สวีหลิงเหยียนมองดูร่างของตนที่ถูกขยายใหญ่ขึ้นด้วยความกังวล เขาไม่กล้าแม้แต่จะขยับตัวเพราะกลัวห้องเรียนจะแตกเป็ชิ้นๆแล้วตนต้องจ่ายเงินชดใช้ ดังนั้นเขาจึงได้แต่ยืนนิ่งเฝ้ามองมู่เสวี่ยหลินที่กำลังะโโลดเต้นด้วยความดีใจ
“ศิษย์พี่ห้าเรามาลองอันต่อไปกันเถอะ” มู่เสวี่ยหลินมองกระต่ายั์ด้วยดวงตาเป็ประกาย
ทางด้านสวีหลิงเหยียนที่ได้ยินเขาก็เริ่มสังหรณ์ใจไม่ดี เขารู้สึกว่ายันต์ที่เหลือของศิษย์น้องหญิงเล็กนั้นต้องไม่ธรรมดาเป็แน่
“ศิษย์น้องก่อนจะลองเ้าช่วยยันต์ออกให้ศิษย์พี่ก่อนได้หรือไม่”
“โอ้..ดูข้าสิมัวแต่ดีใจจนลืมเื่ไปเสียได้”
มู่เสวี่ยหลินเหลือบมองกระดาษยันต์ที่ติดอยู่บนหน้าอกของกระต่ายั์ด้วยความครุ่นคิด นางกำลังคิดว่าตนควรจะทำเช่นไรดีถึงจะขึ้นไปหยิบยันต์นั้นออกมาได้
ในระหว่างที่นางกำลังชั่งใจว่าจะใช้ดาบหรือขอความช่วยเหลือนางก็เหลือบไปเห็นศิษย์พี่แปดที่ถูกบีบอัดอยู่มุมห้องเข้า
“ศิษย์พี่แปดท่านเป็เช่นไรบ้าง”
มู่เสวี่ยหลินรีบวิ่งเข้าไปหากวางขาว ด้วยรูปร่างที่ผอมบางและเล็ก นางจึงไม่มีปัญหาในการเดินไปมาในช่องว่างที่เหลือเพียงน้อยนิด ถึงอย่างนั้นก็ยังต้องใช้เวลาพอสมควร เพราะขนที่หนานุ่มของกระต่ายนั้นบดบังอีกฝ่ายจนเกือบจะมองไม่เห็น
“ศิษย์พี่แปด!!”
“ศิษย์น้องเล็กในที่สุดเ้าก็มาแล้ว..”
จี้จื่อฮวนเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนแรง ตอนแรกเขาก็อยู่ไม่ไกลจากศิษย์น้องหญิงเล็กและศิษย์พี่ห้า แต่ทว่าอยู่ดีๆศิษย์พี่ห้าก็ขยายร่างใหญ่จนบีบอัดเขาเข้ามุม ไม่ใช่ว่าเขาไม่อยากหนีแต่เขาหนีไม่ทันต่างหาก
ดังนั้นกวางหนุ่มจึงตกอยู่ในสภาพนี้ ร่างของเขาจมลงไปในขนของสวีหลิงเหยียนจนเหลือเพียงแค่ส่วนหัว จี้จื่อฮวนที่ติดอยู่ในขนของศิษย์พี่จึงทำได้เพียงหวังว่ามู่เสวี่ยหลินจะมาช่วยเขาเร็วๆ แต่รอแล้วรอเล่าศิษย์น้องก็ยังไม่มาคล้ายกับว่านางได้ลืมเขาไปเสียแล้ว
“ศิษย์น้องเล็ก ศิษย์พี่จะไม่ไหวแล้ว..”
“อ่า ศิษย์แปดท่านทำใจดีๆไว้นะ ข้าจะรีบไปช่วยเดี๋ยวนี้”
มู่เสวี่ยหลินรีบวิ่งเข้าไปหาจี้จื่อฮวนแล้วใช้มือน้อยของตนจับคอกวางแล้วลากอีกฝ่ายออกมา จึงเกิดเป็ภาพที่เด็กสาวพยายามดึงกวางออกมาจากก้อนขน
....
อาจารย์หลี่มองความวุ่นวายในห้องด้วยความงุนงง ตอนแรกนางกะว่าจะให้เวลาเหล่าเด็กน้อยได้พักผ่อนกันชั่วครู่ นางจึงได้ออกมาช้าหน่อย อย่างไรก็ตามเมื่อนางมาถึงก็บังเอิญได้ยินเื่ทดสอบยันต์เข้าพอดี
ด้วยความนึกสนุกนางจึงได้แอบเฝ้ามองดูพวกเขา จนกระทั่งร่างของสวีหลิงเหยียนขยายใหญ่จนเต็มห้องและจี้จื่อฮวนติดอยู่ในขนของกระต่าย เ้าของยันต์อย่างมู่เสวี่ยหลินไม่ได้รับผลกระทบนางยังมีเวลามาร้องขอทดสอบยันต์อันต่อไป
อย่างไรก็ตามสวีหลิงเหยียนดูเหมือนจะรับรู้ได้ด้วยสัญชาตญาณว่ายันต์ของศิษย์น้องของเขานั้นคงไม่ปลอดภัยสักเท่าใด จึงได้หาข้ออ้างบ่ายเบี่ยงจนมากลายเป็สภาพเช่นนี้
“เฮ้อ..จริงๆเลยน่าเ้าพวกตัวป่วน”
อาจารย์หลี่พึมพำพร้อมยกมือขึ้นโบกเบาๆ ยันต์ที่อยู่ตรงหน้าอกของสวีหลิงเหยียนก็หลุดออก กระต่ายร่างั์จึงค่อยๆหดตัวลงจนกลับมามีสภาพเดิม มู่เสวี่ยหลินที่กำลังออกแรงดึงกวางขาวอยู่ก็โดนกวางล้มใส่เข้าอย่างจัง
โครม!
ร่างของทั้งสองล้มลงบนพื้นจนเกิดเป็เสียงดัง สวีหลิงเหยียนที่พึ่งกำจัดยันต์เ้าปัญหาออกไปได้ ก็รีบะโไปหาทั้งคู่ด้วยความเป็ห่วง
“ศิษย์น้องแปด ศิษย์น้องเล็กพวกเ้าไม่เป็ไรนะ”
“ศิษย์พี่ห้าช่วยข้าด้วย..”
“ศิษย์น้องเล็กรอเดี๋ยวนะ”
เมื่อได้ยินน้ำเสียงอ่อนแรงของมู่เสวี่ยหลิน สวีหลิงเหยียนก็เริ่มเป็กังวลขึ้นมา ศิษย์น้องแปดเองก็ดูเหมือนจะสลบไปแล้ว ดังนั้นเขาจึงทำได้เพียงยกร่างของอีกฝ่ายออก
ร่างกระต่ายะโไปทางมู่เสวี่ยหลิน มีแสงเปล่งออกมาจากร่างกระต่าย จากนั้นก็หายแล้วแทนที่ด้วยชายหนุ่มรูปงาม
หน้าตาของชายหนุ่มนับว่าโดดเด่นไม่น้อย เขามีใบหน้าหล่อเหลางดงามคมสัน ดวงตาเมล็ดซิ่งสีแดงก่ำราวกับอัญมณี คิ้วตรง ทำให้ใบหน้าของดูนุ่มนวลสดใสราวกับกระต่ายน้อยไร้เดียงสา
สวีหลิงเหยียนในร่างมนุษย์รีบเดินไปยกร่างของกวางขาวขึ้น และในตอนนั้นเองที่มู่เสวี่ยหลินได้มีโอกาสได้เห็นร่างมนุษย์ของกระต่ายขาว
เด็กสาวจ้องมองชายหนุ่มด้วยความตกตะลึง ภายในใจของนางมีเพียงสองคำคืองามมาก นางไม่เคยเห็นชายหนุ่มคนใดเลยที่จะมีทั้งความหล่อและความงามภายในคนคนเดียวกัน
อย่างไรก็ตามภาพลักษณ์ของเขากลับไม่ได้ขัดแย้งกัน ตรงกันข้ามเลยคือมันทำให้ชายหนุ่มดูโดดเด่นยิ่งขึ้นไปอีก
“ศิษย์พี่ห้าท่านช่าง..งดงามยิ่งนัก”
“ดูท่าว่าศิษย์น้องจะไม่เป็ไรแล้วสินะ”
สวีหลิงเหยียนมองข้ามคำชมของมู่เสวี่ยหลินไปอย่างรวดเร็ว เขาทำเป็ไม่สนใจแต่ในใจกลับรู้สึกยินดีที่แผนการชายงามของตนได้ผล
"ข้าไม่เป็ไรแล้ว ศิษย์พี่ห้าพวกเรามาลองยันต์กันต่อเถอะ^^”
สวีหลิงเหยียน “...?”
ชายหนุ่มรู้มานานแล้วว่าศิษย์น้องเล็กคนนี้แปลก แต่เขาก็ไม่คิดว่านางจะแปลกถึงเพียงนี้ ตัวเขาอุตส่าห์ใช้ร่างนี้เพื่อหลอกล่อนางเชียวนะ เหตุใดนางถึงไม่หลงกลเขาสักหน่อยเล่า
สวีหลิงเหยียนรู้สึกปวดหัว เห็นได้ชัดว่าเขาสามารถใช้มนต์ยกร่างของศิษย์แปดได้ แต่เขากลับเลือกที่กลายร่างเป็มนุษย์เพราะหวังว่าศิษย์น้องเล็กจะเห็นแก่ร่างมนุษย์อันงดงามนี้แล้วปล่อยเขาไป
อย่างไรก็ตามทุกอย่างมันกลับผิดพลาดไปหมด ศิษย์น้องเหมือนจะชอบร่างมนุษย์ของเขา แต่ทว่านางก็ยังคงให้เขาทดสอบยันต์ต่อไปอยู่ดี นี่มันจะแปลกเกินไปแล้ว..
สวีหลิงเหยียนมองเด็กสาวด้วยความคับข้องใจ เห็นได้ชัดว่าหน้าตาของเขานั้นงดงามมาก เหตุใดนางถึงยังคิดทำร้ายกันได้ลงคอ สวีหลิงเหยียนไม่เข้าใจส่วนมู่เสวี่ยหลินนั้นนางไม่ได้สนใจเื่นี้
ด้วยความที่ชาติก่อนนางเคยทำงานในวงการบันเทิงมาระยะนึง นางจึงคุ้นเคยกับความงามทุกชนิด แม้ว่าในบรรดานั้นจะเทียบกับศิษย์พี่ไม่ได้ แต่ทว่ามันก็ทำให้เด็กสาวมีภูมิคุ้มกันต่อความงามประเภทนี้อยู่ไม่น้อย
“ศิษย์พี่ห้าต่อไปมาลองอันนี้กันเถอะ”
มู่เสวี่ยหลินถือยันต์พร้อมกับมองชายหนุ่มด้วยแววตาเป็ประกาย ในขณะที่สวีหลิงเหยียนนั้นก็ได้แต่มองดูนางด้วยความสับสน
“ศิษย์น้องอีกไม่นานท่านอาจารย์ก็จะมาแล้ว ไม่สู้เรามาลองครั้งต่อไป-”
“ศิษย์พี่ห้าไม่ต้องกังวล ท่านอาจารย์หลี่ไม่ว่าหรอก”
“ศิษย์น้องเ้ารู้ได้อย่างไร”
“ท่านอาจารย์อนุญาตแล้ว^^”
สวีหลิงเหยียน “...”
เมื่อมองรอยยิ้มอันสดใสของเด็กสาว สวีหลิงเหยียนก็รู้สึกว่านางช่าง..น่ากลัวยิ่งนัก..
…..
ท้ายที่สุดแล้วสวีหลิงเหยียนก็ต้องยอมกับการทดสอบยันต์อย่างไม่เต็มใจ เขากลับคืนร่างเดิมของตนแล้วรับยันต์อันใหม่มาลองด้วยความหดหู่ ทันทีที่ยันต์ถูกแปะร่างของเขาก็หดเล็กลงจนเหลือเท่าเมล็ดถั่ว
สวีหลิงเหยียน “...”
ต่อจากร่างั์ก็เหลือแค่เมล็ดถั่วงั้นรึ? กระต่ายขาวนึกในใจเหตุใดยันต์แต่ละอันของศิษย์น้องมันถึงได้แปลกยิ่งนัก
“อ่า..ศิษย์พี่ห้าท่านไม่เป็ไรนะ”
มู่เสวี่ยหลินมองดูกระต่ายที่มีขนาดเท่าเมล็ดถั่วด้วยความกังวล อาจารย์หลี่ที่หลบซ่อนตัวมานานยามนี้ก็อยู่ข้างกายเด็กสาว หญิงสาวมองเมล็ดถั่วไม่สิกระต่ายด้วยความสนใจ
“น่าสนใจ”อาจารย์หลี่พึมพำในขณะมองดูกระต่ายตัวน้อยบนโต๊ะ
เมื่อเห็นว่ายันต์ย่อส่วนสามารถใช้งานได้ มู่เสวี่ยหลินก็ยิ่งมีความสุข ดังนั้นนางจึงหยิบยันต์อื่นๆออกมาให้สวีหลิงเหยียนลอง ภายใต้การจับตามองของอาจารย์หลี่ สวีหลิงเหยียนจึงไม่สามารถหาข้ออ้างมาบ่ายเบี่ยงเื่ทดสอบยันต์ได้อีก เขาจึงได้แต่จำใจยอมจำนนต่อชะตากรรมและรับยันต์ของมู่เสวี่ยหลินมาทดสอบทั้งน้ำตา
ยันต์ที่เหลือไม่ได้ผิดปกติเช่นสองอันแรก ยันต์แปลงกายนั้นเรียกได้ใช้ได้ค่อนข้างดีแต่มันยังไม่ดีพอ สวีหลิงเหยียนคิดว่าเขาสามารถปรับปรุงมันได้ ดังนั้นเขาจึงเอามันเก็บไว้ในแหวน
ยันต์อันมาคือยันต์ย้อนอายุซึ่งก็ดูเหมือนจะไม่ค่อยได้ผลนัก ต่อมาคือยันต์กลายเป็เด็กผลที่ได้ค่อนข้างน่าสนใจ อาจารย์หลี่จึงร่วมทดสอบด้วย
ทั้งสามคนทดสอบยันต์กันจนถึง่เย็นจึงได้หยุด จี้จื่อฮวนที่สลบไปนานก็ตื่นขึ้น ดวงตาสีนิลมองทั้งสามคนด้วยความฉงน โดยเฉพาะกระต่ายที่ตอนนี้ทั้งตัวเต็มไปด้วยกระดาษยันต์
“ศิษย์รักเ้ามียันต์นี่อยู่อีกเท่าไหร่ อาจารย์้ามันทั้งหมด” อาจารย์หลี่กล่าวจบก็หยิบถุงจัดเก็บออกมายืนให้มู่เสวี่ยหลิน
“อาจารย์คือว่าศิษย์ไม่ได้เขียนไว้มากนัก” มู่เสวี่ยหลินกล่าวพร้อมกับหยิบยันต์คลายความเหนื่อยล้าออกมาอีกสิบใบ
ยันต์คลายความเหนื่อยล้าก็ตามชื่อของมัน ความสามารถคือการคลายความเหนื่อยล้าที่สะสม ตัวอย่างเช่นสวีหลิงเหยียนที่ทดสอบยันต์มาทั้งวัน หลังจากที่เขาติดยันต์ความเหนื่อยล้าก็จะหายจนเหลือแต่ความสดชื่น
แน่นอนว่ามันสามารถเอาไปต่อยอดได้อีก มู่เสวี่ยหลินจึงกำคิดถึงยันต์รูปแบบอื่นๆที่สามารถช่วยกำจัดความเหนื่อยล้าได้อย่างเช่นยันต์นวดกับยันต์สปา อย่างไรก็ตามมันเป็แค่ความคิด
“อาจารย์ศิษย์เหลือเพียงเท่านี้”
“มีเท่านี้ก็ไม่เป็ไร เ้าสามารถนำมันมาให้ข้าเพิ่มทีหลังได้”
อาจารย์หลี่หยิบยันต์ในมือมู่เสวี่ยหลินแล้วแทนที่มันด้วยถุงจัดเก็บ จากนั้นนางก็จากไปอย่างมีความสุข ทิ้งมู่เสวี่ยหลินกับถุงจัดเก็บไว้เื้ั
“ศิษย์น้องหญิงเล็กท่านอาจารย์ไม่สอนหรือ?”
“ไม่เ้าค่ะตอนนี้มันเวลาเลิกเรียนแล้ว”
“หืม..ถึงเวลาเลิกเรียนแล้วรึ?”
“เ้าค่ะ”
“นี่ข้าหลับไปนานถึงเพียงนั้นเชียว”
จี้จื่อฮวนไม่เชื่อว่าตนจะหลับไปนานถึงเพียงนั้น ภาพสุดท้ายที่เขาจำได้ยังคงเป็ศิษย์น้องหญิงเล็กที่พยายามดึงเขาออกมาขนของศิษย์พี่ห้า เื่ราวหลังจากนั้นเขาเองก็จำมันไม่ค่อยได้แล้ว
“ศิษย์พี่แปดท่านไม่เป็ไรนะเ้าคะ”
“ไม่เป็ไร”
จี้จื่อฮวนตอบตอนนี้เขารู้สึกเื่ราวหลังจากนั้นคงไม่จำเป็เท่าใดนัก เพียงแค่มองดูสภาพของศิษย์พี่
ห้าที่นอนหงายท้องพร้อมกับติดยันต์ทั่วตัวแล้ว เขาก็รู้สึกว่าเป็เื่ดีที่ตนนอนหลับไปไม่เช่นนั้น เขาคงหนีไม่พ้นชะตากรรมเช่นเดียวกับศิษย์พี่ห้าเป็แน่..