วันรุ่งขึ้นพวกผมมุ่งหน้าไปที่ร้านของคุณซานัค เพื่อจัดการคำร้องให้เสร็จสมบูรณ์ถึงคุณซานัคจะใที่พวกผมกลับมาถึงเร็วมาก แต่พอบอกเื่ที่ผมใช้เวทมนตร์【เกท】ได้เขาก็เข้าใจทันทีถึงจะมีผู้ใช้เวทเคลื่อนย้ายได้ไม่มาก แต่ก็รู้ว่ามีตัวตนอยู่
“นี่คือจดหมายตอบกลับของไวส์เคานท์ซอร์ดเร็คครับ”
คุณซานัครับจดหมายที่ผมส่งให้หลังจากตรวจสอบผนึกเสร็จก็หยิบของข้างในออกมา แล้วกวาดสายตาอ่านเล็กน้อย
“ถูกต้องเหนื่อยหน่อยนะ”
“แล้วก็นี่ค่าเดินทางครึ่งหนึ่งครับ เพราไม่ได้ใช้ก็เลยขอคืนให้น่ะครับ”
ผมยื่นเงินที่ใส่ไว้ในถุงให้เขา
“ซื่อสัตย์ดีนะเธอเนี่ย ถ้าปิดเงียบเื่ที่ใช้【เกท】ได้ก็ไม่ต้องคืนเงินนี่แล้วแล้วแท้ๆ”
“เพราะงานแบบนี้ความไว้วางใจคือที่สุดครับคุณซานัคเองถ้าเป็พ่อค้าก็น่าจะรู้ดีจริงไหมครับ?”
“......นั่นสินะความไว้วางใจนี่แหละคือสมบัติของพ่อค้า ไม่งั้นการค้าขายคงไม่ประสบความสำเร็จถ้าหากเหยียบย่ำสิ่งนั้น มันก็จะย้อนกลับมาหาตัวเองเข้าซักวัน”
คุณซานัคที่พูดเช่นนั้นรับถุงใส่เงินไป
และเพื่อเป็หลักฐานการเสร็จสิ้นคำร้องเขาจึงส่งการ์ดที่มีประทับตราหมายเลขสมาชิกกิลด์ให้ที่เหลือก็แค่เอาไปยื่นให้กิลด์แล้วรับค่าตอบแทน
หลังกล่าวขอบคุณคุณซานัคแล้วออกมาจากร้านคราวนี้พวกผมก็มุ่งหน้าไปที่กิลด์กันต่อเลย
เมื่อเข้าไปในกิลด์ก็พบผู้คนมากมายกำลังมองดูกระดานคำร้องเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนพวกผมตรงไปยังเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ด้วยกันพร้อมกับยาเอะที่มองล่อกแล่กเพราะเพิ่งเคยมาที่กิลด์เป็ครั้งแรก
จากนั้นก็ส่งการ์ดที่ได้รับมาจากคุณซานัคให้คุณพนักงานแล้วรายงานการทำคำร้องเสร็จสมบูรณ์
“ช่วยส่งกิลด์การ์ดมาด้วยค่ะ”
คุณพนักงานใช้ตราประทับพลังเวทปั๊มปั่บ ๆ ๆ ลงบนการ์ดของพวกผมสามคนที่ส่งไปให้
“แล้วก็นี่คือค่าตอบแทนเจ็ดเหรียญเงินค่ะ คำร้องเสร็จสมบูรณ์เหนื่อยหน่อยนะคะ”
ผมรับค่าตอบแทนที่วางไว้บนเคาน์เตอร์มาพร้อมกับเรียกยาเอะที่อยู่ข้างหลังมาตรงประชาสัมพันธ์
“ขอโทษนะครับแล้วก็อยากให้ช่วยลงทะเบียนเข้ากิลด์ให้เด็กคนนี้ด้วยน่ะครับ”
“ลงทะเบียนเหรอคะ? รับทราบค่ะ”
ระหว่างที่ยาเอะกำลังรับฟังคำอธิบายการลงทะเบียนพวกผมก็มาแบ่งค่าตอบแทนกันคนละสองเหรียญเงินส่วนที่เหลืออีกหนึ่งเหรียญตกลงกันว่าจะไว้เป็ค่าอาหารของทุกคนในภายหลัง
“แต่ว่าแบบนี้......การที่รู้สึกว่าค่าตอบแทนสองเหรียญเงินมันช่างน้อยเหลือเกินเนี่ย เป็ความคิดที่ไม่ดีเลยเนอะ”
“นั่นสินะพอได้รับเหรียญทองคำขาวมา ความรู้สึกด้านเงินมันก็เลยเพี้ยนไป”
ผมยิ้มเจื่อนๆ พร้อมตอบคำบ่นพึมพำของเอลเซ่
เงินจำนวนนั้นที่ได้รับมาจากดยุคเป็เงินที่ผิดคาดควรดำเนินชีวิตไปแบบไม่พึ่งพามันจะดีกว่า
“ลงทะเบียนเสร็จแล้วเ้าค่า~”
ยาเอะเดินมาหาพร้อมโบกการ์ดไปมาด้วยท่าทางดีใจโดยการ์ดเป็สีดำของมือใหม่ต่างจากพวกผม
ยาเอะทำหน้าเหมือนเสียดายเล็กน้อยที่สีการ์ดต่างจากทุกคนแต่พวกผมเองก็ยังระดับต่ำกันอยู่ ถ้าทำคำร้องซักหน่อยเดี๋ยวก็ตามมาทันแหละ
เนื่องจากยาเอะบอกว่าอยากรับทำคำร้องทันทีพวกผมจึงไปตรงหน้ากระดานคำร้องบ้าง
เวลาที่รวมกลุ่มกันหลายคนโดยมีสีของกิลด์การ์ดต่างกันถ้าคนที่มีสีระดับสูงกว่ามีจำนวนเกินครึ่ง ก็จะสามารถรับคำร้องสีนั้น ๆ ได้ดังนั้น ต่อให้ยาเอะเป็สีดำก็สามารถรับคำร้องสีม่วงได้ไม่มีปัญหาอะไร
พวกผมทุกคนจึงช่วยกันอ่านกระดาษคำร้องที่ติดอยู่
“ที่ซากปรักหักพัง......ทางเหนือกำจัด เมก้า......สไลม์? คำร้องนี้ยังอยู่อีกเหรอ นี่ อันนี้......”
“““ไม่เอา”””
ปฏิเสธแบบประสานเสียงกันอีกแล้วเหรอครับนั่นสินะครับ มีเพิ่มมาอีกคนซะด้วย ดูเหมือนยาเอะเองก็ไม่ถูกโรคกับตัวเหนียว ๆหนืด ๆ สินะ เสียดายจัง......
สุดท้ายก็เลือกกำจัดสัตว์อสูรที่ไม่รู้ว่าเป็เสือหรือหมีกันแน่ที่ชื่อไทเกอร์แบร์ สถานที่อยู่ของมัน ถ้าใช้【เกท】แล้วเดินไปอีกแค่นิดหน่อยก็ถึงแล้วงั้นก็ไปกันเลยละกัน
จากที่มีคนบอกมาไทเกอร์แบร์คือหมีั์ที่มีลายเป็เสือ อ๊ะแล้วก็มีเขี้ยวเหมือนเสือเขี้ยวดาบด้วย
พวกมันอาศัยอยู่ทีู่เาหินตอนที่โดนจู่โจมกะทันหันก็ใอยู่หรอก แต่ยาเอะจัดการมันแทบจะคนเดียวเลยนี่สิ
พอหักเขี้ยวของไทเกอร์แบร์ไปเป็หลักฐานว่าจัดการได้ผมก็ใช้【เกท】อีกครั้งเพื่อกลับไปยังกิลด์จากนั้นก็นำเขี้ยวไปส่งก็เป็อันเสร็จสิ้นคำร้องหลังรับงานจนมาถึงตอนนี้เพิ่งผ่านไปสองชั่วโมง แล้วก็ได้เงินมายี่สิบเหรียญเงินไวพอควรเหมือนกันนะ
ตอนแรกผมก็โดนถามว่าไปกำจัดในสถานที่จริงมาแน่รึเปล่าแต่พอผมแอบบอกเื่ที่ใช้เวทเคลื่อนย้ายได้
ทางนั้นก็ยอมเข้าใจดูเหมือนในหมู่นักผจญภัยจะมีคนที่ใช้เวทเคลื่อนย้ายได้อยู่หลายคน ถึงแต่ละคนจะมีเงื่อนไขต่างกันไปก็เถอะดูเหมือน【เกท】ของผมจะเป็ “ไม่สามารถไปที่อื่นได้นอกจากที่ที่เคยไปมาก่อนครั้งหนึ่ง”
เพื่อปลอบยาเอะที่บอกว่ายังมีเวลาอยู่ ไปรับมาอีกงานกันเถอะ พวกผมจึงชวนกันไปกินอาหารไอ้การทำงานต่อเนื่องน่ะ ขอทีเถอะ
พวกผมไปฉลองการทำคำร้องของคุณซานัคเสร็จสมบูรณ์ & การลงทะเบียนกิลด์ของยาเอะ & การกำจัดครั้งแรก ที่ร้านน้ำชา “แพเรนท์”
แต่ละคนสั่งอาหารเบาๆ กับเครื่องดื่ม หลังจากนั้นก็สั่งไอศครีมวานิลลากันทุกคนเลยถึงยาเอะที่เพิ่งเคยกินไอศครีมเป็ครั้งแรกจะใ แต่เธอก็ซัดเข้าไป หงับ ๆอย่างตะกละทันที
่ที่จะกลับผมโดนคุณอาเอลขอให้ช่วยคิดเมนูใหม่อีกครั้ง คราวนี้จะเอาของแบบไหนดีน้าพอกลับไปแล้วลองหาอะไรซักอย่างอย่างดูละกัน
◇ ◇ ◇
สองสัปดาห์หลังกลับมาจากเมืองหลวงข้างนอกฝนกำลังตก มันเริ่มตกมาั้แ่สามวันก่อน แล้วก็ยังตกต่อไปเรื่อย ๆ
ที่โลกนี้เองก็เหมือนจะมีของที่เหมือนกับฤดูฝนอยู่แต่ตอนนี้ไม่ได้อยู่ในฤดูนั้น ดูเหมือนมันจะเป็แค่ฝนตกนานเท่านั้นเอง
งานของกิลด์จะหยุดพักจนกว่าฝนจะหยุดด้วยเหตุนี้เอง ผมถึงมาเรียนเวทมนตร์อยู่นี่ไงล่ะครับ ก็นะ ถึงจะแค่เลือกเวทไร้ธาตุที่น่าจะใช้การได้จากหนังสือที่ซื้อมาจากเมืองหลวงก็เถอะนะครับ
หนังสือมีประมาณห้าร้อยหน้า......ถึงผมจะอ่านไปได้ประมาณหนึ่งในสามของทั้งหมดแล้วแต่เพิ่งจะได้เวทมนตร์ที่ใช้การได้มาสี่อย่างเอง นับจากที่ส่วนใหญ่มีเวทมนตร์พิมพ์ไว้หน้าละประมาณห้าสิบอย่างทั้งเล่มก็สองหมื่นห้าพัน......ถ้าอันที่น่าจะใช้การได้จากในนั้นคือสี่ในสองหมื่นห้าพัน~......ก็เท่ากับหนึ่งในหกพันสองร้อยห้าสิบ......สินะ
เวทมนตร์ที่เลือกมาได้ก็คือ
【เอนแชนท์】ที่เพิ่มผลของเวทมนตร์ลงในสิ่งของได้
【พาราไลซ์】ที่ทำให้อีกฝ่ายเป็เหน็บชาเคลื่อนไหวไม่ได้
【โมเดลลิ่ง】ที่สามารถเปลี่ยนแปลงรูปร่างของแร่หรือผลิตภัณฑ์จากไม้ได้
【เซิร์จ】ที่สามารถค้นหาของที่้าได้
รวมเป็สี่อย่าง
ในหมู่พวกนี้【โมเดลลิ่ง】กับ【เซิร์จ】มีประโยชน์มากเอาเถอะ ถึงจะมีความไม่สะดวกหลาย ๆ อย่าง
ก็เถอะนะ
อย่าง【โมเดลลิ่ง】เป็ศิลปะการสร้างด้วยการเปลี่ยนวัถตุให้เป็ของตามที่นึกไว้ถ้าไม่ชินล่ะก็ ต้องใช้เวลาพอควรเลยทีเดียว (จะเผลอไม่ได้ด้วย) ถ้าจินตนาการไม่มั่นคงก็จะสร้างได้ของประหลาดๆ
ผมลองทดสอบด้วยการสร้างกระดานโชงิ*ดู แต่ก็ได้ออกมาแบบตัวกระดานมีช่องตารางเกินมาแถวหนึ่ง ส่วนตัวหมากก็ขนาดใหญ่เกินช่องตาราง
ถ้าไม่จินตนาการอย่างละเอียดมากๆ ก็จะยิ่งยาก เนื่องจากการมองของจริงไปด้วยจะทำได้ง่ายขึ้นผมจึงหาภาพกระดานหมากรุกในสมาร์ทโฟนแล้วผมก็ทำสำเร็จโดยที่ต้องมองภาพของจริงไปด้วย
ส่วนทางด้าน【เซิร์จ】ผมเรียนรู้มาเพราะคิดว่ามันสะดวกดีเวลาทำของตกหายแต่ก็ได้รู้ว่าที่จริงเวทมนตร์นี้ สามารถค้นหาได้แบบคร่าว ๆ เท่านั้น
ตอนแรกผมคิดว่าที่โลกนี้ไม่มีต้นวานิลลาแต่พอลองไปค้นหาดูที่ตลาดกลับเจอง่าย ๆ ซะงั้น
สิ่งนั้นไม่ใช่วานิลลาที่ผมรู้จักแต่เป็ผลที่แทนกันได้รูปร่างเหมือนมะเขือเทศสีดาชื่อ “โคโคะ” แต่รสชาติกับกลิ่นเป็ของวานิลลาชัดๆ เป็ของที่เอาไปใช้แทนกันได้เหลือเฟือเลย
ถึงชื่อกับรูปร่างจะต่างกันแต่ดูเหมือนถ้าเป็ของที่ผมตัดสินว่าเป็ “วานิลลา” ก็จะหาเจอได้ คร่าว ๆ จริง ๆด้วย
นอกจากนั้นขอบเขตการค้นหาที่แคบนี่ก็เป็ข้อเสียเหมือนกัน เต็มที่ก็ประมาณรัศมีห้าสิบเมตรเท่านั้นจะใช้หาคนก็ท่าทางจะใช้ไม่ไหว
“หิวจัง......”
พอตรวจสอบเวลาก็พบว่าเลย่เที่ยงมานานแล้วก็สมเหตุสมผลอยู่
ผมปิดหนังสือจากนั้นก็ล๊อกกุญแจห้องแล้วเดินลงบันไดของโรงแรม ที่โรงอาหาร คุณโดรันกับคุณบารัลเ้าของ “ร้านอาวุธหมีแปด” กำลังนั่งเผชิญหน้ากันอยู่ส่วนบนโต๊ะไม้ก็มีกระดานที่วาดเป็ตารางวางไว้
“เล่นโชงิกันอีกแล้วเหรอครับ”
“โอ้”
ผมยิ้มเจื่อนๆ ให้คุณโดรันที่ตอบกลับมาโดยที่ตายังคงติดหนึบอยู่บนกระดานไม่ยอมมองมาทางนี้
ถึงผมจะลองสร้างกระดานโชงิขึ้นมาเพื่อทดสอบ【โมเดลลิ่ง】แต่คุณโดรันเ้าของโรงแรมกลับให้ความสนใจสิ่งนี้ที่สุดพอผมสอนกฎการเล่นไป เขาก็ถูกความสนุกของมันหลอกล่ออย่างงดงามแล้วก็จดจ่อจนลามไปถึงคนรู้จักเลยทีเดียว คุณบารัลเองก็ติดกับเข้าเหมือนกันพอมีเวลาว่างทีไรสองคนนี้ต้องมาโขกหมากรุกเพี๊ยะ ๆ กันทุกที
เอาเถอะบอกตรง ๆ ว่าในเมื่อมันหลอกล่อคุณบารัลได้ก็ช่วยได้มากเลยล่ะแต่ถึงอย่างนั้นผมก็ต้องมาเล่นด้วยอยู่หลายรอบเพราะไม่มีคนอื่นเป็คู่ต่อสู้ให้นอกจากผม
*หมากรุกญี่ปุ่น