“เอ่อ..คือก็ ฉะ..ฉันปลุกคุณแล้ว แต่คุณไม่ตื่นนี่นา ก็เลยนึกว่า..”
“คิดว่า ฉันไม่หายใจแล้ว อย่างนั้นใช่ไหม?”
“อ๊ะ! ปละ.. เปล่านะ คือ..ฉันแค่อยากไปเข้าห้องน้ำ แต่ปลุกเท่าไหร่ คุณก็ไม่ตื่น จะให้ทำยังไงล่ะ แล้วก็กรุณาปล่อยมือฉันด้วยค่ะ” พูดไปหน้าแดงไป ไม่กล้าสบตากับคนที่ตัวใหญ่กว่าเป็สองเท่านั้น พยายามชักมือกลับไปในที แต่ยิ่งห้ามก็เหมือนยิ่งยุ หากถูกมือใหญ่บีบกระชับข้อมือแน่นเข้าไปอีก
“แล้วทำไม ไม่บอกั้แ่แรก” คนตัวใหญ่ก้มลงมากระซิบที่ข้างหูหล่อนเบา ๆ เพื่อให้ได้ยินกันเพียงแค่สองคน น้ำรินขนลุกซู่เลยล่ะคราวนี้ ชายหนุ่มลุกออกจากเก้าอี้ที่นั่งอยู่ หลีกทางให้หล่อนได้เดินออกมาจากที่นั่งด้านใน แต่..ไหงมือใหญ่ของเขากลับไม่ยอมปล่อยข้อมือหล่อนล่ะ ซึ่งมองเผิน ๆ แล้วเหมือนเขากำลังลากหล่อนให้ลุกออกจากเก้าอี้มากกว่า และด้วยแรงที่มากกว่า เขาสามารถดึงตัวหญิงสาวออกมาได้อย่างง่ายดาย เมื่อร่างเล็กหลุดจากที่นั่งได้แล้ว ทั้งสองก็ออกมายืนเด่นตรงทางเดิน โดยไม่ทันได้ตั้งตัวอีกนั่นล่ะ เขาฉุดรั้งข้อมือหล่อนให้เดินตามออกมา น้ำรินทำอะไรไม่ถูกในตอนแรก จึงได้แต่ปล่อยให้เขาลากตัวไปตามใจชอบ พอตั้งสติได้หลังจากที่ยังงง ๆ กับอากัปกิริยาของอีกฝ่ายที่ทำอะไรอุกอาจอย่างนี้ ร่างบางพยายามฝืนตัวไว้สุดกำลัง เท้าจิกกับพื้น ส่วนแขนที่ถูกยึดไว้ทั้งสองข้างเหยียดตึง เมื่อหล่อนไม่ยอมเดินไปตามแรงฉุดรั้งของคนตรงหน้า
“เอ๊ะ! นี่คุณ! ปล่อยนะ จะพาฉันไปไหน? ปล่อยนะ ฉันจะไปห้องน้ำ!”
“นี่..!โวยวายอะไรกันนักกันหนานะ เบา ๆ หน่อยสิ ก็กำลังจะพาไปอยู่นี่ไงล่ะ เสียงดังไปได้ คิดว่าฉัน จะพาเธอไปไหนหรือ? ฮึ..” ชายหนุ่มหยุดเดินซะเฉย ๆ ก่อนที่จะหันหน้ามาจ้องมองหล่อนนิ่ง แล้วก้มลงมาพูดใกล้ ๆ กับใบหน้าที่ซีดเป็ไก่ต้มไปแล้วในตอนนี้ลงท้ายด้วยการกระตุกยิ้มที่มุมปากอย่างสมเพชน้ำรินได้ยินเสียง หึ ออกมาจากลำคอแข็งแรงนั่นด้วยล่ะ แล้วประโยคที่หลุดออกมาจากปากที่สวยสดของเขา ก็เล่นเอาหล่อนถึงกับหน้าชาไปเลยทีเดียว
“หึ..อย่าเล่นตัวให้เสียเวลาไปเลย อย่างเธอ ฉันไม่ยุ่งด้วยหรอก เสียเวลาเปล่า” น้ำรินหน้าชาเป็หนที่สองแล้ว ภายในเวลาไม่กี่นาทีก่อนหน้านี้ หญิงสาวจึงได้แต่ปล่อยให้เขาจูง ไม่ใช่สิ ลาก.. ต่างหากจนมาถึงที่ ที่หล่อนประสงค์จะมาหามันั้แ่แรกนั่น
“เอ้า! ถึงแล้ว รีบทำธุระส่วนตัวให้เรียบร้อยซะ แล้วก็หวังว่าเธอคงกลับไปที่นั่งของตัวเองถูกนะ?” ชายหนุ่มรูปงามแต่ป่าเถื่อนคนนั้นก้มลงมาพูด แบบเดิมกับซีกแก้มขาวใสของหล่อนอย่างประชดนิด ๆ
“อ้อ! แล้วอย่าคิดหนีล่ะ” คำพูดเมื่อสักครู่นี้ ทำให้น้ำรินเงยหน้าขึ้นไปมองยังร่างสูงที่หันหลังเดินกลับไปแล้ว คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันด้วยงุนงงสงสัยเป็กำลัง ‘อย่าคิดหนีล่ะ’ หนีหรือ? เขาพูดอะไรของเขานะ นี่เราไปทำอะไรผิดไว้อย่างนั้นหรือ ทำไมต้องหนีด้วย อีตานี่ท่าจะบ้าแล้ว ไม่อยากเข้าใกล้เขาเลยให้ตายเถอะ เป็ยังไงก็ไม่รู้ เมื่อไหร่ที่เขาเข้ามาพูดใกล้ทีไร ทำไมหล่อนถึงใจเต้นไม่เป็ส่ำ ทำอะไรไม่ถูกไปเสียทุกทีเลยนะ เมื่อทำธุระส่วนตัวเสร็จแล้ว หญิงสาวก็เดินกลับมายังที่นั่งของตัวเองอีกครั้ง เป็ความจริงเลยทีเดียวเชียวล่ะ ที่หล่อนจำที่นั่งตัวเองไม่ได้ อ้ายโรคจำที่จำทางไม่ได้ มันเป็มาั้แ่ไหนแต่ไรแล้วซะด้วยสิ แก้เท่าไหร่ก็ไม่หาย พยายามที่จะจำแล้วนะ แต่ทำไมทุก ๆ ที่มันช่างเหมือนกันไปซะหมด ทำไงดี ๆ ตรงไหนล่ะที่เป็ที่ของเรา
“อุ๊ย!!” น้ำรินก้มตัวลงโดยอัตโนมัติ พร้อมกับอุทานออกมาเบา ๆ เมื่อจู่ ๆ ก็ถูกฉุดข้อมือ จากใครบางคน ที่รู้สึกคุ้นยังไงพิกล
“คิดจะหนี หรือยังไง ฮึ!” ชายหนุ่มออกแรงเพียงนิดเดียว ร่างเล็กถึงกับเซถลาลงมาแทบทันที เพราะยังไม่ได้ทรงตัวดี ทำให้หล่อนทิ้งตัวไปยังอ้อมอกของเขาอย่างจัง น้ำรินพยายามกระเสือกกระสน เพื่อช่วยตัวเองให้หลุดพ้นจากแผ่นอกอันอบอุ่นนั่น อย่างทุลักทุเล ชั่ววินาทีนั้นหล่อนได้ยินเสียงหยอกเย้าติดริมหูเล็ก
“หอมดีนี่ ใช้ยาสระผมอะไร” หญิงสาวใสุดขีด พลางเงยหน้าขึ้นจากอกกว้างขวางทันที ส่งผลให้ใบหน้าอันหล่อเหลาเกลี้ยงเกลาของชายหนุ่ม อยู่ใกล้กันเสียจนจมูกโด่งสวยชนเข้ากับพวงแก้มขาวใสของหล่อน ตาต่อตาประสานกันนิ่งไปชั่วขณะ น้ำรินอายจนหน้าแดง สงสัยแดงไปจนถึงใบหูแล้วแน่ ๆ เลย ฝ่ายชายหนุ่มคล้ายอึ้งตะลึงไปชั่วขณะเช่นกัน พลางกระแอมเบา ๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาอย่างเก้อ ๆ หญิงสาวก็เหมือนเพิ่งจะรู้ตัว จึงพูดอ้อมแอ้มออกไป
“อ่ะ..คุณ ฉันจะกลับเข้าที่นั่งแล้ว ปะ..ปล่อยมือด้วยค่ะ”
“หึ..จะยากอะไรล่ะ” ที่ว่าจะยากอะไรของเขา ก็คืออีกฝ่ายจัดการรวบเอวทั้งสองข้างของหล่อนไว้แน่น ออกแรงเพียงนิด หล่อนก็ได้กลับมาอยู่บนเก้าอี้ตัวในได้อย่างนิ่มนวล แต่..ขาหล่อนยังพาดอยู่ที่ตักเขาอยู่เลย น้ำรินงงอยู่กับเหตุการณ์เมื่อครู่ จึงไม่รู้จะจัดการยังไงกับร่างกายตัวเองดี พลางมองไปที่ขาทั้งสองข้างที่ยังวางอยู่แถว ๆ หน้าตักของเขา
“จะเอาไว้ที่นี่ก่อนก็ได้นะ.. ไม่หนักเท่าไหร่หรอก” ดูเหมือนว่าอีกฝ่าย พอจะเดาออกจากทางสายตาหล่อน จึงแกล้งหันมาพูดแกมเย้าแหย่ส่งยิ้มที่มุมปากแบบเ้าเล่ห์มาให้ ทำตาหวานเยิ้ม โอย..ช่างเป็ยิ้มที่กระชากใจได้อะไรอย่างนี้หนอ เขาจะรู้ไหมนะว่า กิริยาท่าทางต่าง ๆ ของเขา มันทำให้หล่อนแทบหัวใจวายไปเสียทุกครั้ง คนอะไร ทำอะไรก็ดูดีไปหมด หญิงสาวสูญเสียสติสัมปชัญญะอยู่เป็นาน กว่าจะตั้งสติได้ ก่อนที่จะกระถดขาลงจากหน้าตักของเขาอย่างอาย ๆ หน้าก็แดงแล้วแดงอีก น่าแปลกนัก ทำไมนะบริเวณที่ชายหนุ่มััถูกมันถึงได้ร้อนอย่างกับถูกไฟลวกทุกทีไป น่าอายจริง ๆ เลย แค่คำพูดกับสายตากรุ้มกริ่มที่ส่งมา และััโดนตัวนิด ๆ หน่อย ๆ ก็ออกอาการวูบ ๆ วาบ ๆ ทำอย่างกับสาวแรกรุ่นไปได้ เฮ้อ! ….
ในที่สุด การเดินทางก็สิ้นสุดลง น้ำรินเข้าเช็คอินในโรงแรมหรูใจกลางเมืองภูเก็ตเรียบร้อยแล้ว หล่อนได้พักบนชั้นสิบ ห้อง 1001 เมื่อเข้ามาถึงห้องพักได้ ก็ทิ้งตัวลงนอนบนฟูกหนานุ่ม สวยหรูของทางโรงแรมอย่างสบายใจ สมกับเป็โรงแรมใหญ่และมีชื่อเสียงที่สุดของที่นี่เลยจริง ๆ
‘าาอัญมณีแห่งญี่ปุ่นเดินทางมาประเทศไทย! เพื่อมาแสดงคอลเลคชั่นเพชรระดับโลก’ พาดหัวข่าวตัวใหญ่หนา คู่กับภาพชายหนุ่ม รูปร่างสูงใหญ่ใบหน้าหล่อเหลา หน้าตาคมเข้ม แต่สีผิวกลับขาวจัด ซึ่งในภาพ ชายหนุ่มถูกรายล้อมด้วยฝูงนักข่าว อยู่บริเวณล็อบบี้สนามบิน ข้าง ๆ ตัวเขามีเหล่าบอดี้การ์ดลำตัวใหญ่ั์ คอยกันบรรดานักข่าวไว้ให้ห่างตัวเ้านายอย่างเข้มงวด
“คัทซึฮิโกะ ฮิโรยูกิ มาเมืองไทยหรือ แถมยังจะมาพักที่โรงแรมของเราด้วย ตายแล้วหัวใจจะวาย คนอะไรช่างหล่อบาดตาบาดใจอะไรอย่างนี้ เสียงฟรอนต์สาวนางหนึ่ง เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นดีใจ หลังจากที่อ่านพาดหัวข่าวของเช้าวันนี้ พลางเอนกายไปทางเพื่อนสาว ซึ่งอีกฝ่ายก็มีอาการคล้าย ๆ กัน
“อื้อ..ได้ยินมาว่า เขาร่ำรวยมากเลยนะ ทั้ง ๆ ที่อายุยังไม่น่าจะถึงสามสิบเลยด้วยซ้ำ เขามีรถราคาเป็ล้านตั้งหลายคัน คฤหาสน์อย่างกับฮาเร็ม ฉันเคยอ่านในนิตยสารซุบซิบรายสัปดาห์ั้แ่เมื่อหลายปีก่อน เขาเป็ทายาทรุ่นล่าสุด ได้ยินว่าเป็ลูกผสมระหว่างญี่ปุ่นกับเกาหลี ซึ่งเป็ตระกูลเก่าแก่ ร่ำรวยมหาศาลมาแต่ไหนแต่ไร ข่าวว่าต้นตระกูลเป็ขุนนางในวังด้วยนะ อายุเขาตอนนี้น่าจะราว ๆ สามสิบต้น ๆ เท่านั้น แล้วที่สำคัญยังโสดจ่ะ ว่ากันว่าเขามักเก็บตัวอยู่ในคฤหาสน์ ชอบสะสมอัญมณีล้ำค่า เพชรพลอยจากทั่วโลก แค่นี้ก็บ่งบอกว่า เขามีทรัพย์สินมากมายล้นฟ้าแค่ไหน” ประชาสัมพันธ์สาวเ้าของเสียงที่พร่ำพรรณนาถึงคุณสมบัติของเ้าของเื่ วางหนังสือพิมพ์ลงบนเคาน์เตอร์ พลางเชิดหน้าขึ้นอย่างแสดงให้อีกฝ่ายรู้ว่าตนมีข้อมูลของคนในข่าว ราวกับเป็แฟนพันธุ์แท้ก็ไม่ปาน
“ยังมีอีกนะ ได้ยินมาว่า เพชรของเขามีมูลค่า มากมายมหาศาลจนไม่อาจประเมินราคาได้ อืมห์.. คนอะไรเพอร์เฟกต์สุด ๆ ถ้าหากมีแฟนแบบนี้ คงสบายไปร้อยชาติเลยล่ะ” หญิงสาวพึมพำพร้อมกับยกมือทั้งสองข้างขึ้นมาประกบกัน หลับตาลง ทำท่าเหมือนขอพรอะไรสักอย่าง
“นี่เธอ พอแล้ว ๆ ลูกค้ายืนอยู่ตรงหน้านี่แล้ว เลิกฝันเฟื่องเดี๋ยวนี้เลย”
“อุ๊ย! ขอโทษค่ะลืมตัวไปหน่อยมีอะไรให้รับใช้ไหมคะ” สองประชาสัมพันธ์สาว ปรับสีหน้าให้เป็ปกติทันที เมื่อรู้ว่ามีลูกค้ามารอติดต่ออยู่ ก่อนจะฉีกยิ้มหวานหยดส่งมาให้อย่างรวดเร็ว จนน้ำรินเอง แทบจะตั้งตัวไม่ทันไปเหมือนกัน จึงยิ้มตอบกลับไป เพื่อแสดงให้รู้ว่าไม่ถือสาอะไร
“อยากจะขออ่านหนังสือพิมพ์เช้านี้บ้าง ได้ไหมคะ?”
“อ้อ! ได้ค่ะได้ นี่ค่ะ”
“ขอบคุณค่ะ” หลังจากที่ได้รับหนังสือพิมพ์จากฟรอนต์สาวสองนางนั้น ซึ่งน้ำรินเองได้ยินการตีข่าวเช้านี้จากเ้าหล่อนทั้งสอง ราวกับว่าได้นั่งร่วมวงสนทนากับอีกฝ่ายไปด้วยอย่างนั้นล่ะ มันทำให้เธอสนใจขึ้นมาบ้างเหมือนกัน กอปรกับในหน้าหนังสือพิมพ์มีรูปผู้ชายเ้าของเื่ แวบ ๆ ดูคุ้น ๆ ยังไงอยู่เมื่อหาที่นั่งเหมาะ ๆ ในคอฟฟี่ช็อปชั้นล่างได้ น้ำรินก็แทบทนรอไม่ไหวที่จะเปิดอ่านพาดหัวข่าววันนี้อย่างใคร่รู้ ไม่ต่างจากสองสาวนั่นเลย ใช่ว่าสนใจเขาหรอกนะ เพียงแต่อยากรู้ว่าเป็คนคนเดียวกับที่หล่อนนึกสงสัยอยู่ในใจหรือเปล่า ก็เท่านั้น…
“เป็เขาจริง ๆ ด้วย” น้ำรินอุทานออกมาเบา ๆ ด้วยอาการตกตะลึงไปชั่วขณะ นึกไม่ถึงว่าผู้ชายในรูปพาดหัวข่าวหน้าหนึ่งเช้านี้ กับคนที่อยู่บนเครื่องบินจะเป็คน ๆ เดียวกัน นายคัทซึฮิโกะ ฮิโรยูกิ เป็คนเดียวกันจริง ๆ ผู้ชายที่อยู่บนเครื่องคนนั้น โดยสารมาพร้อมกับหล่อนเมื่อวานนี้ แถมยังนั่งติดกันอีกต่างหาก แต่..ทำไมตอนที่อยู่บนเครื่อง ถึงไม่เห็นบอดี้การ์ดตัวใหญ่ล่ำบึกนั่นเลยซักคน แล้วทำไมคนระดับเขาถึงได้มานั่งชั้นธรรมดาได้นะ ทั้ง ๆ ที่เขาน่าจะสามารถเหมาเครื่องบินทั้งลำ เพื่อเดินทางมาที่นี่ แบบส่วนตัวสบาย ๆ ได้เลยด้วยซ้ำ
‘อ้อ!..นึกออกแล้ว มิน่าล่ะ ถึงหลุดคำพูดออกมาตอนที่ก้าวเข้ามาบนเครื่องในตอนแรก ว่าสามารถเหมาเครื่องบินทั้งลำได้เลยหากว่าใครไปขัดเขา เฮอะ...คงนึกอยากลองทำตัวจนดูบ้างล่ะสิ พวกคนรวยที่เบื่อความโก้หรู เบื่อความสะดวกสบาย อยากได้อะไรก็ได้มาง่าย ๆ จนรู้สึกเซ็ง เลยลองเปลี่ยนบรรยากาศล่ะสินะ’
แวบหนึ่ง หญิงสาวนึกถึงเหตุการณ์เมื่อตอนเครื่องลงจอดสนิทที่สนามบิน ขณะที่หล่อนกำลังเตรียมตัวจะออกจากที่นั่งอยู่ดี ๆ เขาก็หันมาจ้องหน้า มองหล่อนด้วยสายตาหมายมาด ‘แล้วเจอกันนะ แม่แมวน้อยขี้เซา’ จากนั้นเขาก็หันหลังเดินห่างออกไป ทุกที ทุกที จนลับสายตา ทิ้งให้น้ำรินยืนนิ่งไม่ไหวติงไปชั่วขณะ มารู้ตัวอีกทีเมื่อได้ยินแอร์สาวใจดี ช่วยปลุกให้หล่อนตื่นจากภวังค์ แมวน้อยขี้เซาอย่างนั้นหรือ เขามีสิทธิ์อะไรมาเรียกหล่อนว่าแมวน้อย หรือว่า ตอนที่อยู่บนเครื่อง หล่อนเผลอหลับใหลไม่รู้เื่รู้ราว แอบซุกไซ้ หาความอบอุ่นเอากับอกกว้างของเขาจะนับว่าโชคดีหรือโชคร้ายกันแน่นะที่มีโอกาสได้พูดคุยกับเขาถึงแม้จะไม่กี่ประโยคก็เถอะ หญิงสาวรู้สึกลึก ๆ ในใจว่า ผู้ชายคนนี้อันตราย ไม่สมควรเข้าใกล้ รู้สึกถึงอำนาจบางอย่าง ซึ่งบ่งบอกถึงลางร้าย แววตาหมายมาดที่ส่งมา มันสามารถตรึงหล่อนให้อยู่นิ่งโดยไม่ต้องใช้คำพูดได้เลยด้วยซ้ำ
น้ำรินอ่านรายละเอียดในข่าว ทำให้พอจะทราบว่า นายฮิโรยูกิ จะมาจัดแสดงเครื่องเพชรที่ประเมินมูลค่าไม่ได้อะไรนั่น ที่โรงแรมนี้ และตัวเขาเองก็ได้เข้ามาพักที่นี่ บนชั้นสูงสุด นั่นคือชั้นที่สิบสอง เครื่องเพชรของเขาจะถูกนำไปจัดแสดงที่ห้องรอยัลรูมบนชั้นลอย และจะมีการเปิดให้แขกรับเชิญ ในระดับต่าง ๆ ซึ่งคงจะเป็ผู้มีชื่อเสียงจากหลายวงการเข้ามาชมในวันนี้ งานจะเริ่มประมาณหนึ่งทุ่มตรง ส่วนคนทั่วไปสามารถเข้าไปชมได้ในวันถัดไป
>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>ฝากติดตามด้วยนะคะ