นรกขุมที่ 1 ในชีวิตชาติก่อนหน้านี้เกิดขึ้นหลังจากที่พ่อของเธอตกงานไม่นาน แต่ครั้งนี้พอพ่อตกงานเข้าจริงๆ ลูกบัวก็เตรียมรับมือด้วยแผนการตามที่คิดเอาไว้ เธอตัดสินใจเอาเงินที่ได้จากงานพาร์ทไทม์เดือนล่าสุดมาลงทุนให้ที่บ้านเปิดร้านขายอาหาร ทีแรกแม่เธออิดออด แต่เป็เธอที่ทั้งผลักทั้งดันให้กั้นร้านขายของชำให้มีพื้นที่สำหรับขายอาหาร และเธอเอาสูตรอาหารที่คิดว่าอร่อยที่สุดในชีวิตของตัวเองประมาณห้าอย่างมาทำให้ที่บ้านกินพร้อมทั้งสอนวิธีทำ โดยอ้างไปว่าตอนเรียนคหกรรมที่โรงเรียน คุณครูแจกสูตรมาให้และเธอปรับเปลี่ยนอะไรนิดหน่อยให้อร่อยขึ้น
‘มันจะขายได้เหรอ’ ภาพที่แม่ถามด้วยสีหน้าท่าทางไม่แน่ใจนักยังคงติดตา ลูกบัวเพียงตอบว่าให้ลองดู ตอนนี้ปิดเทอม เธอยินดีช่วยทั้งเฝ้าร้านและทำอาหาร แต่มีข้อแม้ว่าพ่อกับแม่อาจจะต้องมาเรียนรู้ด้วย เพราะพอเปิดเทอมเธอจะต้องกลับไปเรียน
‘พ่อว่าลองดูก็ไม่เสียหาย ใช้เงินไม่เยอะใช่ไหม แกจะไม่เดือดร้อนเื่เงินใช่หรือเปล่า’ ขณะที่พ่อผู้ตกงานหมาดๆ กลับเห็นดีด้วยอย่างที่เธอไม่คาดคิด พ่อคนที่เคยดุด่าเธอว่าเห็นแก่ตัว ขี้งก ไม่ยอมช่วยเหลือที่บ้าน เอาแต่ตัวเองสบาย พ่อคนนั้นกลับเอ่ยถามถึงสถานการณ์การเงินของเธออย่างเป็ห่วง เป็เื่ที่ลูกบัวไม่เคยคิดมาก่อนเลย
‘ใช้เงินไม่เยอะหรอกค่ะ บัวพอมีเงินเก็บ ใช้ของบัวก่อนแล้วถ้าได้กำไร พ่อกับแม่จะคืนให้บัวตอนนั้นก็ได้’
พ่อตั้งใจกับกิจการนี้มากๆ เขาเป็คนประกอบโต๊ะเก้าอี้ไม้ขึ้นมาด้วยตัวเอง ส่วนแม่ พอเห็นว่าพ่อเต็มใจทำ เธอก็วุ่นวายกับการหาของมาแต่งร้านอยู่พักใหญ่ นาทีนั้นเป็ภาพที่หญิงสาวรู้สึกเต็มตื้นอย่างไม่เคยเป็มาก่อนเลย จากขุมนรกที่เธอเคยเผชิญก็กลับกลายเป็์เล็กๆ เกิดขึ้นมาแทนที่ กิจการร้านอาหารขนาดย่อมของที่บ้านเธอเริ่มต้นมาจากจุดนั้นและได้กลายเป็งานที่ทำเงินเลี้ยงครอบครัวเธอให้สุขสบายมากขึ้น อันที่จริงอาจมากกว่าตอนที่พ่อทำงานที่บริษัทด้วยซ้ำ…
ระหว่างที่เธอคิดถึงเื่ราวใน่ปีที่ผ่านมา ทิมพร่ำพูดไปหลายเื่ เธอก็ตอบรับอือๆ ออๆ แต่ไม่ได้ตั้งใจฟังนัก พอหันไปอีกทีก็เห็นเขาหลับไปเสียแล้ว ศีรษะวางอยู่ใกล้ๆ หัวเข่าเธอ
ทิมเป็ลูกครึ่งตะวันออกกับตะวันตก เธอไม่ได้ใส่ใจจะจำว่าเขามีเชื้อชาติอะไรบ้าง ถ้าเป็แต่ก่อนเธอคงไม่ลืม แต่ตอนนี้สมองของเธอต้องใช้ไปกับเื่อื่นๆ เยอะมาก เขากลายเป็เื่ท้ายๆ ที่เธอเสียเวลานึกถึงบ้าง พอหลับแบบนี้ก็ดูไม่มีพิษมีภัยอยู่หรอก ่นี้เขาเองก็มาอวดเธออยู่บ่อยๆ ว่าเขามีงานเดินแบบบ้าง งานโฆษณาบ้าง คงใกล้เข้าสู่วงการบันเทิงเต็มแก่แล้ว และผู้ชายปากหวานอย่างเขาก็ยังคงพูดคำหวานได้น่าฟัง เขาเพิ่งบอกเธอว่า ‘ถ้าพี่มีเงินเยอะๆ แล้วจะลาออกจากวงการบันเทิงมาขอเธอแต่งงาน’
“คงไม่มีวันนั้นหรอกค่ะ” หญิงสาวพึมพำแ่เบากับตัวเอง
เธอเก็บหนังสือ ‘เพาะหุ้นให้เป็ไข่ทองคำ’ ลงกระเป๋าเป้สีฟ้าอ่อน ก่อนจะดึงหนังสือติวสำหรับสอบเทียบขึ้นมาไว้บนตัก มีคนแนะนำให้เธอทำข้อสอบในเล่มนี้ซึ่งจะเป็ใครไปไม่ได้ นอกจากยุ่งหรือชื่อเต็มๆ ว่าตัวยุ่ง เพื่อนที่ทำงานพาร์ทไทม์ด้วยกันกับเธอคนนั้น ถึงตอนนี้เธอจะไม่ได้ทำงานพาร์ทไทม์แล้วเพราะเลือกที่จะมาช่วยร้านอาหารที่บ้านแทน แต่เธอก็ยังได้เจอยุ่งอยู่บ่อยๆ สาเหตุที่ทำให้เรามาสนิทกันได้ก็หนีไม่พ้นเื่สอบเทียบนั่นแหละ
‘ปกติบัวอ่านนั่งหนังสือที่ไหนเหรอ’ เขาถามหลังจากที่เธอไปลาออกกับผู้จัดการมาและกำลังจะกลับบ้าน
‘อ้าว ยุ่ง วันนี้มาทำงานเหรอ’
‘อือ เห็นพี่โฟร์บอกว่าบัวมาลาออก’
‘อื้อ พอดีที่บ้านเราเปิดร้านขายอาหารน่ะ เลยต้องไปช่วยที่บ้าน’ ลูกบัวยิ้มให้เขา ผู้ชายคนนี้จริงใจและเป็มิตรภาพที่ดี เขาแนะนำเธอเกี่ยวกับการสอบเทียบอย่างไม่หวงความรู้เลย
‘แล้วเื่ติว...’
‘อ๋อ เราก็ยังอยากติวกับยุ่งอยู่นะ’ ก่อนหน้านี้พวกเธอนัดติวด้วยกันบ้าง ถ้าได้เข้างานกะเช้าพร้อมกัน พอเลิกงานก็จะไปนั่งอ่านหนังสือด้วยกันที่ฟู๊ดคอร์ทบ้าง หรือไปเดินเลือกหนังสือด้วยกันที่ร้านบ้าง
‘อือ เราก็อยากนั่งติวกับบัว บัวสะดวกแถวไหน เดี๋ยวเราไปหาก็ได้’
เธอนิ่งคิดพลางนึกถึงคำถามแรกของเขา ปกติเธอก็อ่านหนังสือที่ห้องสมุดโรงเรียน มีห้องสมุดมหา’ลัยที่อยู่ติดกับโรงเรียนบ้าง ไม่งั้นก็อ่านที่บ้าน
“ไปที่มหา’ลัย S ได้ไหม อยู่ติดกับโรงเรียนเรา มีพื้นที่ให้อ่านเยอะด้วย”
‘เดี๋ยวนะ… บัวเรียนโรงเรียนอะไร ทำไมอยู่ติดกับมหา’ลัย S เหมือนโรงเรียนเราล่ะ’
ความจริงปรากฏออกมาว่ายุ่งกับลูกบัวเรียนที่โรงเรียนเดียวกันนั่นเอง แต่ยุ่งเรียนอยู่ห้องคิง เธอเลยมักจะตัวติดกับเขาถ้าไม่ได้อยู่กับแนนหรืออีฟ ซึ่งแน่นอนว่าทิมไม่รู้เื่ยุ่ง ส่วนยุ่งเองก็ไม่รู้ว่าทิมตามจีบเธออยู่ เธอไม่ได้คิดจะปิดบัง ถึงชีวิตจะต้องพัวพันกับเด็กผู้ชายสองคน แต่ลูกบัวก็ไม่ได้คิดอะไรเลย บอกแล้วว่าตอนนี้เธอคิดถึงแต่ครอบครัวเป็อันดับหนึ่ง
จู่ๆ โทรศัพท์มือถือของเธอก็ดังขึ้น เธอเพิ่งซื้อมันมาใช้ได้ไม่นาน ยี่ห้อ Siemens S10 เธอใช้มันเพื่อติดต่อกับโบรกเกอร์โดยเฉพาะ แม้ค่าเครื่องและค่าบริการจะจัดว่าค่อนข้างเอาเื่แต่เธอก็ยินดีจ่าย เื่นี้เธอไม่ได้ปิดบังที่บ้าน โดนบ่นเื่ใช้เงินนิดหน่อย แต่บุพการีทั้งสองคนของเธอก็ไม่ได้ว่าอะไรจริงจัง
เธอกดปุ่มรับสาย และอาจเพราะเสียงเรียกเข้าของมันดังพอสมควรทำให้ทิมงัวเงียตื่นขึ้นมามองเธอ เขาดูเหมือนคนยังตื่นไม่เต็มตา
“ค่ะ… คะ… อะไรนะคะ!” หญิงสาวทำตาโต เื่ที่เพิ่งได้ยินเป็สิ่งที่เหนือความคาดหมายของเธอมากๆ เธอไม่รู้เลยว่าการเปลี่ยนแปลงหลายๆ อย่างที่เธอทำลงไปจะนำมาสู่เื่นี้ได้
จู่ๆ พ่อของเธอก็ขยับตัวไม่ได้ คล้ายมีอาการอัมพฤกษ์อัมพาตเฉียบพลัน รถพยาบาลรับตัวพ่อไปโรงพยาบาลแล้ว เธอจะต้องรีบไป
“ลูกบัวเก็บของทำไมคะ... เกิดอะไรขึ้นคะ...” ทิมส่งคำถามมาถามเธอซ้ำๆ แต่ลูกบัวไม่ได้มีกะจิตกะใจจะตอบ เธอเร่งเก็บของลงกระเป๋าเป้ก่อนจะยกขึ้นสะพาย น้ำตาเอ่อที่สองขอบตาทั้งที่พยายามกลั้นเอาไว้แล้ว