แสงไฟของโคมที่สอยขึ้นประดับเต็มผืนฟ้าแลดูเหมือนหมู่ดาว

    “ท่านแม่ ท่านตา ข้าจะรำลึกถึงพวกท่านเสมอ ข้าจะมีชีวิตให้สมกับที่พวกท่านใช้ชีวิตของตนปกป้องข้าเอาไว้”

    แกรนด์ปล่อยโคมของตนให้ลอยขึ้นไปบนฟ้า คำพูดก่อนที่จะปล่อยโคมให้ลอยขึ้นเปรียบเสมือนคำพูดที่ฝากไปถึงผู้ล่วงลับ ขณะที่รำลึกถึงเรื่องราวในอดีต ภาพต่างๆ เมื่อครั้งที่ยังมีทั้งสองอยู่พร้อมหน้าก็ผุดขึ้นมามากมาย แกรนด์ใช้เวลาสักพักเพื่ออยู่กับความทรงจำในอดีต สองสิ่งที่กวนใจเขามาตลอดสิบปีมานี้อย่างแรกคือเจ้าเสือเขี้ยวดาบลายคราม อย่างที่สองคือดูเอล ฟูลตัน

    เมื่อเสร็จจากงานเทศกาล แกรนด์เข้ามาที่ห้องของเขาเพื่อวิเคราะห์ตำแหน่งของป่ามรณะในแผนที่อีกที ในทีมของเขาไม่มีคนที่เคยสู้กับเผ่าอันเดธโดยตรงมาก่อนสักคน แถมข้อมูลของพวกมันยังไม่ค่อยมีใครรู้อีกต่างหาก ไม่นานนักทีมของโคลด์ก็เข้ามารายงานผลของงานที่ได้รับมอบหมาย ในช่วงเช้าแกรนด์ได้สั่งให้หน่วยโคโบลด์ออกไปสำรวจรอบๆ บริเวณป่ามรณะมาก่อนแล้ว จากผลการรายงานก็เป็นไปตามคาด ในป่ามรณะเต็มไปด้วยกลิ่นอายของพวกมัน

    เผ่าอันเดธจะไม่ค่อยโผล่หัวออกมาตอนกลางวัน เพราะพวกมันไม่ค่อยถูกกับแสงและพลังจะลดลงครึ่งหนึ่งในช่วงกลางวัน แต่ช่วงกลางคืนพลังของมันจะเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า แกรนด์วางแผนที่จะไปจัดการกับพวกมันในช่วงกลางคืน เพราะในช่วงกลางวันก็ไม่รู้จะหาพวกมันจากที่ไหน

    ช่วงเช้ามืด มีการฝึกของเหล่านักล่าตามปกติ บ็อบที่ฟื้นตัวจากการพักผ่อนแล้วออกมาพาเหล่านักรบฝึก ส่วนเวนไฮร์พาเหล่าผู้ใช้เวทย์ฝึก ช่วงนี้เองที่ครีทเดินทางกลับมายังหมู่บ้าน สภาพของเขาในตอนนี้ดูค่อนข้างอิดโรยพอสมควร เขาเดินตรงเข้าไปหาแกรนด์ในห้องเพื่อที่จะรายงานข่าวที่ไปสืบมา

    “ไงสหาย ไม่เจอกันหลายวันนะ ข้ากลับมาแล้ว ล้วงได้ข่าวสำคัญมากๆ กลับมาด้วย ข่าวนี้เป็นข่าวลับระดับที่ว่าสามารถเลื่อยขาเก้าอี้ตระกูลชั้นสูงได้เลย!”

    ครีทยืดอกพูดอย่างภาคภูมิ เขาดูมั่นอกมั่นใจกับข่าวที่สืบมาได้ในตลอดหลายวันที่แฝงตัวในซ่อง จากคำพูดของเขาเหมือนว่ามันจะเป็นข่าวที่สำคัญจริงๆ

    “เจ้าสืบได้ข่าวอะไรมา?”

    “เรื่องแรกข้าได้ไปปล่อยข่าวลือมาแทบทุกซอยว่าจะมียาเร่งความเร็วการฝึกฝนมาประมูลครั้งต่อไป ลองไปเดินตลาดตอนนี้สิ มีแต่คนพูดถึงเรื่องนี้ทั้งนั้น แล้วอีกเรื่อง ข้อมูลเด็ดที่ข้าไปล้วงมา คืองี้นะ ข้าไปตีสนิทและมอมเหล้าทหารคนหนึ่ง พอมันเมาไม่ได้สติแล้วมันก็เล่าออกมาหมด มันบอกว่าตัวเองเป็นทหารคนสนิทของเอลรอน ฟูลตัน หัวหน้าหน่วยตรวจการณ์ที่ 3 มันเล่าว่าหลายวันก่อนพวกมันถูกใครก็ไม่รู้เล่นงานมา แต่หัวหน้าของพวกมันโดนกระทืบซะน่วมแบบไม่ทางสู้ ไม่รู้ว่าไอ้เวรนั่นเป็นใคร แต่มันใจกล้าไม่เบาเลย จัดการทายาทตระกูลชั้นสูงกลางเมืองแบบนั้น แต่ก็ต้องขอบคุณมันล่ะนะ สมัยเรียนข้าเกลียดขี้หน้าไอ้ผู้ดีขี้โอ่นี่สุดๆ สมน้ำหน้ามัน ฮ่าๆ ๆ ๆ”

    “เอิ่มมม..ข่าวนี้ข้าว่า...”

    “เดี๋ยวๆ ข้ายังเล่าไม่จบ ทีนี้เพื่อไม่ให้กระทบต่อความเชื่อมั่นและชื่อเสียง ตระกูลฟลูตันได้บอกกับทางเมืองว่าเอลรอนไปธุระที่ต่างเมือง แต่จริงๆ แล้วมันนอนหยอดน้ำข้าวต้มที่บ้าน เมื่อไหร่จะหายหมอก็ยังบอกไม่ได้ ส่วนลูกน้องของมันที่อยู่ในเหตุการณ์ด้วยถูกสั่งให้เก็บตัวเงียบรอจนกว่าเอลรอนจะหาย ไอ้พวกนี้มันเลยไปสุมหัวในซ่องหมด คิดดู ถ้าข่าวนี้ถูกปล่อยออกไปแล้วชาวบ้านชาวเมืองรู้เข้า พวกมันไม่ต้องขุดรูอยู่เลยเหรอ หัวหน้าทหารถูกกระทืบกลางเมืองแต่จับคนทำไม่ได้ ไงล่ะข่าวข้า นี่ข่าววงในเลยนะ หมดไปเยอะพอดู ขอเบิกค่าใช้จ่ายคืนด้วย”

    “อ่ะ ขอบใจมาก เจ้าไปเบิกค่าใช้จ่ายคืนได้ที่คลัง”

    “มีอะไรให้สืบอีกเรียกข้าได้นะสหาย ไม่ต้องเกรงใจไป ฮ่าๆ ๆ”

    หลังจากครีทจากไปด้วยเสียงหัวเราะแกรนด์แทบอยากนอนเอาเท้ามาก่ายหน้าผาก ไปหลายๆ วันนี่แทบไม่ได้ข่าวอะไรเลยนี่หว่า แถมข่าวที่คาบกลับมาดันเอาเหตุการณ์นั้นมาเล่าให้ตัวต้นเหตุฟังซะงั้น แต่ถึงยังไงก็เป็นไปตามคาด ตระกูลฟลูตันปิดข่าวนี้เงียบไว้และพวกนั้นต้องส่งคนมาสืบประวัติของแกรนด์แน่นอน ซึ่งคนที่คิดว่าเป็นไปได้มากที่สุดคือเอลซ่า เธออาจได้รับคำสั่งให้จับตาและตีสนิทแกรนด์ เรื่องนี้ต้องระวังและตีเนียนทำเป็นรู้ไม่ทันเพื่อไม่ให้งูตื่นจะดีที่สุด

    ในช่วงสายแกรนด์ออกไปหาครีทเพื่อในเขาทำระเบิดเฉพาะให้ แกรนด์อยากได้แบบเป็นแท่งเล็กๆ เพื่อที่จะนำมาติดกับลูกธนู โดยให้ครีททำมาทั้งสองแบบ คือแบบมีสายชนวนและไม่มีสายชนวน ระเบิดของครีทมีลักษณะเฉพาะตัวคือ ระเบิดทุกลูกที่เขาใช้จะไม่มีสายชนวนเลย ครีทใช้ระเบิดในการโจมตี 3 แบบ แบบแรกคือระเบิดขว้างด้วยมือ แบบที่สองคือระเบิดลูกใหญ่ที่ฝังไว้ใต้ดิน แบบที่สามคือระเบิดเล็กขนาดเท่าเล็บมือซึ่งจะถูกยิงออกไปด้วยปลอกแขนกลที่ซ่อนอยู่ใต้แขนเสื้อของเขา ในวันนั้นแกรนด์เป็นคนเดียวที่สังเกตเห็นอาวุธลับของครีท ถ้าให้ปะทะกันจริงคงเป็นเรื่องยากที่จะรับมือเขาแน่ และครีทยังมีระเบิดอีกหลายประเภทที่เก็บไว้เต็มแหวนมิติเงินของเขา ไม่ว่าจะเป็นระเบิดควันที่ใช้พรางตาหรือระเบิดควันที่ทำให้แสบตาน้ำตาไหลไม่หยุดและอื่นๆ อีกมากมาย ข้อสำคัญมากข้อหนึ่งคือระเบิดทุกลูกของครีทไม่มีชนวนจุด การจุดระเบิดของครีทเป็นการดีดนิ้วของเขา เมื่อเขาดีดนิ้วสะเก็ดไฟของเวทย์ดอกไม้ไฟรัตติกาลจะเกิดขึ้นภายในลูกระเบิด ผลคือระเบิดลูกนั้นจะระเบิดออกทันทีที่ครีทดีดนิ้ว แม้ว่าจะเป็นเวทย์ที่ผู้คนหัวเราะว่าเขาฝึกได้กระจอกงอกง่อย เป็นแค่สะเก็ดไฟทำไม่ได้แม้แต่จะฆ่ามด แต่ถ้ารวมกับระเบิดทั้งหลายในตัวของแล้ว มันจะกลายเป็นอาวุธสังหารที่น่าเกรงขามจนสามารถข่มขวัญศัตรูระดับสูงได้อย่างหมดจด ที่ครีทเลือกฝึกเวทย์นี้เพราะเวทย์ไฟโดยทั่วไปไม่สามารถที่จะจุดไฟได้ห่างจากตัวเองมากนัก ส่วนเวทย์ชนิดนี้แม้จะฝึกได้แค่สะเก็ดไฟ แต่เขาก็สามารถกำจัดเป้าหมายได้เพียงแค่การดีดนิ้ว

    แกรนด์ตั้งใจจะนำระเบิดที่มีชนวนไว้ให้เหล่านักล่าได้ใช้ในยามฉุกเฉินหรือใช้ป้องกันหมู่บ้าน ส่วนแบบไม่มีชนวนเขาจะนำมาใช้เอง เพราะครีทอยู่ทีมของเขาอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องจุดเอง ทั้งยังขอให้ครีททำพลุควันสีต่างๆ อย่างเช่น สีแดง ไว้จุดขอกำลังเสริมยามฉุกเฉินเป็นต้น

    ครีทท่าทางอารมณ์ดีเวลาที่เขากำลังทำระเบิด เขามีวัตถุดิบและระเบิดพร้อมใช้งานมากมายในแหวนมิติเงิน แหวนวงนี้ครีทได้รับมาจากบุคคลปริศนาที่เขาเรียกว่า อาจารย์ บุคคลปริศนาผู้นี้เป็นคนสอนและชี้แนวทางการสร้างระเบิดแบบต่างๆ ให้กับเขา และในวันหนึ่งบุคคลผู้นั้นได้หายไปอย่างไร้ร่องรอย สำหรับครีท นอกจากความฝันในการสร้างระเบิดที่ยิ่งใหญ่และสวยงามแล้ว อีกหนึ่งปณิธานของเขาคือ อยากเจออาจารย์ของตนอีกสักครั้งในชีวิต

    “เตรียมตัวด้วยล่ะ คืนนี้เราจะไปที่ป่ามรณะกัน”

    “โทษทีนะ คืนนี้ข้าคงไปด้วยไม่ไหว ขอพักสักวันละกัน เพลียมากตั้งแต่ช่วงหาข่าว”

    ครีทปฏิเสธที่จะไปทำภารกิจในคืนนี้แต่แกรนด์ก็ไม่ได้ว่าอะไร ท่าทางของเขาเมื่อเช้าดูอิดโรยจริงๆ แต่ถึงยังไงคืนนี้ก็ยังมีคนไปด้วยหลายคนอยู่ดี

    เมื่อตะวันลับฟ้าลง ทีมของแกรนด์กำลังออกเดินทางมุ่งหน้าไปที่ป่ามรณะ ระยะเวลาเดินทางไปถึงที่นั่นด้วยระดับของพวกเขาแล้วน่าจะใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมง เนื่องจากเป็นช่วงเวลากลางคืนแถมยังไม่คุ้นเส้นทาง ระยะเวลาอาจจะยืดออกไปอีกเล็กน้อย

    “นายท่าน ท่านจะปล่อยคนพวกนั้นไว้จริงๆ หรือขอรับ?”

    ไคลน์เอ่ยถามขึ้นอย่างสงสัย เขาได้กลิ่นของกลุ่มคนประมาณสิบกว่าคนซุ่มอยู่ใกล้ๆ กับหมู่บ้าน เป็นไปได้อย่างไรที่แกรนด์จะไม่รู้ แต่เจ้านายของเขาก็ไม่ได้เอ่ยอะไรออกมาตอนอยู่ในเขตหมู่บ้าน หลังจากออกมาได้สักพักไคลน์อดสงสัยไม่ได้จึงถามออกมา

    “แค่พวกชอบรนหาที่ตาย ให้คนที่หมู่บ้านรับมือกับจากจู่โจมบ้างเถอะ จะได้เห็นความสำคัญของการเฝ้าระวัง”

    “ห๊ะ!! ใครมันกล้าบุกเข้ามาในบ้านของเรา ออกมากันขนาดนี้แล้วทำไมเพิ่งมาบอก ถ้าข้ารู้ข้าจะไปบี้หัวพวกมันก่อนออกมา!”

    “ทุกคนเขารู้กันหมดแล้ว เหลือแต่เจ้านั่นแหละบ็อบ”

    เอเลน่าเอ่ยขึ้นอย่างเฉื่อยชา เธอสังเกตจากท่าทีของไคลน์ที่ดมและมองไปที่เนินดินฟากหมู่บ้านบ่อยๆ ก็พอเดาออกว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น

    “เอาน่า สนใจงานของเราดีกว่า ปล่อยให้พวกนั้นจัดการไป”

    แกรนด์ไม่ได้ใส่ใจนักที่มีคนแอบซุ่มอยู่ใกล้ๆ หมู่บ้าน เขาสัมผัสพลังและจำพลังแบบนั้นได้แม้จะไม่เห็นหน้าของผู้ที่ซุ่มอยู่ก็ตาม แกรนด์ค่อนข้างที่จะมั่นใจว่าผู้ที่อยู่ในหมู่บ้านจะคลี่คลายเหตุการณ์เช่นนี้ได้อย่างแน่นอน

    ...บริเวณใกล้ๆ หมู่บ้านนักล่า...

    “หัวหน้า เอาไงกันดี พวกนั้นมันออกไปไกลแล้ว”

    “รออีกสักหน่อย ถึงพวกมันจะยังเป็นเด็กก็อย่าประมาทเชียวล่ะ ให้แน่ใจว่าพวกมันไม่กลับมาแน่ๆ ก่อน เมื่อข้าให้สัญญาณทุกคนบุกเข้าไปปล้นของมีค่าและฆ่าพวกมันให้หมด เอาศพพวกมันไปแขวนบนต้นไม้ ข้าจะให้มันลิ้มรสความแค้นของข้า เมื่อพวกมันกลับมาพวกมันจะต้องเจอแต่ซากศพพรรคพวกตัวเองถูกแขวนไว้ หึหึ แค่คิดก็สนุกแล้วว่ะ”

    ชายใบหน้าซูบผอมไว้ทรงผมสกินเฮดเอ่ยขึ้นกับลูกน้อง เขาคือชายคนเดียวกับที่ถูกบ็อบโยนออกมาจากร้านเมื่อหลายเดือนก่อน เมื่อถูกไล่ออกจากการเป็นหัวหน้าคุ้มกันของขบวนคาราวานสินค้าก็ผันตัวมาเป็นโจรปล้นฆ่าในนามของกลุ่มโจรกะโหลกเลือด เขาได้รวบรวมลูกน้องซึ่งแต่ละคนล้วนเป็นโจรหนีคดีที่ฝีมือดีและใจคอโหดเหี้ยมกันทุกราย บรรดาโจรหนีคดีเหล่านี้ทุกคนมีค่าหัวที่ติดเอาไว้ในบอร์ดภารกิจภายในปราสาท ชายหน้าเดฟคนนี้ได้สังเกตว่ามีรถขบวนสินค้าเข้าออกหมู่บ้านนี้เป็นประจำทั้งๆ ที่เป็นหมู่บ้านขนาดเล็กที่มีประชากรประมาณร้อยคนได้ จากการสืบและซุ่มสังเกตการณ์ที่ร้านของอริสหลายวันทำให้ได้ข้อมูลว่า ที่นั่นคือหมู่บ้านนักล่า ทางร้านจะมีการเก็บรวบรวมสินค้าจากที่นั่นเป็นประจำ และหัวหน้าหมู่บ้านนี้ไม่ใช่ใครที่ไหน ชายคนที่เขาตราหน้าว่าเป็นคนทำลายชีวิตของเขานั่นเอง เนื่องจากแค้นฝังใจที่เคยเกิดขึ้นก่อนหน้านี้ ไม่มีวันใดเลยที่เขาไม่มีความคิดที่จะแก้แค้น แต่ด้วยความเกรงกลัวพลังที่เหนือกว่าจึงซุ่มรอโอกาสที่คนเหล่านั้นจะออกนอกหมู่บ้านพร้อมๆ กัน และวันนี้โอกาสก็มาถึงแล้ว

    “มีกลุ่มคนประมาณสิบกว่าคนกำลังมุ่งหน้ามาทางนี้ เหมือนว่าจะไม่ได้มาอย่างเป็นมิตร”

    โคลด์ได้กลิ่นผิดสังเกตจึงไปแจ้งให้เวนไฮร์ที่กำลังอ่านหนังสืออยู่ในหอตำราทราบ เวนไฮร์เดินออกมาที่หน้าหมู่บ้าน พบกลุ่มคนอาวุธครบมือกำลังตรงมาทางนี้จริงๆ ระฆังบอกเหตุถูกลั่นขึ้นเพื่อแจ้งเตือนเหตุฉุกเฉิน ชาวบ้านทุกคนได้ไปรวมตัวกันที่ลานฝึก ส่วนนักล่ากลุ่มต่างๆ ก็จัดกำลังตั้งแนวรับกันอย่างฉุกละหุก พวกเขาถูกเรียกรวมพลออกมาอย่างกะทันหัน ซึ่งนี่เป็นครั้งแรกที่มีเหตุการณ์แบบนี้

    “เจ้าคนที่เดินนำหน้าพวกนั้นมามันคลาส 4 ขั้นสุดยอด! ส่วนคนที่เหลือทุกคนทุกคนเป็นนักรบคลาส 3”

    หัวหน้ากลุ่มที่ 2 ผู้ที่ฝึกสกิลตรวจสอบเอ่ยขึ้นอย่างตื่นตระหนก เหล่านักล่าต่างเหงื่อตกไปตามๆ กัน พวกเขาไม่มีพลังพอที่จะสู้กับพวกนั้นได้เลย คงมีระดับหัวหน้าแค่เวไฮร์และโคลด์ที่พอจะมีพลังต้านคนเหล่านี้เอาไว้ได้ ส่วนพลุสีแดงสำหรับเอาไว้จุดเวลาฉุกเฉินที่แกรนด์เคยพูดถึง ทุกกลุ่มยังไม่ได้รับการแจกจ่ายแต่อย่างใด

    “ตั้งขบวนป้องกันไว้! อย่ากลัวพวกมัน! แสดงความกล้าของพวกเจ้าออกมา มองพวกมันว่าเป็นแค่ฝูงสัตว์อสูรที่พวกเรากำลังจะล่า”

    เวนไฮร์เอ่ยสั่งการขึ้นตอนที่เห็นว่ากำลังใจของทุกคนไม่ค่อยจะสู้ดีเท่าไหร่เมื่อได้รับรู้ว่าเหล่าผู้มาเยือนแข็งแกร่งขนาดไหน

    “พูดได้ดีนี่หว่าเจ้าฮอบก็อบลิน ข้าก็อยากจะปรบมือให้อยู่หรอกนะ แต่ข้ารู้สมเพชพวกเจ้ามากกว่า พวกเจ้าไม่อายเหรอที่กำลังรับคำสั่งจากก็อบลินน่ะ”

    ชายหน้าเดฟมาถึงพอดี และตอนนี้เขาฉีกยิ้มอย่างเยาะเย้ยไปที่กลุ่มคนที่ตั้งขบวนและชี้อาวุธมาทางพวกเขา ดูจากอาการหวาดกลัวแล้วไม่ต้องเดาเลยว่าอีกนานกว่าพวกนั้นมันจะกลับมา

    “หุบปากแล้วไสหัวออกไปซะ ข้าจะพูดแค่ครั้งเดียว”

    “ปากดีจริง แค่มีพลังของฮอบก็อบลินหน่อยอย่าเหลิงให้มันมากนัก ข้าเริ่มหมั่นไส้มันแล้วสิ ฆ่ามันก่อนแล้วตัดหัวมันมาทำเป็นลูกบอลเตะเล่น ส่วนพวกหมาโคโบลด์จับมันไปขาย!”

    การต่อสู้เริ่มต้นขึ้นหลังจากสิ้นคำสั่งของชายหน้าเดฟ เหล่าสมุนโจรกรูกันข้าใส่แนวรบที่เรียงทอดยาวเป็นแนวป้องกันตามแบบที่เวนไฮร์ฝึกสอน ผู้ใช้เวทย์ที่อยู่หลังแนวรบร่ายและยิงเวทย์โจมตีเสริมจากทางด้านหลัง แม้ว่ากลุ่มโจรจะมีหลังเหนือกว่าแต่พวกมันเลือกที่จะโจมตีตามใจซึ่งค่อนไปทางการอาละวาดมากกว่า เมื่อต้องเจอกับแนวป้องกันที่เรียงกันอย่างเป็นระบบหลายคนแถมยังมีเวทย์ที่ระดมยิงออกมาจากด้านหลังอย่างไม่ขาดสาย ทำให้การจู่โจมของพวกมันชะงักลงทันที การตั้งแนวรับแบบนี้ถือว่าผิดคาดอย่างมาก เพราะในตอนแรกพวกมันตั้งใจที่จะอาละวาดให้เป็นการเข่นฆ่าเพียงฝ่ายเดียว แต่ในตอนนี้กลับเจอตรึงไว้ และเหมือนจะยากที่จะเจาะเข้าไปอีกด้วย หัวหน้าของพวกมันในตอนนี้กำลังสู้กับเวนไฮร์อยู่ แถมฝีมือยังสูสีกันอีกด้วย

    ตัวเวนไฮร์เองที่จริงพลังด้อยกว่าชายหน้าเดฟอยู่เล็กน้อยแต่ด้วยไม้เท้าดาบและเกราะอ่อนที่แกรนด์ให้มา เขารู้สึกว่าการสู้กับชายคนนี้ก็ไม่ได้ตึงมือมากจนต้องคิดหนัก กลับกันเวทย์ไฟของเวนไฮร์ในตอนนี้ดูทรงพลังกว่าปกติมาก เพราะทั้งอาวุธและชุดเกราะของเขาล้วนแต่เสริมพลังธาตุไฟด้วยกันทั้งสอง

    “พวกเรา กำจัดพวกมันทีละคน!”

    โคลด์สั่งให้โคโบลด์ทั้งสามที่ไม่ได้ไปตั้งแนวรบกับคนอื่นๆ รุมกำจัดโจรไปทีละคนเพื่อลดกำลังการรบของมันทีละนิด ส่วนตัวเขาเองก็รับมือกับโจรสองสามคนที่ท่าทางจะมีฝีมือกว่าคนอื่นๆ เอาไว้ การโจมตีประสานของทั้งสามสามารถกำจัดโจรจนหมดสภาพไปแล้วกว่า 2 คน

    “หนวกหูจริง คนจะหลับจะนอน ว่าแต่ป้า ที่หน้าหมู่บ้านเกิดอะไรขึ้นหรอ?”

    ครีทที่เดินมาในสภาพงัวเงียถามชาวบ้านที่มารวมตัวกันภายในลานฝึก บ้านของครีทค่อนข้างอยู่ห่างจากบ้านของคนอื่นๆ พอสมควร ในตอนที่เขาหลับลึกจึงไม่รู้ตัวว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นบ้าง แต่เสียงการปะทะกันอย่างต่อเนื่องดังไม่ขาดสาย ทำให้ครีทตื่นมาด้วยอารมณ์ที่หงุดหงิดอยู่เล็กน้อย พอเห็นชาวบ้านมารวมกันอย่างผิดสังเกตก็ถือโอกาสถามหาสาเหตุ

    “มีคนบุกเข้ามา! มีคนบุกเข้ามา!”

    ครีทขมวดคิ้วเข้าหากันพร้อมกับวิ่งตรงไปที่หน้าหมู่บ้านทันที ทั้งที่มีคนบุกเข้ามาจนเกิดการปะทะกันขึ้นมาครู่หนึ่งแล้ว แต่เขากลับไม่รู้เรื่องสักนิด นี่มันอะไรกันเนี่ย ไม่มีคนคิดจะชวนข้ามาร่วมวงเลย?

    ตูมมมมม!!!

    เกิดระเบิดขึ้นบนท้องฟ้าหนึ่งครั้ง ผู้คนที่กำลังตะลุมบอนกันอยู่ต่างตกใจและเหลียวมองขึ้นไปบนท้องฟ้า นอกจากเสียงดังกังวานที่เกิดขึ้นแล้ว แสงของการระเบิดยังส่องประกายวับผ่านความมืดในยามค่ำคืน ทั้งสองสิ่งนี้เป็นอะไรที่ดึงดูดความสนใจของทุกคนในที่นี้อย่างได้ผล

    “ทุกท่านที่กำลังตีกัน ข้าก็ไม่อยากขัดจังหวะหรอกนะ แต่ช่วยเงียบแล้วไปตีกันที่ได้รึเปล่า มันรบกวนเวลานอนข้านะรู้มั้ย”

    “ไสหัวไปไอ้ลูกหมา พวกเจ้าทุกคนต้องตายที่นี่! คืนนี้!”

    สมาชิกโจรที่ดูจากลักษณะท่าทางแล้วน่าจะเป็นรองหัวหน้าหรือบุคคลสำคัญของกลุ่มโจรนี้เอ่ยขึ้นมาอย่างมีน้ำโห เมื่อครู่เขาตกใจจากเสียงระเบิดที่ดังก้องเหมือนการระเบิดพลังจากทักษะของผู้มีพลังสูงส่ง แต่เมื่อเห็นลูกระเบิดในมือและน่าจะเป็นฝีมือของชายหนุ่มคนนี้เขาก็สลัดความกลัวทิ้งไปทันที

    “อ้อ ข้ายังไม่ได้ลองของใหม่เลย ช่างเหมาะเจาะอะไรอย่างงี้”

    ครีทนำลูกธนูที่ติดแท่งระเบิดเล็กๆ ขนาดเท่านิ้วชี้ไว้ใกล้ๆ หัวลูกธนู ลูกธนูพวกนี้เป็นแบบไม่มีชนวนที่ครีทตั้งใจว่าพรุ่งนี้จะเอาไปให้แกรนด์ลองใช้ แต่เกิดไอเดียใหม่ขึ้นมากะทันหันเลยเอามาแจกให้นักล่าที่ใช้ธนูแทน ผู้ที่ใช้ธนูเป็นอาวุธหลักในหมู่บ้านมีแค่ 3 คน เมื่อรับมอบของจากครีททั้งสามก็ทำหน้างงๆ เพราะไม่เคยเห็นลูกธนูที่มีลักษณะแปลกๆ แบบนี้

    “มัวยืนเซ่ออะไรอยู่วะ แค่คนจุดประทัดยื้อเวลาตายให้พวกมันแค่คนเดียว ฆ่าพวกมันให้หมด!”

    หัวหน้าโจรสั่งอย่างหัวเสีย การปรากฏตัวของชายผู้นี้นับว่าเกินคาดอยู่บ้าง ถ้าหมอนี่มันฉลาดมันควรจะแอบหนีไปเงียบๆ แล้ว

    เฟี้ยว!

    ลูกธนูพุ่งออกจากคันธนูของนักล่าคนหนึ่งพุ่งไปยังรองหัวหน้าของกลุ่มโจร มันหยุดลูกธนูเท่าพุ่งเข้ามาด้วยมือเปล่าอย่างง่ายดายพร้อมกับถ่มน้ำลายเยาะเย้ย ลูกธนูที่ถูกยิงโดยนักล่าพวกนี้ในสายตาของมันไม่ต่างกับเด็กโยนกิ่งไม้ใส่

    แป๊ะ..

    ตูมมมมมมมมม!!!!

    สิ้นเสียงดีดนิ้ว ลูกธนูที่ถูกหยุดไว้โดยชายคนนั้นก็ระเบิดขึ้นมาทันที แรงระเบิดส่งผลให้โจรบางคนที่ยืนใกล้ๆ ชายคนนั้นถูกผลักกระเด็นออกมาเพราะแรงระเบิด ประสาทการได้ยินมืดบอดจากเสียงดังที่เกิดขึ้นใกล้ๆ หู ส่วนชายที่จับลูกธนูไว้ แขนข้างนั้นของมันในตอนนี้ได้หายไปแล้ว ตามตัวเต็มไปด้วยเลือด มีแผลเหวอะหวะจากการฉีกกระชากของแรงระเบิด นอนครวญครางหายใจรวยรินที่พื้นดินอย่างน่าสมเพช เหตุการณ์นี้ทำให้กลุ่มโจรตกใจและสับสนกับเหตุการณ์ที่อยู่ตรงหน้าเป็นอย่างมาก

    “ฆ่าเจ้าคนที่มาใหม่ก่อน!”

    หัวหน้าโจรแผดเสียงสั่งอย่างลนลาน พวกมันเตรียมแผนมาหลายวัน แม้จะคาดการณ์ผิดคาดเกี่ยวกับความแข็งแกร่งของเหล่านักล่าไปบ้าง แต่ตอนนี้มันกลับรู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดีชอบกล

    “รังสีเพลิง!”

    เวนไฮร์รวบรวมพลังทั้งหมดไว้ที่มือขวาและปล่อยทักษะที่รุนแรงที่สุดของตนออกไปใส่กลุ่มโจร ขณะที่พวกมันทุกคนต่างมุ่งความสนใจมาที่ครีทเพียงคนเดียว เพลิงที่ร้อนแรงได้แผดเผาผิวหนังของโจรกลุ่มนี้อย่างไม่ปรานี ความรุนแรงของมันเรียกว่าย่างสดกลุ่มโจรก็คงไม่ผิดเท่าไหร่ หลายคนถึงกับลงไปนอนเกลือกกลิ้งบนพื้นอย่างหมดทางสู้ เนื้อตัว เสื้อผ้า รวมถึงขนบนร่างกายถูกเผาจนกลายเป็นสีดำคล้ำไปทั้งตัว ในตอนนี้โจรที่ไม่ถูกทักษะรังสีเพลิงของเวนไฮร์เผาเหลือแค่ 2 คนคือหัวหน้ากลุ่มและลูกน้องอีกคนหนึ่ง ทั้งสองพยายามหาทางหนีฝ่าวงล้อมออกไปไห้ได้ แต่ตัวหัวหน้าถูกกลุ่มโคโบลด์ที่ประสานการโจมตีขวางทางเอาไว้

    ปึ๊ก! ปึ๊ก!

    ครีทยิงกระสุนออกจากปลอกแขนกลเข้าใส่สองโจรในขณะที่พวกมันกำลังหนี ทั้งสองทรุดลงพื้นทันที กระสุนของปลอกแขนกลถูกออกแบบมาอย่างพิเศษให้สามารถทะลวงผิวหนังและเข้าไปฝังในร่างกายของเป้าหมายได้ แถมกระสุนนั้นยังเป็นระเบิดขนาดเล็กอีกด้วย! ชายหน้าเดฟถูกยิงเข้าที่ช่องท้องส่วนลูกน้องของเขาถูกยิงเข้าที่ขา ทั้งสองในตอนนี้หมดหนทางที่จะหลบหนีไปได้แล้ว ครีทเห็นว่าไม่จำเป็นที่จะต้องจุดระเบิดเพื่อสังหารพวกมัน เพราะทั้งกลุ่มมันหมดสภาพที่จะสู้ต่อแล้ว

    “เอาพวกมันไปขัง รอหัวหน้ากลับมาจัดการกับพวกมันอีกที”

    เวนไฮร์สั่งให้คนเอาโจรกลุ่มนี้ไปขังไว้ การจับเป็นดีกว่าการจับตายแน่นอน อีกทั้งเขายังไม่รู้ว่าโจรกลุ่มนี้เป็นใครมาจากไหน พรุ่งนี้เช้าให้หัวหน้าของพวกเขามาสอบสวนพวกมันเองแล้วกัน

    ครีทติดต่อแกรนด์ผ่านอักขระสื่อสาร ปลายสายดูจะไม่แปลกใจที่มีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นเหมือนกับรู้อยู่แล้วว่ามันต้องเกิดขึ้นแน่ ครีทเองก็ไม่ได้เอะใจอะไร พวกเขาขังกลุ่มโจรทั้งหมดไว้ในคุกเพื่อรอการสอบสวน ส่วนนักล่าที่บาดเจ็บได้พาไปรักษาที่ห้องพยาบาล ในจำนวนนั้น 2 คนอาการสาหัสได้รับบาดแผลขนาดใหญ่ ยังดีที่หมอใช้ทักษะฮีลทำให้เลือดหยุดและรักษาอย่างทันท่วงที ยังไงซะทั้งสองก็ยังต้องพักยาวกว่าจะหายดี

    ...ชายป่ามรณะ...

    ทีมของแกรนด์มาถึงชายป่ามรณะโดยใช้เวลาเกือบชั่วโมง แกรนด์รู้สึกตงิดๆ ทันทีที่ย่างก้าวเข้ามายังเขตป่า เขารู้สึกว่ามีกลิ่นอายแปลกๆ ที่ไม่ใช่กลิ่นอายของเผ่าอันเดธอย่างเดียว แต่กลิ่นอายนี้มีความรุนแรงและยังแผ่คลุมไปทั่วทั้งป่า มันเป็นกลิ่นอายของเวทย์แห่งความตาย และผู้ที่ใช้มันอยู่ต้องเป็นผู้ที่แข็งแกร่งเป็นอย่างมาก นี่มันคล้ายกับมีใครบางคนกำลังใช้เวทย์แห่งความตายควบคุมเหล่าอันเดธอยู่อย่างงั้นหรือ? แถมจุดศูนย์กลางของเวทย์แห่งความตายที่แผ่ออกมายังมาจากปราสาทหลังนั้นอีกด้วย

    คล้ายกับเรื่องเส้นทางอสนีบาต - The Road Lightning ที่คุณอ่าน