ช็อคชิพตื่นขึ้นมาอีกทีประมาณ 3 โมงเย็น ช็อคชิพก็เลยถือวิสาสะเดินลงมาข้างนอกโดยที่ไม่ได้ไปเรียกคาเฟ่ บ้านหลังนี้ใหญ่มากแค่เห็นบ้านก็แสดงถึงความร่ำรวยของคนในครอบครัวนี้แล้ว ช็อคชิพไม่ค่อยรู้อะไรเกี่ยวกับครอบครัวคาเฟ่มากซักเท่าไหร่ เพราะคาเฟ่เคยบอกว่าพวกพี่ชายของเธอไม่ชอบให้ใครมาสอบถามเื่ส่วนตัว ก็เลยไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับพี่ชายของเธอเลย ถ้าจะมีข่าวของพี่ๆก็คงไม่พ้นเื่ของสาวๆแน่นอน ช็อคชิพก็เดินไปเรื่อยๆจนมาถึงตรงบริเวณสวนหลังบ้าน ตรงสวนนี้มีดอกไม้นาๆชนิดแต่ที่ช็อคชิพสนใจมากที่สุดก็คือดอกเยอบีร่าเป็ตัวแทนของความรักที่มั่นคง ซื่อตรงและภักดี ซึ่งก็เปรียบได้เหมือนกับลักษณะของตัวดอก ที่สีสวย สดใส คงทนและอยู่ได้นาน นอกจากนี้เยอบีร่ายังเป็ไม้ดอกที่นิยมนำมาประดับในอาคารอีกด้วย เพราะนอกจาก ดอกเยอบีร่า จะมีความสวย และทนทานแล้ว ดอกเยอบีร่ายังมีคุณสมบัติในการดูดสารพิษได้เป็อย่างดีอีกด้วย
ช็อคชิพยืนดูดอกเยอบีร่าอย่างยิ้มแย้มช็อคชิพจะรู้สึกดีทุกครั้งที่มายืนดูดอกไม้แบบนี้ ช็อคชิพยืนดูดอกไม้ไปเรื่อยๆโดยที่ไม่รู้ว่ามีสายตาอยู่หนึ่งคู่มองมาทางตนเองได้ซักพักแล้ว มอคค่าที่กลับมาจากทำงานเร็วกว่าปกติก็เลยกะว่าจะเดินไปดูสวนซักหน่อยแต่ก็เจอเข้ากับร่างของคนตัวเล็กเข้าเสียก่อน มอคค่าไม่เคยรู้สึกสนใจใครแบบนี้มาก่อนเขาชักอย่างได้เด็กคนนี้มาเป็เด็กในสต็อกของเขาแล้วสิ ว่าแล้วรอยยิ้มของมอคค่าก็ปรากฏบนใบหน้าอันหล่อเหลาทันที
“ช็อคชิพ ออกมาไม่บอกเราเลยนะเราเดินหาตั้งนาน”คาเฟ่ที่เดินมาเอ๋ยขึ้น
“เราไม่อยากกวนคาเฟ่ไง แล้วนี่ตื่นนานหรือยัง”ช็อคชิพถามกลับ
“พึ่งตื่นได้ซักพักเอง เป็ไงบ้างชอบดอกไม้อันนี่หรอ”คาเฟ่ถามอย่างสงสัย
“ชอบมากเลยแหละ ดอกเยอบีร่าเป็ดอกไม้ที่เราชอบมากที่สุดเลยว่าแต่ใครเป็คนปลูกดอกไม้นี่หรอ”ช็อคชิพถามอย่างสงสัยเพราะดอกไม้นี่เป็ดอกไม้ฤดูหนาวต้องได้รับความดูแลอย่างดี ถึงจะออกดอก
“อ๋อคนที่ปลูกดอกอันนี้ก็หน้าจะเป็พี่มอคค่าแหละ เห็นพี่มอคค่าดูเ็า นิ่งๆแบบนั้นจริงๆแล้วพี่มอคค่าใจดีมากเลยนะ แถมยังอ่อนโยนอีกด้วยและก็หล่ออีก”คาเฟ่เอ๋ยชมพี่ชายของตนอย่างภูมิใจ โดยที่ไม่รู้เลยว่าพี่ชายของตนยืนฟังอยู่อีกฝั่งนึงของสวน
“แต่เราว่าพี่ของคาเฟ่ดูเป็คนที่ไม่ค่อยมีความรู้สึกนะ เพราะพี่เข้าดูหน้ากลัวมากเลยอ่ะ”ช็อคชิพบอกสิ่งที่ตนเองคิด แถมยังทำหน้านิ่งๆอย่างที่มอคค่าชอบทำให้คาเฟ่ดูอีก
“555 พี่เราทำหน้าแบบนี้ด้วยหรอตลกเป็บ้าเลย เอาเป็ว่าเดี๋ยวช็อคชิพอยู่ไปนานๆเดี๋ยวก็ชินเองแหละ ไม่แน่นะช็อคชิพอาจหลงรักพี่มอคค่าก็ได้นะ พี่ชายเราเสน่ห์แรงนะจะบอกให้ อิอิ”คาเฟ่พูดทีเล่นทีจริงกับช็อคชิพ โดยคนที่ยืนฟังอยู่อีกฝั่งก็อดยิ้มตามที่น้องสาวพูดไม่ได้ ทั้งๆที่มอคค่าเป็คนไม่แสดงอารมณ์ออกมาซักเท่าไหร่แต่พอมีเด็กนี่เข้ามาเขารู้สึกได้ว่าเขายิ้มบ่อยขึ้น
“เราไม่มีสิทธิ์รักใครหลอกคาเฟ่ ไม่มีใครอยากจะอยู่กับคนจนๆอย่างเราหลอก”ช็อคชิพพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่เศร้าๆ
“นี่ช็อคชิพเราบอกแล้วไงว่าอย่างคิดแบบนี้ ช็อคชิพออกจะเรียนเก่งเดี๋ยวทำงานหาเงินก็รวยแล้ว เชื่อเราสิ”คาเฟ่พูดให้กำลังใจเพื่อนของตน
“ขอบคุณนะคาเฟ่ที่ยอมเป็เพื่อนกับเรา ทั้งที่เราสองคนต่างกันมากจริงๆ”ช็อคชิพพูดออกมาอย่าจริงใจ
“เรามากกว่าต้องขอบคุณช็อคชิพ เราไม่เคยมีเพื่อนเราั้แ่เด็กๆเพราะทุกคนที่เข้ามาหาเราก็หวังผลประโยชน์จากเราทั้งนั้น แต่ช็อคชิพแตกต่างออกไปช็อตชิพจริงใจกับเราั้แ่ครั้งแรกที่เรารู้จักกัน เราดีใจนะที่ได้ช็อคชิพเป็เพื่อน”คาเฟ่พูดอย่างภูมิใจที่ได้ช็อคชิพเป็เพื่อน
“นี่คาเฟ่เราขอยื่นโทรศัพท์หน่อยได้มั๊ย เราอยากโทรไปบอกคุณป้าซักหน่อย”
“นี่ช็อคชิพอย่าโทรไปเลยเดี๋ยวก็โดนว่าอย่างไม่มีสาเหตุอีก จริงๆเราว่าช็อคชิพไม่ต้องกลับไปที่นั้นอีกเลยก็ได้นะ เราว่าช็อคชิพก็ตอบแทนบุญให้กับป้าของช็อคชิพมากพอแล้วนิ”คาเฟ่พูดอย่างอารมณ์เสีย เพราะช็อคชิพก็เล่าเื่ที่บ้านให้ฟังั้แ่เราเริ่มรู้จักกัน แถมตอนที่ไปอยู่อังกฤษป้าก็ยังโทรไปโว๊ยวายอีกด้วย หาว่าไม่ยอมส่งเงินมาให้ใช้ เป็ป้าภาษาอะไรว่ะ
“ยังไงคุณป้าเค้าก็เลี้ยงเรามานะ เราจะตอบแทนเท่าที่เราทำได้ละกันนะ ขอบคุณที่คาเฟ่เป็ห่วงเรานะ”ช็อคชิพกล่าวขอบคุณแล้วก็รับโทรศัพท์จากคาเฟ่มาแล้วโทรไปหาป้าของตน
ณ โต๊ะอาหาร
คาเฟ่กับช็อคชิพมาถึงที่โต๊ะอาหารก่อนคนอื่นๆทั้งคู่ก็เลยนั่งคุยกันเรื่อยเปื่อย ไม่นานคาปูชิโน่ก็เดินเข้ามาในห้องอาหารด้วยสีหน้าที่ร่าเริงอย่างเช่นเคย จะว่าไปคาปูชิโน่ก็เป็คนเดียวที่อารมณ์ดีได้ตลอดเวลา
“สวัสดีครับ น้องช็อคชิพนี่พี่รีบกลับบ้านเพื่อมาทานอาหารกับน้องช็อคชิพโดยเฉพาะเลยนะเนี่ย”คาปูชิโน่ผู้มาถึงก็เริ่มหยอดช็อคชิพทันที ถ้าเป็คนอื่นก็คงหลงคำหวานของคาปูชิโน่ไปแล้ว แต่สำหรับช็อคชิพไม่ได้สนใจเื่พวกนี้อยู่แล้วเลยเฉยๆกับคำพวกนี้
“โหพี่คาปู มาถึงก็หยอดช็อคชิพเลยนะ คนนี้พี่คาปูห้ามยุ้งเด็จขาดไม่งั้นคาเฟ่โกธรจริงๆด้วย”คาเฟ่รีบยื่นคำขาดกับพี่ชายของตนทันที
“ทำไมอ่ะยัยคาเฟ่ พี่ออกจะจริงใจกับช็อคชิพ”คาปูรีบสวนน้องสาวทันที ทำแบบงี้ได้ไงคนอุส่าตั้งใจจะจีบยัยน้องบ้าเอ๋ย
“คาเฟ่ไม่ให้พี่จีบช็อคชิพหลอก เพราะพี่อ่ะเ้าชู้มากเดี๋ยวสาวๆของพี่ก็มาทำร้ายช็อคชิพพอดี”คาเฟ่พูดออกมาอย่างไม่ห่วงภาพลักษณ์ของพี่ชายเลย
“ยัยน้องบ้าพูดอะไรออกมาฮ่ะรู้มั๊ยเดี๋ยวช็อคชิพก็ไม่กล้าเข้าใกล้พี่หลอก”คาปูชิโน่ว่าคาเฟ่อย่างไม่จริงใจนัก
“ไม่เป็ไรหลอกครับ ผมไม่คิดมากเื่นี้อยู่แล้วอีกอย่างผมไม่คิดที่จะมีแฟนอยู่แล้วครับ”ช็อคชิพบอกคาปูชิโน่อย่างยิ้มๆ แต่สายตาของช็อคชิพก็ไม่สะดุ้งกับคนที่มาใหม่ยืนมองมาทางที่ช็อคชิพนั่งอยู่ ช็อคชิพรีบหลบสายตาทันทีเพราะไม่กล้าสบตาโดยตรง
“พี่มอคค่ามาแล้ว คาเฟ่คิดถึงพี่มอคค่าจังเลยกลับมายังไม่ได้กอดพี่เลยมาๆขอกอดหน่อย”คาเฟ่พูดจบก็ลุกขึ้นไปกอดพี่ชายของตนที่กำลังเดินเข้ามา
“อ้อนเป็เด็กเลยนะคาเฟ่ พี่ว่าทานอาหารกันเลยดีกว่า เอสเพรสโซ่โทรมาบอกพี่แล้วว่าให้ทานก่อนเลย เพราะว่าเอสเพรสโซ่ยังเคลียงานไม่เสร็จเลย”มอคค่าพูดกับคาเฟ่แต่สายตาก็แอบมองช็อคชิพที่นั่งนิ่งไม่คุยกับใครเลย
พอมอค่าบอกว่าเอสเพรสโซ่ไม่มาทานอาหารกับทุกคน ไม่นานพวกเราทุกคนก็เริ่มลงมือทานอาหารค่ำกันอย่างสนุก จะบอกว่าสนุกก็ว่าได้มั่ง เพราะทุกคนก็คุยกันหมดยกเว้นแค่ช็อคชิพคนเดียวที่นั่งฟังซะมากกว่า พี่คาปูชิโน่ก็ชวนคุยบ้างในบ้างที พอพวกเราทานอาหารกันเสร็จก็แยกย้ายกันไป ส่วนคาเฟ่กับช็อคชิพก็ยังนั่งคุยกันอยู่ข้างล่าง ส่วนใหญ่จะเป็คาเฟ่มากกว่าที่เล่าเื่ตอนเล็กให้ฟัง จะว่าไปครอบครัวของคาเฟ่ดูอบอุ่นมากเลย พอฟังแล้วก็อิจฉาเหมือนกันนะเนี่ยอย่างมีครอบครัวที่อบอุ่นแบบนี้บ้างจัง ทั้งคู่คุยกันจนถึงประมาน 5 ทุ้มกว่าๆ
“นี่ช็อคชิพเราไปนอนกันเถอะ คาเฟ่เริ่มง่วงแล้วอ่ะ หาวว”คาเฟ่เอ๋ยชวนเพื่อนรักของตนทั้งที่ตนเองยังหาววอดๆอยู่
“งั้นเดี๋ยวคาเฟ่ไปนอนก่อนเลยนะ เราอยากกินนมร้อนๆก่อนนอนอ่ะ”
“เอางั้นก็ได้ ฝันดีนะ”
“ครับ ฝันดีนะคาเฟ่สุดสวย”ช็อคชิพพูดเสร็จก็เดินเข้ามาหานมในห้องครัว บ้านของคาเฟ่ใหญ่มากจริงๆขนานตู้เย็นยังสูงเกือบ2เมตรเลย มีเครื่องทำน้ำแข็งในด้วยอีกด้วย อะไรจะไฮเทคขนานนั้น ช็อคชิพยืนกินนมอยู่ในครัวก็ไม่วายที่จะเดินดูของในห้องครัวไปด้วยแต่ก็ต้องหยุดเพราะหันไปเห็นคนที่ยืนอยู่ตรงปากปะตู
“เออ……คือ….คุณมอคค่ามาเอาอะไรหรือเปล่าครับ”ช็อคชิพกลั้นใจถามออกไป ด้วยใจที่เต้นแรงเว่อร์
“ถ้าถามว่ามาเอาอะไร ก็มีหลายอย่างที่อยากเอานะแต่ไม่รู้จะได้เอาหรือเปล่า”มอคค่าตอบกลับมาอย่างกำกลวง นั้นก็สร้างความสงสัยให้กับช็อคชิพเป็อย่างมาก
“งั้นผมขอตัวก่อนนะครับ”ช็อคชิพรีบกระดกนมรวดเดียวหมดแล้ววิ่งออกมาจากห้องครัวอย่างเร็ว แต่นั้นก็ช้ากว่ามือมอคค่า
“หมับ!! จะรีบไปไหนไม่อยากคุยกับชั้นขนานนั้นเลย ทีตอนเย็นยังคุยยังยิ้มให้คาปูอยู่เลย ชั้นพึ่งรู้นะเนี่ยว่านายเป็คนเลือกปฏิบัติด้วย”มอคค่าถามออกไปด้วยน้ำเสียงนิ่งๆ แต่ก็ยังไม่ปล่อยมือจากแขนของช็อคชิพ
“คือผมไม่รู้จะคุยอะไรกับคุณนิครับ งั้นผมขอตัวไปนอนก่อนนะครับ ราตรีสสัสดิ์ครับ”ช็อค ชิพพูดด้วยน้ำเสียงร้อนลน
“เดี๋ยวสิ ปากนายเลอะนมหนะ”มอคค่าพูดน้ำเสียงนิ่ง
“ไม่เป็ไรครับ เดี๋ยวผมไปเช็ดบนห้องครับ”ช็อคชิพรีบหาทางออกให้กับตัวเองทันที
“เดี๋ยวชั้นเช็ดให้ก่อนได้ ชั้นใจดี”ว่าแล้วมอคค่าก็ใช้ปากขอตนเองเช็ดคราบนมที่ติดอยู่ตรงมุมปากของช็อคชิพ ไม่ใช่แค่เช็ดอย่างเดี๋ยวมอค่าใช้มืออีกข้างจับตรงท้ายทอยของช็อคชิพแล้วใช้ลิ้นเข้าไปกวาดชิมความหวานภายในปากของเด็กน้อยคนนี้อย่างเอาแต่ใจ ช็อคชิพทำได้แต่ช็อคทำอะไรไม่ถูก พอรู้ตัวอีกทีอีตาบ้านี่ก็จูบปากของตนอย่างดูดดื่มไปแล้ว
“ชั้นเช็ดปากให้นายแล้ว ไปนานได้และ ราตรีสวัสดิ์”มอคค่าพูดด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลแล้วเดินออกจากห้องครัวไป ปล่อยให้ช็อตชิพยืนอึ้งอยู่คนเดียว

(ดอกเยอบีร่า)