วันรุ่งขึ้นหว่านชิงเยว่ไปเยี่ยมมารดาแต่เช้าด้วยความเป็ห่วงถึงแม้ว่าเมื่อคืนจะนอนไม่ค่อยหลับก็เถอะ เื่ราวทุกอย่างมันมาพร้อมกันหมดทำให้ต้องคิดทุกเื่ให้ละเอียดรอบคอบ เมื่อมาถึงเห็นมารดามีสีหน้าดีขึ้นมากคงจะเป็เพราะเื่ที่ตั้งครรภ์ที่รอมานานด้วยทำให้ตอนที่หว่านชิงเยว่เดินเข้าไปในห้องของมารดาจึงได้ยินเสียงหัวเราะดังออกมาเบาๆ
“ท่านแม่เป็อย่างไรบ้างเ้าคะ ดีขึ้นบ้างหรือยังเ้าคะ”
“แม่ดีขึ้นแล้วเยว่เออร์ แล้วท่านหมอล่ะ แม่อยากจะขอบคุณท่านหมอสักหน่อย”
หลี่ฟางหรูรู้เื่ทั้งหมดจากผู้เป็สามีแล้วนางถูกพิษสามราตรีได้อย่างไรนางยังไม่รู้เลย จึงว่าจะสอบถามเกี่ยวกับผลกระทบว่าจะมีผลเกี่ยวกับเด็กในท้องหรือไม่
ถามไม่ทันขาดคำเสียงของิเฟยหลงก็ขอนุญาตเข้ามาดูอาการของมารดา หว่านชิงเยว่ลุกขึ้นทักทายเขาตามมารยาท ก่อนที่จะถอยออกไปให้เขาเข้ามาตรวจอาการของมารดา ิเฟยหลงเข้าไปดูอาการของหว่านฮูหยินโดยที่ไม่ได้พูดอะไรกับนาง เพราะเขาคิดว่านางคงจะ้าเวลาบ้างเขาเองก็ไม่อยากจะเร่งรัด
“อาการโดยรวมดีขึ้นมากแล้วแต่ด้วยอายุครรภ์ยังน้อยมาก ต้องระวังเื่ของอาหารและการออกแรงถ้าจะให้ดี่นี้ท่านอาหญิงควรจะนอนพักนิ่งๆ ไปจนกว่าจะผ่านอายุครรภ์ที่ปลอดภัยก่อนอีกสักสองเดือนขอรับ”
“แล้วพิษของอาจะมีผลกับเด็กในท้องหรือไม่เฟยหลง”
“ข้าก็ยังไม่มั่นใจนักต้องรอให้ได้เลยสามเดือนไปก่อนถึงจะตรวจสอบอีกครั้งได้”
“ท่านแม่ท่านรู้มั้ยว่าท่านถูกพิษนี้ได้อย่างไรเ้าคะ แล้วใครคิดจะทำร้ายท่าน”
หว่านชิงเยว่กังวลใจเหมือนเราอยู่ในที่แจ้งแต่ไม่รู้เลยว่ามีใครจ้องจะทำร้ายครอบครัวของนางอยู่
“แม่คิดไม่ออกเลยเยว่เออร์ว่าใครคิดจะทำร้ายแม่”
หว่านชิงไฉจับมือหว่านฮูหยินเอาไว้เพื่อปลอบใจให้หายกังวลด้วยเป็ห่วงสุขภาพของนาง
“ยาพิษชนิดนี้ไร้สีไร้กลิ่นหากจะสืบั้แ่แรกคงยากเพราะถ้าไม่ถูกกระตุ้นมันก็ไม่สามารถที่จะรู้ได้ว่าถูกพิษข้าคิดว่าท่านอาหญิงคงจะถูกพิษมาไม่น้อยกว่าหนึ่งเดือนเป็แน่ ่นั้นท่านได้รับสิ่งของแปลกปลอมอะไรหรือไม่ขอรับ”
“อานึกไม่ออกเลย ต่อไปต้องรบกวนเ้าแล้วเฟยหลงอาขอบใจเ้ามากหากไม่ได้เ้าอาคงไม่มีชีวิตรอดแล้ว”
“ไม่เป็ไรขอรับ ข้าเต็มใจ”
“จะเป็อะไรมั้ยหาก่นี้อาจะรบกวนให้เ้าไปพักที่จะจวนตระกูลหว่านก่อนหากว่าอาหญิงเกิดอะไรขึ้นจะได้ช่วยทัน ถือว่าอาขอร้องเ้า”
หว่านชิงไฉตัดสินใจขอร้องิเฟยหลงเพราะเป็ห่วงหลี่ฟางหรูว่าจะเกิดอะไรขึ้นมาอีก เขาเชื่อในตัวิเฟยหลงว่าจะสามารถรักษาอาการของนางได้ผู้เดียวแต่ก็ไม่รู้เขาว่าจะตกลงหรือเปล่าจึงมองไปที่บุตรสาวเพื่อขอให้นางช่วยพูดอีกคน
“หากท่านไม่สะดวกก็ไม่เป็ไรเ้าค่ะเพียงแต่อีกสองเดือนข้างหน้าจะขอรบกวนให้ท่านมาตรวจท่านแม่อีกทีได้มั้ยเ้าคะ”
“ไม่ใช่ว่าไม่ได้พี่เพียงแต่ต้องไปจัดการบางอย่างที่รับปากคนผู้หนึ่งเอาไว้เมื่อคืนนี้พี่จึงต้องเดินทางวันนี้เลยแต่พี่จะรีบไปรีบกลับท่านอาทั้งสองไม่ต้องเป็กังวลข้าจะกลับมาให้ทันภายในสองเดือนแน่นอน”
สองสามีภรรยาฉีกยิ้มอย่างดีใจในขณะที่หว่านชิงเยว่ทำเป็ไม่รู้ว่าเขากำลังพูดถึงนาง เขาจะไปหาบรรดาเมียๆ ทั้งหลายของเขาแล้วมันเกี่ยวอะไรกับนางกันเล่า
เมื่อกลับมาถึงจวนได้สามสี่วันท่านพ่อของนางก็กลับไปทำงานตามปกติ ่นี้จะได้ยินข่าวของหยางิหลงว่าเขาไปรบที่ชายแดนแคว้นฉินแต่ล่ะวันจะมีข่าวลือถูกปล่อยออกมามากมายทำให้ประชาที่ไม่รู้ความจริงต้องวิตกกังวลไปหมดท่านพ่อของนางก็มีสีหน้าเคร่งเครียดทุกวันที่กลับมาบ้านหว่านชิงเยว่จึงตัดสินใจจะบอกหว่านชิงไฉเพื่อหาทางออกกับเื่ที่นางได้รับรู้ นางอยากจะปรึกษาใครสักคนที่ไว้ใจได้และคนคนนั้นก็คือท่านพ่อของนางเอง
“ท่านพ่อข้ามีเื่จะคุยกับท่านพ่อพอจะมีเวลาให้ลูกมั้ยเ้าคะ” หว่านชิงเยว่เอ่ยอย่างเกรงใจเพราะ่นี้ท่านพ่อดูเหมือนจะมีเื่อะไรให้คิดอยู่เสมอ
“ได้สิเยว่เออร์เ้ามีอะไรจะคุยกับพ่อหรือมีเื่อะไรไม่สบายใจบอกพ่อมาได้เลยลูก”
นางยิ้มด้วยความตื้นตันขนาดมีเื่ให้กังวลยังเป็ห่วงเป็ใยนางอีก หว่านชิงเยว่ตัดสินใจพูดเื่ที่นางล่วงรู้เหตุการณ์ล่วงหน้าได้โดยบอกบิดาว่าเป็เพียงความฝันครั้งแรกเขาไม่ค่อยจะเชื่อนักแต่พอนางพูดถึงเื่ที่เกิดขึ้นในท้องพระโรงแล้วก็เื่ข่าวลือที่เป็จริงเกี่ยวกับฝ่าาเขาก็เชื่อนางอย่างสนิทใจ
“หากเป็ท่านพ่อท่านจะทำอย่างไรกับเื่นี้เ้าคะ”
“หากว่ามีอะไรให้พ่อพอจะช่วยไม่ให้ประชาชนต้องเดือดร้อนในภายหน้าได้พ่อก็จะทำ เ้าบอกว่ามีเพียงองค์รัชทายาทที่จะสามารถช่วยได้ งั้นก็ต้องช่วยองค์รัชทายาทให้เกิดปัญหาน้อยที่สุดใน่นี้ กลุ่มที่กำลังจะปลุกระดมชาวบ้านเราต้องหาคนมาจัดการก่อนในเมื่อเรารู้ว่าเป็ใครฐานบัญชาการมันอยู่ที่ไหนก็ไม่ยากพ่อจะหาทางติดต่อท่านรองแม่ทัพลู่จิ้นฝานดูเผื่อจะทำอะไรได้บ้าง”
ตอนนี้รองแม่ทัพกลับมาเฝ้าระวังที่วังหลวงยังไม่ได้ตามเสด็จองค์รัชทายาทเขาคงมีโอกาสนัดพบลู่จิ้นฝานดูสักครั้ง
หว่านชิงเยว่มีความกังวลเล็กน้อยนางไม่ได้เล่่าเกี่ยวกับรักสามเศร้าของเหล่าตัวละครนี้ให้บิดาฟัง ว่ามี่นึงที่ลู่จิ้นฝานเข้าใจว่าหยางิหลงไม่สนใจดูแลตามหาตอนนางเอกถูกพิษจนหายไปในป่า มัวแต่สนใจเื่บุกโจมตีแคว้นฉินจึงทรยศด้วยการหนีทัพเพื่อออกไปตามหานางเอกทำให้พระเอกไม่มีกำลังเสริมไปช่วยจนเกือบจะพ่ายแพ้แต่ยังไงก็พระเอกอ่ะนะ สุดท้ายก็ชนะอยู่ดี หากให้เขาช่วยนางก็ต้องช่วยนางเอกไม่ให้ถูกพิษก่อน ในเื่นางเอกแอบไปหาพระเอกจนถูกพิษจากคนที่ลอบเข้ามาทำร้ายนางเอก ่นี้แหละที่ซูจิ้นเหิงปรากฏตัวเมื่อระหว่างรักษาอาการของนางจึงตกหลุมรัก จนถึงกลับแอบลักพาตัวนางไป ทำให้ลู่จิ้นฝานเข้าใจพระเอกผิดว่าไม่ดูแลนางเอกปล่อยให้คนอื่นมาลักพาตัวไปจนเกิดเื่ราวทรยศหักหลังขึ้นมา
“ท่านพ่อข้าขอไปพบท่านรองแม่ทัพด้วยเ้าคะข้ารู้ว่าเื่ราวจะเกิดอะไรขึ้นข้าคิดว่าข้าไปพบเขาด้วยจะดีกว่าเ้าคะ”
อีกสองวันถัดมาก็ได้รับจดหมายตอบรับให้เข้าพบที่ตำหนักท่านอ๋องน้อยลู่จิ้นฝาน นางกับบิดามาถึงก็มีคนมาเชิญให้ไปรอที่ห้องโถงรับรอง ั้แ่มาที่นี่นางพึ่งจะเคยเห็นถึงความใหญ่โตมโหฬารของตำหนักท่านอ๋องน้อย
เพียงไม่นานนักผู้ชายรูปร่างสูงใหญ่ผิวค่อนข้างขาวซึ่งก็น่าแปลกนางนึกว่าพวกทหารจะตัวดำซะอีก พอมองไปเรื่อยๆ กับสะดุดกับดวงตาคมดุที่มองนางนิ่งอย่าง้าจะรู้ว่านางเป็ใคร หน้าตาหล่อเหลาสมกับเป็พระรองอย่างที่ในนิยายได้พูดเอาไว้เขาดูเยือกเย็นเหมือนน้ำแข็งเมื่อใครอยู่ใกล้ก็ต้องเกรงกลัวเขา คนผู้นี้จะอ่อนโยนก็ต่อเมื่ออยู่กับนางเอกเท่านั้นสินะ
ลู่จิ้นฝานพยายามมองผ่านผ้าคลุมหน้าของสตรีที่สหายของตน หลงรักจนไม่สนใจผู้หญิงคนไหนว่านางจะงดงามขนาดไหนกัน จนถึงขนาดหยางิหลงมองเมินน้องสาวผู้งดงามของเขาได้ ลู่เจียวจิงแม้จะพยายามชวนพูดคุยเมื่อครั้งที่กลับมาจากลั่วหยางนางก็คอยทำตัวสนิทสนมกับหยางิหลงตลอดเวลา เขารู้ว่าหยางิหลงเพียงใกล้ชิดดูแลนางเพราะคิดว่านางคือน้องสาว
แต่ลู่เจียวจิงคิดอะไรอยู่ทำไมเขาจะไม่เข้าใจ นางคิดเสมอว่าหยางิหลงคือคู่หมั้นของนางถึงแม้จะเปิดเผยชาติกำเนิดไม่ได้แต่อาศัยว่าเป็บุตรีท่านอ๋องลู่ฟานก็สามารถแต่งเป็พระชายาได้เหมือนกัน
“คารวะท่านอ๋องน้อยพะย่ะค่ะ/เพคะ”
“ตามสบายเถิดใต้เท้าหว่านเราได้รับจดหมายแล้วที่ท่านเขียนมาเป็เื่จริงหรือไม่เื่นี้ไม่ใช่จะเอามาพูดเล่นๆ ได้นะใต้เท้าหว่าน”
เพียงคำพูดธรรมดาแต่ก็ทำให้ท่านพ่อของนางถึงกับหวาดกลัวขนาดนั้นลู่จิ้นฝานผู้นี้ไม่ธรรมเลยจริงๆ นางยื่นมือไปแตะที่แขนบิดาเป็ทำนองว่าเดี๋ยวนางจะจัดการเอง
“หากท่านอ๋องน้อยยังไม่เชื่อว่าข้าพูดความจริงก็แค่ส่งคนไปดูสถานที่นั้นก็จะพบว่าข้าพูดความจริงหรือไม่ก็ไม่เสียหายนี่เพคะ”
ลู่จิ้นฝานมองลึกไปที่ดวงตากลมโตคู่งามนั้นอย่างยั่งลึกลงไปถึงจิตใจของนาง เื่ที่นางบอกเขาให้คนไปตรวจสอบมาแล้วพบว่ามันเป็ฐานบัญชาการใหญ่ของแม่ทัพหวังเชียนจริงเมื่อตรวจสอบโดยละเอียดแล้วไม่พบความสัมพันธ์ของใต้เท้าหว่านกับแม่ทัพหวังจึงยินยอมให้พวกเขามาพบได้
“เ้าจะบอกว่าตัวเ้าฝันถึงเหตุการณ์ล่วงหน้าได้อย่างนั้นหรือ?”
“เพคะ ตอนนี้องค์หญิงน้อยกำลังคิดจะเดินทางไปที่ชายแดนแคว้นฉิน หากนางไปนางจะได้รับอันตรายมากท่านควรจะคอยเฝ้าดูอย่าให้นางไปที่นั้นถ้าหากนางไปนางจะถูกพิษร้ายแรงมาก”
“ไม่ใช่ว่าเ้าขัดขวางไม่อยากให้ใครอยู่ใกล้ชิดิหลงหรอกหรือจึงกล่าวอ้างลอยๆ เช่นนี้ออกมา”
แววตาที่ดูแคลนของเขาทำให้นางถึงกับโมโห ไอ้บ้านี่หาว่าข้าหวงก้างพระเอกกับนางเอกอย่างนั้นเรอะหากไม่ใช่จะช่วยท่านพ่อ ข้าไม่ทนมองหน้าไอ้บ้านี่หรอกนะ
ลู่จิ้นฝานมองดวงตาที่แสดงว่าไม่พอใจอย่างอารมณ์ดีสตรีผู้นี่เวลาโกรธกลับดูน่ามองนัก ก่อนจะหันไปมองที่อื่นเมื่อรู้สึกตัวว่าคิดอะไรไม่เข้าท่า นางนะหรือจะน่ามองเขาต้องตาฝาดไปแล้วแน่ๆ
“ข้าพูดความจริงท่านจะเชื่อหรือไม่ก็แล้วแต่ท่าน ไปเ้าค่ะท่านพ่อ ทูลลาเพคะ”
หว่านชิงเยว่กำลังลากแขนท่านพ่อที่กำลังยืนงงอยู่ให้กลับไปบ้านไม่คงไม่คุยมันแล้ว หากว่าเกิดอะไรขึ้นอย่าหาว่านางไม่เตือนแล้วกัน
“ท่านอ๋องน้อยพะย่ะค่ะ องค์หญิงทรงไม่อยู่แล้วพะย่ะค่ะนี่จดหมายจากองค์หญิงลู่เจียวจิงได้ฝากนางกำนัลเอาไว้ให้พระองค์พะย่ะค่ะ”
หว่านชิงเยว่ถึงกับชะงักเท้าเมื่อได้ยินคนของเขาบอกมาไม่ทันแล้วสินะจะทำอย่างไรดี ลู่จิ้นฝานมองหน้าหว่านชิงเยว่หลังจากอ่านจดหมายจบนางพูดความจริงเขาต้องรีบไปตามลู่เจียวจิงกลับมาก่อนที่นางจะได้รับาเ็
“เ้าต้องเดินทางไปกับข้าเดี๋ยวนี้หว่านชิงเยว่”
“ห้ะ! ไปไหนทำไม่ต้องไป ท่านก็ให้คนของท่านไปตามนางเองสิ ข้าเป็ผูหญิงตัวเล็กๆ เอาข้าไปจะเป็ภาระเปล่าๆ” นางมองไปที่บิดาเพื่อขอความช่วยเหลือท่านพ่อคงไม่ให้ลูกสาวสุดที่รักต้องเดินทางค้างคืนกับผู้ชายหรอกใช่ไหม
“ไปเถิดเยว่เออร์เ้ารู้ว่านางกำลังจะไปเส้นทางไหนจะได้ตามนางทันดีกว่ามัวแต่เดาว่านางจะไปทางไหน ไม่ต้องห่วงพ่อ ท่านอ๋องน้อยกระหม่อมฝากบุตรสาวของกระหม่อมด้วยพะย่ะค่ะ”
“ไม่ต้องเป็ห่วงใต้เท้าหว่านข้ารับรองว่าจะดูแลนางอย่างดีไม่ให้ได้รับอันตราย”
“ขอบพระทัยพะย่ะค่ะ”
‘เดี๋ยวก่อน! เฮลโล! พวกท่านคุยอะไรกันข้าไม่ได้ห่วงท่านข้าห่วงตัวเองทำไมถึงไม่มีใครถามอะไรข้าเลยนะ'
หว่านชิงเยว่ได้แต่บ่นคนเดียวในใจมารู้ตัวอีกทีก็ถูกโยนขึ้นหลังม้าตัวเดียวกับอีตาพระรองบ้านี่อีกทำไมมันถึงเป็แบบนี้ไปได้นะ
“ทำไมไม่ให้ข้านั่งรถม้านั่งแบบนี้ข้าไม่ถนัด”
นางต้องะโบอกเขาเพราะเขาเร่งความเร็วของม้าจนหน้าชาไปหมดกลัวว่าเขาจะไม่ได้ยินเพราะเสียงในหูนางอื้อไปหมดแล้ว
ลู่จิ้นฝานไม่ตอบแต่กระชับร่างบางในอ้อมแขนแน่นขึ้น จนกระทั่งเห็นนางนิ่งเงียบลงจึงเริ่มสังเกตนาง เขาลืมไปว่าตอนนี้ใกล้จะมืดแล้วลืมเอาเสื้อคลุมมาใส่ให้นางจนรู้สึกว่าร่างเล็กในอ้อมแขนสั่นสะท้านขึ้นมาเพราะความหนาวจึงคิดได้
เขาจับเสื้อคลุมของเขาดึงมาห่อร่างของนางเอาไว้ก่อนคิดว่าเดี๋ยวเดินทางสักพักจะหยุดหาที่พักค่อยหาชุดคลุมให้นางกันหนาว ร่างนุ่มนิ่มในอ้อมแขนเริ่มไม่เกร็งตัวแล้วนางเอนลงมาพิงร่างเขาเอาไว้ทั้งตัว
ดวงตาที่ชอบมองเขาอย่างขุ่นเคืองของนางที่ตอนนี้ปิดสนิทลงให้เห็นแพขนตาหนาชวนให้เขาอยากจะเห็นว่าใบหน้าภายใต้ผ้าคลุมหน้าของนางจะเป็อย่างไรบ้าง เขาถอนสายตาออกจากนางอย่างสับสนบางอย่างก่อนจะเร่งเดินทางต่อไป