"เอ๋! ท่านเ้าสำนักจะไปธุระข้างนอกคนเดียวเหรอคะ?!!"
และแล้วความวุ่นวายครั้งใหม่ของวังบุปผาน้ำแข็งก็ได้เริ่มขึ้น
ศิษเอกสาวฟงเหมี่ยงไม่อยากจะเชื่อหู เนื่องจากเกือบสิบปีมานี้
อาจารย์ของนางไม่เคยออกจากแดนเหมันต์ไปไหนสักครั้งหนึ่ง
ด้วยตำแหน่งประมุขวังทำให้นางมีภารกิจต้องจัดการและค่อนข้างยุ่ง
อีกอย่างนางเลิกสนใจโลกภายนอกั้แ่พ้นวัย 50 ปีไปแล้วตามอายุที่มากขึ้น
.
"ใช่แล้วฟงเหมี่ยง เ้าเองก็โตขึ้นมากแล้ว
มีเ้าอยู่ดูแลดินแดนเหมันต์แทนข้า อาจารย์ก็วางใจ"
"ตะ... แต่ว่าศิษไม่กล้ารับตำแหน่ง ศิษควบคุมผู้คนไม่เป็
ไหนจะฝีมือของข้ายังได้ไม่ถึง 1 ใน 10 ของอาจารย์
หากว่าเขตแดนอื่นมารุกรานข้าคงไม่อาจปกป้องดินแดนเหมันต์ได้เป็แน่!"
หึ...
หม้อจื่อเผยยิ้มภายใต้หมวกผ้าแพรพรรณปิดบังใบหน้า
ชมชอบอาการของลูกศิษสาวที่ทั้งถ่อมตนและมีจิตอันมั่นมุ่งและแน่วแน่
.
"ไม่ต้องห่วงไปอาเหมี่ยง ข้าจะถ่ายทอดพลังวัตรให้เ้าสัก 8 ส่วน
เท่านี้เหนือจรดใต้ ก็ไม่มีใครสู้เ้าได้อีกต่อไปแล้ว!"
"ปะ! แปดส่วน!!?"
ว่ากันว่าพลังวัตรนั้นเหมือนดั่งแขนขาของชาวยุทธทั้งปวง
ลดไปหนึ่งส่วนทำให้ลมหายใจขัดแทบปั่นป่วน
หายไปสี่ส่วนเหมือนแขนถูกตัดออกไปข้าง จะทำอะไรก็ยากลำบากล้วน
แล้วแปดส่วนเล่าไม่เท่ากับกลายเป็อัมพาตรไปอย่างไม่บังควร?
ศิษเอกของนางจึงแสดงอาการใอย่างเป็ห่วง
.
"ไม่ต้องกลัวฟงเหมี่ยง อย่างเ้าว่า เ้ามีพลังแค่ 1 ในสิบของข้า
เพราะฉะนั้นแม้ว่าอาจารย์เหลือพลังแค่สองส่วน ก็ยังเก่งกว่าเ้าในตอนนี้!"
"คะ...ค่ะ...แต่ว่า...."
แม้หม้อจื่อจะพูดด้วยน้ำเสียงอันมั่นใจ แต่นางที่ได้ฟังก็ยังอดใจคอไม่ดีไม่ได้
"ละ แล้วเื่บริหารควบคุมคนล่ะคะ?
ที่นี่คนเกรงแต่ท่านอาจารย์ ให้ข้าไปควบคุมผู้คนไม่ได้หรอกค่ะ..."
"หึหึ... เ้าจะบอกว่าเพราะข้าโหดเลยคุมคนได้เหรอ?"
"ปะ...เปล่าค่ะ! .... ศิษมิกล้า....?"
ฟงเหมี่ยงเสียงสั่นแต่ก็สงสัย
เหตุใดอาจารย์นางถึงได้หัวเราะแถมเปรยยิ้มละไม?
เพราะปกติหม้อจื่อเวลาอยู่ต่อหน้าศิษหรือคนของนาง
จักเป็คนที่เข้มงวดและวางท่าน่ากลัวจนถึงขั้วของหัวใจ
.
"หึหึ... เอาเถอะ... เื่นั้นข้าคิดเอาไว้แล้ว
ชิงเอ๋อ... จัดการที"
"ค่ะ... เ้าสำนัก!"
"อะ...เอ๋? จะทำอะไรคะท่านชิงเอ๋อ?"
ฮิฮิ!
หนุบๆหนับๆ!
"ว้ายๆ ท่านชิงเอ๋อ! ท่านชิงเอ๋อ!!!?"
สาวใช้วัยชรายิ้มสวยแล้วก็ขยับเข้าไปใกล้
สอดมือด้วยเพลงยุทธอันแสนจะว่องไว เปลื้องผ้าของสาวรุ่น
แล้วจับโน่นจับนี่ไปทั่วร่างกายของฟงเหมี่ยง
ตั้งตูดนมองค์เอว จนสาวเ้าสยิวกิ้วหวีดร้องอย่างโวยวาย
.
"เป็อย่างที่ท่านคาดค่ะท่านเ้าสำนัก
นางมีรูปร่างขนาดใกล้เคียงกับท่านเกือบทั้งหมด
ติดอยู่ที่แค่นมจะเล็กกว่า?"
"จะ... จะทำอะไรกันแน่คะเนี่ย? งื๊อออ?"
หนุบ...
ฟงเหมี่ยงพูดพลางใช้มือปิดเต้านมของตน ใบหน้างามงดออกแดงระเรื่อ
เพราะตอนนี้เสื้อผ้าเครื่องแต่งกายของนางไม่มีเหลือ
ถูกสาวใช้ของอาจารย์ตนปลดเปลื้องออกโดยง่าย!
.
"ข้าไม่ได้จะหายไปเฉยๆฟงเหมี่ยง
เ้าจะต้องเป็หม้อจื่อ เป็ตัวแทนของข้า"
"คะ?"
.
.
และนั่นก็คือแผนการที่หม้อจื่อคิดขึ้นมา
นางจะออกเดินทางไปเฉยๆก็ยังหวงห่วงดินแดนเหมันต์เป็หนักหนา
แม้ฟงเหมี่ยงจะมีฝีมือเป็ยอดยุทธดาวรุ่งสาวสวยแถวหน้า
แต่นางยังขาดบารมีแบบที่นางมารร้ายหม้อจื่อสะสมมา
และด้วยรูปร่างที่ใกล้เคียงกันรวมถึงที่ส่วนใหญ่แล้วนางปิดบังซึ่งใบหน้า
การแปลงโฉมฟงเหมี่ยงให้เป็นางจึงไม่ยากนัก
.
วู่มมม!!
"อั้ก! อาจารย์คะ! พลังวัตรของท่าน!?"
"อืม... ทนอีกหน่อยฟงเหมี่ยง...อีกนิดเดียวก็ครบแปดส่วนแล้ว!!"
บรึ้มมมม!! ครืนนนน!!
เหวอออ?
ยามที่นางถ่ายทอดพลังวัตรทั้งแปดส่วนให้ศิษเอกสาว
ยังสร้างความสั่นะเืไปทั่วถึงผืนฟ้า
ท้องฟ้ามืดครึ้มเกิดเสียงคำรามเลื่อนลั่นราวกับ์เกิดการพิโรธและโกรธา
.
ฟู่วว...
"อาา...? นี่คือพลังวัตรของท่านอาจารย์?"
ฟงเหมี่ยงหงายฝ่ามือขึ้น
ก็พบว่าฝ่ามือของนางมีแสงสว่างเรืองรองผุดขึ้นมาเป็ออร่า
พลังของหม้อจื่อนั้นจัดเป็พลังวัตรขั้นเทพพยาดา
เ้าของพลังต้องคอยกดพลังไว้ไม่ให้มันทะลักรั่วไหลออกมา!
.
"เอาล่ะ... เท่านี้ก็เรียบร้อยแล้ว ที่เหลือมีอะไร
ชิงเอ๋อจะคอยช่วยเ้าเอง ข้าไปก่อนล่ะ"
"เอ๋? ทะ...ท่านจารย์จะรีบไปไหนเ้าคะ?"
ฮึ้ยยย...
หม้อจื่อให้ขัดใจ นางอยากจะรีบไปไปสักที
แถมจะให้ตอบว่ารีบไปมีผัวต่อหน้าศิษเอกก็คงจะไม่ได้ใช่มั้ยล่ะ?
"ข้าจะไปไหนมันก็เื่ของข้าใช่มั้ยฟงเหมี่ยง?"
"อ้า... ค่ะ... ท่านอาจารย์..."
.
อุ...คิคิ...คิกคิก...
นางหันไปดุศิษแล้วรีบหันหน้าหนี
เพราะใบหน้าของนางมันอดไม่ได้ที่จะบานฉ่ำอย่างกรุ้มกริ่ม?
ในชีวิตของหม้อจื่อ นางจำไม่ได้แล้วว่าครั้งสุดท้ายมันเมื่อไหร่
ที่สามารถปลดเปลื้องภาระออกจากบ่าไป จนรู้สึกโล่งสบายแบบนี้จริงๆ
.
"ท่านชิงเอ๋อ? ท่านว่าท่านอาจารย์แปลกๆไหมคะ?"
"ฮิฮิ... นี่ยังไม่เรียกว่าแปลกหรอกจ้ะฟงเหมี่ยง "
"?"
เชิ๊บๆ! เชิ๊บๆ!
เอ๋อ??
นอกจากคำพูดของสาวใช้าุโ ยังไม่ทันลับตาศิษ
หม้อจื่อยังเผลอออกลีลาเดินส่ายตูดส่ายเอวน้อยๆลืมสงวนเอาไว้ในท่าที?
ทำเอาศิษของนางต้องทำหน้าเหวอ
เพราะไม่เคยเจอว่าอาจารย์สาวของตนจะหลุดถึงเพียงนี้?
.
พรึ่บบบ... ฟ้าววว!
ส่วนสาวน้อยวัยเกินร้อยก็รีบทะยานออกจากวังบุปผาน้ำแข็งหายลับไป
ราวกับนกที่ถูกปลดปล่อยออกจากกรงแหวกว่ายสู่นภาอย่างไม่สนซึ่งที่หมาย
.
.
.
ตึก... ฮ้าาา....
ปรมจารย์สาวสูดอากาศเข้าเต็มปอด
ในบริเวณรอบนอกของเขตวังที่งดงามไม่รู้หน่าย
ทำมันทั้งๆที่นางนั้นเดินผ่านมันไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง
เหมือนกับว่ากลิ่นของอากาศมันไม่ได้เป็ดั่งที่เคยััได้?
.
"เฮ้ยๆ... ดูสิ... ผู้หญิงคนนั้น?"
"นะ...นางสวยจัง?"
อุ๊ย?...ฮิฮิ...
มันนานมากเหลือเกินที่ไม่มีชายใดได้เอ่ยชมนางเช่นนั้น
ที่นางปกปิดใบหน้าอยู่เสมอ เพราะไม่อยากให้ใครทราบ
ความสามารถการรักษาความเยาว์วัยของปราณพิสุทธิ์เหมันต์
ลองคิดดูสิว่าถ้าใครรู้ว่าวิชาของนางฝึกแล้วทำให้ไม่แก่แถมยังสาวสะพรั่ง
ชาวยุทธทั่วหล้ามิมุ่งหน้ามาแย่งชิงพลิกแผ่นดินเป็ผืนเืเชียวหรืออย่างไรกัน?
.
พริ้วว...
"ว้าว... ข้าไม่เคยเห็นนางเลย?"
"นางเป็ชาวยุทธเหรอคะ? ท่านแม่?
ข้าอยากฝึกยุทธจะได้สวยๆอย่างนางบ้าง!"
ฮึฮึ...
ตลอดเส้นทางของหม้อจื่อ นางดื่มด่ำกับคำชื่นชมอันมากมาย
สตรีแปลกหน้าในชุดขาวผู้สะกดสายตาของชาวเหมันต์ทั้งหญิงชาย
.
"แม่นางๆ! แม่นางมีที่พักรึยัง?
ไม่มีเชิญพักที่โรงเตี๊ยมของข้าได้นะขอรับ
วันนี้มีโปรโมชั่นพิเศษ หากท่านเข้าพักตอนนี้!
ท่านจะเป็แขกคนที่ 1001 ของโรงเตี๊ยมพอดี
ทั้งอาหารและที่พักฟรี 1 วันหนึ่งคืนขอรับ!"
อุ๊?
กว่าจะเสร็จการถ่ายทอดพลังวัตรให้ฟงเหมี่ยง เวลามันก็ถึงเพียงพลบค่ำ
และอย่างไรนางก็ตัดสินใจว่าจะละทิ้งชีวิตข้างในวัง
เมื่ออยู่ๆได้รับการเชื้อเชิญจากเถ้าแก่ผู้นั้น
.
"ก็ได้... ว่าแต่อาหารของเ้าอร่อยรึเปล่า?"
"รับรองว่าอร่อยแน่นอนขอรับ!"
"ดี!"
"ว้าวๆ! นางเข้าพักโรงเตี๊ยมนี้ล่ะ!"
"ดีล่ะ! ข้าเข้าไปกินข้าวบ้างดีกว่า!!"
ฮึฮึ...
ที่แท้ที่เถ้าแก่ของโรงเตี๊ยมมาเชื้อเชิญนางเข้าพักฟรีก็เพราะหวังผล
แต่มันไม่ได้ทำให้อารมณ์ของหม้อจื่อขุ่นเคืองเพียงนึกขัน
.
.
"ฮึ! เห็นว่าเป็ผู้หญิงเป็สตรีสวยหน่อยก็ได้กินฟรี!
โลกนี้มันไม่มีความยุติธรรม!!!"
หา?
แต่แล้วชายหนุ่มขี้เมาผู้หนึ่งก็ะโโหวกเหวกขัดวันอันสุขสันต์
อือ...เอื๊อก!
เขานั่งดื่มสุราอยู่แถวทางเข้า กลิ่นเหล้าเหม็นฉึ่งราวกับว่าอาบมันมาั้แ่เช้า
"โว...เขาอาละวาดอีกแล้ว"
"แต่หล่อข้าให้อภัย...อิอิ..."
อย่างที่สองสาวโต๊ะห่างๆว่า ชายหนุ่มมีหน้าตาคมสัน
คิ้วเข้มผิวเนียน ดวงตาแฝงแววแกร่ง มีหนวดเคราขึ้นอยู่อย่างหรอมแหรม
แต่เมื่อรวมกับรูปหน้าคมๆแล้วมันยิ่งทำให้เขาดูมาดแมน
ออกเถื่อนๆเท่ห์ๆ แทนที่จะน่ารักเกียจ จึงเรียกเสียงกรี๊ดจากสาวๆออกมาแทน
.
"ยะ...อย่าไปสนใจเขาเลยนะครับแม่นาง
เฮ่ย.. อางัด! เ้าจะกินเหล้าก็กินไป!
ค่าเหล้าเ้าก็ยังไม่จ่าย ข้าไม่ไล่เ้ากลับบ้านไปก็บุญแล้ว!"
ในระหว่างที่เ้าของโรงเตี๊ยมหันไปโวยวายชายหนุ่ม
.
ชิ้ง...
"เอ๋? จะ....เ้า?!"
หม้อจื่อก็หันไปเห็นร่องรอยบางอย่างที่ช่างคุ้น!
"หือ...อะ...รายย?"
"อ้า...มะ....ไม่มีอะไร...!"
ชิ้ง...
ที่แท้มันเป็รอยบาดใหญ่ตรงหัวคิ้ว
ซึ่งเป็ฝีมือของนางเองที่บากไว้บนใบหน้าของชายหนุ่ม
อึก...?
ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน
ในยามนั้นมันทำให้นางรู้สึกสำนึกผิดขึ้นมาอย่างว้าวุ่น
อาจเป็เพราะส่วนใหญ่พอนางไล่ใครออกแล้ว
ก็ไม่เคยมีใครกล้ากลับมาให้เห็นหน้าจนต้องกลุ้ม?
.
"แล้วตกลงเ้าจะจ่ายค่าเหล้าข้ามั้ยอางัด?"
"โฮ้ยย! เฒ่าแก่! ท่านก็เซ้าซี้อยู่ได้! ก็บอกแล้วไงข้ามีตังค์จ่าย!
อีนังโสเภณีหม้อจื่อนั่นมันจ่ายค่าทำขวัญให้ข้ามาแล้วนี่ไง!"
ห๊าาา!?
ปรมจารย์สาวสวยไม่เคยคิดเลยว่า
ในโลกนี้ยังมีใครจะหาญกล้าอุกอาจะโด่านางเสียได้!