นิยายรักหวาน..น่ารัก เพราะรักน่ารัก เขียนโดยสลักกานต์
ตอนที่๗
คิดมากๆ
.
....... อั้มก้มหน้านิ่ง พยายามสะกดความตื่นเต้น .. รวบรวมสมาธิ
.......“ใครพร้อมแล้วยกมือบอกครูด้วย เริ่มซ้อมเมื่อครูบอกว่าเริ่มนะ” ครูโชบอกกติกา
.......ฝุ่นดินยืนสงบนิ่งอยู่สักครู่
.......อั้มแอบชำเลืองตามองหน้าฝุ่นดินแว่บหนึ่ง เขาเห็นฝุ่นดินยกมือ อั้มรวบรวมความกล้าแล้วยกมือขึ้น
.......“เริ่มซ้อม” ครูโชให้สัญญาณ
.......ฝุ่นดินในคราบจูเลียตเงยหน้ามองโรมิโอในร่างอั้มด้วยสายตาที่อั้มชอบเหลือเกิน
.......อั้มมองหน้าผู้หญิงที่เขาชอบอยู่ตรงหน้า แล้วถามตัวเอง “.. เคยรักแล้วหรือใจเอย .. เมื่อก่อนนี้..เถียงเถิดตาว่าเคยมีที่เคยมอง ..” อั้มชมความงามฝุ่นดินจากใจจริง “เ้างามจริงงามล้ำ .. จนจันทร์หมอง” พร้อมกับคำชมอั้มฝากความรักให้ฝุ่นดินไปกับดวงตาคู่งาม
.......จูเลียตหลบสายตาโรมิโอ ด้วยความขวยอาย หากในใจรู้สึกวาบหวาม ..เธอรับความรักที่โรมิโอฝากมากับดวงตาคู่งามเข้าไว้ในดวงใจ “อย่าชมน้องจนเกินไป .. จะไม่ดี”
.......อั้มขยับตัวเดินเข้าหาฝุ่นดินตามความรู้สึกของเขา แล้วอั้มก็จับมือฝุ่นดิน ขณะที่ดวงตาของเขายังคงมองใบหน้าฝุ่นดิน
.......จูเลียตฝุ่นดินสะดุ้งที่อีกฝ่ายจับมือตน จนลืมว่าเมื่อครู่ยังขวยอายกับสายตาของโรมิโออั้มอยู่ จูเลียตฝุ่นดินเหลือบตามาสบสายตากับโรมิโออั้มชั่วแว่บหนึ่ง ก็หลบสายตาไปอีกทาง ด้วยในใจทั้งเขิน ทั้งประหม่า จนทำอะไรไม่ถูก
.......แต่อั้มกลับรู้สึกทันทีว่า.. ตนนั้นบังอาจจับมือกับคนสวยอย่างฝุ่นดิน “หากแม้ข้าละลาบล่วงสิ่งดีงาม .. ด้วยมือทรามแสนบาปสุดประมาณนี้”
.......จูเลียตฝุ่นดินพยายามบอกให้ตัวเองกล้าที่จะแสดงความรู้สึกที่เกิดขึ้นในใจให้อีกฝ่ายรับรู้.. แล้วจูเลียตก็ตวัดสายตาที่มีแต่ความรักมองไปที่โรมิโอ
.......อั้มชอบสายตาแบบนี้ของฝุ่นดินเหลือเกิน แต่เขาก็ยังถ่อมตัวและขอฝากไมตรี “ข้าเปรียบเหมือนผู้แสวงบุญมาที่นี่ เพื่อแก้สิ่งกาลี.. ด้วยรอยจุมพิต” พูดจบอั้มก็จูบที่หลังมือฝุ่นดิน ตามที่เขารู้สึกถึงความรักที่รายล้อมรอบตัวเขาและฝุ่นดิน
.......“ท่าน!!” จูเลียตอุทาน “มือท่านน่ะทำผิด” ต่อว่าไปได้แค่นั้น.. เธอก็รู้สึกเขินจนต้องหลบสายตาที่โรมิโอจ้องมองเธอ .. จูเลียตรู้สึกอายที่ต้องพูดถึงรอยจูบที่หลังมือจึงเผลอพูดว่า “ทำกิจล้ำ.. มือท่านนำความหวั่นไหว...สู่ใจจิต”
.......น้ำคำฝุ่นดินช่วยให้อั้มแช่มชื่นหัวใจ เขารู้ได้ในทันทีว่าเธอมีใจให้ เขาจึงรอฟังเธอพูดต่อ แต่ฝุ่นดินก็มิเอ่ยความใดอีก อั้มจึงตัดสินใจขอจูบเธอตามที่เขารู้สึก “ขอข้าไถ่บาป ณ ปากศักดิ์สิทธิ์”
.......ได้ยินโรมิโอพูดเช่นนั้น จูเลียตจึงตอบเลี่ยงไปว่า “ปากข้าใช้แต่อธิษฐานสวดมนต์”
.......แม้คำพูดจะไม่ตอบรับหรือปฏิเสธ แต่แววตาฝุ่นดินทำให้อั้มมีกำลังใจขึ้นมาก อั้มจึงถือโอกาสเกี้ยวพาราสี “โปรดอนุญาตให้ริมฝีปากข้า ไถ่บาปนานาให้เป็มงคล”
.......จูเลียตเข้าใจว่าโรมิโอขอจูบเธอ .. เธอยอมให้แต่โดยดี .. แต่จะบอกไปตรงๆ ..คงจะไม่งาม .. จึงได้แต่บอกใบ้ไปว่า “ข้าจะอธิษฐานนิ่งไม่เคลื่อนตน”
.......ได้ยินดังนั้นหัวใจของอั้มก็ลิงโลด “ขอบใจแม่หน้ามล.. ข้าจะรับพร” พอพูดจบอั้มก็ขยับตัวเข้าไปใกล้ฝุ่นดินอีก..จนริมฝีปากเขาแทบจะััริมฝีปากของอีกฝ่าย
.......แต่ความเป็สุภาพบุรุษ อั้มเพียงแค่เอาใบหน้าเข้าไปใกล้หน้าฝุ่นดิน แต่มิได้ฉวยโอกาสจูบฝุ่นดิน พอเขารู้สึกว่าเขาได้จูบแล้ว ก็ขยับใบหน้าออกมาห่างใบหน้าฝุ่นดินนิดหน่อย “ด้วยปากท่านนั้นล้างบาปจากปากข้า”
.......แต่จูเลียตที่หลับตารอจูบเมื่อครู่ ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายทำอย่างไร? พอได้ยินคำพูด ก็รู้สึกดีกับชายหนุ่ม และแกล้งพูดเล่นกับไปว่า “แต่บาปมาอยู่ที่ปากน้อง..เป็ของร้อน”
.......“งั้น.. ข้าขอบาปคืน ..ข้าขอวอน ขอท่านป้อนบาปกลับมาให้ข้าคืน” พูดจบอั้มกำลังจะโน้มตัวไปจูบฝุ่นดินดังที่เขาทำเมื่อสักครู่
.......แต่เพราะความรู้สึกรักที่เต็มอกจูเลียต .. ฝุ่นดินเองก็รู้สึกอย่างที่จูเลียตรู้สึก.. เธอจึงขยับตัวเข้าหาโรมิโอ .. และ .. จูบโรมิโอ !!
.......จูเลียตจูบโรมิโออย่างดูดดื่มด้วยความรักเต็มหัวใจ
.
.......อั้มก็ขยับตัวถอยห่างออกมา .. พร้อมกับยิ้มให้อีกฝ่ายอย่างสุภาพ .. เขาให้เกียรติฝุ่นดินเสมอ
.......จูเลียตยิ้ม.. เอียงอาย.. “ท่านจูบตามตำราดี”
.......อั้มเขินมาก .. เขายืนก้มหน้านิ่ง ..แม้เขาจะรู้สึกดีเหลือเกินที่ฝุ่นดินจูบเขาเมื่อครู่ .. แต่มันก็หวั่นไหว .. ประหม่า ..จนไม่อาจซ้อมละครต่อไปได้อีก
.......การยืนก้มหน้านิ่งของอั้ม ทำให้ภาพโรมิโอที่ซ้อนทับกับตัวอั้มจางลงจนหายไปจากความรู้สึกฝุ่นดิน ฝุ่นดินรู้สึกได้ทันทีว่า.. เธอจูบโรมิโออั้ม .. เธอจูบอั้ม ..
.......เธอเป็คนจูบอั้ม!!
.......คิดได้เท่านั้น .. ฝุ่นดินก็ตัวสั่น .. ประหม่า .. จนซ้อมละครต่อไปไม่ได้
.......“โอเค” เสียงครูโชดังขึ้นช่วยทุกอย่าง “ขอคุยกับนักแสดงทั้งสองเป็การส่วนตัวสักครู่”
.......จบคำพูดครูโช ทุกคนที่อยู่ในห้องซ้อมการแสดงก็เดินออกจากห้องไป
....... “ฝุ่น .. เราขอโทษนะ .. เราไม่ได้อยาก.. ทำแบบนั้น..ตอนแรกเราก็ยั้งแล้ว” อั้มพร่างพรูทันทีที่อยู่กันแค่สามคน คือ .. อั้ม ฝุ่นดิน และครูโช
....... “พอพอพอ” ครูโชพูดเรียบๆ
....... อั้มหยุดพูดทันที
....... “บางครั้งการซ้อมก็้าความสมจริง แต่ก็.. บางครั้งนะ ไม่ใช่ทุกครั้ง” ครูโชอธิบายช้า.. ชัด
....... “ฝุ่นทำตามความรู้สึกค่ะมันรู้สึกอย่างนั้นจริงๆ พอรู้ตัว ฝุ่นก็.. ก็ซ้อมต่อไม่ได้ค่ะ”
....... ครูโชพยักหน้ารับ “ข้อดีของเธอทั้งสอง คือพวกเธอรับส่งความรู้สึกกันได้ดี พวกเธอซื่อสัตย์ต่อสิ่งที่ตนรู้สึก และยอมทำตามสิ่งที่ตนรู้สึกจริงๆ โดยไม่เก้อเขิน แต่.. ที่เราต้องซ้อม ก็เพื่อจะได้รู้ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นกับตัวละครของเราบ้าง และเมื่อเกิดขึ้นแล้ว เราจะรับมืออย่างไร? หากเมื่อครู่ไม่ใช่ฉากรัก แต่เป็ฉากรบราฆ่าฟัน แล้วพวกเธอเล่นจริงซะอย่างนั้น จะไม่าเ็กันเหรอ? .. หือ?” น้ำเสียงครูโชทีเล่นทีจริง
.......จนทั้งอั้มและฝุ่นดินมีรอยยิ้มเปื้อนบนใบหน้า
.......“อย่าลืมว่าเราต้องแสดงต่อจนจบเื่นะ” ครูโชพูดต่อ “การแสดงแต่ละครั้งคือครั้งแรกของตัวละครเสมอ แต่พวกเธอต้องไม่ลืมว่า เราเป็นักแสดง เรารู้ทุกอย่างที่ตัวละครทำ เราซ้อมเพื่อให้เข้าใจว่าตัวละครรู้สึกอย่างไรจึงทำอย่างนั้น.. เราซ้อมเพื่อให้เรายอมรับว่าตัวละครคิดอย่างไรจึงต้องทำอย่างนั้น.. และเราซ้อมเพื่อค้นหา ซ้อมเพื่อเลือกสรรจนเกิดการแสดงที่น่าดู มันจึงเป็..ศิลปะการแสดง”
....... ทั้งสองฟังครูโช แล้วรับรู้.. เข้าใจทีละคำที่ครูโชสอน
....... “ครูว่า..” ครูโชพูดพร้อมกับมองฝุ่นดิน “มัตติกาพร้อมจะเป็จูเลียตอีกแบบแล้วนะ อีกแบบที่ไม่เหมือนกับปีที่แล้ว”
....... ฝุ่นดินมองหน้าครูโช งง!! งง!!
....... “ส่วนเธอ นายอัมพุ” ครูโชมองอั้ม “ครูมีโรมิโอแบบที่ไม่เหมือนใครในโลกนี้ให้เธอแสดง”
....... ฟังแค่นั้นอั้มก็หน้าถอดสี “จะดีเหรอครับครู? ผมเด็กใหม่นะครับ ยังไม่เคยแสดงอะไรมาเลยนะครับ” อั้มโอดครวญ
....... “เธอกล้าที่จะรู้สึกและมีวิธีแสดงความรู้สึกนั้นได้ดี ก็พอแล้วล่ะ” ครูโชอธิบายแค่นั้น “เอาล่ะ ไปตามเพื่อนๆ เข้ามาได้แล้ว” ครูโชบอกอั้มด้วยรอยยิ้มที่อิ่มเอมใจ
....... อั้มเดินออกไปตามเพื่อนๆนอกห้องซ้อมฯ ไม่นานทุกคนก็เข้ามานั่งอยู่ตรงหน้าครูโชจนครบ
....... “หลังจากที่เห็นการซ้อมของอัมพุกับมัตติกาเมื่อสักครู่ และหลังจากที่ได้พูดคุยกันนิดหน่อย ครูคิดว่า พวกเธอพร้อมที้ทำละครเวทีเื่ โรมิโอนักรักผู้ยิ่งใหญ่ หรือ Romeo the Greatest Lover แล้วล่ะ”
.......สมาชิกหลายคนมองหน้ากันเลิ่กลั่กเพราะไม่รู้จัก
....... บางคนเก็บอาการเพราะไม่แน่ใจ
....... บางคนก็นิ่งๆเพราะเคยได้ยินมาบ้าง
....... “หลายคนยังไม่เคยรู้จัก ครูจะเล่าเื่ให้ฟังก็แล้วกัน” แล้วครูโชก็เริ่มเล่าเื่ย่อละครเวทีให้ลูกศิษย์ฟัง...
....... เมื่อโรมิโอตายแล้ว เทพได้ชุบชีวิตโรมิโอขึ้นมา เพื่อให้เขาพิสูจน์ว่า..ความรู้สึกที่เขามีต่อจูเลียตคือ.. รัก หรือ.. หลง
....... จากบทดั้งเดิม โรมิโอพบจูเลียต ๕ ครั้ง บทเื่นี้โรมิโอจึงพบจูเลียต ๕ คน ๕แบบที่ไม่ซ้ำกัน แล้วสุดท้ายโรมิโอจะต้องเลือกว่า.. เขารักจูเลียตแบบไหน? หรือไม่ได้รัก แต่เป็แค่ความหลง
....... “ยากจัง” ปณาลีบ่นพึมพำกับเพื่อนๆ
....... อุรวีพยักหน้ารับ “แต่ฉันว่าครูโชเอาอยู่ว่ะแก”
....... “เรามีมัตติกาเป็จูเลียต ๑แบบล่ะ” ครูโชพูดต่อ “พวกเธอจะต้องทำประกาศเพื่อคัดเลือกนักแสดงจูเลียตอีก ๔ แบบ”
....... “แล้ว.. ทั้ง ๔ แบบนั่นเป็ยังไงบ้างคะครู” ฝุ่นดินถามขึ้นหลังจากที่เงียบมานาน
....... “ครูขอพูดไปนึกไปนะเพราะไม่ได้อ่านบทเื่นี้หลายปีแล้ว” ครูโชออกตัว
....... เด็กๆทุกคนรับคำด้วยความอยากรู้
....... “จูเลียตC คือผู้หญิงที่มองโลกด้วยความรักคือมัตติกา” ครูโชพูดพร้อมกับผายมือให้ฝุ่นดิน
....... ฝุ่นดินค้อมหัวรับ
....... อั้มอมยิ้มอย่างเป็สุขใจ
....... “จูเลียตA คือเด็กสาววัยใส ที่ยังไม่เคยมีความรัก” แล้วครูโชก็นึกอยู่ครู่นึง “จูเลียตD คือผู้หญิงที่ผ่านความรักมาจนเข้าใจโลก” แล้วครูโชก็เงียบไป เขาใช้สมาธิเพื่อคิดทบทวน
....... “มาสามละ จูเลียตC จูเลียตAและจูเลียตD เหลืออีกสอง” ปณาลีสรุป
....... แล้วครูโชก็พูดขึ้น “จูเลียตE คือคนที่แสดงเป็ทิบอลท์”
....... “ทีบอลท์ ผู้ชายนี่” อุรวีหลุดปากอย่างใ!!
....... อั้มได้ยินที่อุรวีก็ตาโต
....... “จูเลียตที่๕ คือจูเลียตB คือเด็กหนุ่มหน้าตาน่ารักที่กำลังมีความรักเต็มหัวใจ”
.......จบคำพูดครูโช อั้มก็หน้าซีดราวไข่ต้ม!!
.......ภาพที่เขานอนเคียงข้างต้นน้ำโดยไร้เสื้อผ้าอาภรณ์ปกปิดร่าง แจ่มชัดมาในความทรงจำทันที!!
.
๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙ จบตอนที่๗ ๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙