"ท่านอาจารย์..."
"หุ้ยหลาน เจ้าไม่จำเป็นต้องอยู่ในป่าหลังเขาอีกต่อไป ยามข้าจากไป ข้าจะได้ไม่ต้องเป็นห่วงเจ้า ยามนี้ข้าโรยราเต็มที ข้าอยากให้เจ้าได้ใช้ชีวิตแบบคนทั่วไป ไม่ต้องมาหลบซ้อนกลางป่าเขากับข้าเช่นนี้"
"ท่านอาจารย์ ข้าไม่ไป ข้าจะอยู่กับท่าน..."
"เด็กดื้อ... เจ้าไปหยิบกล้องไม้ที่ชั้นวางนั่นมาที..." หญิงสาวทำตามคำสั่ง นางเดินไปหยิบกล่องไม้ที่มีลวดลายสวยงาม
"นี่ค่ะอาจารย์"
"สิ่งนี้ มันคือคำสั่งเสียของตาแก่ ถึงจะทำไม่สำเร็จ แต่ก็ยังไม่ถือว่าหมดความหวัง เจ้าช่วยพยุงข้านั่งที"
"ค่ะอาจารย์"
"หุ้ยหลาน ทุกอย่างในนี้คือสิ่งที่จะทำให้เจ้าได้อยู่อย่างสบาย แต่ถึงอย่างนั้นมันไม่ง่าย ตาแก่บอกว่าเจ้าต้องไปที่แห่งหนึ่ง นี่คือบันทึกเวลา สถานที่.... อัก ... "
"ท่านอาจารย์!!..."
"เห็นทีข้าคงไม่ไหวแล้ว... ทำตามที่ข้าบอก วาสนาของเจ้า อยู่ที่ตัวเจ้าเลือกเอง... อัก..."
"ท่านอาจารย์ ท่านอาจารย์ ท่านอย่าทำอย่างนี้ ไม่... อย่าทิ้งข้าไป..." หญิงสาวร้องไห้กอดศพอาจารย์ที่สิ้นลมหายใจ
นางร้องไห้อยู่นานกว่าจะทำใจได้ นำร่างอันไร้วิญญาณของอาจารย์ซึ่งเป็นแม่บุญธรรมของนางไปฝังยังมุมหนึ่งในป่าไม่ไกลจากบ้านหลังนี้
หลายวันผ่านไป...
"ท่านอาจาร์วันนี้ข้าต้องออกเดินทางตามคำสั่งเสียของพวกท่านแล้ว ขอให้พวกท่านคุ้มครองข้าด้วย..."
หญิงสาวกล่าวคำอำลาป้ายวิญญาณที่ตั้งอยู่ในบ้าน 1 ป้ายพ่อบุญธรรม อีก 1 ป้ายแม่บุญธรรม ซึ่งทั้งสองเป็นทั้งพ่อแม่และอาจารย์ สอนสั่งนางมาแต่เด็ก ถึงเมือก่อนจะเคยอยู่สุขสบาย แต่ก็ต้องหลบหนีมายังที่ห่างไกล แต่สิ่งหนึ่งที่นางไม่อาจลืมได้คือความแค้น แค้นที่ถูกคนชั่วช้าที่เป็นคนตระกูลเดียวกันหักหลังใส่ร้าย จนพ่อของนางต้องตายเพื่อให้พวกนางหลบหนีออกมาได้อย่างปลอดภัย ตลอดสิบกว่าปีที่นางอยู่บนเขามีอาจารย์หญิงสอนสั่ง ทำให้นางนั้นมีวรยุทธที่สูงส่งและการบ่มเพาะที่ก้าวหน้ากว่าคนทั่วไป บัดนี้ได้เวลาที่นางต้องออกเดินทางไกล ด้วยพลังลมปราณระดับเมฆาขั้นกลาง คงไม่มีใครสามารถทำอะไรนางได้โดยง่าย ซึ่งจุดหมายปลายทางของนางนั้นคือ เกาะสายทองที่อยู่ไม่ไกลจากเขาที่นางอยู่ เพียงระยะทาง 200 ลี้ ก็ถึงเมืองท่าเรือแล้ว
-----------------------------
“ข้ามีนามว่าเฉินหุ้ยหลาน” ข้ากล่าวกับหญิงสาวที่คล้ายจะเป็นคนสำคัญของที่แห่งนี้
“ค่า คุณเฉินหุ้ยหลาน ตอนนี้การลงทะเบียนผู้ใช้แหวนหยกผู้ช่วยเรียบร้อยแล้วค่ะ สามารถทำการใช้งานแหวนได้ทันที ส่วนนี้คือแหวนวงปัจจุบันที่จะไปหลอมรวมกับวงเก่านะคะ นอกจากนี่ทางสมาคมได้ทำการลงทะเบียนนักผจญภัยไว้เรียบร้อยแล้ว สามารถใช้บริการต่าง ๆ ได้เลยค่ะ”
หลังจากที่ข้าได้ทำการสอบถามและพูดคุยกับพนักงานประจำสมาคมนักผจญภัย ทำให้ทราบข้อมูลมากมายของที่แห่งนี้ ทวีปแห่งนี้ถูกเรียกว่าวงกตมหาเทพแห่งมหาสุทร การจะออกจากที่แห่งนี้ได้นั้นต้องรอจนกว่าจะครบกำหนดระยะเวลา ซึ่งมีประมาณ 3 เดือน ในวงกตฯแห่งนี้มีสัตว์อสูรที่สามารถช่วยพัฒนาการบ่มเพาะลมปราณได้เป็นอย่างดี ในช่วงแรกนั้นข้ายังไม่ค่อยเข้าใจการทำงานของสิ่งที่เรียกว่าระบบผู้ช่วย แต่ด้วยผู้ช่วยของข้านั้นก็ทำให้ข้าสะดวกในสิ่งต่าง ๆ มากมาย ทั้งให้คำปรึกษาแนะนำ พูดคุยเหมือนเป็นเพื่อนสนิท ตลอดจนช่วยเก็บสิ่งของต่าง ๆ โดยที่ข้าไม่ต้องแบกถือเช่นเก่าก่อน
ไม่นานหลังจากที่ข้าเข้ามาระดับการบ่มเพาะของข้าก็ก้าวกระโดดอย่างเหลือเชื่อ หากเป็นที่ทวีปธาตุทั้งหก คงไม่มีทางที่จะก้าวหน้าได้รวดเร็วเช่นนี้ ไม่นานข้าก็ทำภารกิจพิเศษสำเร็จจนได้รับยันต์สุ่มสัตว์อสูรผู้ช่วยมา พวกมันช่วยเหลือข้าในการลงดันเจี้ยนได้เป็นอย่างดี พอข้ารู้ว่าที่เมืองสายน้ำ จะมีการประมูลยาวิเศษที่ยกระดับชนชั้นของสัตว์อสูรผู้ช่วยได้ ข้าก็รีบออกเดินทางไปเมืองสายน้ำ
ในการประมูลยาวิเศษนั้นข้าพ่ายแพ้ให้กับคนอีกกลุ่มที่อยู่ในชั้นประมูลเดียวกัน ข้านั้นแอบเสียใจอยู่บ้าง แต่เมื่อเห็นว่านอกจากยาวิเศษที่เพิ่มชนชั้นสัตว์อสูรแล้ว ยังมีดอกไม้วิเศษที่เพิ่มการบ่มเพาะให้สัตว์อสูรได้ประมูลเช่นกัน โชคดีที่ข้าสามารถประมูลมันมาได้ แต่ถึงแบบนั้นข้ากลับพลาดโอกาสในการประมูลอาวุธระดับสูง ในตอนที่ข้ากำลังจะเดินออกจากอาคารประมูล กลับได้พบเจอชายหนุ่มผู้หนึ่ง ซึ่งเขาเป็นคนกลุ่มเดี่ยวกับผู้ที่ประมูลยาวิเศษไป เขาได้มอบเม็ดยาวิเศษจำนวนหนึ่งให้กับข้า จากนั้นเขาก็จากไป วันนั้นทำให้ข้านึกสนใจชายหนุ่มผู้นั้นพอสมควร
วันเวลาหมุนผ่านไปอย่างรวดเร็วระดับการบ่มเพาะของข้านั้นก็สูงขึ้นอย่างมาก จากตอนที่ข้าอยู่เพียงระดับเมฆา บัดนี้ตัวข้าอยู่ในระดับโลกา ขั้นที่ 1 มันสูงส่งพอที่ข้าจะกลับไปแก้แค้นได้แล้ว หากข้าได้กลับออกไป จงเตรียมตัวไว้ให้ดีไอ้พวกตระกูลเฉิน แต่ในวันที่ระบบของวงกตฯนับถอยหลังเพื่อส่งตัวกลับแผ่นดินธาตุทั้งหกนั้น ข้าก็แอบนึกถึงชายผู้ที่มอบเม็ดยาวิเศษให้กับข้า คงไม่มีโอกาสที่พวกเราจะได้พบกันอีกครั้ง แค่คิดข้าก็เจ็บปวดหัวใจเป็นอย่างมาก
แต่แล้วพอข้าถูกส่งตัวกลับออกมา สายตาของข้าก็พบกับชายที่ข้าไม่คิดว่าจะได้พบเจอกันอีก ขอบคุณสวรรค์ที่เมตตาข้า…
จบ.