ตอนที่ 2 จุดเริ่มต้นของดาวดวงใหม่
โต๊ะที่ไกลจากผู้คนมากที่สุดในโรงอาหารของโรงเรียนถูกจับจองที่นั่งโดยฝากฝันซึ่งนั่งก้มหน้าเล่นโทรศัพท์มือถือระหว่างรอรักชาติไปซื้ออาหารมาให้ถ้าเงยหน้าขึ้นมาคงไม่พ้นต้องเห็นสายตาคนอื่นมองมาที่ตัวเองแน่ก็เลยต้องก้มหน้าไว้ คนอื่นจะได้ไม่เห็น หรือที่จริงแล้ว ก็เพื่อแค่ตัวเองจะได้ไม่ต้องเห็นคนอื่น
“มาแล้วมาแล้ว นี่เลย ข้าวกะเพรากุ้งของฝากฝัน” รักชาติวางจานอาหารและนมสดเย็นไม่หวานของโปรดของเพื่อนรักให้และนั่งลงตรงข้ามกัน
“ชาติสั่งไรมากินอ่ะ”ฝากฝันชะเง้อมอง หวังจะแย่งสักชิ้นสองชิ้น
“เหมือนของฝันแหละฝันสั่งอะไรชาติก็กินแบบฝันแหละ ี้เีจะคิด”
“ไม่สนุกเลย”ฝันเซ็งเล็กน้อย หน้าบูดนิดหน่อย ไม่ได้แย่งแล้วแล้วก็พากันกินข้าวของตัวเองอย่างอร่อย คุยกันหัวเราะกันตามประสาเพื่อนรักกันอยู่สองคน
“นั่งด้วยนะ”จู่ๆกรก็เดินมาพร้อมจานข้าวและน้ำในมือ นั่งลงข้างฝากฝันโดยไม่รอใครตอบรับ
สองเพื่อนรักมองหน้ากันแล้วก็หันมองหน้ากรที่กินข้าวอย่างอร่อยโดยไม่สนใจว่าสองคนนี้จะโอเคหรือไม่โอเคแต่อย่างใด
“นอกจากใจจะสกปรกแล้วยังไม่มีมารยาทด้วยเหรอ?”ใส่ก่อนได้เปรียบ
“ใจเย็นฝัน”ชาติไม่รู้ว่ามีเื่อะไรกันมาก่อน แต่คนนี้แหละที่เดินตามฝากฝันไปมาเมื่อตอนเช้าและจากที่ดูก็ไม่น่าจะใช่ประเภทเดียวกับพวกที่ชอบหาเื่ฝากฝัน เพราะพวกที่ชอบหาเื่ฝันมีแต่พวกขี้แพ้พวกหญิงทิ้งแล้วหาเื่ระรานคนหล่อกว่า
“ว่าแต่คุ้นๆนะนายอ่ะ” นอกจากจะเห็นหน้าเมื่อเช้าแล้ว ยังรู้สึกคุ้นลักษณะท่าทางอีก
“ชาติเห็นผมเมื่อวานตอนเย็นไง”กรรีบชี้แจง แสดงตัวว่าเป็มิตร ไม่มีความจำเป็ต้องปิดบัง
“หือ?ไอ้นี่เหรอที่ช่วยฝัน?” เมื่อวานเกือบจะวิ่งเข้าไปต่อยแล้ว
“อือ”ฝันพยักหน้ารับ แต่เหมือนไม่อยากจะยอมรับ
“ครับผม... เออ ผมชื่อกรนะ” กรยิ้มรับคำขอบคุณที่ไม่มีใครพูดถึง
“ชื่อจริงน่ะจิตรกร ฝันนี่รอดูการบ้านวิชาศิลปะเลย”ฝากฝันแอบขำเล็กๆ ก่อนจะแกล้งดูดน้ำเพื่อซ่อนรอยยิ้มเอาไว้
“ขอบใจกรนะที่ช่วยฝากฝันของชาติเอาไว้”รักชาติขอบคุณด้วยใจจริง แต่ คำขอบคุณที่กรได้ยิน กลับรู้สึกว่ามันไม่ใช่แค่การขอบคุณธรรมดา
“ยังไงผมก็ต้องช่วยฝันอยู่แล้ว”กรหันมองหน้าคนข้างๆ
“แล้วนายรู้ได้ยังไงว่าผมชื่อชาติ”รักชาติเอะใจ ยังไม่ได้แนะนำตัวเลยสักคำ
“ทั้งโรงเรียนมีใครไม่รู้จักฝากฝันกับรักชาติ จงสวัสดิ์ภัคดี บ้าง? ดูรอบๆสิ” กรหันหน้าพารักชาติมองไปรอบตัวทุกคนมองมาที่โต๊ะของพวกเขา แต่พอสบตากับทั้งสองคน คนอื่นๆก็รีบก้มหน้าทำอย่างอื่นกันเหมือนไม่มีอะไร บางคนก็เขินที่เผลอไปสบตากับจิตรกรเข้า
“เออลืมไป ฝันเป็จุดสนใจมาั้แ่เด็กๆแล้ว แต่ก็ไม่คิดว่าจะถึงกับตามสืบอะไรกันขนาดนั้น”รักชาติภาวนาในใจว่าอย่าให้รู้ไปถึงเื่ครอบครัวของฝันเลย
“การรู้ชื่อนามสกุลของเพื่อนร่วมโรงเรียนมันก็ไม่น่าจะยากขนาดนั้นนะ”กรไม่เห็นว่ามันจะเป็เื่ลึกลับที่ต้องเรียกว่าตามสืบกันปานนั้น
“ก็ไม่ได้อยากเป็จุดเด่นมั้ยล่ะ”ฝากฝันไม่เคยพอใจกับการเป็จุดสนใจ เพราะมันไม่เคยมีคำว่าเป็ส่วนตัว ยิ่งถูกสาวๆมองมากเท่าไหร่ก็ยิ่งตกเป็เป้าของพวกผู้ชายขี้อิจฉามากขึ้นเท่านั้น
“แต่มันก็ดีนะฝันยังไงฝันก็จะต้องเป็ดาราอยู่แล้ว เด่นกว่าได้เปรีย.. อุ๊บ” ไม่ทันจะพูดจบก็โดนมือคนตรงหน้าเอื้อมมาปิดปากไว้อย่างไว ฝากฝันที่ลุกขึ้นมาพรวดพราดหุบปากคนตรงหน้าไว้เบิกตาโตจ้องเพื่อนรักเขม็งราวกับบอกด้วยสายตาว่าหยุดพูดได้แล้ว กรเห็นฝากฝันที่รุกรี้รุกรนทำตัวไม่ถูกทั้งๆที่ปกติจะนิ่งต่อหน้าคนอื่นก็หัวเราะออกมา
“หัวเราะทำไมมันน่าขำมากนักเหรอวะ” แต่ฝันกลับคิดว่ากรหัวเราะเยาะเื่ที่ชาติบอกว่าฝันจะเป็ดารา
“เปล่าซะหน่อยน่ารักดี ผมจะสนับสนุนฝันให้เต็มที่เลยนะ ฝันเป็ดาราได้อยู่แล้ว”เื่ที่ฝันเป็ห่วงว่าใบหน้าจะแพ้ยา กรเข้าใจเหตุผลแล้ว
“คนปกติใครเขาพูดว่าจะไปเป็ดารากันมั่งห๊ะ!ชาติทำให้ฝันดูตลกนะรู้มั้ย” เขม่นใส่กรไปแล้ว ก็กลับมาบ่นใส่ชาติต่ออีกคน ความลับของคนในครอบครัวแท้ๆแต่ดันพูดออกมาต่อหน้ากรทำให้ฝันรู้สึกเขินขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก ทั้งสามคนหัวเราะกันสนุกสนาน ตีกันบ้างยิ้มให้กันบ้าง ระหว่างที่กินข้าวอยู่ด้วยกัน เป็ภาพน่ารักๆของสามหนุ่มหล่อที่ใครเห็นก็ยิ้มตามและอดไม่ได้ที่จะถ่ายรูปแล้วโพสลงสื่อโซเชี่ยลของโรงเรียน โดยเฉพาะรูปที่ฝากฝันยิ้มออกมาได้อย่างน่ารักและสดใสสวยงามเป็รอยยิ้มที่ไม่มีใครเคยเห็นมาก่อนเลย
ในชั่วพริบตา...รูปที่น่ารักที่สุดนั้นถูกแชร์ออกไปเป็จำนวนมากความสวยงามและความน่ารักเป็ธรรมชาติของฝากฝันถูกส่งต่อไปทั่วทุกสื่อ
เมื่อฝากฝันและจิตรกรกลับเข้ามาที่ห้องเพื่อนๆทุกคนจ้องมองมาที่พวกเขาแล้วก็มองไปที่โทรศัพท์มือถือทั้งยิ้มทั้งชื่นชมทั้งเขินอายที่พวกเขาเดินเข้าห้องเรียนมาด้วยกันเป็ภาพที่ดีต่อใจกับสาวๆในห้องเสียจริงๆ ถึงอย่างนั้นฝากฝันก็พยายามหลบสายตาไม่มองใครแล้วเดินตรงไปยังโต๊ะเรียนของตัวเอง ในขณะที่จิตรกรสงสัยว่าเพื่อนๆมองที่โทรศัพท์กันทำไมจึงถามและขอดูบ้าง สิ่งที่เห็นคือภาพของพวกเขาที่ถูกแอบถ่ายไปเมื่อตอนพักทานข้าวกลางวันแต่สิ่งที่ทำให้กรยิ้มออกมาได้ คือ รอยยิ้มน่ารักๆของฝากฝัน “ส่งมาให้ผมหน่อยสิ” กรกระซิบบอกพวกเพื่อนผู้หญิงในห้องเบาๆไม่ให้ฝากฝันได้ยิน เมื่อได้ยินดังนั้นมีหรือที่เพื่อนสาวทั้งหลายจะอยู่เฉยๆ เสียงไลน์ของกรเด้งรัวๆ จนเ้าตัวปิดแจ้งเตือนแทบไม่ทันเพราะทุกคนส่งภาพของฝากฝันทั้งหมดที่มีให้กรไปหมดเลย
“ฝัน!แย่แล้ว!!”รักชาติวิ่งเข้ามาในห้องของฝากฝันหน้าตาตื่นตระหนกสาวๆในห้องกลั้นกรี๊ดกันแทบไม่ไหว รักชาติเองก็หล่อและน่ารักไม่น้อยไปกว่าใครอีกทั้งเป็คนที่สนิทกับฝันที่สุดอีกด้วย ใครก็จับตามองทั้งคู่
“ดูนี่สิดูนี่” รักชาติพุ่งตรงมาที่โต๊ะของฝากฝันพร้อมเปิดหน้าจอพวกสื่อโซเชียลที่มีรูปของฝันเต็มไปหมด
“เฮ้ย?!”ฝันใยิ่งกว่ารักชาติเสียอีก อีกหนึ่งขั้นของการไม่เป็ส่วนตัวได้เริ่มขึ้นแล้ว แม้จะไม่ชอบเป็จุดเด่นแต่ถ้าจะต้องเข้าวงการจริงๆ เื่พวกนี้ก็ต้องยอมรับมันให้ได้ฝากฝันไม่แน่ใจว่าจะรับมือกับสิ่งนี้ไหวไหมถ้าต้องทำและทนอยู่กับสิ่งที่ไม่ชอบ
“จะใกันทำไมใช้สื่อช่วยกระจายเพื่อสร้างฐานแฟนคลับก็ทำถูกแล้วไม่ใช่เหรอ?” กรเข้ามาร่วมวงสนทนาและโอบบ่าของทั้งสองคนที่กำลังตกอกใสิ่งที่กรพูดไม่ผิดเลยสำหรับคนที่้าค่อยๆสร้างชื่อเสียงในวงการ เพื่อนสนิททั้งสองมองหน้ากันพวกเขาได้แต่พูดเื่นี้กันมาั้แ่เด็กเหมือนเป็เื่ธรรมดา แต่ไม่ได้คิดถึงบันไดและขั้นตอนการก้าวไปสู่จุดนั้นเลยว่าจะต้องเจอกับอะไรและต้องทำอะไรกันบ้าง
“ใจเย็นๆค่อยๆเป็ค่อยๆไป แต่ก่อนอื่นสิ่งที่เราต้องทำในตอนนี้คือ... เริ่มเรียนคาบบ่ายกันได้แล้ว”กรเห็นครูวิชัยยืนจ้องเขม็งอยู่หน้าห้อง มองมายังพวกเขาที่ยังไม่นั่งลง รักชาติหันไปเห็นครูก็ไหว้แล้วรีบวิ่งกลับไปห้องตัวเองทันที
ทั้งห้องกลับเข้าสู่สภาวะปกติพร้อมตั้งใจเรียนแต่กรกลับมีเื่สงสัยอะไรบางอย่าง จึงเอื้อมมือไปสะกิดคนข้างหน้า
“ฝันกับชาติเป็พี่น้องหรือว่าเป็ญาติกันเหรอถึงนามสกุลเหมือนกัน?” กรกระซิบถามเบาๆ ไม่้าให้คนอื่นได้ยิน รูปลักษณ์ภายนอกแตกต่างกันคนละทวีปแบบนั้นกรแปลกใจที่ไม่มีใครพูดถึงความต่างตรงนี้เลยสักคนและไม่สามารถหาข้อมูลมาได้เช่นกัน
“เพื่อน..”ฝันไม่ได้ปิดบังอะไร
“เป็เพื่อนกันแล้วนามสกุลเหมือนกันได้ยังไง?”กรยิ่งสงสัย
“เพื่อนกันแล้วนามสกุลเหมือนกันไม่ได้เหรอ?”ฝากฝันหยุดโต้ตอบเพราะครูมองอยู่ ต่อให้กรจะสะกิด จะเรียกขนาดไหนก็เลิกสนใจแล้วขยับเก้าอี้หนีออกให้พ้นระยะปลายนิ้วของกรอย่างรำคาญ
“ตื่นแล้วเหรอแคทสบายใจขึ้นหรือยัง?” หลังจากให้ทานยาตามอาการและหลับไปสักพักแคทก็ตื่นขึ้นมาและพบว่าเพื่อนรักนั่งดูแลอยู่ข้างๆและคนที่ไม่้าเห็นหน้าที่สุดก็ไม่อยู่แล้ว
“เราไม่เป็ไรแล้วขอบคุณนะขวัญที่คอยดูแลเรามาตลอด” แคทจับมือเพื่อนไว้แน่น เพื่อนคนเดียวที่มีและไม่เคยหักหลังกันแม้ในวันที่ถูกสังคมทำร้ายจิตใจจนสาหัสมาก็ตาม
“ถ้าชิตไม่ได้โทรไปบอกขวัญขวัญก็คงไม่รู้และมาช่วยแคทไม่ทัน” สามีที่ช่วยแจ้งข่าวยังคงรออยู่ที่บ้าน
“ขวัญช่วยแคทด้วยนะมันจะมาเอาฝันไป มันจะแย่งฝันไปจากแคท” แคทกอดแขนเพื่อนไว้แน่นทั้งๆที่ทำทุกอย่างแล้วเพื่อให้ลูกหนีห่างจากคนๆนั้นให้ไกลที่สุด แต่ในความจริงแคทไม่ได้หนีไปไหนเลย ความเป็อยู่,สิ่งที่มีและของที่ใช้อยู่ตอนนี้ล้วนมาจากคนๆนั้นทั้งสิ้นมันคือความชอบธรรมเพียงหนึ่งเดียวที่แคทต้องได้รับการทดแทนจากการสูญเสียที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิต
“คุณกรณ์เขามาพาฝันไปไหนไม่ได้หรอกฝันใช้นามสกุลบ้านเรานะแคท เราเป็ผู้ปกครองที่ถูกต้องตามกฎหมาย”
“คนอย่างมันทำได้ทุกอย่างอยู่แล้ว ทำลายเรามันก็ยังทำได้เลย” ต่อให้ประเคนเงินทอง บ้าน รถที่ดินมาให้มากแค่ไหนก็ทดแทนไม่ได้ มาพรากอนาคตไปใครจะยอมรับได้ลง ขวัญทำได้แค่ลูบศีรษะเพื่อนเพื่อปลอบโยนอดีตที่เลวร้ายฝังใจไม่เคยลืมจนทำให้มีอาการอย่างที่เป็ทุกวันนี้
“ให้คุณชิตหางานให้ฝันสักเื่สิจะงานโฆษณา งานพรีเซนเตอร์ งานละคร อะไรก็ได้ นะ.. ฝันโตแล้ว ได้เวลาแสดงตัวตนและจุดยืนออกมาแล้วมันจะได้เห็นฝากฝันในเส้นทางที่เดินต่อจากแคท แล้วมันจะทำลายความฝันของแคทอีกไม่ได้แล้วเมื่อฝันอยู่ในวงการ มีที่ยืนในสังคม มันก็จะพาตัวฝันไปจากแคทไม่ได้ง่ายๆ”แม่คิดทบทวนและวางแผนไว้มาั้แ่แรกอยู่แล้วความหวังของแม่คือการได้เห็นลูกชายสานต่อความฝันของแม่และไปให้ไกลกว่าโดยที่ไม่ถูกใครทำลายชีวิตเหมือนที่แม่เคยโดน
“แต่คุณชิตเป็เ้าของบริษัทโมเดลลิ่งและเ้าของค่ายนะจะพาฝันเข้าไปบริษัทเองก็ยังไงๆอยู่” แผนที่แคทเคยบอกไว้ตอนลูกๆยังเด็กกำลังใกล้เข้ามา ขวัญเองก็ไม่อยากให้ใครมองสามีและลูกชายของเพื่อนไม่ดีไม่อยากให้เริ่มต้นด้วยคำว่าเส้นสาย และถูกนินทาเสียๆหายๆจนมีผลกับอนาคตในวงการอยากให้ดูที่ความสามารถจริงๆที่ได้รับการเรียนรู้มาจากแม่มากกว่า
“คนที่แคทไว้ใจมีแค่คนที่บ้านของขวัญเท่านั้นนะ...”แคทครุ่นคิด คุณชิตไม่ได้ ขวัญก็ต้องทำงาน
“รักชาติไง/เ้าชาติไง”สองสาวพูดพร้อมกัน อีกหนึ่งคนที่ได้รับความไว้วางใจมากที่สุดจากแม่แคทและเข้าใจฝากฝันได้ดีที่สุด คือคนที่ถูกเลี้ยงดูมาด้วยกันั้แ่เด็กนี่แหละ ต่อให้ยังเด็กก็ไม่เป็ไร แค่คอยดูแลฝากฝันอยู่เบื้องหน้าไว้ส่วนเื้ัจะมีคนคอยสนับสนุนอยู่ตลอดเอง
“ว่ายังไงนะครับ?/อะไรนะครับ?”สองหนุ่มฝากฝันและรักชาติใและอุทานออกมาพร้อมกันเมื่อฟังพ่อกับแม่บอกให้เริ่มพาฝันไปแคสงานโดยที่รักชาติต้องคอยดูแลฝากฝันเหมือนเป็ผู้จัดการส่วนตัวอยู่เบื้องหน้า
“ตามนั้นแหละลูกแม่แคทเขาบอกมาว่าถึงเวลาแล้ว เพราะฝันเองก็โตเป็หนุ่มแล้วความสามารถก็มีพร้อมแน่นอนอยู่แล้ว”
“แล้วทำไมแม่ไม่ดูแลฝันเองล่ะครับถ้าพ่อดูให้ไม่ได้ แม่ก็ทำได้นี่ครับ” รักชาติไม่เข้าใจ ถ้าฝันจะเข้าวงการ ตัวเองก็พร้อมจะสนับสนุนมาั้แ่เด็กๆอยู่แล้ว เคยคิดแค่ว่าจะดูแลเพื่อนอยู่ข้างๆแต่ไม่คิดว่าจะต้องเข้าไปสนับสนุนอยู่ข้างๆแบบข้างๆสุดๆไปเลยถึงในวงการแบบนี้
“ถ้าแม่ลาออกจากงานใครจะดูแลแม่แคท?”เพราะไม่มีใครที่แคทไว้ใจอีกแล้ว ขวัญเองก็ไม่อยากทิ้งเพื่อน ทั้งสองหนุ่มถึงกับเถียงไม่ออกข้อเท็จจริงนี้ไม่มีใครแย้งได้ และไม่มีใครทำหน้าที่นี้ได้นอกจากแม่ขวัญอีกแล้ว
“พ่อครับ/พ่อชิตครับ” สองหนุ่มหันมาขอแนวร่วม
“แล้วแต่แม่ๆเขาพ่อไม่เกี่ยวนะ” พ่อมองหน้าแม่แล้วก็ลุกขึ้นไปชงกาแฟเข้มๆย้อมใจสักแก้ว
“ฝันรู้ใช่มั้ยลูกว่าความฝันของแม่แคทคืออะไร ที่ผ่านมาแม่แคททุ่มเทฝึกสอนให้ฝันมาตั้งเท่าไหร่” แม่ขวัญมองหน้าฝากฝันลูกรักอีกคนของครอบครัว
“ฝันรู้ดีครับแต่ฝันไม่คิดว่าจะปุบปับแบบนี้ มันเกิดอะไรขึ้นเหรอครับ?” แม่พูดมาตลอด ทุกคนพูดถึงตลอดแต่ไม่มีใครบอกว่าตอนไหนเมื่อไหร่และอย่างไร แต่วันนี้จู่ๆก็ให้เริ่มเลยฝันเองก็งง ว่าทำไมมันรวดเร็วขนาดนี้
สองสามีภรรยาหันมามองหน้ากันเื่ที่เกิดขึ้นวันนี้ พวกเด็กๆจะรับรู้ไม่ได้เด็ดขาด โดยเฉพาะฝันจะให้รู้ไม่ได้เลยว่าพ่อของเขามาที่บ้านแล้วทำให้แม่คลุ้มคลั่งขนาดไหน
“พอดีมีงานซีรีส์ที่เขาหานักแสดงหน้าใหม่ลุคลูกครึ่ง หน้าสวยๆอยู่พอดี พ่อเลยบอกเขาไปแล้ว ว่าจะส่งเด็กไปแคสดู” พ่อชิตเพิ่งส่งอีเมลล์ตอบรับคำเชิญไปแคสเมื่อครู่นี้เองตอนที่กำลังชงกาแฟ
“ฝันเป็ผู้ชายนะครับ หน้าสวยๆที่ว่า เขาหมายถึงผู้หญิงหรือเปล่า?”ฝันย้อนถาม
“สมัยนี้แล้วลูกเขาไม่มีแบ่งแยกกันแล้ว Unisex น่ะหล่อได้สวยได้ พ่อรับรองเลย ไปได้ไกลกว่าแน่นอน” พ่อชิต เป็ป๋าดันเต็มที่ งานนี้ทางค่ายเองก็จะได้ประโยชน์ด้วยเช่นกันหากได้ฝากฝันมาร่วมงาน
“แล้วถ้าผมเป็คนดูแลงานให้ฝากฝันเขาไม่สงสัยกันเหรอ ยังไงผมก็ยังเด็กแล้วก็เป็ลูกพ่อนะ”
“ก็ยังปกติกว่าให้พ่อลงไปทำหน้าที่นี้เองนะ ลูกชายเ้าของโมเดลลิ่งดังพบดาวดวงใหม่ที่จะจุดประกายวงการ แค่พาดหัวข่าว พ่อก็ปลื้มแล้ว” พ่อชิตซัดกาแฟลงไปอึกใหญ่อย่างตื่นเต้น จริงๆก็อยากได้ฝากฝันเป็เด็กในสังกัดมานานแล้วเพชรอยู่ใกล้แค่เอื้อมมือมาโดยตลอด รอแค่เวลาที่จะเปล่งประกาย
“แต่ฝันก็ใช้นามสกุลพ่ออยู่นะครับ”รักชาติยังไม่เห็นความแตกต่าง ถ้ากลัวจะถูกกล่าวหาเื่เส้นสาย
“ถ้าเปิดตัวแค่ชื่อฝากฝันโดยไม่มีนามสกุล พ่อก็ว่ามันดูมีเสน่ห์ น่าค้นหาดีนะ” แผนการตลาดของพ่อก็น่าสนใจ
“ถ้าใช้นามสกุลของแม่ล่ะครับ?”ฝันถามดู เพราะถ้าใช้นามสกุลแม่ มันก็จะได้มีเหตุมีผลกับใบหน้าแบบนี้ด้วย
“ไม่ได้/ไม่ได้!”สองสามีภรรยาปฏิเสธเสียงแข็ง สิ่งที่แคท้า พวกเขารู้ดีการรู้ว่าฝากฝันเป็ลูกของใครอาจจะทำให้ชีวิตและอนาคตของฝากฝันพังลงก็เป็ได้
“ครับ?”สองหนุ่มน้อยหันมองหน้ากันงงงวย พ่อแม่ของรักชาติสามัคคีกันเหลือเกิน
“อย่างที่พ่อบอกไงเราจะขายความมีเสน่ห์ น่าค้นหา” พ่อชิตแก้ต่างแทบไม่ทันการปิดบังข้อมูลสามารถทำได้อยู่แล้ว ถ้าควบคุมสื่อได้
“ไม่ได้ก็ไม่ได้ครับพ่อชิตว่ายังไงก็ตามนั้นเลยครับ ฝันไม่อะไรอยู่แล้ว” นามสกุลแม่ไม่ได้ไม่เป็ไรแต่นามสกุลของพ่อฝันไม่อยากพูดถึง เพราะเป็ใคร นามสกุลอะไรยังไม่รู้เลยลุงชาญมาทำหน้าที่ของตัวเองโดยไม่เคยเล่ารายละเอียดอะไรให้ฟัง รู้เท่าที่ลุงชาญอยากให้รู้ ต่อให้ถามอะไรก็ตามไม่เคยได้ข้อมูลเื่พ่อเสียที ถึงพ่อจะโทรมาแต่เขาก็ถูกแม่ห้ามไม่ให้คุยกับพ่อคนที่ทำให้แม่เป็แบบนั้น เขาก็ไม่อยากเรียกว่าพ่ออยู่ดี
“ถ้างั้นพรุ่งนี้หลังเลิกเรียนชาติพาฝันไปตามที่อยู่นี้นะเขาแคสนักแสดงกันที่นั่น” พ่อยื่นกระดาษที่เขียนแผนที่ให้ลูกชาย
“ส่งโลเคชั่นมาให้ง่ายกว่าครับ”ลูกชายแซว แต่ก็รับมาทั้งกระดาษและพ่อก็ส่งโลเคชั่นมาให้ทางไลน์ด้วยเช่นกัน ทั้งสี่คนหัวเราะกันเฮฮาเพราะความต่างกันของยุคสมัยและเทคโนโลยี
ในตึกสูงหลังใหญ่กลางกรุงที่ด้านล่างเป็ห้างสรรพสินค้าชื่อดัง้าเป็ที่พักของเ้าของห้างและอาคารหลายๆแห่งที่อยู่บริเวณนี้ทั้งหมด ไม่นับกิจการอื่นตึกที่ถูกรอบล้อมไปด้วยแสงไฟระรานตาในยามค่ำคืนที่ไม่มีคำว่าหลับใหล แต่คนที่อยู่บนชั้นสูงสุดของตึกกลับอ้างว้างอยู่ในห้องชุดขนาดใหญ่ที่ไร้คนอยู่ร่วมด้วยความเหงา จะมีก็เพียงรูปภาพในมือถือที่พอจะช่วยบรรเทาความวิเวกใจนี้ลงไปได้
“ทำไมถึงพูดแบบนั้นนะฝากฝัน...”เขานึกถึงคำพูดที่ได้ยินเมื่อวันก่อน
...ถ้าโดนต่อยจนหน้าเละไปเลยก็คงสบายใจกว่านี้...
“มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ทั้งๆที่มีใบหน้าที่ใครก็อิจฉาแบบนั้น แต่กลับสบายใจที่จะเห็นมันเสียหาย” น้ำเสียงที่ฝากฝันพูดออกมาตอนนั้นดูไร้ความมั่นใจสิ้นหวัง หดหู่และเต็มไปด้วยความเศร้า ถ้าหากมันเป็เพราะถูกกลั่นแกล้งถูกทำร้ายแล้วละก็
“...ผมจะไม่ปล่อยให้ใครมาทำร้ายฝันอีกแล้วขอโทษนะที่หาคุณเจอช้าไป...” กรกอดโทรศัพท์ที่มีรูปของฝากฝันอยู่บนหน้าจอไว้แนบอก อีกมือหนึ่งก็เอื้อมไปรับสายโทรศัพท์อีกเครื่องที่มีคนโทรเข้ามาซึ่งเป็เครื่องที่ใช้ติดต่อกันภายในตระกูลเท่านั้น
“เข้ามาได้เลยครับพี่อัฒผมยังไม่นอน” เมื่อวางสายก็ลุกจากเตียงแล้วเดินไปที่ประตูห้องเพื่อเปิดให้คนปลายสายเข้ามา
“ขอโทษที่ขึ้นมารบกวนเวลาพักผ่อนนะครับคุณกร”พี่อัฒในชุดสูทสีดำโค้งขออภัยที่มารบกวน แม้ปกติจะมีคนคุ้มกันอยู่รอบๆแต่เฉพาะในห้องพักส่วนตัวนี้เท่านั้นที่กรไม่ให้ใครเข้ามาวุ่นวาย
“มีอะไรเหรอครับ?”กรเหลือบไปเห็นคราบเืที่ดูเหมือนจะกระเด็นมาติดอยู่บนปกคอเสื้อเชิ๊ตด้านในสูทและบนแก้มจึงหยิบกระดาษทิชชู่แล้วยื่นให้อีกฝ่าย อัฒขอบคุณแล้วรับมาเช็ดคราบเืที่ติดบนแก้มและสองมือก่อนจะรายงานสถานการณ์
“เด็กทั้งสี่คนถูกให้ออกจากโรงเรียนเรียบร้อยแล้วครับรวมทั้งครอบครัวของพวกเขาทั้งสี่ก็ถูกให้ออกจากงานหมดแล้วด้วยเกรงว่าจะไม่มีบริษัทไหนในกรุงเทพรับพวกเขาเข้าทำงานแล้วครับ” อัฒรายงานผลการทำงาน
“แล้วเืนี่พี่ไปจัดการครอบครัวไหนมาเหรอครับ?” เท่าที่จำได้ก็ไม่สั่งให้ไปทำร้ายใครเพราะไม่ได้้าให้คนอื่นในครอบครัวของพวกนั้นาเ็
“งานอื่นครับขออภัยที่รีบร้อนมาแจ้งข่าวก่อนจนทำให้คุณกรเข้าใจผิด”
“ครับงั้นขอบคุณมากนะพี่ พี่ไปพักผ่อนเถอะครับ” กรขอบคุณ แต่ก่อนที่อัฒจะออกไป กลับมีคนชุดดำอีกกลุ่มเดินเข้ามาและคนที่เดินนำมานั้นคือคนที่ทำให้อัฒใจนต้องโค้งคำนับอย่างนอบน้อมที่สุด
“พ่อ!” กรใที่เห็นพ่อเข้ามาหาถึงที่ห้องนี้ทั้งๆที่ปกติพ่อจะอยู่ที่บ้านหลัก
“พ่อให้อำนาจแกคุมคนแต่ไม่ได้หมายความว่าแกจะใช้เขาไปทำลายคนบริสุทธิ์ที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ได้ อำนาจที่แกมีไม่ได้มีไว้เพื่อใช้แก้แค้นส่วนตัว แต่ต้องใช้เพื่อประโยชน์ของธุรกิจตระกูล”เมื่อตักเตือนลูกชายเสร็จแล้วก็สั่งให้อัฒกลับไปแก้ไขในสิ่งที่ถูกต้อง อัฒรีบรับคำสั่งและโค้งให้ทั้งคู่ก่อนจะรีบออกไป
กรยืนนิ่งน้อมรับทุกคำติจากผู้ที่เรียกตัวเองว่าพ่อไม่มีแม้แต่สิทธิ์จะถกเถียง ถึงแม้จะไม่เคยถูกลงโทษด้วยการทำร้ายร่างกายใดๆ แต่การเห็นสีหน้าของพ่อที่ผิดหวังคือบทลงโทษที่รุนแรงที่สุดแล้วสำหรับเด็กหนุ่มคนหนึ่งที่ยังไม่โตเป็ผู้ใหญ่แต่กลับมีอำนาจเกินตัว
“ถ้าแกยังตัดสินใจผิดพลาดอยู่แบบนี้แล้วพ่อจะวางใจมอบธุรกิจทั้งหมดให้แกดูแลได้ยังไง? ถึงแม้ตอนนี้แกจะยังเด็กแต่สักวันพ่อก็ต้องวางมือ คนที่จะต้องดูแลทุกอย่างของ ตั้งตระกูลพัฒนากิจ ก็คือแก”คนเรามีเวลาจำกัด สิ่งที่สร้างมาทั้งเบื้องหน้าและเื้ัต้องมีคนสานต่อ
“ผมขอโทษครับพ่อผมจะไม่ทำผิดพลาดอีกแล้วครับ” เด็กหนุ่มทำได้เพียงแค่ขอโทษ การใช้อำนาจให้ถูกต้องถูกวิธี ถูกคน มีเหตุผลและสมควรแก่การกระทำคือสิ่งที่กรยังต้องเรียนรู้
“ไม่เป็ไรพ่อรู้ว่ามันไม่ง่าย.. ไว้ว่างๆแกก็ไปเยี่ยมแม่แกที่บ้านหลักบ้างนะ”แม้จะว่ากล่าวเสียงเข้มด้วยสายตาดุดันและคำพูดที่แทงใจแต่ก็ยังเอื้อมมือไปลูบหัวลูกชายเบาๆ
ในตอนนั้นเองที่เพื่อนผู้หญิงในห้องส่งรูปของฝากฝันมาให้จนโทรศัพท์ที่กรถือไว้แสดงการแจ้งเตือนและมีแสงสว่างบนหน้าจอ ภาพที่อยู่บนหน้าจอโทรศัพท์ของลูกชายทำให้ผู้เป็พ่อใจนเอามือลงทันที
“ชาญกลับกันเถอะ...” เขาสั่งลูกน้องคนสนิท แล้วหันหลังให้ลูกชาย
“ครับคุณกรณ์” ชาญรับสั่ง แล้วทุกคนก็พากันออกจากห้องของกรไป
ระหว่างที่กำลังลงลิฟท์ไปยังลานจอดรถด้านล่างคุณกรณ์ก็กระซิบถามชาญ “แกรู้อยู่แล้วใช่มั้ย?”
“ครับคุณท่านแต่ผมไม่ทราบรายละเอียด” ชาญตอบเบาๆ กลัวลูกน้องคนอื่นจะได้ยิน
“ทำไมไม่รายงานฉัน? เื่นี้มัน... เฮ้อ” กรณ์กำหมัดกัดฟันแน่น ภาพที่เห็นมันเกินจะคาดคิด การที่ส่งกรไปเรียนโรงเรียนเดียวกับฝากฝันก็แค่้าให้ได้เจอกันและทำความรู้จักกันไว้
“อาจจะไม่มีอะไรก็ได้นะครับ”ชาญไม่ได้คิดอะไรนอกเหนือไปจากเพื่อนร่วมห้องที่สนิทกัน
“ฉันก็หวังให้มันเป็แบบนั้นฉันไม่เคยเห็นมันสนใจอะไรหรือใครมาก่อนเลย แต่กับเ้าเด็กสี่คนนั้นเ้ากรกลับลงมือด้วยตัวเอง...” การที่กรมีความสามารถด้านการต่อสู้ที่แข็งแกร่งขึ้นนับเป็เื่ดีเขาพยายามจะไม่คิดอะไรมากไปกว่าการเป็เพื่อนร่วมห้องที่สนิทกัน ก็แค่หวังใจว่ากรจะเป็เพื่อนที่ดีของฝากฝันและปกป้องฝากฝันได้ในจุดที่เขาไม่สามารถดูแลได้ด้วยตัวเองเท่านั้นเอง
“ที่นี่แน่นะ ตึก TTPKที่พ่อชิตบอกให้มา?” ฝากฝันกับรักชาติยืนอยู่หน้าตึกแห่งหนึ่งที่มีคนเดินไปมามากมาย บางคนก็แบกขาตั้งกล้องขาไมค์ยาวรีบเดินไปขึ้นรถตู้ที่จอดรออยู่ บางคนก็สวมหมวก สวมแมส ใส่แว่น โดยมีคนคอยเดินประกบตามอยู่รอบๆรีบพาขึ้นรถตู้อีกคันที่จอดอยู่ไม่ไกล
สองหนุ่มวัยมัธยมเดินเข้าไปในตึกกันอย่างงงๆ คนหนึ่งใส่แค่เสื้อเชิ๊ตสีดำที่ปลดกระดุมอกแค่สองเม็ดและกางเกงยีนธรรมดาไม่้าเป็จุดเด่นแต่ความธรรมดาไม่มีอยู่จริงสำหรับฝากฝัน แม้จะเรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยเสน่ห์ทั้งๆที่เป็ตึกที่มีแต่ดารานักแสดงรวมทั้งนักร้องดังๆมากมายแต่คนธรรมดาที่ไม่ธรรมดาคนหนึ่งกลับเป็ที่น่าสนใจและถูกจับตามองั้แ่ก้าวเข้ามาในตึกในขณะที่เ้าตัวกลับพยายามหลบสายตาจากคนอื่นที่มองมา อีกคนก็มัวแต่ก้มหน้ามองหาห้องที่พ่อบอกไว้ในไลน์ จนพากันชนเข้ากับใครบางคนที่ยืนอยู่ก่อนแล้วจนแทบจะล้มกันทั้งสองฝ่ายแต่รักชาติก็รีบคว้าฝากฝันมากอดเอาไว้ก่อนที่เพื่อนจะล้มลงไป
“ขอโทษครับ/ขอโทษครับพี่!”สองหนุ่มน้อยขอโทษขอโพย
“ไม่เป็ไรครับพี่ไม่เป็ไร แล้วน้องๆล่ะ โอเคกันมั้ย?”คนที่ถูกชนไม่ได้โกรธอะไรแต่กลับเป็ห่วงเด็กทั้งสองคนแต่ทันทีที่เห็นใบหน้าชัดๆของเด็กที่สีผมอ่อนกว่า เขาก็ยิ้มออกมา
“มาแคสงานกันเหรอ?”เห็นจากภายนอกยังไงก็ดูออก
“ครับผม ว่าแต่พี่ครับ ห้องนี้อยู่ไหนเหรอครับ?”รักชาติรีบยื่นเลขห้องให้พี่เขาดูทันที
“อืมห้องนี้มัน ป่ะ พี่พาไป”ด้วยความเป็เ้าถิ่นจึงนำทางเด็กทั้งสองไปยังห้องที่กำลังคัดเลือกนักแสดงซีรีส์เื่ใหม่กันอยู่ในตอนนี้ทันที
“แล้วน้องชื่ออะไรเหรอ?”ระหว่างนำทางก็พยายามจะมองแต่หน้าของเด็กหนุ่มที่หน้าสวยที่สุดเท่าที่เคยเจอมาต่อให้เจอนักแสดงมากี่ร้อยกี่พันคน ก็ไม่มีใครมีเสน่ห์ได้เท่านี้
“ผมรักชาติครับ ส่วนนี่ฝากฝัน” รักชาติชิงตอบเองหมด
“ฝากฝันเหรอชื่อก็เพราะ หน้าก็สวย...”แม้จะเปิดประตูเข้าไปในห้องที่มีคนกำลังวุ่นวายเตรียมสถานที่และมีเด็กหน้าใหม่หลายคนมารอแสดงฝีมือ แต่สายตาก็ไม่ละไปจากน้องเลย
“อะไรของเขาน่ะ”ฝากฝันกระซิบข้างหูรักชาติ สองมือก็เกาะแขนเพื่อนแน่นไม่ยอมปล่อย ปกติเจอแค่คนแอบมองแต่ไม่เคยถูกใครเข้ามาปากหวานใส่ตรงๆแบบนี้ ทั้งๆที่มีรักชาติอยู่ด้วยแท้ๆ
“ไม่เป็ไรชาติอยู่ตรงนี้ ฝันไม่ต้องกลัวนะ” รักชาติเองก็ไม่ได้พอใจนักกับสายตานั้นแต่อย่างน้อยพี่เขาเองก็มีน้ำใจพามาส่งถึงที่ทั้งๆที่เป็คนเสียหายเพราะถูกเด็กตัวโตๆสองคนชนเข้าให้แต่กลับไม่โกรธและช่วยเหลือเป็อย่างดี รักชาติคงแสดงท่าทีอะไรไม่ได้นอกจากขอบคุณในน้ำใจนั้น
“อ้าวคุณภพ มาถึงแล้วเหรอคะ เชิญทางนี้เลยค่ะ เอ่อ แล้วเด็กสองคนนี้คือ?”เ้าหน้าที่คนหนึ่งรีบเดินเข้ามาทักทายแล้วเชิญพี่ชายที่ทั้งสองหนุ่มชนให้ไปยังที่นั่งของกรรมการแต่ก็เห็นว่าเขาไม่ได้มาคนเดียว
“สวัสดีครับผมรักชาติครับ” รักชาติแนะนำตัวตามที่พ่อบอก
“อ๋อสวัสดีจ้า คุณพ่อแจ้งไว้แล้วนะคะ เดี๋ยวรักชาติพาเพื่อนไปรอตรงนั้นก่อนนะจ๊ะ ส่วนนี่ฝากฝันใช่มั้ย? สวยมากเลยลูก”ทีมงานยังรู้สึกประทับใจ
สองหนุ่มขอบคุณทั้งพี่ทีมงานและพี่ภพก่อนจะแยกย้ายไปยังพื้นที่นั่งรอสำหรับเด็กหน้าใหม่ ส่วนภพก็ไปนั่งฝั่งคณะกรรมการในตำแหน่ง นักเขียน
“ฝัน..พี่เขาเป็นักเขียนว่ะ”รักชาติรีบเปิดหาข้อมูลซึ่งอยู่ในตัวอย่างบทบางส่วนที่ฝากฝันถือเอาไว้
“ว่าแล้วววทำไมถึงชอบมองหน้าฝัน” รักชาติเข้าใจแล้ว ถึงแม้จะรู้สึกหงุดหงิดก็ตาม
“ทำไมวะ?”เท่าที่เตรียมตัวมาก็ไม่ได้คิดอะไรนอกเหนือไปจากต้องทำให้ดีที่สุดถึงแม้จะไม่ชอบเพราะถ้าทำไม่ได้ คนที่จะเสียใจคือแม่ ไม่ใช่เขา ส่วนเื่บทจะเป็ยังไง นักเขียนจะเป็ใครก็ไม่ได้สนใจ
“ก็หน้าฝันอย่างกับหลุดมาจากบทนิยายของพี่เขาเนี่ย”ถ้าในชีวิตจริงนักเขียนได้เจอใครสักคนที่เหมือนกับหลุดมาจากตัวละครที่เขียนในนิยายก็คงไม่มีคำใดจะอธิบายความรู้สึกนั้นได้ทำได้แค่มองให้เต็มสองตาให้นานที่สุดเท่าที่จะเป็ไปได้
“แต่นิสัยตัวละครกับฝันไม่เหมือนกันเลยนะ”ฝากฝันจะเล่นเป็คนอื่นได้มั้ย
“ดีแล้วที่ไม่เหมือนไม่รู้พ่อคิดยังไงถึงให้ฝันมาแคสบทนี้”เท่าที่เห็นฝันซ้อมบทกับแม่แคทก็รู้สึกว่าหวั่นไหวแปลกๆ
เมื่อทีมงานที่เกี่ยวข้องมาถึงกันเรียบร้อยแล้วการคัดเลือกนักแสดงก็เริ่มต้นขึ้นนักแสดงหน้าใหม่ที่อยู่ในพื้นที่นั่งรอก็ค่อยๆหายไปทีละคนสองคนแต่ละบทบาทก็มีคนมาแสดงเแตกต่างกันไปตามคาแรกเตอร์ที่เหมาะสม บางคนก็ไม่เข้าถึงบทบางคนเข้าถึงแต่ไม่รู้สึกว่าใช่ บางคนแสดงบทหนึ่งแต่กลับเหมาะสมกับบทอื่นมากกว่าเลยได้รับโอกาสที่จะทดสอบกันอีกรอบ แต่บทพระเอกทีมงานก็ยังคงตั้งหน้าตั้งหน้าเฝ้ารอคนที่ใช่กันอย่างจดจ่อโดยเฉพาะพี่ภพ
“คนต่อไปน้องฝากฝันจ้า”เมื่อทีมงานเรียกหา ฝากฝันจึงจับมือรักชาติไว้แน่นความรู้สึกหวาดกลัวก่อตัวขึ้นมาในใจ การเป็จุดสนใจเป็เื่ที่เกลียด แต่ ณตอนนี้ การทำให้ทุกคนมองมาที่ตัวเองโดยละสายตาไม่ได้คือสิ่งที่จำเป็ต้องทำ
“ฝันทำได้ชาติเชื่อว่าฝันทำได้ ชาติอยู่ตรงนี้นะ ชาติจะมองฝากฝันจากตรงนี้จะไม่ละสายตาไปไหนเลย เพราะฉะนั้น... แสดงพลังที่อยู่ในตัวฝันออกมาให้พวกเขาได้เห็น ว่าฝากฝันของรักชาติงดงามและมีความสามารถมากแค่ไหน”รักชาติดึงตัวฝันมากอดเอาไว้แน่น ความอบอุ่น ความเชื่อใจความรักที่มีให้ส่งผ่านไปยังสุดขั้วหัวใจของฝากฝัน อ้อมกอดแห่งความเชื่ออ้อมกอดแห่งพลังและศรัทธา สร้างความเชื่อมั่นให้ฝากฝันปราศจากซึ่งความกลัวที่จะก้าวไปยืนต่อหน้าผู้คนมากมายที่เขาไม่รู้จักและแสดงสิ่งที่เขาได้รับการถ่ายทอดและฝึกฝนจากแม่มาตลอดชีวิต
ทันทีที่ฝากฝันเดินตรงไปยังหน้าโต๊ะกรรมการโดยที่ยังมีทีมงานอีกหลายๆคนมองมา ทุกคนล้วนถูกสะกดด้วยแววตาแห่งความมุ่งมั่นแต่อ่อนโยนใบหน้าที่เต็มไปด้วยความมั่นใจ ยิ้มให้กับทุกคนที่อยู่ตรงหน้ารอยยิ้มที่สวยงามที่สุดบนใบหน้าที่งดงามที่สุดสะกดใจผู้คนตรงหน้าไว้
“เริ่มต่อบทสกาย พระเอกของเื่ wh“Y”I love “U” รักวุ่น Y ยัยจอมจิ้นนะคะ” ทีมงานที่ทำหน้าที่เป็คนต่อบทแจกแจงให้ฝากฝันเตรียมพร้อม
“ครับ”ฝากฝันสูดลมหายใจเข้าลึกๆ มองไปทางรักชาติ แล้วก็หันกลับมา หลับตาแล้วก็ลืมตาจากนั้นก็เปลี่ยนเป็ใครที่ไม่ใช่คนเดิม
“ขอโทษนะสกายสกายไม่ได้รักยูหรอก สกายรักพี่ทีต่างหาก” ทีมงานเริ่มฉาก สารภาพรักนางเอกของสกาย
“คนที่รู้ตัวดีว่าพูดอะไรออกไปแล้วรู้ตัวดีที่สุดว่ารักใคร คือสกาย แล้วยูกลับบอกว่าสกายไม่ได้รักยูเหรอ?”สกายที่อยู่เคียงข้างยูมาเสมอ ปกป้องยู ให้ความสำคัญกับยูเป็อันดับหนึ่ง แต่ความรู้สึกที่มีให้ส่งไปไม่ถึงใจเธอ
“สกายแค่ไม่รู้ตัวเท่านั้นเองยูรู้นะ ว่าที่สกายมาสารภาพรัก เพราะยูหน้าเหมือนพี่ชายที่คอยปกป้องสกายสกายก็เลยสับสนกับความรู้สึกตัวเอง” ยูที่เป็สาววายแบบขั้นสุดไม่เคยมองหาความรักให้ตัวเอง แต่อยากให้พี่ชายได้เจอความรักที่ดีกับคนที่ดีและคนๆนั้นก็คือเพื่อนที่ยูรักมากที่สุด เพื่อให้เพื่อนที่รักมากที่สุดกับพี่ชายที่รักมากที่สุดได้เจอกับคนที่ดีที่สุดยูจึงเสียสละความรู้สึกดีๆของตัวเองที่มีให้สกายไป
“สกายไม่ได้สับสนสกายรู้ตัวว่ารักยูมากแค่ไหน แต่ยูต่างหากที่ปิดใจ ปิดใจไม่พอยังไม่ยอมรับความรู้สึกของสกายอีกมันเจ็บนะ การที่ถูกตัดสินจากภาพลักษณ์ภายนอกว่าชอบผู้ชายทั้งๆที่สกายก็แค่รักยูเหมือนที่ผู้ชายทั่วไปตกหลุมรักผู้หญิงคนหนึ่งเท่านั้นเอง” การที่ภาพลักษณ์ภายนอกดูไม่เหมือนผู้ชายทั่วไปแต่ไม่ได้หมายความว่า ผู้ชายหน้าสวยจะรักผู้หญิงคนหนึ่งในแบบที่ผู้ชายทั่วไปรักไม่ได้
“ถ้าสกายรักยูเพราะเป็ห่วงภาพลักษณ์ว่าคนอื่นจะมองสกายเป็เกย์สกายไม่ต้องไปสนใจคนพวกนั้นหรอก เพราะยูเข้าใจ พี่ชายเข้าใจ คนในครอบครัวเข้าใจก็พอแล้ว”
“ยูไม่ได้เข้าใจสกายเลยยูผลักไสความรู้สึกของตัวเองทิ้ง และยัดเยียดสิ่งที่ยูอยากให้คนอื่นเป็โดยไม่สนใจว่าคนที่ถูกยัดเยียดจะรู้สึกยังไงสกายไม่ได้รู้สึกอะไรกับพี่ที สกายแค่รักยูเท่านั้นเอง และในส่วนลึกหัวใจของยูก็มีสกายอยู่เต็มอก ขอร้องล่ะหยุดยัดเยียดสกายให้คนอื่นเสียทีเถอะ...”
น้ำตาเล็กๆที่ซึมออกมาผ่านดวงตาที่สั่นไหวกับน้ำเสียงสั่นเครือเพราะความเ็ปของฝากฝันทำให้ผู้ที่รับชมรู้สึกสงสารแต่สิ่งที่ดึงทุกสายตาได้มากที่สุดคือการแสดงออกทางความรู้สึกของตัวละครในตอนที่นางเอกเข้าใจพระเอกผิดไปว่าที่จริงแล้วพระเอกไม่ได้ชอบผู้ชายถึงแม้จะเป็ผู้ชายหน้าสวยขนาดไหนแต่หัวจิตหัวใจยังเป็ผู้ชายและชอบผู้หญิงคนนี้ทั้งใจและที่เข้าใกล้ ปกป้อง ดูแล ให้ความสำคัญและทำทุกอย่างก็เพราะว่าชอบนางเอกแล้วนางเอกกลับมองไม่เห็นค่าของตัวเองเลยแถมยังจะยัดเยียดพระเอกให้กับพี่ชายของตัวเองอีก ฝากฝันแสดงความรู้สึกออกมาได้เ็ปผ่านสีหน้าที่รวดร้าว อารมณ์ที่สื่อออกมา มันะเืไปถึงหัวใจของผู้ชมการไม่ได้รับความรักกลับมาโดยความรักที่มอบให้ไปกลายเป็ความว่างเปล่าและการถูกยัดเยียดให้ชอบและให้ทำในสิ่งที่ไม่ใช่ตัวตนของตัวเอง
ทันทีที่ฝากฝันแสดงจบ ไม่มีแม้แต่เสียงปรบมือ และไม่มีคำพูดใดๆออกมาเพราะผู้คนยังคงนั่งมองและยืนอึ้งกับสิ่งที่เห็นตรงหน้า นี่คือนักแสดงหน้าใหม่ที่ไม่เคยผ่านงานใดๆมาก่อนแต่กลับแสดงออกมาได้ราวกับเป็ตัวละครตัวนั้นจริงๆ ไม่แปลกใจเลยที่พี่ภพจะลุกขึ้นยืนและปรบมือเสียงดังฉาดใหญ่จนทุกคนหลุดจากภวังค์แล้วพาปรบมือกับเกรียวกราว
ฝากฝันที่กลับมาเป็ตัวของตัวเองก็ค่อยๆโค้งคำนับก้มหน้าลง เพื่อปกปิดสีหน้าไร้ความมั่นใจต่อหน้าผู้คนแต่ก็ยังน้อมรับการชมเชยที่ทุกคนให้มาและหันไปมองรักชาติที่ยังคงยืนมองมาโดยไม่ละสายตาอย่างที่ได้ลั่นวาจาเอาไว้ ฝากฝันมอบรอยยิ้มหวานอันสดใสกว่าที่เคยมีมาทั้งชีวิตให้คนที่อยู่เคียงข้างเขามาั้แ่จำความได้ คนที่คอยเยียวยาหัวใจในยามที่เหนื่อยล้าและท้อแท้เพราะทุกข์ทนกับความรู้สึกกดดันที่แม่มอบไว้ให้มาั้แ่เกิด คนที่พูดคุยกันได้ทุกเื่ไม่มีอะไรต้องโกหกและปิดบังกันคนที่เชื่อใจและเชื่อมั่นว่าฝากฝันจะทำได้โดยไม่มีข้อแม้ คนที่มอบพลังบวกให้ฝากฝันมาตลอดขีวิต
“ฝัน...ชอบ... ชอบนะ” คำพูดเบาๆของคนที่เพิ่งจะรู้ความรู้สึกในใจของตัวเองแต่ไม่อาจสื่อไปถึงคนที่ยืนอยู่ท่ามกลางแสงไฟและเสียงปรบมือได้ ฝากฝันจะออกเดินทางไปยังจุดที่ไกลกว่านี้ไปยังที่ที่เขาจะเป็เพียงแค่คนสนับสนุนอยู่ข้างๆ ไปในจุดที่เขากำลังจะไม่คู่ควรและไม่อาจอยู่เคียงข้างได้ แต่อย่างน้อยก็ยังได้อยู่ด้วยกันแม้จะแค่เื้ัก็ตามที
แต่คนที่ยืนอยู่ตรงมุมห้องผู้เห็นทุกความเป็ไปทุกอย่างของห้องนี้ คนที่มองมาจากด้านหลังของฝากฝันและเห็นทุกอย่างทั้งสายตาของสองคนที่มองหากัน ทั้งอ้อมกอดที่มอบให้กันทั้งความเชื่อใจที่ต่างมีให้กันและกันสิ่งที่แสดงออกมามันมากเกินกว่าคำว่าเพื่อน
“คุณกรมายืนทำอะไรตรงนี้คะ?”ทีมงานคนหนึ่งทักขึ้นเมื่อเห็นเขายืนเหม่อในมุมมืดๆ
“เอ่อ...ผมแวะมาดูแคสติ้งนักแสดงซีรีส์เื่ใหม่น่ะครับ แล้วคุณพ่อก็ให้ผมมาคุยกับผู้กำกับแทนเกี่ยวกับสปอนเซอร์ของเื่นี้”จิตรกรพยายามสงบอารมณ์และสายตา
“เก่งจังเลยนะคะคุณกรเนี่ยยังเด็กอยู่แท้ๆ แต่ทำหน้าที่เ้าของบริษัท TTPKแทนคุณพ่อได้เลย เดี๋ยวพี่ไปแจ้งผู้กำกับให้นะคะ คุณกรไปรอที่ห้องทำงานเลยก็ได้ค่ะท่าทางจะอีกนาน”
“ครับผม”กรไม่ได้รั้งอะไร เมื่อพี่ทีมงานเดินกลับไปยังโต๊ะคณะกรรมการ และตัวเขาเองก็เดินออกจากห้องนี้ผ่านประตูอีกบานเพื่อไปรอผู้กำกับที่ห้องทำงานของคุณพ่อ โดยที่ไม่มีใครสังเกตเห็น