“ไป๋หลัน!” หลี่ิอุทานออกมาอย่างประหลาดใจ เขาหยุดยืน หัวใจเต้นสะท้านอย่างไม่คาดฝันว่าจะได้พบหญิงสาวนางนี้อีกครั้ง ที่แท้นางคือไป๋หลัน ผู้เคยช่วยชีวิตเขาไว้เมื่อไม่นานมานี้เอง
อีกฝ่ายเองก็จำเขาได้ทันที “หลี่ิ!” ไป๋หลันส่งเสียงเบาๆ ด้วยความแปลกใจระคนยินดี นางก้าวเข้ามาใกล้ “าเ็หรือไม่? แล้วคนที่ท่านอุ้มคือ…” น้ำเสียงของนางเต็มไปด้วยความห่วงใย ขณะที่สายตาก็จับจ้องไปยังใบหน้าซีดเผือดของแม่นมในอ้อมแขนเขา
“แม่นมของข้าได้รับพิษน่ะ” หลี่ิตอบตามตรง สุ้มเสียงสั่นไหวด้วยความกังวล “ตอนนี้ข้ากำลังรีบพานางกลับเรือนลับของข้า เพื่อปรุงยารักษาโดยด่วน”
แววตาของไป๋หลันฉายความเห็นใจ นางมองดูหลี่ิอย่างชื่นชมลึกๆ ที่เขาทุ่มเทเพื่อหญิงชราผู้นี้ “ให้ข้าช่วยอะไรได้หรือไม่?” นางถาม พลางเอื้อมมือมาแตะแขนเขาเบาๆ อย่างปลอบโยน
ััแ่เบานั้นส่งผ่านความอบอุ่นใจอย่างประหลาด หลี่ิชำเลืองมองใบหน้าอันงดงามของไป๋หลันภายใต้เงาจันทร์ นางช่างอ่อนโยนและงามพิสุทธิ์ จิตใจเขาที่กำลังร้อนรุ่มด้วยห่วงใยกลับสงบลงเล็กน้อย “ขอบน้ำใจแม่นางไป๋หลันมาก” เขายิ้มบางๆ แม้สถานการณ์จะคับขัน “แต่ยามนี้ข้าต้องรีบพาแม่นมกลับจริงๆ เกรงว่าจะรั้งรอไม่ได้”
ไป๋หลันพยักหน้าเข้าใจ นางลูบแขนหลี่ิเบาๆ อีกครั้ง “ถ้าเช่นนั้นข้าจะไม่รั้งท่าน แต่ก่อนอื่น…” นางเม้มริมฝีปาก คล้ายตัดสินใจบางอย่าง “หลี่ิ ข้ามีเื่หนึ่งที่มาที่นี่เช่นกัน ถือว่าโชคชะตานำพาที่เราได้พบ”
หลี่ิชะงักเล็กน้อย เห็นประกายทุกข์ร้อนในดวงตาของนาง “มีสิ่งใดหรือ? หากข้าพอช่วยได้…” เขาถามอย่างใส่ใจ ทั้งที่ยังอุ้มแม่นมไว้แนบอก
“ข้ากำลังตามหาท่านหมอภูติ” ไป๋หลันเอ่ยออกมาในที่สุด “เพื่อขอซื้อ ยาล้างไขกระดูกล้างพิษ ให้กับน้องชายของข้า ตอนนี้เขาอาการใกล้ตายเพราะพิษสะสมในร่าง หลายหมอยาก็รักษาไม่ได้ จึงเหลือความหวังสุดท้ายคือตามหาหมอภูติที่ร่ำลือกันว่ามียาวิเศษนี้” น้ำเสียงของนางเต็มไปด้วยความร้อนใจ ขณะที่มือบางกำแน่นอยู่ข้างตัว สะท้อนถึงความกังวลลึกสุดหัวใจ
หลี่ิได้ยินดังนั้น หัวใจอดสะท้อนสะท้านมิได้ เขารู้ดีว่ายาล้างไขกระดูกล้างพิษเป็โอสถหายากเพียงใด เพราะแท้จริงแล้ว…มันก็คือหนึ่งในตำรับยาของเขาเอง ชายหนุ่มนิ่งคิดเพียงครู่ก่อนตัดสินใจแน่วแน่ พลันเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล “อาการน้องชายแม่นางไป๋หลันเป็เช่นไรหรือ?”
ไป๋หลันเห็นหลี่ิมีท่าทีสนใจ ใจก็พลันเกิดความหวัง นางรีบอธิบาย “น้องชายข้าถูกพิษหนอนร้ายกัดกินมานานปี พิษแทรกซึมลึกถึงกระดูกไขสันหลัง ร่างกายซูบซีดไร้เรี่ยวแรง สิ้นสติไปหลายวันแล้ว หากไม่ได้ยาล้างไขกระดูกล้างพิษในเร็ววัน เกรงว่าคง…” นางไม่กล้ากล่าวคำที่เหลือออกมา ดวงตารื้นไปด้วยน้ำตาเมื่อนึกถึงความตายที่คืบคลานสู่ชีวิตของน้องชาย
หลี่ิพยักหน้าเข้าใจ อาการเช่นนี้ตรงกับสรรพคุณของยาล้างไขกระดูกล้างพิษโดยแท้ เขาล้วงมือไปในอกเสื้อ หยิบขวดหยกสีเขียวอ่อนเล็กๆ ออกมา ขวดนั้นสลักลายเมฆหมอกประณีต ด้านในมีของเหลวใสบริสุทธิ์ข้นดั่งน้ำผึ้งบรรจุอยู่ครึ่งขวด “แม่นางไป๋หลัน ข้ามียาล้างไขกระดูกล้างพิษอยู่ที่นี่” เขากล่าวเรียบๆ แล้วส่งขวดหยกในมือให้ไป๋หลัน
ดวงตาของไป๋หลันเบิกกว้าง นางจ้องมองขวดหยกในมือหลี่ิราวกับไม่เชื่อสายตา “ท่าน…มีจริงๆ หรือ?” เสียงของนางแ่เบา ทั้งตกตะลึงและยินดี “หลี่ิ ท่านไปได้ยาวิเศษนี้มาจากที่ใดหรือ?”
ชายหนุ่มยิ้มบางๆ แต่ไม่ได้ตอบคำถามนั้นโดยตรง “รับไว้เถิด เราไม่มีเวลามากนัก ยานี้ให้ดื่มครั้งละครึ่งถ้วยชา แล้วนำส่วนที่เหลือละลายในน้ำอุ่นสำหรับแช่ร่างเขาวันละหนึ่งชั่วยาม ทำเช่นนี้ต่อเนื่องเจ็ดวันเจ็ดคืน” เขาบอกวิธีใช้อย่างละเอียด “จงทำตามที่ข้ากล่าวทุกประการ อย่าได้ขาดตกบกพร่อง มิเช่นนั้นพิษอาจกำเริบขึ้นมาอีก” น้ำเสียงของเขาเด็ดขาดจริงจัง แววตาสบกับไป๋หลันอย่างย้ำเตือน
ไป๋หลันรับขวดหยกนั้นมาด้วยมือที่ยังสั่นเทาเล็กน้อย นางรู้ว่ายาล้ำค่านี้คือความหวังเดียวของน้องชาย นางโค้งศีรษะให้อย่างซาบซึ้งใจ “ขอบคุณท่านยิ่งนัก หลี่ิ ท่านช่างมีพระคุณต่อข้าเหลือเกิน…” น้ำเสียงของนางสั่นเครือ น้ำตาหยดหนึ่งคลอหน่วยแต่ยังไม่ทันรินหล่น ดวงใจหญิงสาวเอ่อท้นไปด้วยความขอบคุณจนไม่อาจกล่าวคำใดได้มากกว่านั้น
“อย่าได้เกรงใจไปเลย” หลี่ิยกมือห้ามเมื่อเห็นนางทำท่าจะล้วงถุงเงินออกมา “ยานี้ข้ามอบให้โดยไม่คิดสิ่งตอบแทน”
“ไม่ได้หรอก ท่านให้ยาล้ำค่าเช่นนี้ ข้าย่อมต้องตอบแทน…” ไป๋หลันประท้วงทันที นางรู้ดีว่ายาวิเศษนี้มีค่ามากล้ำ หากจะซื้อหาจากหมอภูติก็คงต้องแลกด้วยทรัพย์มหาศาล นางไม่สบายใจหากต้องรับมาเปล่าๆ
หลี่ิส่ายหน้าช้าๆ ดวงตาอ่อนโยน “ถือเสียว่าข้าตอบแทนบุญคุณที่แม่นางเคยช่วยชีวิตข้าไว้คราวก่อนก็แล้วกัน” คำกล่าวนั้นเปี่ยมไปด้วยความจริงใจ ยามเอ่ยจบเขาย่อกายคารวะให้นางเล็กน้อยแสดงความนับถือ
ไป๋หลันชะงักงัน นางจดจำเหตุการณ์นั้นได้ดี วันที่นางได้ช่วยเหลือชายหนุ่มาเ็ผู้หนึ่งโดยไม่หวังสิ่งใดตอบแทน บัดนี้เขากลับยื่นมือช่วยชีวิตน้องชายของนางโดยไม่คิดค่าตอบแทนเช่นกัน ความตื้นตันและประหลาดใจผสมผสานในใจของไป๋หลัน “ที่แท้ท่านก็…” นางพึมพำเบาๆ เริ่มปะติดปะต่อเื่ราวได้ แม้หลี่ิจะไม่ได้เอ่ยออกมาตรงๆ แต่นางก็สงสัยว่าเขาผู้นี้อาจจะเป็หมอภูติในตำนานที่ตนตามหาอยู่จริงๆ เพราะผู้ใดเล่าจะพกพายาล้ำค่าเช่นนี้ติดตัวมาโดยมิใช่ผู้ปรุงยาเอง
“แม่นางไป๋หลัน อย่าได้กล่าวถึงสิ่งใดอื่นเลย รีบนำยานี้ไปช่วยน้องชายเถิด” หลี่ิเอ่ยเร่งเมื่อเห็นแววตาของนางเต็มไปด้วยคำถาม “ยิ่งใช้เร็วเท่าใด โอกาสที่พิษจะถูกกำจัดก็ยิ่งมากขึ้นเท่านั้น”
“เ้าค่ะ!” ไป๋หลันรวบรวมสติ รีบเก็บขวดยาใส่อกเสื้ออย่างทะนุถนอม นางจ้องมองหลี่ิด้วยสายตาซาบซึ้งใจเต็มเปี่ยม “หลี่ิ…บุญคุณครั้งนี้ข้าจะไม่มีวันลืม ขอบคุณจากใจจริง”