ซวงอ้ายหลิวที่รู้ที่อยู่น้องสาวนางแล้วก็รีบร้อนบอกให้คนไปเตรียมรถม้า นางถึงขนาดไม่ทานอาหารเที่ยงเพราะอยากรีบไประบายความโกรธกับน้องสาวต่างมารดาเหมือนเมื่อก่อน
กว่าที่ซวงอ้ายหลิวจะมาถึงจ้วงจือของซวงจื้อฮวาก็เป็ตอนที่นางนำเสื้อผ้าของบุตรชายซักตากเรียบร้อยแล้ว ซวงอ้ายหลิวสั่งคนให้เคาะประตูเสียงดัง ด้วยนางคิดว่าสองคนแม่ลูกอยู่ที่นี่เท่านั้น นางไม่เคยคาดคิดว่าบุตรชายคนรองตระกูลเจี้ยนจะพักอยู่กับองครักษ์ด้วย
เจี้ยนหยวนได้ยินเสียงคนเคาะประตูอย่างไร้มารยาท เขาจึงสั่งให้คนของเขาออกไปดูสิว่าใครมาสร้างความรำคาญที่นี่ ทั้งที่พวกเขาเคยอยู่ที่นี่อย่างสงบมาตลอด ยิ่งใกล้วันสอบ เขายิ่งต้องดูแลซวงจื้อจื้อไม่ให้มีสิ่งใดมารบกวน
องครักษ์ของเจี้ยนหยวนออกไปเปิดประตูด้วยใบหน้าบึ้งตึง เขาเองก็ไม่พอใจเช่นกันที่จู่ ๆ ก็มีคนมาทำตัวไร้มารยาทที่นี่
“หยุดได้แล้ว! เ้าจะทุบจนประตูพังเลยหรือไม่ แล้วพวกเ้าเป็ใคร เหตุใดจึงมาทำตัวไร้มารยาทที่นี่”
คนของซวงอ้ายหลิวได้แต่อ้ำอึ้งเมื่อเห็นชายร่างสูงใหญ่หน้าตาน่ากลัวตรงหน้า เขาเป็แค่บ่าวในจวนที่ไม่มีวรยุทธอันใดเท่านั้น อาศัยเพียงการรับใช้ฮูหยินเพื่อสร้างอำนาจของตัวเองกับคนอื่น พอพบเจอคนจริงจังเช่นนี้ เขาจึงไม่กล้าพูดสิ่งใดมากมาย แต่กลับถอยไปรายงานฮูหยินที่อยู่บนรถม้าแทน
ซวงอ้ายหลิวเห็นคนของนางขี้ขลาดก็นึกรังเกียจ นางเปิดม่านรถม้าและลงมาพร้อมเชิดหน้าสูงอย่างเย่อหยิ่งใส่องครักษ์ของเจี้ยนหยวน
“ข้าซวงอ้ายหลิว ฮูหยินน้อยของจวนเสนาบดีฝ่ายซ้าย ที่นี่มีคนชื่อซวงจื้อฮวาพักอยู่หรือไม่ ข้ามาพบนาง”
“อ้อ ที่แท้ก็คนที่เคยทำร้ายแม่นางซวงนี่เอง เ้าไม่จำเป็ต้องเข้าไปพบนาง นายข้าสั่งเอาไว้แล้วว่าหากพวกเ้ามาให้ไล่ไปเสีย ถ้าไม่อยากมีเื่กับจวนไท่ฝู เ้าก็รีบพาคนของเ้ากลับไปเสีย ไม่เช่นนั้นนายน้อยของข้าจะไปเอาเื่เ้าถึงจวนเสนาบดีฝ่ายซ้ายเชียวล่ะ”
องครักษ์ของเจี้ยนหยวนที่ได้รับคำสั่งนานมาแล้วรีบจัดการเื่ราวตรงหน้าทันที เขาแสนจะรังเกียจนางนักที่ถือตัวว่าเป็บุตรสาวองค์หญิงแล้วเที่ยวทำร้ายคนไปทั่ว ตอนนี้ฮ่องเต้ที่เคยโปรดปรานก็ไม่ยอมรับการกระทำของพวกนางสองแม่ลูกได้แล้ว พวกนางยังกล้าจะมาสร้างเื่สร้างราวอีก
“บังอาจ! เ้าเป็แค่บ่าว กล้าพูดจากับข้าบุตรสาวองค์หญิงเช่นนี้หรือ ข้าจะบอกเสด็จแม่ให้ส่งคนมาจัดการพวกเ้าให้ที่นี่หมดสิ้น พวกเรา กลับ!”
ซวงอ้ายหลิวที่ไม่ได้พาองครักษ์มาด้วยจึงได้แต่ถอยกลับไปก่อน รอนางไปบอกเสด็จแม่เสียก่อนเถอะ นางอยากจะรู้เช่นกันว่าคนในจ้วงจือจะยังมีชีวิตอยู่กันหรือไม่
เจี้ยนหยวนกับซวงจื้อฮวาและซวงจื้อจื้อได้ยินสิ่งที่ซวงอ้ายหลิวพูด ซวงจื้อฮวาที่หวาดกลัวนางมาั้แ่เด็กจึงได้แต่กอดบุตรชายพร้อมน้ำตาไหลอย่างไม่รู้จะทำอย่างไร หากองค์หญิงส่งคนมาฆ่าพวกนางแม่ลูกจริง ๆ นางคงไม่มีแม้แต่หนทางต่อสู้ได้ นางรู้ดีว่าองค์หญิงโหดร้ายมากเพียงใด
เจี้ยนหยวนเห็นว่าเื่ราวดูไม่ค่อยดีนัก เขาจึงบอกให้ซวงจื้อฮวากับซวงจื้อจื้ออยู่ที่นี่กับองครักษ์ของเขา ส่วนเขาก็ควบม้ากลับจวนไปบอกท่านพ่อกับพี่ชายทันที เขาไม่อยากให้เกิดเื่ขึ้นกับลูกศิษย์ของเขาก่อนที่จะถึงวันสอบในอีกไม่กี่วันนี้จริง ๆ
ซวงอ้ายหลิวออกจากจ้วงจือแล้วจึงสั่งคนขับรถม้าให้ไปที่จวนเสนาบดีกรมอาญาเพื่อพบแม่ของนาง นางไม่ยอมจริง ๆ ที่จวนไท่ฝูมาแสดงอำนาจต่อหน้านางเช่นนี้ ั้แ่เกิดมานางไม่เคยพ่ายแพ้ให้ใครมาก่อน
ฮูหยินใหญ่เหอหลิงลี่เห็นว่าบุตรสาวมาหานางด้วยสีหน้าบูดบึ้งอีกแล้ว นางคิดว่าคงไม่มีเื่ดีใด ๆ เป็แน่ ยิ่งตอนนี้พี่ชายนางสั่งห้ามให้นางกับลูกก่อเื่ ไม่เช่นนั้นนางจะถูกปลดเป็เพียงสามัญชน นางจึงไม่กล้าเหิมเกริมเหมือนเมื่อก่อนอีก
“เสด็จแม่ต้องช่วยลูกนะเพคะ ลูกพบตัวนังจื้อฮวาที่จ้วงจือนอกเมือง แต่คนของไท่ฝูกลับมาข่มขู่ลูกไม่ให้เข้าไปพบนาง ลูกไม่ยอมจริง ๆ ด้วย”
“เฮ้อ แล้วเ้าจะไปยุ่งกับนางอีกทำไมกัน เ้าลืมแล้วเหรอว่าเสด็จลุงของเ้ากล่าวสิ่งใดเอาไว้เมื่อหลายปีก่อนน่ะ เ้าอยากให้แม่ถูกปลดเป็สามัญชนหรืออย่างไร”
“แต่เสด็จแม่จะยอมให้นังจื้อฮวาอยู่อย่างเป็สุขได้ยังไงกันเล่าเพคะ ทั้งที่เมื่อก่อนเป็เสด็จแม่ที่ให้ลูกจัดการนางมาตลอดน่ะ”
“เื่มันนานมากแล้ว เ้าจะมารื้อฟื้นอีกทำไมกัน ตอนนี้ข้าเองจะขยับตัวทำสิ่งใดก็ยังลำบาก เ้าเองก็รู้ว่าฮ่องเต้มีคนคอยเฝ้าดูข้ามากเพียงใด”
“เช่นนั้นหม่อมฉันต้องปล่อยมันกับลูกไปเช่นนี้หรือเพคะ”
“หืม นังนั่นมันมีลูกด้วยรึ”
“ใช่เพคะเสด็จแม่ ลูกชายมันเป็ถึงเจี้ยหยวนเชียวนะเพคะ และมันกำลังจะเข้าสอบจอหงวนในครั้งนี้ด้วย”
“เช่นนั้นแม่จะให้คนไปบอกอาจารย์คุมสอบให้สลับกระดาษคำตอบของมันก็แล้วกัน เ้าก็คอยดูสิว่ามันจะสามารถสอบผ่านได้อย่างไร ฮ่า ฮ่า”
“เพคะเสด็จแม่ หม่อมฉันจะรอดูพวกมันว่าจะผิดหวังกันสักเพียงใด ฮ่า ฮ่า”
สองคนแม่ลูกยังคงวางแผนการทำลายบุตรชายของซวงจื้อฮวาอย่างไม่สนใจสิ่งใด พวกนางยังคงความคิดเก่า ๆ ที่อยากทำลายซวงจื้อฮวาที่มีมาอย่างยาวนานเสียจนเคยชิน
ทางด้านจวนไท่ฝู พอพ่อและพี่ชายของเจี้ยนหยวนทราบเื่เข้า พวกเขาก็ขอเข้าเฝ้าฝ่าาทันทีเพื่อรายงานเื่นี้ พวกเขาไม่ยอมที่จะให้ต้นกล้าที่ดีเช่นซวงจื้อจื้อถูกทำร้ายได้ง่าย ๆ เด็ดขาด เด็กคนนี้พวกเขาเลือกแล้วว่าจะปกป้องเพื่อบุตรชายซึ่งเป็อาจารย์ของเขา พวกเขาจึงต้องทำทุกอย่างให้ดีที่สุด
ฮ่องเต้พอทราบเื่จากไท่ฝูและบุตรชายคนโต เขาที่โกรธหลานสาวและน้องสาวเป็ทุนเดิมอยู่แล้ว คราวนี้หลานสาวของเขายังกล้าไปข่มขู่เจี้ยหยวนที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ของแคว้นเขาอีก ฮ่องเต้จึงสั่งการให้ขันทีร่างราชโองการปลดองค์หญิงเหอหลิงลี่ให้กลายเป็สามัญชนทันที เขายังส่งองครักษ์และขันทีไปตักเตือนหลานสาวและน้องสาวพร้อมกันด้วยว่า หากเกิดสิ่งใดขึ้นกับสองแม่ลูก เขาจะเอาผิดกับพวกนางทั้งสองแทนที่จะหาตัวคนร้ายคนอื่น
เหอหลิงลี่ไม่คิดว่าเื่ราวจะใหญ่โตถึงเพียงนี้ นางแค่คิดว่าคนจวนไท่ฝูเพียงข่มขู่บุตรสาวนางเท่านั้น แต่พอนางได้รับราชโองการจากเสด็จพี่ ก็ทำเอานางเป็ลมไปทั้งที่ประกาศราชโองการยังไม่จบเสียด้วยซ้ำ ลำบากเสนาบดีกรมอาญาผู้เป็สามีต้องรับราชโองการแทน และรับปากว่าจะควบคุมดูแลฮูหยินและบุตรสาวที่ออกเรือนไปแล้วเป็อย่างดี เขาเองก็ไม่คิดว่าซวงจื้อฮวากับลูกชายจะมีจวนไท่ฝูสนับสนุนจริง ๆ จึงไม่ได้สนใจเื่เหล่านี้แต่แรก ฮูหยินรองและอนุคนอื่น ๆ ต่างสมน้ำหน้านางที่วางอำนาจมาโดยตลอด ตอนนี้นางไม่มียศศักดิ์ใดคอยค้ำหัวอีกแล้ว หากเกิดสิ่งใดขึ้นกับนาง ฮ่องเต้ก็คงไม่สนใจกระมัง
เจี้ยนหยวนที่จัดการเื่ราวเสร็จแล้วก็รีบกลับมาดูแลสองแม่ลูกต่อจนกระทั่งถึงวันที่ซวงจื้อจื้อต้องเข้าสอบในสามวันแรก