“เอ่อคือ…” ไวโอลินไม่รู้จะตอบยังไง พันเจียเองที่เริ่มจะสงสัย ดึงช้อนออกมาจากมือเธอ แล้วบอกให้เธออธิบาย ไวโอลิน ไม่รู้จะปิดยังไงเลยเล่าให้เขาฟัง เื่ที่เธอเคยเจอกับโชยะที่ซอยบ้าน วันเดียวกันกับที่ไปทานอาหารด้วยกันกับเขาที่ร้านหน้าปากซอย พันเจียวางช้อนเสียงดัง ไม่ทานต่อ สีหน้าไม่ค่อยพอใจอย่างชัดเจน
“ฉันขอสั่งห้ามเธอ ไม่ให้เธอไปข้องแวะกับเ้านั่น”
“แต่เขาเป็พี่ชายของนายนะ”
“ฉันบอกว่าอย่ายุ่ง!” พันเจียย้ำ แต่ไวโอลินไม่ยอมฟัง แถมยังบอกไปอีกด้วยว่า
“เื่ที่นายจะให้โชย์มาแข่งแทน ถ้านายไม่พูด ฉันพูดแทนให้ก็ได้นะ” เธอบอก พันเจียไม่สบอารมณ์กับคำพูดของเธอทุบโต๊ะดังปัง!
“ฉันบอกว่าอย่ายุ่งไง!”
“แต่ว่า…” ไวโอลิน ไม่ทันจะพูดจบ พันเจียก็ลุกพรวดออกไปจากโต๊ะ เธอรีบวิ่งไปดักหน้าเขา พันเจียชะงักงันแล้วจ้องหน้าเธออย่างผิดหวัง ทั้งที่เธอควรจะฟังเขาบ้าง
“ก็ถ้านายไม่กล้าพูด ฉันจะพูดแทนนายเอง”
“ถ้าเธอยังไม่เปลี่ยนความคิดที่จะดึงโชยะ มาแข่งขันแทนสตีฟ ฉันนี่แหละจะเป็คนถอนตัวออกไปเอง”
“พันเจีย” ไวโอลินเสียงอ่อนลง พันเจียไม่พังคำเดินผ่านหน้าเธอไป ไวโอลินได้แต่มองตาม ครุ่นคิดอยู่ภายในใจว่า ถ้าไม่ใช่โชยะจะเป็ใครได้อีก
ไวโอลินรีบวิ่งตาม พันเจียที่กำลังเดินไปที่ลานจอดรถ ท่าทางลุกลี้ลุกลนของเธอ ทำให้ไวโอลินชนเข้ากับร่างใหญ่ของชายคนหนึ่งที่เดินสวนเข้ามาในตอนนั้นเข้าอย่างจัง
“โอ๊ะ!” หญิงสาวถลาลงไปกับพื้น พันเจียได้ยินเสียงร้องลั่น หันขวับกลับไปมอง เห็นเธอล้มไปนั่งกับพื้น ถึงกับถอนหายใจเบา ๆ พลางส่ายหัวไปมา แล้วเดินกลับไปหาเธอ
ไวโอลินที่ยังไม่ทันได้ลุก พอเห็นเขาเดินกลับมาก็ยิ้มอ่อน ๆ เขายื่นมือเรียวแกร่งของเขาส่งให้เธอดึงตัวเองลุกขึ้น
“เจ็บตรงไหนหรือเปล่า” พันเจียถามหลังจากที่หญิงสาวลุกขึ้นยืนได้ เธอส่ายหน้าไปมาพลางตอบ
“ไม่...ไม่เท่าไหร่หรอก”
“แล้วนี่ตามมาทำไม” พันเจียถามด้วยสีหน้าเ็า ไวโอลินถอนหายใจเบา ๆ ก่อนตอบ
“คือ...ฉันเอ่อ!” ไม่ทันที่เธอจะได้พูด ก็ถูกพันเจียตัดบท ขึ้นมาเสียก่อน
“ถ้าจะตามไป แล้วมาพูดจาหว่านล้อมให้ฉันไปขอความช่วยเหลือจากโชยะเธอกลับไปเถอะ” พันเจียกล่าวน้ำด้วยเสียงที่เ็า ไวโอลินสบตาเขาแล้วหยุดคิดไปครู่หนึ่ง ก่อนตอบ
“โอเค ๆ ฉันยอมรับ ว่าคิดจะทำแบบนั้นจริง ๆ ”
“ฉัน ไม่ ้า เ้านั่น!” พันเจียเน้นย้ำ ไวโอลินพยักหน้ารับคำ
“ก็ได้ ถ้านายไม่อยากให้พี่โชย์เข้ามายุ่ง ฉันก็จะไม่บังคับนาย และจะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับโชยะอีกโอเคไหม” ไวโอลิน น้อมรับคำจากเขา
“อื้อ!” ชายหนุ่มพเยิดหน้าขึ้นเป็เชิงรับรู้ ก่อนบอกออกไปว่า
“จะกลับเลยไหม จะได้ขับรถไปส่ง” ไวโอลินสั่นหัวไปมาเล็กน้อยเป็เชิงบอกว่าเธอนั้นยังไม่้าที่จะกลับไป เขาเดินนำหน้าเธอกลับไปที่ลานจอดรถ ไวโอลินเดินตาม
“แล้วไง จะตามไปด้วยงั้นสิ!”
“แล้วนาย จะให้ฉันไปด้วย ได้ไหมล่ะ”
“แล้วถ้าบอกว่าไม่!” เขาหันกลับมาจ้องหน้า ทันทีที่เดินกลับมาถึงรถ ไวโอลินหยุดชะงักแล้วสบตากับเขา
“นายคงไม่พูดแบบนั้นหรอก” เธอตอบ พันเจียขมวดคิ้วทำท่านึก ๆ ว่าเพราะอะไร เขาถึงจะต้องเป็อย่างที่เธอพูด
“รู้ได้ไงว่าฉันจะไม่ปฏิเสธ และยอมให้เธอไปด้วย”
“นั่นสินะ!” ไวโอลินเอ่ยเสียงต่ำ
“อือหือ!” พันเจียยืนกอดอกรอฟังคำตอบ ไวโอลินเงยหน้าขึ้นสบตาก่อนตอบออกไปอย่างมั่นใจ
“แต่ถ้า...ในฐานะที่ฉันเป็ผู้หญิงของนาย ก็ควรจะให้ฉันไปด้วยใช่ไหม” เพียงเสี้ยววินาทีที่พูดออกไป ไวโอลินถึงกับหน้าแดงระเรื่อขึ้นมาอย่างเด่นชัด
“เธอว่าอะไรนะ!” พันเจียถามเสียงสูง ราวกับเซอร์ไพรส์ในคำตอบที่ได้ยิน
“ก็อย่างที่ฉันพูดไปแล้วไง” ไวโอลินหันหน้าหนี ไม่กล้าสบสายตาเขาจัง ๆ
“ถ้าเป็เหตุผลอย่างที่พูด ก็ฟังดูมีน้ำหนัก” เขาตอบยิ้ม ๆ
“แปลว่านาย ตกลงให้ฉันไปด้วยแล้วใช่ไหม” ไวโอลินหันกลับมาสบตาเขา ก่อนจะหลบเลี่ยงสายตาของเขาอีกครั้ง
“อยากไปก็ไปสิ แต่มีข้อแม้นะว่าอย่าทำตัวเป็ภาระ!”
“ได้สิ แล้วนายจะไปไหนล่ะ” พันเจียไม่ตอบ กวาดสายตามองเธอั้แ่ศีรษะจรดปลายเท้า เดินวนรอบตัวเธออยู่สองสามรอบ
“จะไปทำตัวเป็แมวมอง หานักแข่งในสนามแข่งรถซูเปอร์คาร์” เขาปรายตามองดูชุดที่เธอสวมใส่อยู่อีกครั้ง พลางส่ายหน้าไปมาเล็ก ๆ เพราะดูแล้วขัด ๆ ตา
“ชุดที่ใส่อยู่เนี่ย มันไม่เหมาะที่จะไปที่นั่นหรอกนะ” ไวโอลินก้มหน้าลงมองตัวเอง เพื่อดูว่าตัวเธอนั้นแต่งตัวไม่เหมาะสมตรงไหน
เขาจับบ่าทั้งสองข้างของเธอ แล้วหมุนตัวกลับ มายืนตรงกระจกเงาข้างรถ เพื่อสะท้อนให้เห็นชุดที่เธอใส่อยู่ชัด ๆ
ไวโอลินที่อยู่ในชุดกระโปรงจีบสวิงขาสั้นเหนือเข่าขึ้นมาเล็กน้อย กับเสื้อสีขาวเข้ารูปเผยให้เห็นสรีระที่เด่นชัดจนเกินงาม เขายิ้มกริ่ม พลางนึกสนุกพูดขึ้นมาทีเล่นทีจริงว่า
“สนามที่เราจะไป นอกจากจะมีทั้งสิงห์สนามแข่ง แล้วก็ยังมีพวกเสือ กระทิง เพลย์บอย พ่อบุญทุ่ม ไหนจะพวกคาสโนว่าอีก พวกนั้นคงได้มองเธอตาเป็มันแน่ ๆ” ไวโอลินได้ยินแบบนั้นก็เขินหน้าแดงระเรื่อ ขบริมฝีปากล่างเบา ๆ พันเจียมองตามอมยิ้มเล็ก ๆ ออกมา
ไวโอลิน ได้แต่คิดขึ้นมาในหัว แต่ไม่กล้าที่จะถามออกไปตรง ๆ ว่า แล้วอย่างเขาเรียกว่าอะไร เสือ สิงห์ หรือ กระทิง!
ในขณะที่เขาเห็นสีหน้าของเธอที่ครุ่นคิดอะไรบางอย่างอยู่นั้น ก็พอจะเดาออกว่าเธอคงจะคิดว่าเขา จัดอยู่ในคนกลุ่มไหนกันแน่ พันเจียรีบแจงออกไปทันทีว่า
“ถ้าคิดว่าจะอยู่ในคนพวกนั้นละก็ เลิกคิดไปได้เลย เพราะอย่างฉันน่ะ ไม่สนอะไรพวกนี้หรอก อีกอย่างเธอน่ะ ไม่ใช่สเปคฉันหรอกนะ”
“อือหือ...ฉันรู้! (เสียงสูงปรี๊ด 18 หลอด) นายประกาศอยู่ปาว ๆ ไม่ต้องมาย้ำหรอกน่า” ไวโอลินฉุนที่ถูกชายหนุ่ม ย้ำนักย้ำหนาถึงเื่สเปคในอุดมคติของเขา
“ถ้ารู้แบบนี้ ก็รีบขึ้นรถเข้าสิ มัวยืนรออะไรอยู่ล่ะ” พันเจียกลบเกลื่อนทำทีเป็ไม่สนใจ ทว่าในใจของเขานั้นกลับคิดตรงกันข้าม /: (
เวลาต่อมา
พันเจียขับรถพาไวโอลินตระเวนไปทั่วทุกสนามแข่งเท่าที่เขาจะทำได้ แต่ก็ต้องขับกลับมาด้วยความรู้สึกผิดหวัง เพราะไม่มีคนที่เข้าตาแม้แต่คนเดียว ชายหนุ่มขับรถกลับมายังคอนโดในใจก็มัวแต่คิดถึงเื่การแข่งขันในอีกหนึ่งสัปดาห์ที่กำลังจะมาถึง และเผลอบ่นพึมพำออกมาให้เธอฟัง
“ไม่ใช่ว่าคนพวกนั้น ขับไม่เก่งหรอกนะ” พันเจียกล่าวกับไวโอลิน ขณะนั่งอยู่ภายในรถ เธอเงียบไม่แสดงความคิดเห็นใด ๆ ออกมา ทำให้พันเจียคิดว่าเธออาจจะยังคง สนับสนุนโชยะอยู่ในใจ
“ความจริง ฉันจะให้ใครก็ได้เข้ามาร่วมทีม แต่เพราะคนที่เข้าร่วมจะต้องเป็คนที่สามารถไว้วางใจได้ และต้องฝากความหวัง รวมไปถึงความกดดันเื่สนามเอาไว้ได้” พันเจียก้มหน้า ก่อนจะพูดต่อ
“ถ้าฉันให้ใครก็ได้เข้าร่วมทีม และถ้าเกิดนายหน้าที่มีเงินซื้อตัวไปก่อนการแข่งจะเริ่มขึ้น หรือเสนอเงินให้กับคนพวกนั้น สตีฟเวย์อาจจะต้องตกไปอยู่ในมือของนายทุนพวกนั้นแน่ เธอเข้าใจที่พูดใช่ไหม” พันเจียถาม ในขณะที่ไวโอลินยังคงเงียบอยู่ เขามองออกไปนอกหน้าต่างเห็นสายฝนเริ่มโปรยปรายลงมาเล็ก ๆ ก่อนจะกระหน่ำเทลงมาอย่างไม่ลืมหูลืมตา ภายในไม่ถึงเสี้ยววินาที ระหว่างที่ต่างฝ่ายต่างพากันเงียบอยู่พักใหญ่
ซ่า ซ่า ซ่า!!!
ขณะที่รถสปอร์ตหรูจอดติดเครื่องอยู่ที่หน้าคอนโด พันเจียก็ค่อย ๆ เคลื่อนรถเข้าไปจอดในลานจอดรถที่ซึ่งมีหลังคา เพื่อป้องกันไม่ให้รถโดนฝน ก่อนจะดับเครื่องยนต์ แล้วหันกลับมามองหน้าเธอ พลางปลดเข็มขัดนิรภัยออกจากตัวก่อนพบว่าเธอนั้นผล็อยหลับไปั้แ่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้
“ไวโอลิน...นี่เธอหลับเหรอ” เขาเขย่าร่างของเธอเบา ๆ สักสองสามที แต่ไวโอลินกลับไม่รู้สึกตัว เขาส่ายหน้าไปมาเล็ก ๆ ก่อนตัดสินใจอุ้มร่างบาง ๆ ของเธอออกจากรถ พาขึ้นไปที่ห้องของเขา ด้วยน้ำหนักตัวที่ไม่เท่าไหร่ ทำให้เขาอุ้มขึ้นไปได้อย่างสบายมือมาก ๆ
พันเจียพาร่างนุ่มของเธอขึ้นมาไว้บนเตียงนอนภายในห้องของเขา เปิดแอร์เบา ๆ เนื่องจากอากาศในห้องเริ่มจะเย็นลง เพราะฝนที่ตกลงมาขณะนั้น ก่อนดึงผ้าห่มมาปกปิดร่างอรชรของหญิงสาวเล็กน้อย แล้วโน้มตัวลงเข้าไปนั่งใกล้ ๆ ร่างที่หลับพริ้มอยู่บนเตียง
“.....................” พันเจียนั่งมองใบหน้าสวย ๆ ของเธออยู่พักใหญ่ ๆ ทันทีที่มีโอกาส ได้เห็นใบหน้าสวย ๆ ของหญิงสาวอย่างชัดเจนในขณะที่นอนหลับ ขนตางอนงามดูมีมิติ แก้มใส ๆ ของเธอชวนให้หลงใหล จมูกเชิดโด่งรั้นนิด ๆ รับกับใบหน้าอันเรียวเล็ก ริมฝีปากบางระเรื่อสีชมพูอ่อน ๆ ของเธอดูน่าัั
ไวโอลินกำลังตกเป็เป้านิ่ง ให้สายตาของเขาล่วงเกินไปทุกส่วนสัดบนเรือนร่างสมส่วนที่เพิ่งก้าวเข้าสู่วัยสาวอย่างเต็มตัวมาเมื่อไม่กี่ชั่วโมงมานี้ ชายหนุ่มเริ่มที่จะหลงเสน่ห์ ผู้หญิงที่อยู่เบื้องหน้าของเขาเข้าไปแบบรู้เนื้อรู้ตัว จนแทบจะละสายตาไปจากเธอไม่ได้เลยจริง ๆ
ฝ่ามือแกร่งของเขาลูบไล้ไปมาที่ปอยผมเส้นของเธออย่างอ่อนโอน ดวงตาเข้มคู่นั้น จ้องมองบนใบหน้าของหญิงสาวราวกับต้องมนตร์สะกด ชายหนุ่มรู้สึกหลงรักและอยากจะเฝ้าทะนุถนอมเธอไปตลอด เขาค่อย ๆ โน้มตัวลงไปจูบที่ริมฝีปากบางชมพูระเรื่อ แต่อยู่ ๆ พันเจียก็ต้องชะงักงัน ทันทีที่เสียงโทรศัพท์ของเธอดังขึ้น สลับกับเสียงสั่นรัวๆ
พันเจีย เดินไปหยิบมือถือของเธอที่อยู่ในกระเป๋า จ้องมองอยู่สักพักเห็นเป็เบอร์ที่ถูกบันทึกชื่อไว้
“คุณป้า!” พันเจียเอ่ยออกมาเบาๆ พลางครุ่นคิดอยู่สักพัก ก่อนจะตัดสินใจกดรับสาย