ตอน 04
กอดแรก
(ส่วนตอนต้น)
“หกโมงเช้าหรอ...”
ตาปรือสะลึมสะลือเหมือนยังไม่อยากตื่น มองนาฬิกาตั้งโต๊ะข้างโคมไฟฟังเสียงเข็มวินาทีขยับ แหงนมองบนเพดานใจคอเริ่มเหม่อลอย
“อยากหลับต่อจัง...”
สาววัยสิบแปดเอ่ยเอื่อยแ่ ยามกึ่งหลับกึ่งตื่นจึงไม่รู้ว่าเมื่อคืนฝันหรือเปล่า จำ ๆ ลืม ๆ เื่ราวเหมือนมีใครอยู่ร่วมด้วย เหลียวมองอีกฝั่งจึงใเสี้ยววูบหนึ่ง
“ไม่ได้ฝันไปหรอนี่ ฉันเบลอ...”
สติเริ่มหวนคืนยามเริ่มตื่นเต็มที่ พอเมียงมองอีกร่างยังห่มผ้าเคียงใกล้ มือผ่องขาวยังประคองมือสาวพี่เลี้ยงดุจเมื่อคืน ไม่อยากปล่อยมือออกแต่ก็จำใจ
ผมสีน้ำตาลดกหนายาวสลวย สองตายังหลับสนิทน่าทะนุถนอมยิ่ง
สุรีย์รัตน์ลุกตื่นขยี้ตา เหลียวหันผินมองตุ๊กตารัสเซียคงอ่อนล้ามายาวนาน ปล่อยให้นอนพักแบบนี้ก่อนคงจะดีกว่ากระมัง
ไม่อยากปลุกแต่ก็ยังอดใจไม่ไหว มือนวลลูบไล้ศีรษะและผมนุ่มแ่เบา พลางคิดในใจอยากดูแลอย่างพี่สาวปลอบโยนน้องสาว
“ลอริส...” เสียงหวานจากพี่เลี้ยงแ่เบาแทบกระซิบ ไม่อยากเรียกปลุกแต่ก็อดรำพันเป็ชื่อไม่ได้ หญิงสาวฝรั่งผู้นี้เหมาะกับชื่อนี้เสียจริง
ร่างสาวฝรั่งยังนอนหลับพริ้ม โชคดีที่คำหวานเมื่อครู่ไม่ได้รบกวนหลับนอน ยามมืออังจมูกโด่งรูปสวยยังััรับรู้ลมหายใจ
“อุ่นใจจัง ค่อยยังชั่ว ขอให้ลอริสแข็งแรงวันคืนนะ” สุรีย์รัตน์อยากอวยพรเอาใจช่วย
เคลื่อนขยับกายสองเท้าหย่อนลงพื้น ลุกยืนมองร่างสาวผมน้ำตาลนอนห่มผ้าหลับสนิท ป่วยหนักมาก่อนควรให้นอนพักยาว ๆ คงเหมาะแล้ว
“วันนี้ไม่มีสอบแต่ต้องอ่านหนังสือ เบื่อจัง” พี่เลี้ยงสาวลอบบ่นกับตนเอง ทั้งมึนงงนึกไม่ออกว่าเช้านี้ต้องทำอะไรก่อนหลัง พอเริ่มระลึกได้จึงเริ่มมองข้างเตียงเป็อย่างแรก กระเป๋าสีน้ำตาลใบใหญ่จากแดนหนาวอยู่เคียงโต๊ะโคมไฟ แก้วน้ำที่เคยวางไว้เมื่อคืนคงต้องเอาไปเก็บ
สำรวจห้องน้ำส่วนตัวบ้างคงจะดี มองผ้าขนหนูสีขาวที่ลอริสแขวนเมื่อคืนเริ่มแห้งสนิท ถุงห่อผ้าขาวหลากชิ้นอยู่ใกล้อ่างล้างหน้าไม่ได้ย้ายที่ พอสังเกตถ้วนถี่จึงพบว่ามีหยิบใช้ไปชิ้นหนึ่งแล้ว
สุรีย์รัตน์พลันรู้สึกอบอุ่นใจ “ลอริสคงรู้แล้วสินะว่าของใช้ของสาว ๆ อยู่ตรงนี้”
เห็นตะกร้าหวายใส่ชุดเดิมของสาวฝรั่งจึงยกขึ้นมา พลางถือพร้อมแก้วน้ำแล้วก้าวลงบันไดอย่างเคยชิน
วางตะกร้าใกล้เครื่องซักผ้าแล้วเดินเข้าครัว คิดเลื่อนลอยว่ามื้อเช้านี้จะจัดหาอะไรให้ลอริสดีหนอ
มองโต๊ะครัวพลันต้องตื่นใ ข้าวของมากมายวางเรียงพรั่งพร้อม เมื่อคืนยังจำได้แทบไม่เหลืออาหารแล้วด้วยซ้ำ
“อะไรกันนี่ ทั้งชีส แฮม สลัด แซนด์วิช หนมปัง” สุรีย์รัตน์หยิบสิ่งของแจกแจงแต่ละชิ้นอย่างใคร่ครวญ อยู่ดี ๆ ก็มีวัตถุดิบและของพร้อมรับประทานวางเรียงราย
จังหวะมองเห็นมุมกระดาษโน้ตใต้กล่องใส่สลัดผัก ค่อยดึงมันออกมาจึงพบข้อความเขียนหลายบรรทัด
'วันนี้พ่อต้องไปทำงานแต่เช้าชดเชยเมื่อวาน พ่อจัดหาอาหารฝรั่งตอนขากลับจากส่งวนัส ให้ลอริสและน้ำแบ่งกันทานนะ พ่อรักลูกเสมอ'
สุรีย์รัตน์อ่านจบพลันน้ำตาไหล อยากบอกพ่อสุดหัวใจว่ารักพ่อเช่นกัน พลางเช็ดน้ำตาก่อนจะรู้ว่ายังอ่านไม่จบ
บรรทัดสุดท้ายคล้ายสอนภาษาหรือไรนะ
'เนี้ยต = ไม่, ด้า = ใช่, สปาซิบะ = ขอบคุณ'
สาววัยสิบแปดยิ้มไปเช็ดน้ำตาไป พ่อที่อบอุ่นบางทีก็ชอบมีอะไรให้ชวนขำ อุตส่าห์เป็ห่วงเป็ใยกลัวจะแปลคำพูดของลอริสไม่ออก
“แค่สามคำมันไม่ช่วยเท่าไหร่นะพ่อ แต่ขอบคุณมากเลย” สุรีย์รัตน์ขบขันเบา ๆ “อย่างน้อยหนูก็รู้สองคำหลังแล้ว ลอริสสื่อสารด้วยคำนั้นหนูพอจำได้”
เพิ่งระลึกว่าเมื่อคืนพ่อคงยังไม่รู้ ลูกสาวที่พ่อฝากฝังไว้ดูแลลอริสดีแค่ไหน อยากพรรณนามากมายแต่ก็ทำได้แค่ฝากข้อความสั้น ๆ
สุรีย์รัตน์เดินกลับเข้าห้องกระจกที่ใช้รับแขก ยกหูโทรศัพท์แล้วหมุนหมายเลขติดต่อโอเปอเรเตอร์ เมื่อปลายสายรับจึงบรรจงวาจา “หมายเลขเครื่อง หนึ่งหกสองสามศูนย์เจ็ดเก้า ข้อความนะคะ... เมื่อคืนหลับปุ๋ยกัน สบายใจอย่าได้ห่วงนะคะ น้องน่ารักน่าเอ็นดูมาก”
วางหูเมื่อจบกิจส่งข่าวคราวเมื่อคืน “หวังว่าคงหยิบเพจเจอร์ขึ้นมาอ่านแล้วยิ้มนะคะพ่อ”
เพราะเช้ามากจึงอยากจะหลับต่อ แต่ก็นึกขึ้นได้ว่ามีภารกิจที่ต้องทำ สาวรุ่นนักศึกษามหาวิทยาลัยจึงแปลงกายเป็แม่บ้าน หยิบไม้กวาดและไม้ถูทำความสะอาดห้องรับแขกอย่างเพลิดเพลิน
ชั่วประเดี๋ยวงานบ้านง่าย ๆ ก็เสร็จ วางอุปกรณ์แม่บ้านแล้วหาที่ผ่อนกายคลายเมื่อย สาวสวยชุดนอนลายทางนั่งลงบนโซฟาใหญ่ ที่นั่งช่างแสนสบายไม่วายจึงกลิ้งตัวนอนไปมา
“ยัยน้ำนะยัยน้ำ ไม่เรียบร้อยเอาเสียเลย” สุรีย์รัตน์ขำไปบ่นตำหนิตนเองไป ใจก็อยากเป็สาวเรียบร้อยอย่างตุ๊กตารัสเซียอยู่หรอก แต่ดูแล้วนิสัยแบบนี้ให้เกิดใหม่คงจะง่ายกว่า
นอนพักเอาแรงแต่กลับไม่รู้สึกง่วง ผ่านราวครึ่งชั่วโมงจึงเริ่มอีกหนึ่งงาน เสื้อผ้าตนเองและของพ่อจากเมื่อวานเริ่มทยอยลงเครื่องซัก
เหลียวก้มมองตะกร้าหวายที่ใส่ชุดเมื่อวานของลอริส ชุดกระโปรงขาวแขนยาวจั๊มแสนน่ารักและน่าเห็นใจในเวลาเดียวกัน ควรจะลงเครื่องซักไปด้วยกันดีไหมหนอ
หยิบขึ้นมาเตรียมจะใส่รวมกับของตนและของพ่อ กลับพลันยั้งมือราวกับว่ายังไม่ควร ชุดสวยงามแบบนี้น่าจะซักมือดีกว่าไหม
เมื่อคล้ายตัดสินใจไม่ได้ หญิงสาวพี่เลี้ยงจึงวางตะกร้าหวายที่ยังใส่ชุดของลอริสลงที่เดิม
“หรือควรมอบให้น้าไหวช่วยซักดีไหมนะ ฉันไม่กล้าซักเองเสียด้วยสิ” สุรีย์รัตน์เริ่มลังเลอยากหาผู้ช่วย บางทีน้าสาวซึ่งเป็น้องเกิดต่างมารดาอาจดูแลได้ดีกว่า หากจะซักมือกับชุดสวยที่ไม่คุ้นเคยเช่นนี้ ต้องยกให้คนตัดชุดมืออาชีพจึงจะดีที่สุด
“ฉันมือหนักเสียด้วย แล้วหากซักเองชุดอาจเสียหาย ลอริสอาจเสียใจแล้วฉันก็คงรู้สึกผิด” สุรีย์รัตน์ใคร่ครวญชั่วครู่ ก่อนตัดสินใจหยิบตะกร้าหวายพร้อมชุดสวยเดินออกนอกบ้าน
“ในบ้านเหลือลอริสคนเดียว อย่าเพิ่งเหงานะ เดี๋ยวฉันกลับมา...” พี่เลี้ยงสาวรำพันห่วงใย
ย่างก้าวผ่านเรือนเคียงแค่สามหลังก็ถึงบ้านของน้าไสว บ้านดูไม่ใหญ่ไม่โตขนาดเหมาะอยู่คนเดียวสบาย เรือนปูนปลูกใหม่หลังงามทาสีฟ้าครามสะดุดตา
“อยู่ไหมคะ น้าไหว... น้ำมาหานะคะ มีเื่อยากให้ช่วยค่ะ” หญิงสาวชุดนอนลายทางเรียกพบคนในบ้าน ไม่นานประตูจึงเปิดออกพร้อมหญิงร่างท้วมยิ้มต้อนรับ
“มีผ้าอยากให้ช่วยตัดหรือช่วยซักหรอ น้องน้ำ...” น้าไสวทักทายเมื่อพบหลานรักยกมือไหว้ สุรีย์รัตน์ยื่นส่งตะกร้าหวายให้พลางบอก “รบกวนหน่อยนะคะ หนูไม่กล้าซักเอง”
“ได้สิ น้าจะซักให้อย่างดีเลย น้ามือเบา ถนอมสุด ๆ” น้าไสวหยิบผ้าจากตะกร้าอย่างระวัง แถมยังชอบพิจารณาดูว่าเนื้อผ้าเป็แบบไหนตัดเย็บอย่างไร พอได้เห็นชุดจากต่างประเทศชวนสุดแปลกตาจึงอุทาน
“ชุดอะไรนี่ สวยจังเลย น้ำซื้อจากไหนหรอ...”
สาววัยรุ่นสิบแปดรีบปฏิเสธ “ไม่ใช่ของหนูหรอกค่ะ ของสาวฝรั่งค่ะ... ชุดมาจากรัสเซีย เ้าของเป็เป็สาวชาวรัสเซียน่ะค่ะ”
“สาวรัสเซียหรอ เป็ฝรั่งหรอ...” น้าไสวพลันประหลาดใจจนเบิกตาโต “ฝรั่งนี่ คือผมสีทอง สีน้ำตาล ผิวขาว ๆ น่ะหรอ...”
“ใช่ค่ะ แบบนั้นเลย” สุรีย์รัตน์ตอบมั่นใจ
“แล้วเ้าตัวอยู่ไหนไม่เห็นมาด้วยเลย” น้าไสวถามไถ่ใจก็อยากจะรู้
“นอนอยู่บนบ้านน่ะค่ะ พอดีว่า... สาวรัสเซียคนนี้รอพ่อแม่จากต่างประเทศมาหลายวัน เลยให้มาพักพิงที่นี่ก่อนจนกว่าจะพบพ่อแม่หรือญาติน่ะค่ะ” หญิงสาวพรรณนาเท่าที่ตนพอจะทราบ
น้าไสวเริ่มแปลกใจ อยู่ดี ๆ มีคนจากต่างประเทศมาพักที่บ้านพี่เขยฟังดูชอบกลอยู่หรอก “รู้จักกันมาก่อนหรอ ถึงให้พามาพัก”
หญิงสาวชุดนอนลายทางได้แต่ก้มหน้า “ถ้าเล่าเื่มันยาวน่ะค่ะ”
“ไม่เป็ไร ไม่ต้องเล่าหรอก ไว้น้าแวะไปหา่เที่ยง ๆ บ่าย ๆ นะ”
ฟังน้ำเสียงจากน้าไสวช่างเป็คนง่าย ๆ สบาย ๆ อัธยาศัยดีไม่ค่อยจู้จี้เซ้าซี้ สุรีย์รัตน์ยิ้มแย้มพลางยกมือไหว้ขอบคุณ ก่อนเดินกลับมาเพื่อสานภารกิจอีกอย่างที่ลืมไม่ได้
“ลอริส... จะตื่นหรือยังนะ เข้าไปดูสักหน่อย”
ก้าวขึ้นชั้นบนบ้านจนถึงหน้าประตูห้องนอน พลันเห็นหญิงสาวผมสีน้ำตาลนั่งนิ่งหย่อนขาที่ขอบเตียง ชุดนอนยาวสีขาวคลุมเท้าช่างน่าหลงใหลดุจนางฟ้า
เมื่อได้เห็นชุดคลุมยาวแขนยาวจั๊มดั่งชุดคุณหนู มองทีไรก็คล้ายสาวสวยมีฐานะหรือคนสกุลสูงศักดิ์ เพียงแต่ ยังมีความจริงที่พี่เลี้ยงสาวต้องตระหนัก บัดนี้หญิงสาวตุ๊กตาผู้นี้ต้องกำพร้าพ่อแม่เสียแล้ว
ลอริสก้มหน้านิ่งสงบเสงี่ยม พอได้ยินว่ามีคนย่างเยือนเข้าใกล้จึงรับรู้ ค่อยเงยหน้าสบมองเคล้าประกายตาอย่างคนซื่อ
“กู๊ด มอร์นิ่ง... ลอริส...” สุรีย์รัตน์โปรยคำหวานทักทาย
ไม่ทันคาดคิดกลับได้ยินวาจาละเมียด แม้ไร้แย้มยิ้มใดทั้งยังเป็คำใหม่ที่ไม่รู้ความหมาย
“ซดราสท์ วุย ถิ / Здравствуйте” ลอริสลุกยืนพร้อมก้มผงกเล็กน้อย แววตาละมุนทอดมองพี่เลี้ยงผู้ใส่ใจ
สุรีย์รัตน์ผลิแย้มเคล้างงงวย สีหน้าไม่รู้จะปั้นอารมณ์ไหนดี โชคยังช่วยที่เบิกยิ้มออกมาได้ทัน หวังแต่เพียงเช้านี้คงไม่ทำให้อีกฝ่ายรู้สึกแย่
แต่ก็เริ่มแน่ใจอย่างที่แอบคิดไว้ หญิงสาวตุ๊กตาผู้นี้ดูเหมือนโกรธใครไม่เป็ด้วยซ้ำ สายตาที่มีแต่ดูซื่อ ๆ ทั้งสีหน้าแสดงยังเศร้าหม่นในบางที
เมื่อคิดได้จึงอยากใส่ใจให้สมเป็พี่เลี้ยง แม้เพิ่งรู้จักกันก็อยากจะดูแลตราบนานเท่านาน อยากถนอมชีวิตอยากมอบความอบอุ่นให้มากที่สุด
ลอริสเริ่มขยับมือคล้ายอยากจูงอีกมือของพี่เลี้ยง เพียงชั่วอึดใจเดียวดั่งเริ่มเฉลย สองเท้าหญิงฝรั่งก้าวจูงออกนำมุ่งยังหน้าห้องน้ำ
สาววัยสิบแปดกลับมาฉายสีหน้างวยงงเหมือนเก่า ยังแปลความหมายจากลอริสไม่ออก จึงลองเอ่ยคำพูดอังกฤษง่าย ๆ “ดู ยู ว้อนท์ ทู เทก อะ บ๊าธ”
เสียงตอบกลับยังละมุนหวานไม่เปลี่ยน “ด๊า...”
ลอริสก้มผงกเล็กน้อยอย่างคนซื่อ สุรีย์รัตน์จึงผลิยิ้มแล้วผายมือเชิญ
พอสองสาวก้าวเท้าเข้ามาในห้องน้ำ ฝ่ายพี่เลี้ยงมองอ่างล้างหน้าพลันระลึกถึงอีกสิ่ง ดูเหมือนเช้านี้ตนจะลืมแปรงฟัน
แต่ซ้ำร้ายกลับยิ่งตื่นใจนหน้าชา เมื่อคืนไม่ได้จัดแปรงใหม่และยาสีฟันให้ลอริส พะวงยกใหญ่ทำไมบกพร่องหน้าที่ พี่เลี้ยงแบบนี้มันน่าสมควรตาย
สุรีย์รัตน์ควานหาแปรงใหม่บนชั้นวาง กระทั่งพบห่อบรรจุภัณฑ์ที่ยังไม่ได้แกะ โชคดีที่ซื้อมาสำรองเตรียมจะเปลี่ยนอีกไม่นาน จึงถือโอกาสยกให้ลอริสใช้ส่วนตัวเสียเลย
“ฉันขอโทษ ฉันลืมของสำคัญได้ไงกัน ขอโทษ ขอโทษจริง ๆ ไอ แอม ซอร์รี่...” สุรีย์รัตน์ก้มผงกศีรษะหลายรอบ บกพร่องหน้าที่พี่เลี้ยงช่างไม่น่าให้อภัยเลย
แต่แล้วหญิงสาวผมสีน้ำตาลกลับก้มผงกเช่นกัน ไม่รู้ว่าสื่อความหมายอันใด หรืออยากจะบอกว่าอย่าได้เป็กังวลเลย
พี่เลี้ยงใจดีแกะห่อแปรงสีฟันด้ามใหม่ ทั้งบริการหยิบหลอดยาสีฟันก่อนส่งยื่นทั้งสองใส่มือลอริส ที่เหลือจึงปล่อยให้หญิงสาวรัสเซียจัดการธุระส่วนตัวตามลำพังอย่างเมื่อคืน
ประตูห้องน้ำผนึกไว้แต่ไม่ได้ล็อกเช่นเดิม ห่วงใยไม่ห่างว่าอาจเกิดอุบัติเหตุเช่นลื่นล้ม ถ้าเกิดเป็อะไรไปยังเปิดช่วยเหลือได้ทัน
สาววัยสิบแปดเดินกลับมานั่งบนเตียง ธุระส่วนตัวถ้าไม่นับเื่ลืมแปรงฟันก็จัดการหมดแล้วเมื่อชั่วโมงก่อน รอเพียงลอริสเสร็จธุระจึงค่อยพาลงไปแล้วจัดมื้อเช้าให้
เช้านี้ลอริสทำธุระส่วนตัวหลายอย่าง อยู่ในห้องน้ำนานเกือบชั่วโมง แต่พอฟังยังได้ยินเสียงฝักบัวซู่ซ่า สารพัดเสียงทำธุระมากมายเหมือนที่คนทั่วไปก็ทำกัน ได้ยินเมื่อใดก็พออุ่นใจได้ว่าไม่เกิดเหตุร้ายในห้องนั้น
แรกเห็นเมื่อลอริสเดินออกมาจากห้องน้ำ กลายเป็ชุดภายในที่สวมกางเกงเอวยืดขายาวสีขาวซ้อนทับเสื้อ ผมเผ้ายุ่งเล็กน้อยและเปียกพอหมาด ๆ ช่างเหมือนเมื่อคืนไม่มีผิด
มือข้างหนึ่งถือชุดกระโปรงคลุมยาวตัวเดิม แต่ที่เพิ่มเติมคือมีกิ๊บโบผ้าขาวติดมือมาด้วย
ลอริสวางประดับผมลงที่เตียง จากนั้นจึงเริ่มสวมเดรสยาวสีขาวตัวเดิมอย่างเมื่อคืน พี่เลี้ยงก็อดที่จะประคองร่างนุ่มนิ่มไม่ได้ หวั่นเกรงเหลือเกินว่าอาจจะพลาดล้ม ห่วงใยด้วยใจจริงจนอยากทะนุถนอมสุดชีวิต
ส่วนใหญ่หญิงสาวฝรั่งจัดแจงแต่งตัวด้วยตนเอง แต่พอมีพี่เลี้ยงช่วยกลับไม่เคยแสดงอาการรำคาญหรือรังเกียจ ยินดีให้ทำให้ช่วยตามแต่ใจปรารถนา ส่วนพี่เลี้ยงสาวก็ไม่ได้บีบบังคับเท่าใด หลายครั้งยังเว้นช่องว่างการดูแลและให้อิสระ
นั่งเคียงกันบนเตียงแล้วสบตา สุรีย์รัตน์รำพันหวานอังกฤษปนไทย “ยู อาร์ เลิฟลี่... ตาสวยจังเลย”
สองมือนวลจากสาวรัสเซียประคองมือหนึ่งของพี่เลี้ยง บ่งบอกรู้สึกว่าคงอบอุ่นหัวใจยามได้รับดูแล สุรีย์รัตน์จึงลูบศีรษะแ่เบาก่อนจะเอื้อมหยิบหวีสีชมพูแล้วสางผมให้
หวีจนผมเรียบสวยงดงาม ผมสีน้ำตาลหยักเป็ลอนเล็กน้อย ทิ้งตัวแนบแผ่นหลังดุจดั่งนางฟ้า
ลอริสหยิบกิ๊บโบผ้าขาวข้างกายแล้วกลัดผมเหนือศีรษะ ดูช่างน่ารักน่าเอ็นดูเหมือนคืนแรกพบ
จังหวะที่สุรีย์รัตน์สบมองตุ๊กตารัสเซียแต่งโฉมเสร็จ กลับไหวหวั่นสั่นรัวกลางใจเมื่อมีสองมือนุ่มค่อยแตะเอวอรชร
ไม่มีความหมายอื่นให้คาดเดา สาวสวยจากรัสเซียสวมกอดพี่เลี้ยงแล้วซบไหล่ สุรีย์รัตน์ที่เริ่มเอียงอายไหนเลยจะไม่รู้สึก มือสั่นเล็กน้อยคอยโอบเอวนุ่มของสาวฝรั่งแล้วซบหน้าตอบรับ
ลอริสอยากกอดพี่เลี้ยงเองหรือนี่... อ้อมกอดแรกที่แสนประทับใจ...
ไม่ได้ร้องไห้แต่กลับสุดตื้นตัน สาววัยสิบแปดยิ้มหวานแสนฉ่ำชื่นหัวใจ
เมื่อเริ่มคลายสวมกอดต่อกัน พี่เลี้ยงจึงสบมองดวงตาสีครามสดใสอีกครั้งแล้วลูบศีรษะแ่ละมุน
สองร่างต่างเชื้อชาติจูงประคองเคียงเดินลงบันได สุรีย์รัตน์พาเชิญลอริสนั่งลงบนเก้าอี้นวมสีไข่อย่างเมื่อคืน เข้าครัวแล้วตระเตรียมอาหารเช้าแบบฝรั่ง
พี่เลี้ยงวางจานสลัดผัก แซนด์วิชทูน่า และแก้วน้ำส้มคั้นบนโต๊ะเล็ก แล้วเลื่อนจากมุมผนังเข้าหาเก้าอี้นวม ทำเหมือนเมื่อคืนที่เสิร์ฟนมสดและน้ำเปล่า
“เล็ทส์ แฮฟ เบรกฟาสต์ นะคะ” สุรีย์รัตน์พูดไปเขินไป ไทยปนฝรั่งอย่างคนติดตลก แต่หวังเพียงสื่อสารให้ลอริสเข้าใจ
เสียงตอบรับที่เริ่มจะคุ้นเคย เสียงหวานจับใจสมเป็สาวน่ารักดั่งตุ๊กตา “สปาซิบะ...” ทำเอาสาววัยสิบแปดยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อยู่นาน
ลอริสก็คล้ายได้กำลังใจจากพี่เลี้ยง แม้รับประทานสลัดไม่หมดจาน บางทีร่างกายอาจไม่ชินที่พักอาศัยใหม่ แต่ผู้มอบให้กลับไม่ได้กังวลเท่าใด
เสิร์ฟยาตามฉลากที่ระบุไม่ขาดตก หวังเพียงลอริสแข็งแรงทุกวันคืน โชคดีที่ไม่ใช่คนรับประทานยายาก ภารกิจนี้จึงผ่านแสนง่ายดาย
สุรีย์รัตน์นอนคว่ำบนพื้นอ่านหนังสือสอบแสนเบื่อ อยากพักให้หายเซ็งจึงเงยหน้ามองร่างสาวฝรั่งนั่งเก้าอี้นวม อยากสบตาสีครามคู่งามที่อีกฝ่ายก็มองมาอย่างแสนซื่อเช่นกัน
“ตาสวยจัง ชอบจังเลย เลิฟลี่...” พี่เลี้ยงสาวเคลิบเคลิ้มใจแล้วก้มอ่านหนังสือต่อ
ระหว่างมื้อก็คือการเสิร์ฟน้ำเปล่า มื้อกลางวันก็ยังเป็สลัดผัก เพิ่มเติมคือแฮมแสนอร่อย มื้อถัดมาลอริสก็เริ่มเจริญอาหารบ้างแล้ว
จนบ่ายโมงมีคนคุ้นเคยแวะเยือนถึงหน้าบ้าน สุรีย์รัตน์เลื่อนประตูกระจกต้อนรับแล้วยกมือไหว้ สีหน้าทั้งแย้มรวยรินทั้งประหลาดใจ
“พ่อกลับมาแล้ว แต่ไหงไม่กลับมาเย็นเลยล่ะคะ”
“รถจอดนอกรั้ว พ่อเอาของมาให้ลูกน่ะ” ชายวัยสี่สิบยิ้มกรุ้มกริ่ม ในมือหิ้วถุงกระดาษใบใหญ่ ข้างในใส่เสื้อผ้าหลายชุดแยกห่อถุงพลาสติกใส
“เอ... หรือพ่อกลบเกลื่อนคะ ที่จริงพ่ออยากมาดูตุ๊กตารัสเซียใช่ไหมคะ หนูรู้นะคะ” สุรีย์รัตน์ยิ้มพลางหลับตาข้างหนึ่ง แถมดักถามลองใจพ่อที่อาจเห่อสมาชิกใหม่ในบ้านแม้อาจแค่ชั่วคราว
“อะไรของลูกนี่ ฮ่า ๆ” เกริกไกรเขินพลางเกาหัว “พ่ออ่านเพจแล้วนะ ตื่นแต่เช้าห่วงพ่อเลยนะลูก”
สุรีย์รัตน์ตอบอย่างซื่อ ๆ “ก็หนูกลัวพ่อไม่รู้น่ะค่ะว่าหนูทำหน้าที่ได้ดีไหม แฮ่ะ ๆ”
ชายวัยสี่สิบเดินเข้ามาส่วนในห้องกระจก มองหญิงสาวฝรั่งนั่งนิ่งบนเก้าอี้นวมอย่างเมื่อคืน อากัปกิริยาเคยน่ารักน่าเอ็นดูอย่างไร วันนี้ก็ยังคงเป็เช่นนั้นไม่แปรเปลี่ยน
“หนูเสิร์ฟยาตามที่หมอระบุ จัดหาอาหารให้แล้วไม่ต้องห่วงนะคะ เช้าน้องกินสลัดกับแซนด์วิช แต่ทานไม่ได้มาก กลางวันก็ทานสลัดต่อแต่เพิ่มแฮมลวก ดูแล้วน้องชอบทานสลัดค่ะ หนูก็ทำน้ำส้มคั้นให้แก้วนึง เห็นส้มแช่เย็นเหลือสามลูกเลยเอามาคั้น”
“เก่งจัง น้ำลูกพ่อ เดี๋ยวเย็นพ่อลองซื้อปลานึ่ง เผื่อน้องลอริสจะชอบ ทานปลาดีต่อสุขภาพแน่นอน”
สุรีย์รัตน์ยิ้มยินดี สายตาพลางเลื่อนไปมองถุงกระดาษที่พ่อยังหิ้วไม่ยอมวางเสียที
“อะไรน่ะพ่อคะ” ลูกสาวอยากรู้จนตัวสั่น
“เสื้อผ้าน่ะ” พ่อตอบทื่อ ๆ
ลูกสาวมองตาเขม็งยังถุงเป้าหมาย “ของหนูแน่เลย เห็นแวบ ๆ ไม่ต้องแอบนะคะพ่อ ฮ่า ๆ”
“เฮ้อ.. ลูกคนนี้นี่เนอะ ชุดนอนสวย ๆ หญิง ๆ ไม่ใส่ ใส่ชุดนอนผู้ชายมันซะงั้น” พ่อตอบอย่างคนยอมแพ้
“ก็หนูชอบนี่คะพ่อ” ว่าแล้วจึงขอถือวิสาสะหยิบถุงจากมือพ่อ เปิดถุงแล้วหยิบห่อชุดนอนที่นับแล้วมีถึงแปดชุด
“ว้าว... ชุดนอนจริง ๆ ด้วย ลายทาง ขาว ฟ้าคราม ขาว ม่วง หนูล่ะช้อบชอบ” ลูกสาวพอได้ของใหม่พลันดีใจยกใหญ่
“เชิญดูตามสบายนะลูก พ่อซื้อแต่ไซซ์บิ๊ก ๆ มาให้สมใจอยากเลย”
สุรีย์รัตน์ยิ้มแก้มปริไม่มีหุบ “แต่ละตัวนี่เป็เบอร์เอกซ์เอกซ์แอลเลยค่ะ ตรงใจหนูเลย อยากใส่ใหญ่ ๆ ขาพอง ๆ พลิ้ว ๆ”
“ไม่กลัวคนหาว่าบ้าหรอลูก” พ่อเริ่มใส่มุกตลก
“หนูไม่แคร์ค่า... หนูชอบ... ชอบที่สุดเลย” ลูกสาวกลับยิ่งสนองจนพ่อต่อมุกไม่ถูก
“เก็บเยอะ ๆ ใส่ยันแก่เลยนะลูก” เกริกไกรเริ่มใส่มุกไม้ตาย
“ดีเลยค่ะพ่อ หนูจะใส่ยันอายุหกสิบไปเลย ฮ่า ๆ” ลูกสาวก็หาได้ยอมแพ้ไม่ “ถ้ารวมกันกับในห้องหนู คงยิ่งเยอะเป็กองูเาแน่ค่ะ ใส่เข้าลิ้นชักจะไม่พอแล้ว”
พ่อเริ่มงัดมุกไม้ตายใหม่ “ถ้าเยอะกองเป็ูเาแล้วจะหาที่นอนไหนให้ลอริสนอนล่ะลูก”
“ไม่ต้องห่วงค่ะ พ่อคะ” สุรีย์รัตน์ยังรับมุกได้อีก “ที่นอนจะไม่ถูกรบกวนจากชุดนอนของลูกสาวบ้า ๆ บ๊อง ๆ คนนี้แน่นอนค่ะ ลอริสจะได้นอนสบาย ๆ เหมือนเดิมค่ะ เมื่อคืนหลับกันสบาย น้องหลับปุ๋ยเลย”
“ได้ยินแบบนี้พ่อก็อุ่นใจนะ น้ำเป็พี่เลี้ยงให้ลอริสดีมากเลย” ชายวัยสี่สิบขอยิ้มยอมแพ้แต่รู้สึกคุยสนุก ทั้งอดเชยชมฝีมือลูกสาวไม่ได้
“ขอบคุณค่ะพ่อ ว่าแต่ พ่อคะ ชุดนอนซื้อมาให้หนูตั้งแปดชุด ไม่หมดเงินไปเยอะหรอคะ”
“สี่ร้อยบาทเอง รวมกัน ชุดละห้าสิบ ร้านขายหน้าที่ทำงานพ่อเอามาเลหลัง” เกริกไกรเล่าถึงความโชคดีที่ได้ซื้อ “พ่อก็เลยคัด ๆ แต่ไซส์ใหญ่สุดเพื่อน้ำไง เห็นว่าไม่แพง น้ำก็ชอบด้วย ถ้าอะไรที่ทำให้น้ำมีความสุข พ่อก็ทำเพื่อน้ำได้เสมอนะ เช่นชุดนอนที่น้ำอยากใส่ยันแก่ไง ฮ่า ๆ”
“โอ๊ย ดีใจ พ่อหนูน่ารักมาก พูดซะหนูซาบซึ้งเลย ขอบคุณนะคะพ่อ ชุดไม่แพงด้วยค่ะ”
สุรีย์รัตน์เบิกแววตาใสซึ้งอยู่ดี ๆ เกริกไกรกลับขอแซวอีกรอบ “ลูกคนนี้นี่เนอะ ใส่อะไรก็ ขาพอง ๆ แปลกคนดีแท้”
“ก็พอง ๆ มันใส่สบาย ๆ ดูสวยดีออกค่ะ พ่อคะ” ลูกสาวขอเอ่ยชมตนเองก่อนเริ่มเล่าถึงความน่ารักอีกเื่ “แต่ว่า... ไม่ใช่แค่หนูนะคะ... น้องลอริส ก็ใส่กางเกงขาพอง ๆ พลิ้ว ๆ ด้วยนะคะ”
“อะไรนะลูก...” พ่อเริ่มตีสีหน้างวยงง “เห็นน้องใส่แต่เดรสนี่นา”
“เดรสคลุมมิดตัวน้องค่ะ... ข้างในเป็เสื้อขาวท่อนบนและกางเกงขาวขาพอง ๆ ขากว้างกว่าชุดนอนหนูหน่อยนึงด้วยค่ะ น้องใส่กางเกงเอวสูงทับเสื้อด้วยนะคะ เรียบร้อยสุด ๆ เลยค่ะ” สุรีย์รัตน์ยิ้มไปสาธยายไป
เกริกไกรสงสัยอยากรู้อยากเห็น แต่ก็ทำได้แค่หันมาสบมองตุ๊กตารัสเซียที่นั่งนิ่งอย่างคุณหนู ชุดเดรสขาวยาวคลุมร่างมิดจนไม่รู้แม้ชุดย่อยภายในที่สวมใส่อยู่
คงทำได้แต่จินตนาการ กางเกงผ้าขาวผ่องขายาวพองพลิ้ว ภายใต้ชุดคลุมยาวแขนยาวจั๊มช่างนุ่มนิ่มน่ารัก
“มองไม่เห็นอะลูก พ่อไร้วาสนา ฮ่า ๆ” เกริกไกรจนใจได้แต่เกาหัว
ลูกสาวช่วยปลอบ “เอาน่า พ่อ หนูก็เล่าแทนให้แล้วกันนะคะ”
จังหวะเหมือนหญิงสาวฝรั่งอยากจะลุกจากเก้าอี้ เกริกไกรไม่ทันเข้าไปประคอง ลอริสก้มผงกเล็กน้อยแล้วเอ่ยคำเสียงหวาน
“ซดราสท์ วุย ถิ”
พ่อเริ่มเบิกสีหน้างงงัน แต่พอนึกได้ทันจึงยิ้มแย้มตอบรับ ทั้งที่ไม่รู้คำที่ได้ยินแปลว่าอะไร
สมองเริ่มสับสนจึงหันไปทางลูกสาว “เอ่อ น้ำ ลูกพอทราบความหมายไหม”
-ยังไม่จบตอน-