กำเนิดธิดาสวรรค์ผู้เหี้ยมโหด(Devil in the Goddess)

    ตอนที่50:ปราชญ์ชาวเลย์ และเงาสะท้อนแห่งอดีต

    คำพูดของอิลิยาดังก้องอยู่ในโสตประสาทของอีลิค "เขาคือบุตรชายของข้า...กับเจี๋ยนซิน"


    ราวกับค้อนปอนด์ขนาดมหึมาทุบลงกลางอก! อีลิคเบิกตากว้าง ร่างสูงใหญ่สั่นสะท้านอย่างเห็นได้ชัด ลมหายใจติดขัด เขามองใบหน้าแน่วแน่ของอิลิยา สลับกับภาพของไท่เซวียนที่ยืนรออยู่ไม่ไกล ความคิดในหัวตีกันสับสนวุ่นวาย


    "นี่...นี่เจ้า...พูดเรื่องอันใดกัน!?" ในที่สุดอีลิคก็เค้นเสียงออกมาได้ แต่ก็ยังแหบพร่า "เจี๋ยนซิน...เขา...เขาตายไปแล้วมิใช่รึ! ตายไปในหุบเหวนั่น! เจ้า...เจ้ากับเขามีบุตรด้วยกันได้อย่างไร!?" ความทรงจำอันเจ็บปวดเกี่ยวกับวันที่สหายรักพลัดตกหน้าผาหวนกลับมาทิ่มแทงหัวใจของเขาอีกครั้ง


    อิลิยาส่ายหน้าช้าๆ น้ำตาคลอหน่วย "ใช่...ท่านพี่เจี๋ยนซิน...จากไปแล้ว" เสียงของนางสั่นเครือเมื่อเอ่ยถึงบุรุษผู้เป็นที่รัก "แต่ก่อนที่ท่านจะ...จากไป...เราสองคน..." นางเว้นคำพูดไปชั่วขณะ รวบรวมความเข้มแข็ง "ไท่เซวียนคือเลือดเนื้อเชื้อไขของท่าน...คือสิ่งเดียวที่ท่านทิ้งไว้ให้ข้าระลึกถึง"


    อีลิคทรุดตัวลงนั่งบนขอบเรือเก่าๆ อย่างหมดแรง เขายกมือกุมศีรษะ พยายามทำความเข้าใจกับสิ่งที่ได้ยิน เจี๋ยนซินมีบุตร...บุตรชายที่เขามิเคยล่วงรู้มาก่อน! ความรู้สึกหลากหลายประเดประดังเข้ามา ทั้งตกใจ เสียใจ และ...ความรู้สึกผิดบางอย่างที่เขาต้องเก็บงำไว้ เขาคือคนเดียวที่รู้ว่าเจี๋ยนซินรอดชีวิตจากการตกหน้าผาครั้งนั้น! แต่สหายรักได้ขอร้องอ้อนวอนไม่ให้เขาบอกความจริงนี้กับผู้ใด โดยเฉพาะกับอิลิยา เจี๋ยนซินในตอนนั้นดูเจ็บปวดและสับสนเกินกว่าที่เขาจะซักไซ้ได้ เขาจึงรับปากไป...และตั้งแต่นั้นมา เขาก็ไม่เคยได้ข่าวคราวของเจี๋ยนซินอีกเลย ไม่รู้ว่าสหายรักยังมีชีวิตอยู่หรือไม่ หรืออยู่ที่ใดบนโลกใบนี้


    พอทำใจให้สงบลงได้บ้าง หลังจากผ่านไปครู่ใหญ่ อีลิคก็เงยหน้าขึ้นมองอิลิยาด้วยแววตาที่ยังคงสับสน "แล้ว...คิมสันเล่า? เขารู้เรื่องนี้หรือไม่? เจ้ารับใช้เขาในฐานะพระสนม...มันหมายความว่าอย่างไร?" น้ำเสียงของเขายังคงแฝงความไม่พอใจอยู่ลึกๆ


    "ข้ากับฝ่าบาทคิมสัน...ไม่มีสิ่งใดเกินเลยไปกว่าความเป็นสหายของท่านพี่เจี๋ยนซินและหน้าที่ที่พระองค์ทรงมอบให้" อิลิยาตอบอย่างหนักแน่น "พระองค์ทรงรู้สึกผิดต่อการจากไปของท่านพี่เจี๋ยนซินเสมอมา การแต่งตั้งข้าเป็นพระสนมก็เพื่อปกป้องข้าและไท่เซวียนจากอันตรายรอบด้าน...และพระองค์ก็ทรงวางแผน...ที่จะให้ไท่เซวียนสืบทอดบัลลังก์ต่อจากพระองค์ เพื่อเป็นการไถ่โทษและให้เกียรติแก่ท่านพี่เจี๋ยนซิน"


    อีลิคได้ฟังแล้วก็นิ่งครุ่นคิดไปนาน ดวงตาคมกริบมองใบหน้าของอิลิยาอย่างพิจารณา 'คิมสันน่ะรึจะรู้สึกผิด? ข้าไม่เชื่อ!' เขาคิดในใจ แต่ก็ไม่ได้พูดออกไป เขารู้ดีว่าคิมสันแอบมีใจให้อิลิยามาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว "เป็นเช่นนั้นรึ..." เขาพึมพำ "เฮ้อ...แต่ใจคนเรายากแท้หยั่งถึง ข้ารู้สึกได้ว่าคิมสัน...มีใจให้เจ้าไม่มากก็น้อย แม้ว่าเขาจะพยายามแสดงออกว่าทำไปเพราะรู้สึกผิดต่อสหายก็ตาม"


    อิลิยาหลุบตาลงต่ำ "ข้าก็พอจะรับรู้ได้ถึงท่าทีของฝ่าบาท...สักวันหนึ่ง...ข้าคงต้องจัดการเรื่องนี้ให้กระจ่าง" นางเปลี่ยนเรื่อง "เอาเถอะท่านอีลิค...เรื่องนั้นไว้ทีหลัง แต่เรื่ององค์ชายไท่เซวียน...ข้ารู้ว่าชื่อเสียงของเขาในวังไม่สู้ดีนัก..."


    อีลิคนึกถึงคำร่ำลือเกี่ยวกับองค์ชายไท่เซวียนที่เอาแต่เสเพล ไม่เอาการเอางาน ทำให้เขายิ่งหนักใจ "ใช่...ข้าได้ยินมาบ้าง...ดูเหมือนเขาจะไม่ใช่คนที่เหมาะสมจะแบกรับภาระใหญ่หลวงเช่นนั้นได้เลยนะ อิลิยา" แต่เมื่อนึกว่าเด็กหนุ่มคนนั้นคือสายเลือดของเจี๋ยนซิน...หัวใจของเขาก็พลันอ่อนยวบลง


    "ข้าเชื่อมั่นในตัวเขา" อิลิยาตอบด้วยน้ำเสียงมั่นคง "ไท่เซวียนเพียงแค่ยังไม่ค้นพบตัวเอง...และนั่นคือเหตุผลที่ข้ามาหาท่านในวันนี้...ข้าอยากจะฝากฝังเขาไว้กับท่าน ช่วยขัดเกลา...และสอนสั่งเขาด้วยเถิด เพื่อเกียรติของท่านพี่เจี๋ยนซิน"


    อีลิคมองไปยังไท่เซวียนที่ยืนรออยู่กับนางกำนัลด้วยท่าทีสงบเสงี่ยมผิดกับคำร่ำลือ ท่าทีของอีลิคเปลี่ยนไปเล็กน้อย แววตาที่เคยแข็งกร้าวอ่อนลง เจือความเอ็นดูคล้ายมองดูลูกหลานที่ไม่เอาไหนของตน 'นี่คือบุตรของเจี๋ยนซิน...บุตรของสหายข้า...'


    "เอาเถอะ...ในเมื่อเจ้าขอร้องมาถึงขนาดนี้...และเห็นแก่...เจี๋ยนซิน..." อีลิคถอนหายใจ "ข้าจะลองดู" เขาหันไปตะโกนเรียกไท่เซวียน "เจ้าหนุ่ม! มานี่สิ! ตามข้ามา!"


    ไท่เซวียนเดินเข้ามาหาอย่างนอบน้อม อีลิคไม่พูดพร่ำทำเพลง เดินนำเขาไปยังกระท่อมไม้หลังเล็กๆ ที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากชายหาด ที่นั่นมีบ่อปลาขนาดพอเหมาะอยู่หลังกระท่อม


    "เอาล่ะ...ก่อนที่เราจะเริ่มฝึกการต่อสู้กัน..." อีลิคชี้ไปยังบ่อปลา "ข้าอยากจะดูความสามารถของเจ้าสักหน่อย ลองไปตกปลาในบ่อนั่นให้ได้สักสิบตัวสิ แล้วข้าจะชี้แนะการต่อสู้ให้เจ้า"


    ไท่เซวียนมองบ่อปลาอย่างงุนงง "ตกปลารึ? แบบนี้มันจะได้อะไรขึ้นมากันพะย่ะค่ะ?" เขาบ่นเล็กน้อย แต่เมื่อเห็นแววตาท้าทายของอีลิค เขาก็รีบเปลี่ยนท่าที "แต่ถ้าท่านว่าอย่างนั้น...ข้าจะลองดู!"


    แน่นอนว่า...ไท่เซวียนตกปลาไม่ได้เลยสักตัว! เขานั่งอยู่นานนับชั่วยาม คันเบ็ดในมือนิ่งสนิท ในขณะที่อีลิคซึ่งนั่งอยู่ไม่ไกล กลับตกปลาขึ้นมาได้ตัวแล้วตัวเล่าอย่างง่ายดาย ไท่เซวียนมองภาพนั้นด้วยความทึ่งและงุนงงระคนหงุดหงิด อีลิคได้แต่ส่ายหน้ามองเขาอย่างระอา


    ไท่เซวียนเริ่มสังเกตการตกปลาของอีลิคอย่างจริงจัง ทุกการเคลื่อนไหว...จังหวะการตวัดคันเบ็ด...การรอคอยอย่างใจเย็น... ทันใดนั้น! แววตาของไท่เซวียนก็ทอประกายขึ้นมาเล็กน้อย! ราวกับเขาเข้าใจบางสิ่งบางอย่าง! เขาหยิบคันเบ็ดขึ้นมาใหม่ เริ่มต้นตกปลาอีกครั้งด้วยท่าทีที่เปลี่ยนไป...นิ่งขึ้น...สงบขึ้น...และจดจ่อมากขึ้น


    อีลิคแอบสังเกตท่าทีของไท่เซวียน 'หรือว่า...เจ้าเด็กนี่จะเข้าใจแล้วจริงๆ?' เขาคิดในใจ แต่ก็ยังคงทำหน้านิ่งเฉย


    ตัดกลับมาที่พระราชวังเอเลน


    ทหารที่คิมทันส่งไปสอดแนมกลับมารายงาน "เรียนองค์ชายคิมทัน พระสนมอิลิยาและองค์ชายไท่เซวียนได้เดินทางไปยังหมู่บ้านชาวประมง และได้พบกับชายผู้หนึ่งชื่ออีคอมพะย่ะค่ะ หลังจากนั้นพระสนมก็เดินทางกลับตำหนัก ส่วนองค์ชายไท่เซวียน...ยังคงอยู่ที่นั่นกับนายอีคอม...กำลัง...กำลังเรียนตกปลาพะย่ะค่ะ!"


    "เรียนตกปลา!?" คิมบอลอุทานออกมาเสียงดังอย่างไม่เชื่อสายตา "เจ้าน้องโง่นั่นมันคิดจะทำอะไรของมันกันแน่!?"


    "นายอีคอมผู้นั้นเป็นใครกัน?" องค์หญิงคิมรยาเอ่ยถามอย่างสงสัย


    "กระหม่อมให้คนไปสืบดูแล้วพะย่ะค่ะ" ทหารคนเดิมรายงาน "นายอีคอมเป็นเพียงชาวประมงธรรมดา แต่มีชื่อเสียงในหมู่บ้านว่าเป็นนักตกปลาอันดับหนึ่งพะย่ะค่ะ"


    ทั้งห้องนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง...ก่อนที่เสียงหัวเราะดังลั่นจะระเบิดออกมาจากองค์ชายทั้งสองและองค์หญิง!


    "ฮ่าๆๆๆ! เรียนตกปลา! กับนักตกปลาอันดับหนึ่ง! ช่างสมกับเป็นเจ้าไท่เซวียนเสียจริง!" คิมทันเย้ยหยันอย่างไม่ปิดบัง "สงสัยพระสนมอิลิยาคงจะสิ้นไร้หนทางแล้วจริงๆ ถึงได้ส่งลูกชายไปฝึกวิชาประหลาดเช่นนี้!"


    "น่าสมเพชสิ้นดี!" คิมบอลหัวเราะร่วน "แบบนี้ก็ดี...ปล่อยให้มันไปเป็นชาวประมงโง่ๆ เถอะ อย่าได้กลับมาเหยียบวังให้เป็นเสนียดอีกเลย!"


    "รอให้ท่านพี่คิมทันได้ขึ้นครองราชย์เสียก่อนเถิดเพคะ" คิมรยากล่าวด้วยรอยยิ้มเยาะ "เมื่อถึงวันนั้น...หม่อมฉันจะทูลขอให้ท่านพี่ลงโทษพระสนมอิลิยากับเจ้าไท่เซวียนนั่น ให้สาสมกับที่พวกมันเคยทำให้เสด็จแม่ต้องช้ำพระทัย!"


    ณ กระท่อมของอีลิค


    เวลาผ่านไปอีกหลายชั่วยาม...อีลิคถึงกับตกใจตาค้าง! ไท่เซวียน...เจ้าเด็กหนุ่มที่เมื่อตอนบ่ายยังตกปลาไม่ได้สักตัว...บัดนี้กลับกำลังตกปลาอย่างคล่องแคล่วราวกับผู้เชี่ยวชาญ! แม้จะยังไม่เก่งเท่าเขา แต่ก็ไม่ใช่ท่าทางของมือใหม่อีกต่อไปแล้ว!


    'บ้าน่า!' อีลิคอุทานในใจ 'ต่อให้เป็นเจี๋ยนซินเอง...ก็ไม่มีทางที่จะมีพัฒนาการรวดเร็วได้ถึงเพียงนี้!' เขารีบเก็บสีหน้าตกใจ กลับมาทำหน้านิ่งขรึมเพื่อรักษาภาพพจน์เอาไว้


    "เป็นอย่างไรบ้างพะย่ะค่ะ ท่านอาจารย์! ข้าทำได้ดีใช่หรือไม่!" ไท่เซวียนหันมาอวดโอ้อย่างภาคภูมิใจ


    อีลิคแค่นเสียง "หึ! ช่างอ่อนด้อย! พัฒนาการเชื่องช้านัก! ถ้าไม่ใช่เพราะข้าทำให้ดูเป็นตัวอย่าง ป่านนี้เจ้าคงยังไม่ได้ปลาแม้แต่หางกระมัง!" เขาพูดปดออกไปอย่างกระอักกระอ่วนใจเล็กน้อยที่ต้องโกหกเพื่อรักษามาด


    ไท่เซวียนได้ยินดังนั้นก็หน้าจ๋อยลงเล็กน้อย นึกว่าตนเองทำได้ดีแล้วเสียอีก แต่เขาก็รู้สึกว่าการตกปลานี้...มันให้อะไรมากกว่าที่เขาคิดจริงๆ มันคือการจับจังหวะ...การรอคอย...การคาดการณ์การเคลื่อนไหว... เขานึกถึงกระบวนท่าในคัมภีร์อาญาสวรรค์... "อาญาตัดศูนย์"...ที่เป็นการเน้นทำลายจังหวะของศัตรู การคาดคะเนการเคลื่อนไหวของฝ่ายตรงข้าม... ทุกอย่างมันเชื่อมโยงกัน!


    "เอาล่ะ...พอแค่นี้สำหรับวันนี้" อีลิคเห็นว่าไท่เซวียนเริ่มเข้าใจแก่นแท้บางอย่างแล้ว จึงโยนดาบไม้เล่มหนึ่งไปให้ "เอ้า! ลองเข้ามาโจมตีข้าดูสิ!"


    ...ไท่เซวียนรับดาบไม้มา ดวงตาเป็นประกาย เขาตั้งท่าเตรียมพร้อม...มันเป็นท่าเริ่มต้นของ "อาญาตัดศูนย์"! ท่วงท่าที่มั่นคงแต่แฝงไว้ด้วยความลื่นไหลอย่างประหลาด ลำตัวตั้งตรง ดาบไม้ยกขึ้นระดับอก ปลายดาบชี้ตรงไปยังอีลิค แววตาของเด็กหนุ่มเปลี่ยนไป...จากความกระตือรือร้นเมื่อครู่ กลายเป็นความนิ่งสงบและเยือกเย็นอย่างน่าประหลาด คล้ายกับนักดาบผู้เจนศึก


    ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง! แสงอาทิตย์ยามบ่ายที่สาดส่องผ่านช่องหน้าต่างของกระท่อม บังเกิดเป็นเงาทาบทับร่างของไท่เซวียน เงาที่ควรจะเป็นของเด็กหนุ่มร่างโปร่ง กลับดูสูงใหญ่และองอาจขึ้นอย่างผิดหูผิดตา!


    อีลิคเบิกตากว้างขึ้นอีก! ร่างกายของเขาชาวาบ! ภาพของเจี๋ยนซินในวัยหนุ่ม...ยอดขุนพลผู้ห้าวหาญ...ผู้ที่เคยยืนเคียงข้างเขาในสมรภูมินับครั้งไม่ถ้วน...ผู้ที่มีท่วงท่าดาบอันเป็นเอกลักษณ์...บัดนี้! ภาพของสหายรักผู้นั้น...กำลังซ้อนทับร่างของไท่เซวียนตรงหน้า...อย่างชัดเจน!


    ไม่ใช่แค่ท่วงท่า...แต่เป็นจิตวิญญาณ! ไอพลังที่แผ่ออกมาจากร่างของไท่เซวียนในยามนี้ แม้จะยังอ่อนด้อยและไม่เสถียร แต่กลับมีกลิ่นอายบางอย่างที่คล้ายคลึงกับเจี๋ยนซินอย่างน่าใจหาย! ความมุ่งมั่นอันแรงกล้า...ความเยือกเย็นที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความอ่อนน้อม...และ...แววตาที่พร้อมจะฟาดฟันทุกอุปสรรค!


    "บ้าน่า..." อีลิคพึมพำออกมาโดยไม่รู้ตัว ลมหายใจของเขาติดขัด หัวใจเต้นระรัวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนนับตั้งแต่สูญเสียสหายรักไป แววตาที่เคยเต็มไปด้วยความระอาและความเอ็นดูเมื่อมองไท่เซวียน บัดนี้กลับแปรเปลี่ยนเป็นความตื่นตะลึง...ความหวัง...และความ...สับสนอย่างรุนแรง!


    'นี่มัน...อะไรกันแน่!?' ความคิดในหัวของอีลิคตีกันอลหม่าน 'เจี๋ยนซิน...!?'


    เขากลืนน้ำลายฝืดๆ ลงคอ มือที่กำด้ามดาบไม้ของตนเองแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว ความรู้สึกหนาวเยือกแล่นผ่านสันหลัง ทั้งที่อากาศในกระท่อมไม่ได้เย็นลงเลยแม้แต่น้อย มันเป็นความรู้สึกที่เกิดจากความตื่นเต้น...และความหวั่นเกรงต่อสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น!


    ไท่เซวียนยังคงยืนนิ่งในท่าเตรียมพร้อม ดวงตาจดจ้องมาที่เขาอย่างไม่กระพริบ รอคอยคำสั่ง...หรือการจู่โจม!


    อีลิคมองลึกลงไปในดวงตาคู่นั้น...ดวงตาที่เมื่อครู่ยังเต็มไปด้วยความไร้เดียงสา บัดนี้กลับฉายประกายแห่งความเข้าใจอันลึกซึ้ง...ประกายที่เขาเคยเห็น...ในดวงตาของเจี๋ยนซิน...สหายรักของเขา...


    'เจ้าเด็กนี่...มันไม่ใช่แค่เรียนรู้การตกปลา...แต่มัน...มันกำลังจะกลายเป็นมังกร!'


    ความคิดสุดท้ายแล่นวาบเข้ามาในหัวของอีลิค พร้อมกับความตระหนักว่า...การฝึกสอนองค์ชายตกอับผู้นี้...อาจจะกลายเป็นภารกิจที่ยิ่งใหญ่และอันตรายกว่าที่เขาเคยคาดคิดไว้มากนัก! อนาคตของเมืองเอเลน...หรืออาจจะไกลกว่านั้น...กำลังจะถูกกำหนดด้วยดาบในมือของเด็กหนุ่มตรงหน้านี้...จริงหรือนี่!?


    คล้ายกับเรื่องกำเนิดธิดาสวรรค์ผู้เหี้ยมโหด(Devil in the Goddess) ที่คุณอ่าน