ณัฐธัญเปิดดูรายการอัปเกรดอีกครั้งคราวนี้ตั้งใจจะทดสอบว่าระบบทำงานอย่างไร สายตากวาดมองไล่ไปเรื่อย ๆ ของอย่างระบบรีไซเคิลน้ำ WSR ที่สามารถเปลี่ยนน้ำปัสสาวะหรือน้ำเสียเป็น้ำสะอาดมาใช้ใหม่ได้มีราคาอยู่ที่สี่ร้อยแต้มแต่ตอนนี้เขามีอยู่แค่ 420 แต้ม จึงอยากซื้อของเล็ก ๆ น้อย ๆทดสอบก่อน
ระหว่างที่เขากำลังขมวดคิ้วก็เพิ่งสังเกตเห็นว่ามีไอคอนเล็ก ๆ ที่อยู่ถัดจากรายการอัปเกรด
“มีหมวดหมู่อื่นด้วย..?”
ณัฐธัญประหลาดใจพอกดเข้าไปดูก็ต้องตะลึงงัน มันมีทั้งอาวุธ พันธุ์พืช เครื่องใช้ไฟฟ้า ของกินและอื่น ๆ อย่างของกินก็มีทั้งอาหารสดอาหารแปรรูป ของคาว ของหวาน และเครื่องดื่ม
“ชานมไข่มุกใส่วิปครีมแก้วละยี่สิบแต้มไม่เลว”
ณัฐธัญลองจิ้มสั่งดูระบบให้เลือกตำแหน่งวางว่าจะวางตรงส่วนไหนของรถ ซึ่งสะดวกมากเขาลองสั่งให้อยู่ในมือตัวเองหนึ่งแก้ว อีกสามแก้วอยู่ในตู้เย็นของรถบ้าน
แม้ว่าแปดสิบแต้มจะดูแพงแต่ผ่านไปหนึ่งชั่วโมงเขาก็จะได้แต้มคืนมา 240 แต้ม
ในไม่ช้าลำแสงสีฟ้าก็พุ่งเป็เส้นสายกลางอากาศก่อร่างเส้นพลังงานรูปทรงสามมิติอย่างกับภาพโฮโลแกรม พอสิ้นกระบวนการโฮโลแกรมนั้นก็เปลี่ยนเป็วัตถุจริง ชานมไข่มุกแท้ ๆ เย็นฉ่ำอยู่ในมือของเขา
ในแก้วมีช้อนหลอดสเตนเลสแถมมาให้พร้อมบนหน้าจอขึ้นคำอธิบายเสริมว่าหากซื้อถังขยะย่อยสลายพิเศษจะสามารถแปลงสเตนเลสและแก้วกลับคืนสู่อากาศได้ซึ่งราคาสี่ร้อยแต้มเหมือนกัน
เขาลองใช้ช้อนตักวิปครีมขึ้นมาชิมรสชาติเนียนนุ่มละลายในปาก หวานมันอย่างพอดี จากนั้นดูดชานมเข้าไปคำหนึ่งกลิ่นหอมของชาแท้ตีขึ้นจมูกผสมรสขมจาง ๆ กลมกลืนกับไข่มุกที่เหนียวหนึบ
“อร่อย..!”
ระหว่างที่เขากำลังเพลิดเพลินกับชานมไข่มุกเสียงของลีโอนีก็ดังขึ้น “นาธาน ให้พวกเราอาบน้ำแบบนี้ จะมีน้ำพอกินหรือ?”
ลีโอนีถามด้วยน้ำเสียงปกติแต่ประโยคนี้ทำเอาสะท้านไปทั้งรถ อลิเซียที่กำลังเช็ดผมอยู่ชะงักไป ใบหน้ายิ้มเจื่อนส่วนมาน็องถึงกับตัวสั่นเล็กน้อย แม้ว่าใบหน้าจะยังนิ่งเฉยแต่แววตาเหมือนอยากจะพูดว่า ฉันจะไม่ได้อาบน้ำหรือ?
ณัฐธัญก็ลืมปัญหาตรงนี้ไปเสียสนิทตอนนี้เขาอยู่ในโลกที่ล่มสลาย น้ำและอาหารควรจะหายาก หากเขาไม่ประหยัดน้ำอาจจะขาดน้ำตายก่อน
พอเห็นเขาเงียบมาน็องพูดเสียงแ่ว่า “ฉันไม่อาบก็ได้ค่ะ เราประหยัดน้ำไว้ดีกว่า”
แม้ว่าปากจะพูดอย่างนั้นแต่ณัฐธัญสังเกตเห็นแววตาเปียกชื้นที่เหมือนกำลังกลั้นน้ำตาร่างเล็กบางสั่นระริกไม่หยุด เขาเห็นแล้วอดสงสารไม่ได้ บอกว่า “ไม่เป็ไรอาบไปเถอะ”
ใช่ เพื่อแต้มความสุขของเขา..!
มาน็องพอได้ยินก็รีบเข้าห้องน้ำทันทีแม้ว่าเธอจะทำหน้านิ่งอยู่ตลอดเวลา แต่ณัฐธัญรู้สึกได้ว่าเธอกำลังเบิกบานใจ
ณัฐธัญได้บอกสองสาวอีกว่ามีชานมไข่มุกอยู่ในตู้เย็นสามารถดื่มได้ตามสบาย พอได้ยินเช่นนั้นสีหน้าของอลิเซียและลีโอนีก็เผยความยินดีที่ไม่คาดคิดเปิดตู้เย็นหยิบชานมไข่มุกออกมาคนละแก้วด้วยความตื่นเต้น
นับั้แ่โลกล่มสลายรัฐบาลทั่วโลกประกาศยุติบทบาท หน่วยงานต่าง ๆ พังครืนชีวิตของผู้คนกลายเป็การเอาตัวให้รอดในแต่ละวันจากที่เคยรับประทานอาหารวันละสามมื้อเหลือแค่สองมื้อ แถมยังเป็อาหารกระป๋องอาบน้ำก็ต้องใช้ผ้าเช็ดตัวชุบน้ำหมาด ๆ เช็ดเอา ยิ่งตอนที่ถูกจับตัวเป็ทาสชีวิตยิ่งเลวร้าย เพราะได้รับประทานอาหารเพียงวันละมื้อไม่มีกระทั่งน้ำใช้ล้างมือล้างหน้าด้วยซ้ำ
แต่วันนี้หลังจากที่หนีพ้นขุมนรกนั้นได้ก็ราวกับ์โปรด มีเสื้อผ้าให้ใส่ มีน้ำอุ่นให้อาบ มีชานมเย็น ๆ ให้ดื่มเป็ความหรูหราที่ต่อให้อยู่ในโซนเขตปลอดภัยก็ไม่มีทางได้รับ
เมื่อร่างกายรู้สึกผ่อนคลายพวกเธอจึงมองสำรวจรถบ้านอย่างสนอกสนใจ ภายในตกแต่งเรียบง่ายแต่ครบครันมีทั้งครัวเล็ก ๆ โซฟานุ่ม เตียงนอน้าห้องน้ำ ทุกอย่างสะอาดสะอ้าน
ขณะนั้นเองมาน็องก็อาบน้ำเสร็จพอดี เดินออกมาพร้อมกับเสื้อเชิ้ตสีขาวก่อนหน้านี้ณัฐธัญบอกว่าเสื้อผ้าที่อยู่ในตู้สามารถหยิบใช้ได้ตามสะดวกตอนนี้พวกเธอจึงใส่เสื้อผ้าของเขา และณัฐธัญสูงหนึ่งร้อยแปดสิบเิเชายเสื้อจึงยาวถึงต้นขา ปกปิดส่วนล่างได้พอดี โดยเฉพาะมาน็องที่สูงเพียงหนึ่งร้อยสี่สิบห้าเิเทำให้ชายเสื้อยาวเกือบถึงเข่า
มาน็องพอรู้ว่ามีชานมไข่มุกในตู้เย็นก็รีบปรี่เข้าไปเอาทันที ทั้งสองมือจับแก้วแแ่ราวกับเป็ของหวงแหนดูน่ารักน่าชังอย่างยิ่ง
“ว่าแต่พวกเราจะไปไหนกันต่อ..?”ณัฐธัญเอ่ยถามอีกครั้ง เขาไม่รู้รายละเอียดของโลกนี้ ไม่มีแผนที่ไม่มีข้อมูล ไม่มีแม้แต่เป้าหมาย ถ้าเป็ไปได้เขาอยากจะเข้าเมืองอย่างน้อยก็ขอเห็นโครงสร้างพื้นฐานสักนิดจะได้พอทำความเข้าใจว่าโลกนี้มีสภาพความเป็อยู่แบบใด
ลีโอนีย้อนถามกลับว่า“แล้วตอนแรกนายจะไปไหนล่ะ?”
ณัฐธัญขบคิดตอนแรกเขาจะไปน่าน แต่ตอนนี้ไม่มีน่านแล้ว จะบอกว่าตัวเองทะลุมิติมาก็ใช่เื่หลังจากพิจารณาอยู่พักหนึ่ง จึงตอบว่า “ตอนแรกก็จะไปเขตปลอดภัยโซนเจ็ดเหมือนกันแต่พอพวกเธอบอกว่ามันล่มสลายแล้ว ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะไปไหนต่อ”
ลีโอนีไม่ได้สงสัยอะไรมองไปรอบ ๆ พลางถามว่า “แล้วนายมีวิทยุหรือเปล่า?”
“มี”เขาตอบพลางเอื้อมมือเปิดเก๊ะหน้ารถแล้วหยิบวิทยุเครื่องเล็กออกมาส่งให้ลีโอนีมันเป็วิทยุพกพาขนาดประมาณฝ่ามือ ณัฐธัญเห็นว่าดีไซน์ออกแบบมันเก๋ดีจึงพกไว้ติดรถเล่น ๆ
ลีโอนีรับมาหมุนหาคลื่นอย่างชำนาญ ทุกคนในรถจึงเงียบ ได้ยินเพียงเสียง ซ่า ซ่า จากวิทยุเท่านั้น
ณัฐธัญไม่มีอะไรทำจึงหันกลับมาศึกษาระบบในรถต่อ ดูว่าจะสามารถซื้อหรืออัปเกรดอะไรได้บ้างแล้วสายตาของเขาก็สะดุดกับแถบระดับเลเวลของระบบ ตอนนี้อยู่ที่เลเวล 1 หากจะยกระดับเป็ เลเวล 2 ต้องใช้แต้มความสุขถึง 100,000 แต้ม หนึ่งแสนแต้มอาจคิดว่าได้แต้มวันละ 6,550 แต้มยี่สิบวันก็ครบแล้ว แต่เขาไม่รู้ว่าโลกนี้อันตรายมากน้อยเพียงใด หากไม่ค่อยอันตรายก็ดีไปแต่ถ้าอันตรายมาก เขาอาจรอดไม่ถึงยี่สิบวัน
ความไม่สะดวกอย่างเดียวของระบบคือมันอยู่เฉพาะในหน้าจอหน้ารถเท่านั้นหากจะใช้งานก็ต้องมานั่งข้างหน้า ไม่สามารถพกพาไปไหนมาไหนได้
ผ่านไประยะเวลาหนึ่งเสียงวิทยุก็ดังแทรกความเงียบ
“ประกาศจากศูนย์ช่วยเหลือผู้รอดชีวิต:ขณะนี้เขตปลอดภัยโซนเจ็ด—เมืองมันเดนลีถูกโจมตีและไม่สามารถอยู่อาศัยได้อีกต่อไปขอให้ผู้รอดชีวิตทุกท่านที่กำลังมุ่งหน้าไปเขตปลอดภัยโซนเจ็ดเปลี่ยนเส้นทางทันทีส่วนผู้ที่หลบหนีจากเขตปลอดภัยโซนเจ็ดได้ ขอแนะนำให้ย้ายไปเขตปลอดภัยโซนหนึ่ง—เมืองฟรอนโก เขตปลอดภัยโซนสอง—เมืองเทลเวีย หรือเขตปลอดภัยโซนแปด—เมืองนาร็อก ขอย้ำอีกครั้ง ขณะนี้เขตปลอดภัยโซนเจ็ด...”
เสียงประกาศจากวิทยุวนซ้ำไปมาอลิเซียกล่าวด้วยน้ำเสียงหมองหม่น “โซนเจ็ดแตกแล้วจริง ๆ ด้วย ั้แ่เกิดวันหายนะเขตปลอดภัยไม่เคยถูกโจมตีมาก่อน มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่...”
ลีโอนีสีหน้าเคร่งเครียดขึ้นกล่าวว่า “เราต้องหาข้อมูล ประกาศบอกว่าเมืองนาร็อกคือโซนแปด งั้นเราต้องไปหาข่าวที่นั่นว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่นาธาน ขับไปเมืองนาร็อก”
“อืม”ณัฐธัญพยักหน้ารับง่าย ๆ
ผ่านไปพักหนึ่งรถก็ยังจอดนิ่งอยู่ที่เดิม ลีโอนีขมวดคิ้ว ถามด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดเล็กน้อยว่า“ทำไมยังไม่ขับไปอีก”
เขาตอบ“แล้วเมืองนาร็อกมันอยู่ตรงไหน..?”
ลีโอนีแทบไม่เชื่อหู“นี่นายไม่รู้เส้นทางไปนาร็อก..!? แล้วรู้เส้นทางไปมันเดนลีได้ยังไง..?”
ณัฐธัญพยายามหาข้ออ้าง“ก็ปกติฉันใช้จีพีเอสนำทาง”
“ก็ใช้จีพีเอสนำทางไปนาร็อกสิ”
“วันสิ้นโลกจีพีเอสมันใช้ได้ที่ไหนกัน”ณัฐธัญตอบกลับ
ลีโอนีหรี่ตาสายตาราวกับจะมองร่างกายของเขาให้ทะลุ ประหนึ่ง้าจับผิดอะไรบางอย่างณัฐธัญหลั่งเหงื่อเย็นเยียบ ร้องในใจว่า ฉิบหายแล้ว..! เขารู้ว่ายิ่งพูดก็เหมือนยิ่งแถ
แต่ก่อนที่ลีโอนีจะซักไซ้ต่ออลิเซียก็พูดขึ้นว่า “ขับเลาะชายป่าไปทางตะวันออกเรื่อย ๆก็ถึงเมืองนาร็อกแล้วค่ะ”
“โอเค”ณัฐธัญรีบตอบ
แม้ว่าเขาจะไม่รู้ทิศแต่ก็ไม่คิดถามแล้ว เพราะอาจจะโดนสอบสวนหนักกว่าเดิม เขาเหล่มองดวงอาทิตย์ตอนนี้น่าจะบ่ายกว่า ดวงอาทิตย์เหลื่อมมาทางขวามือดังนั้นทางตะวันออกก็คงอยู่ทางซ้าย เขาจึงหมุนพวงมาลัยเลี้ยวรถไปทางซ้ายมือ
“เดี๋ยวฉันบอกทางเองเผื่อหลง” ลีโอนีคลานลอดช่องเข้ามานั่งข้างหน้า ณัฐธัญแอบเหล่มองน่าผิดหวังที่ลีโอนีนั่งเรียบร้อยดีแล้ว จึงไม่เห็นอะไร ทว่าลีโอนีราวกับรู้ทันส่งรอยยิ้มยียวนพร้อมกับบอกว่า “หมดโปรแล้ว พ่อคนลามก”
ณัฐธัญหน้าแดงจรดใบหูพยายามขับต่อไปโดยแสร้งทำเป็ไม่รู้เื่ แต่ในใจอยากจะซุกแผ่นดินหนี
ขณะนั้นเองเสียงใของลีโอนีก็ดังก้อง “แย่แล้ว พวกมันตามมา..!”
ณัฐธัญกำลังสงสัยว่าพวกไหนสายตาก็เหลือบไปทางกระจกข้างรถ ที่เส้นขอบฟ้าไกล ๆมีฝุ่นทรายสีน้ำตาลแดงคละคลุ้งเต็มไปหมดรถจิ๊บทหารเจ็ดแปดคันกำลังแล่นฝ่าฝุ่นทรายเข้ามาอย่างรวดเร็ว
“นี่นายขับเร็วกว่านี้ได้ไหม..? เดี๋ยวพวกนั้นก็ตามมาทันหรอก”ลีโอนีพูดอย่างเร่งร้อน เขาเองก็เหยียบคันเร่งจนสุดเท้าแล้วแต่รถของเขาไม่ได้ออกแบบมาให้วิ่งบนทะเลทรายเข็มบนหน้าปัดกำลังสั่นอยู่ที่เลขสี่สิบ
ลีโอนีพยายามวัดระยะคิดคำนวณในใจ พอเห็นว่าไม่น่าจะหนีทัน จึงขบกัดฟันพลางกล่าวว่า “นายมีปืนไหม?”
ณัฐธัญกำลังจะบอกว่าไม่มีแต่ฉุกคิดว่าหากพูดไปก็คงโดนสงสัยอีก เขาจึงบอกไปว่า “สักครู่” แล้วเอื้อมมือข้างขวาทำเป็ควานหาปืนใต้เบาะนั่งส่วนมือซ้ายจิ้มที่จอหน้ารถ เขาเลื่อน ๆ หาที่หมวดอาวุธไม่ว่าปืนไรเฟิลหรือปืนลูกซองล้วนมีราคาที่สี่ร้อยถึงหนึ่งพันกว่าแต้ม จนต้องคิดในใจทำไมปืนมันดันแพงกว่าเทคโนโลยีไฮเทคอย่างผลิตน้ำจากอากาศอีกฟะ..! เพราะอีกฝ่ายมีเยอะเกินไปและคงแต่งรถให้กันะุได้ ต่อให้มีปืนก็สู้ไม่ไหว เขาอยากอัปเกรดรถมากกว่าเพราะตอนที่กำลังศึกษาเหมือนเห็นผ่าน ๆว่ามีระบบอัปเกรดล้อให้สามารถวิ่งบนทะเลทรายได้เร็ว
เขาดูแต้มเห็นว่ามี 820 แต้มแล้วเขาไม่รู้ว่าแต้มพวกนี้มาจากไหนบ้าง แต่คิดตอนนี้ก็เกรงว่าเสียเวลาเปล่า เขาอยากได้ปืนที่แรงที่สุดแต่ราคาต้องไม่เกินสองร้อยแต้ม แล้วเขาก็เห็นปืนพกสีเงินเด่นสะดุดตากระบอกหนึ่งราคาสองร้อยแต้มพอดี แถมค่าพลังที่เขียนไว้ก็สูงมาก จึงรีบกดซื้อโดยไม่ลังเล
แสงเลเซอร์สีฟ้ายิงตัดกันกลางอากาศวาดเป็โฮโลแกรมรูปปืนอยู่ในมือของเขาอย่างรวดเร็ว
พอกระบวนการสร้างปืนเสร็จสิ้นก็ััได้ถึงความเย็นเยียบของโลหะ เขาไม่เคยจับปืนมาก่อนพอได้จับของจริงก็รู้สึกถึงความหนักจนเกือบทำหลุดมือ
“เอ้านี่”ณัฐธัญยื่นปืนให้
ลีโอนีรับมาเธอตรวจเช็กสภาพภายในและเปิดดูแมกาซีนอย่างชำนาญจากนั้นเหลือบมองเขาพลางขมวดคิ้วกล่าว “จุดสี่สี่... ปืนพกมีเป็ร้อยแต่นายกลับเลือกพกไอ้ของเทอะทะนี่ไปไหนมาไหนด้วยเนี่ยนะ..?”
ณัฐธัญถึงกับพูดไม่ออกขนาดมีปืนแล้วก็ยังโดนตั้งคำถามอีก..? แต่ลีโอนีกล่าวต่อไปว่า “ก็ดี แรงก็ดีจะได้พอมีพลังหยุดพวกมันให้ชะงักได้บ้าง”
เธอคุกเข่าบนเบาะกลางด้วยความคล่องแคล่วทำให้ขาั้แ่่น่องพาดกับตักของณัฐธัญ แล้วโน้มตัวลงมือซ้ายจับประตูรถรอไว้แน่น มือขวาจับปืนอย่างมั่นคงสายตาจับจ้องที่กระจกข้างราวกับจะกะระยะ จากนั้นเธอก็เปิดประตูรถพรวดออกทำให้ลำตัว่บนโน้มไปจนแทบแนบกับเบาะ ศีรษะโผล่พ้นกรอบประตูพอดีเส้นผมปลิวไปตามแรงลม
ปัง! ปัง! ปัง!
เสียงปืนลั่นขึ้นสามนัดรวดะุพุ่งตรงไปยังหน้ารถของอีกฝ่าย อีกฝ่ายเบี่ยงรถหลบออกด้านข้างเหมือนกับไม่คาดคิดว่าจะถูกตอบโต้
ณัฐธัญหันไปมองด้วยความอยากรู้อยากเห็นพอสายตาเหลือบต่ำลง เืกำเดาก็แทบพุ่ง เพราะภาพตรงหน้าคือลำตัว่บนของลีโอนีนอนราบไปกับเบาะ แต่่บั้นท้ายโก่งขึ้นชายเสื้อจึงเลิกขึ้นไปเกือบถึงเอวเผยให้เห็น่ต้นขาและบั้นท้ายขาวเนียนอย่างชัดเจน ระหว่างต้นขานั้นมีร่องลึกปริศนาที่ปลูกต้นหญ้าสีแดงแซมไว้
เขาแทบขับรถเสียหลักทำให้รถเปลี่ยนทิศกะทันหัน แรงะเืทำให้มือของลีโอนีเกือบหลุดจากประตูประตูเปิดกว้างขึ้น ดึงลำตัว่บนของเธอพ้นกรอบประตูจนเกือบตกรถเธอใและรีบออกแรงปิดประตูพลางหันไปพูดว่า “เฮ้ ขับรถดี ๆ หน่อย”
ทว่าทันทีที่ลีโอนีหันไปมองก็พบว่าณัฐธัญกำลังมองบั้นท้ายของเธอและชายเสื้อของเธอก็เลิกมาถึงเอว เผยให้เห็นตะโพกมนกลมกลึง เธอถึงกับหมดคำพูดถีบยันไปที่เอวของเขาทีหนึ่ง กล่าวว่า “ตาลามกนี่ถ้าหนีได้แล้วเดี๋ยวจะให้ดูจนหนำใจเลย ตั้งสมาธิขับรถก่อน”
ณัฐธัญคล้ายได้สติกลับมาส่ายศีรษะสลัดความคิดสัปดนทิ้งไป มือหนึ่งประคองพวงมาลัย อีกมือหนึ่งก็เลือกหาระบบ
เขาเพิ่งซื้อปืนไปสองร้อยแต้มตอนนี้เหลือ 620 แต้ม จึงอัปเกรดล้อให้สามารถวิ่งบนทะเลทรายต่อในราคา200 แต้ม
พอกดอัปเกรดล้อบริเวณล้อก็เรืองแสงเป็ภาพโฮโลแกรมสีฟ้า แล้วความเร็วของรถก็ค่อย ๆ เพิ่มขึ้นเข็มหน้าปัดหมุนไปชี้ที่เลขห้าสิบ… หกสิบ… เจ็ดสิบ... จนหยุดอยู่ที่เลขแปดสิบ
“หัวหน้ารถบ้านเร่งความเร็วแล้วครับ..!” เสียงะโจากลูกน้องคนหนึ่งดังขึ้น
ชายผิวขาวผ่องนั่งอยู่บนเบาะหลังของรถจิ๊บหรี่ตามองรถบ้านข้างหน้าที่อยู่ห่างประมาณสองร้อยเมตรสีหน้าราบเรียบแต่แฝงด้วยความเ็า
โรล์ฟหัวหน้าแก๊งค้าทาสแถบชายแดนทะเลทรายกีโบกี—ปาลาเซ
“ตอนแรกคิดว่าสภาพรถของมันอย่างไรก็ไม่มีทางหนีได้ไกลแต่ดูท่าจะคิดผิด” โรล์ฟพึมพำ แล้วออกคำสั่งว่า “กุนแบร์ พาสามคันไปขนาบด้านซ้ายอย่าให้มันเข้าป่า ส่วนสองคันฝั่งขวาตามฉันไปปิดด้านขวาสองคันที่เหลือรั้งท้ายอยู่ข้างหลังไว้ ทุกคนเร่งความเร็วระหว่างนี้ก็คอยยิงล้อมันด้วย..!”
สิ้นคำเสียงเร่งเครื่องของรถจิ๊บทั้งแปดคันคำรามลั่น ตามด้วยเสียงปืนกลดังระงมโดยทุกกระบอกเล็งไปที่ล้อ
“ส่วนนายพยายามดูว่าคนขับเป็ผู้ชายหรือผู้หญิง ถ้าเป็ผู้ชาย ยิงทิ้งได้เลย”โรล์ฟสั่งกับคนที่นั่งเบาะข้างคนขับด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ
“รับทราบครับ..!”ลูกน้องคนนั้นตอบรับคำ เปิดกระจกไว้และเตรียมเล็งปืนรอ
ณัฐธัญประหวั่นลนลานเสียงะุกระทบตัวรถดังรอบทิศั้แ่เกิดมาเขาไม่เคยคิดว่าตัวเองจะต้องเจอเหตุการณ์แบบนี้ลีโอนีที่ยังอยู่ในท่าคลานสี่ขาะโว่า “อลิเซีย มาน็อง หมอบลง พยายามหาที่กำบังนาธาน นายขับซิกแซก อย่าให้มันยิงโดนล้อ ไม่งั้นจบเห่แน่”
พูดง่ายกว่าทำในสถานการณ์ที่ถูกระดมยิงไม่ยั้งแบบนี้ อย่างไรก็ต้องโดนสักนัดสองนัดเขาพยายามหาดูในระบบว่ามีอะไรช่วยได้ จนไปเจอ ‘อัปเกรดล้อกันะุระดับต่ำ’ราคาสองร้อยแต้ม
เขาไม่รู้ว่าระดับต่ำมันป้องกันได้มากน้อยเพียงใดแต่ก็ซื้อไว้ก่อน ดีกว่าไม่มีอะไรเลย
ตอนนี้เขาเหลือเพียง220 แต้มรถบ้านของเขาช้ากว่ารถจิ๊บข้างหลังเพียงเล็กน้อยตอนนี้ระยะห่างเหลือแค่หนึ่งร้อยเมตรแล้ว