ระบบอัญเชิญพิชิตโลก

    ข้อเสนอของราชวงศ์เหยียน

    ภายในห้องรับแขกของสภาบันฉินเยี่ย

    ในห้องรับแขกมีคนอยู่สามคน ได้แก่บรรพชนเหยียนเว่ยคัง องค์หญิงใหญ่เหยียนชิวหยาน องค์หญิงสิบสามเหยียนซินหราน

    ทั้งสามคนกำลังพูดคุยกันอย่างจริงจังถึงแผนการณ์ที่จะดึงตัวหนานหมิงให้เข้าร่วมกับราชวงศ์เหยียน ถ้าหากทำได้พวกเขาก็จะมีพันธมิตรที่แข็งแกร่งคอยเคียงข้าง พวกเขาสืบมาแล้วว่าหนานหมิงยังโสดและไม่มีคู่หมั่นและนั่นก็คือสาเหตุที่องค์หญิงสิบสามปรากฏตัวที่นี้

    องค์หญิงสิบสามเหยียนซินหรานถือได้ว่าเป็นรุ่นเยาว์อัจฉริยะอันดับต้นๆในบรรดาเหล่าองค์ชายและองค์หญิงเลยทีเดียว อีกทั้งนางยังได้รับการเสนอชื่อให้เข้าร่วมกับนิกายเทียนซูที่กำลังจะเปิดรับสมัครในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าด้วย แต่ทว่าทุกๆอย่างก็ต้องเปลื่ยนไปเพราะการปรากฏตัวของตระกูลหนาน 

    เหยียนเฮาเต๋อและเหล่าบรรพชนคนอื่นๆได้พูดคุยกันอย่างจริงจัง พวกเขาเล็งเห็นว่าแม้ว่านิกายเทียนซูจะแข็งแกร่ง แต่ทว่าน้ำไกลย่อมดับไฟไกลไม่ได้ ถ้าหากราชวงศ์เหยียนเกิดปัญหาขึ้นมากว่าที่นิกายเทียนซูจะมาช่วยเหลือก็ต้องใช้เวลานานนับเดือน ถึงตอนนั้นราชวงศ์เหยียนอาจจะถูกทำลายลงไปแล้วก็ได้

    แต่ถ้าหากพวกเขาสร้างความสัมพันธ์อันดีกับตระกูลหนานและเกี่ยวดองตระกูลหนานเข้ากับราชวงศ์ ถ้าหากราชวงศ์เหยียนมีปัญหา ตระกูลหนานก็อาจจะช่วยเหลือพวกเขาในยามวิกฤตได้ 

    เพราะแบบนี้เหยียนเฮาเต๋อและเหล่าบรรพชนจึงตัดสินใจที่จะให้องค์หญิงสิบสามมาที่นี้และให้นางสร้างความสัมพันธ์กับหนานหมิง 

    ระหว่างทางหนานหมิงและรองผู้อำนวยการเหวินกำลังเดินมายังห้องรับแขก เขาก็ได้ข้อมูลจากหน่วยข่าวกรองของศาลาชุนหมิงด้วยเช่น

    ‘ ดูเหมือนว่าพวกเขาคิดที่จะใช้แผนหญิงงามเพื่อมัดข้า? น่าสนใจดีนิ ไม่แน่ว่าถ้าหากนางถูกใจข้า ข้าก็อาจจะให้นางเป็นสาวใช้ข้างกายข้าก็ได้ ’ หนานหมิงที่ได้ยินข้อมูลของหน่วยข่าวกรองและรวมไปถึงการวิเคราะห์ของพวกเขา หนานหมิงก็เข้าใจได้ทันทีว่าคนเหล่านั้นต้องการที่จะใช้องค์หญิงสิบสามเพื่อมัดใจเขา

    ไม่นานนักหนานหมิงและรองผู้อำนวยการเหวินก็มาถึงห้องรับแขก

    จากนั้นรองผู้อำนวยการเหวินก็เคาะประตูเพื่อเป็นการบอกว่าพวกเขามาถึงแล้ว

    “ เข้ามาได้ ” เสียงที่ดูแก่ชราดังขึ้น

    รองผู้อำนวยการเหวินเปิดประตูและเดินเข้าไปด้านใน

    หนานหมิงจึงเดินตามรองผู้อำนวยการเหวินเข้าไปด้านในเช่นกัน

    เมื่อเข้ามาด้านใน หนานหมิงก็สำรวจคนของราชวงศ์เหยียนทันที ซึ่งทางฝั่งของราชวงศ์เหยียนเองก็มองดูหนานหมิงด้วยเช่นกัน

    ‘ นางคงเป็นองค์หญิงสิบสามสินะ ’ หนานหมิงมองดูสตรีรุ่นเยาว์ที่ดูงดงามและใบหน้าน่ารัก ถ้าหากนางอยู่ในโลกเก่าของเขานางคงจะเป็นดาราแถวหน้าได้ไม่ยากเลย 

    ด้วยสัดส่วนที่สูงประมาณหนึ่งร้อยเจ็ดสิบเซ็นติเมตร ใบหน้ารูปไข่ ดวงตากลมโต ใบหน้าอ่อนหวาน สวมชุดโบราณดูยิ่งงดงามเข้าไปใหญ่

    ทางฝั่งขององค์หญิงสิบสามเองก็มองสำรวจหนานหมิงด้วยเช่นกัน เพราะถึงอย่างไรเขาก็ถือว่าเป็นเป้าหมายที่นางต้องจัดการเขาให้อยู่หมัด 

    ‘ เป็นบุรุษที่เย็นชาจริงๆ ’ นี้คือความประทับใจแรกที่องค์หญิงสิบสามมีให้กับหนานหมิง 

    ‘ แต่เมื่อมองดูดีๆก็จะพบว่าเขาเป็นคนที่หล่อคนหนึ่งเลย ’ องค์หญิงสิบสามคิด

    “ คุณชายท่านนี้คงจะเป็นคุณชายหนานหมิงใช่หรือไม่? ข้าเหยียนเว่ยคัง ส่วนนี้คือองค์หญิงใหญ่เหยียนชิวหยานและองค์หญิงสิบสามเหยียนซินหราน ที่ข้ามาหาคุณชายหนานก็เพราะอยากที่จะสร้างความสัมพันธ์อันดีต่อกัน ” เหยียนเว่ยคังกล่าวอย่างตรงไปตรงมา

    หนานหมิงมองดูเหยียนเว่ยคังด้วยรอยยิ้ม สำหรับเขาแล้วเขาไม่ชอบพวกพิธีอะไรมากมาย การตรงไปตรงมาถือว่าเป็นวิธีการที่เขาชอบมากที่สุด

    “ ยินดีที่ได้รู้จักผู้อาวุโสเหยียน องค์หญิงใหญ่ องค์หญิงสิบสาม ” หนานหมิงกล่าวด้วยรอยยิ้มจาง

    เมื่อหนานหมิงกล่าวแบบนี้เหยียนเว่ยคังและคนอื่นๆก็ไม่ได้ว่าอะไร เพราะถึงอย่างไรหนานหมิงก็มีคุณสมบัติที่จะไม่ต้องให้ความเคารพพวกเขา เพราะถ้าหากให้เทียบกันจริงๆแล้วดูเหมือนว่าเบื้องหลังของหนานหมิงจะทรงพลังกว่าราชวงศ์เหยียน

    รองผู้อำนวยการเหวิน เมื่อเห็นว่าหนานหมิงพูดคุยกับคนของราชวงศ์อย่างเป็นกันเอง เขาก็รู้สึกกังวลเล็กน้อย แต่เมื่อไม่เห็นว่าทางราชวงศ์จะมีท่าทีอะไรเขาก็ถอนหายใจและขอตัวออกมาจากห้อง เพราะเขาไม่ได้มีคุณสมบัติเพียงพอที่จะอยู่ในห้อง

    “ คุณชายหนานเชิญนั่งก่อน ” องค์หญิงใหญ่เหยียนชิวหยานกล่าวด้วยน้ำเสียงไพเพราะพร้อมกับผายมือให้กับหนานหมิง 

    จากนั้นองค์หญิงสิบสามเหยียนซินหรานก็ลงมือรินชาให้กับหนานหมิง พร้อมกับแอบมองดูท่าทีของเขาไปด้วย

    หนานหมิงนั่งลงเก้าอี้พร้อมกับยิ้มขอบคุณให้กับองค์หญิงสิบสาม จากนั้นเขาก็ยกถ้วยชาขึ้นมาดมกลิ่นเล็กน้อยก่อนที่จะดื่มเข้าไปเล็กน้อย

    “ ไม่ทราบว่าผู้อาวุโสเหยียนอยากจะสร้างความสัมพันธ์อย่างไรกับข้างั้นหรือ? ” หนานหมิงถามขึ้นทันที

    ในเมื่ออีกฝ่ายตรงไปตรงมาแบบนี้ หนานหมิงก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องอ้อมค้อมอีกต่อไป

    เหยียนเว่ยคังยิ้มและกล่าวขึ้นว่า “ คุณชายหนานเคยได้ยินชื่อเสียงของนิกายเทียนซูหรือไม่? ” 

    หนานหมิงชะงักเล็กน้อยก่อนที่เขาจะกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “ นิกายเทียนซู นิกายผู้ปกครองอาณาจักรต้าโจว? ข้าได้ยินมาว่านิกายเทียนซูที่อาณาจักรต้าโจวเป็นเพียงแค่นิกายสาขาเท่านั้น เพราะนิกายจริงๆของพวกเขาตั้งอยู่ที่ทวีปเฮ่อหลุน? ” 

    “ ดูเหมือนว่าคุณชายหนานจะรู้จักนิกายเทียนซูจริงๆ ” เหยียนเว่ยคังยิ้มจางๆ เพราะสำหรับเขาแล้วไม่แปลกที่หนานหมิงจะรู้จักนิกายเทียนซู เพราะถึงอย่างไรเบื้องหลังของหนานหมิงก็มีแม้กระทั้งระดับเหนือยุทธ์ เพราะฉะนั้นพวกเขาย่อมต้องรู้จักนิกายเทียนซู

    “ แล้วไม่ทราบว่าผู้อาวุโสเหยียนกล่าวถึงนิกายเทียนซูทำไมหรือ? ” หนานหมิงถามขึ้นด้วยความสงสัย

    เหยียนเว่ยคังกระแอมสองสามทีและกล่าวขึ้นว่า " คุณชายหนานคงไม่รู้ว่าแท้จริงแล้วราชวงศ์เหยียนของพวกเรามีบรรพชนที่เคยเป็นผู้อาวุโสระดับสูงของนิกายเทียนซู แต่เพราะเรื่องบางอย่างทำให้เขาต้องออกจากนิกายเทียนซู แต่ถึงอย่างนั้นบรรพชนของพวกเราก็ยังพอมีหน้าตาในนิกายเทียนซูอยู่บ้าง ในทุกๆครั้งที่นิกายเทียนซูเปิดรับสมัครศิษย์ บรรพชนของพวกเราจะสามารถส่งศิษย์เข้าร่วมกับนิกายเทียนซูได้ทันที และปีนี้นิกายเทียนซูก็เพิ่งจะเปิดรับสมัครศิษย์พอดี 

    ข้าได้รับคำสั่งจากท่านบรรพชนให้มาถามคุณชายหนานว่า คุณชายหนานอยากที่จะเข้าร่วมกับนิกายเทียนซูหรือไม่ ถ้าหากคุณชายต้องการพวกเราสามารถพาคุณชายหนานไปเป็นศิษย์ของนิกายเทียนซูได้เลย นอกจากนี้พวกเรายังให้สิทธิ์ตระกูลหนานในการคัดเลือกคนเข้าร่วมกับนิกายเทียนซูอีกสี่คน เพราะในแต่ละครั้งท่านบรรพชนจะได้รับสิทธิ์ในการส่งคนเข้าร่วมนิกายเทียนซูเพียงแค่สิบคนเท่านั้น 

    คุณชายหนานต้องรู้ก่อนว่านิกายเทียนซูคือนิกายที่ยิ่งใหญ่ แม้กระทั้งนิกายสาขาก็ยังแข็งแกร่งขนาดนี้ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงนิกายสาขาหลักที่มีแม้กระทั้งยอดฝีมือระดับเซียนยุทธ์ " 

    หนานหมิงพยักหน้ารับเล็กน้อยและถามขึ้นว่า “ จากที่ข้ารู้มานิกายเทียนซูแม้ว่าจะแข็งแกร่งแต่คนที่แข็งแกร่งที่สุดในนิกายเทียนซูก็อยู่ในระดับเหนือยุทธ์แล้วใ่ชไหม? ” 

    เหยียนเว่ยคังพยักหน้ารับและกล่าวขึ้นว่า “ เป็นอย่างที่คุณชายหนานกล่าวมาเลย นิกายเทียนซูที่อยู่ที่อาณาจักรต้าโจว มียอดฝีมือระดับเหนือยุทธ์ประจำการอยู่ แม้ว่าจะไม่มากแต่ก็เพียงพอที่จะสยบทุกกองกำลังในทวีปฮุ่ยต้วนแล้ว ” 

    บรรพชนของราชวงศ์เหยียนพวกเขาได้พูดคคุยกันและคาดเดาถึงความแข็งแกร่งของตระกูลหนาน พวกเขาคาดเดาว่าแม้ว่าตระกูลหนานจะแข็งแกร่งแต่ก็คงไม่ได้แข็งแกร่งกว่านิกายเทียนซูที่มียอดฝีมือระดับเหนือยุทธ์ขั้นปลายอยู่อย่างแน่นอน

    หนานหมิงครุ่นคิดและถามขึ้นว่า “ เช่นนั้นอย่างน้อยๆพวกเขาก็ต้องมียอดฝีมือระดับเหนือยุทธ์ขั้นกลางหรือขั้นปลายเป็นอย่างน้อย? ข้าขอเดาว่าเป็นขั้นปลาย เพราะถึงอย่างไรการที่จะปกครองทวีปฮุ่ยต้วนระดับเหนือยุทธ์ขั้นกลางคงยังไม่พอ เพราะฉะนั้นแล้วข้าจึงคิดว่าผู้นำของนิกายเทียนซูอย่างน้อยๆก็ต้องเป็นยอดฝีมือระดับเหนือยุทธ์ขั้นปลายและไม่ใช่แค่คนเดียว อย่างน้อยๆก็ต้องมีสามคนหรือมากกว่านั้น ” 

    เหยียนเว่ยคัง เหยียนชิวหยาน เหยียนซินหรานถึงกับแสดงสีหน้าประหลาดใจออกมา เพราะพวกเขารู้ถึงความแข็งแกร่งของนิกายเทียนซูเป็นอย่างดี เพราะถึงอย่างไรในนิกายเทียนซูก็มีคนของราชวงศ์เหยียนเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก เพราะฉะนั้นพวกเขาจึงรู้ถึงความแข็งแกร่ของนิกายเทียนซูเป็นอย่างดี

    ทั้งสามนึกไม่ถึงเลยว่าหนานหมิงจะสามารถคาดเดาถึงความแข็งแกร่งของนิกายเทียนซูได้อย่างแม่นยำขนาดนี้ แต่พอคิดไปคิดมา พวกเขาก็ไม่ได้รู้สึกแปลกแต่อย่างใดเพราะถึงอย่างไรเบื้องหลังของหนานหมิงก็คือตระกูลหนานที่มีแม้กระทั้งยอดฝีมือระดับเหนือยุทธ์ การที่เขาจะรู้ข้อมูลของนิกายเทียนซูจึงเป็นเรื่องที่เป็นไปได้

    หนานหมิงมองดูท่าทีตกตะลึงของทั้งสาม เขาก็หัวเราะเบาๆสำหรับเขาแล้วข้อมูลของนิกายเทียนซู คนของศาลาชุนหมิงได้ตรวจสอบและส่งข้อมูลคร่าวๆมาให้กับเขาแล้ว เพราะแบบนี้เขาจึงกล่าวไปว่านิกายเทียนซูมียอดฝีมือระดับเหนือยุทธ์อยู่สามคนขึ้นไป

    “ สมกับเป็นคุณชายหนาน การคาดการณ์ของคุณชายช่างยอดเยี่ยมจริงๆ เป็นอย่างที่คุณชายคาดเดา นิกายเทียนซูมียอดฝีมือระดับเหนือยุทธ์ขั้นปลายคอยดูแลอยู่จริงๆ แล้วไม่ทราบว่าคุณชายหนานคิดเห็นอย่างไรกับข้อเสนอที่มอบให้? 

    คุณชายหนานท่านต้องรู้ก่อนว่าการที่จะเข้าร่วมกับนิกายเทียนซูนั้นยากยิ่งนัก แม้กระทั้งอัจฉริยะฟ้าประทานจำนวนไม่น้อยก็ยังต้องผิดหวังจากการทดสอบเข้าร่วมกับนิกายเทียนซู ถ้าหากคุณชายหนานสามารถเข้าร่วมกับนิกายเทียนซูได้จะถือว่าเป็นเรื่องที่ดีสำหรับท่านและตระกูลหนานเลยทีเดียว 

    และอีกอย่างถ้าหากคุณชายหนานทำผลงานได้ดีในนิกายเทียนซู ไม่แน่ว่าคุณชายอาจจะถูกผู้อาวุโสจากนิกายหลักที่เป็นถึงยอดฝีมือระดับเซียนยุทธ์รับเป็นศิษย์และพุ่งทะยานกว่าเดิมในอนาคตก็เป็นได้ ” เหยียนเว่ยคังกล่าวขึ้นด้วยรอยยิ้ม

    “ เรื่องนั้นข้ายังตกลงไม่ได้ แต่ข้าคิดว่าจะให้คำตอบพวกท่านหลังจากจบการประลองศึกร้อยสถาบัน ” หนานหมิงกล่าวขึ้นโดยอ้างศึกร้อยสถาบัน

    สำหรับหนานหมิงแล้วการที่จะเข้าร่วมกับนิกายเทียนซูหรือไม่ก็อยู่ที่ความต้องการของเขาเท่านั้น เพราะสำหรับเขาแล้วแม้ว่านิกายเทียนซูจะยิ่งใหญ่ในสายตาคนอื่นๆแต่สำหรับเขาแล้ว นิกายเทียนซูก็ไม่ได้ยิ่งใหญ่อะไรนัก อย่างมากก็แค่มีระดับเซียนยุทธ์อยู่เท่านั้น 

    แล้วศาลาชุนหมิงที่เขาสร้างขึ้นมาล่ะ มียอดฝีมือระดับเซียนอยู่เกือบสิบคน แม้กระทั้งยอดฝีมือระดับกึ่งเซียนก็มีมากกว่าสิบคน แล้วแบบนี้นิกายเทียนซูจะแข็งแกร่งกว่าศาลาชุนหมิงของเขางั้นหรือ แน่นอนว่าไม่มีทาง 

    คนอื่นๆการได้เป็นศิษย์ระดับเซียนยุทธ์อาจจะกลายเป็นความสำเร็จสูงสุดของพวกเขา แต่เมื่อเทียบกับหนานหมิงที่แม้กระทั้งเซียนที่แท้จริงก็เป็นเพียงแค่ผู้ติดตามเท่านั้น

    เพราะแบบนั้นแล้วหนานหมิงจึงตัดสินใจที่จะถ่วงเวลาและติดต่อไปหาบิดาของเขาและสอบถามว่ามีรุ่นเยาว์คนไหนในตระกูลที่อยากจะเข้าร่วมกับนิกายเทียนซูบ้าง

    ต้องรู้ก่อนว่าตอนนี้รุ่นเยาว์ของตระกูลหนานบางคนก็เป็นถึงยอดฝีมือระดับจักรพรรดิยุทธ์จำนวนมาก แม้กระทั้งราชันยุทธ์ก็มีไม่น้อย 

    หนานหมิงคิดว่ารุ่นเยาว์อัจฉริยะของตระกูลหนานคงไม่คิดที่จะเข้าร่วมกับนิกายเทียนซูหรอก เพราะถึงอย่างไรพวกเขาก็มีทรัพยากรของตระกูลให้ใช้บ่มเพาะ และเชื่อว่าทรัพยากรในตระกูลหนานก็ไม่ได้แตกต่างกับทรัพยากรที่นิกายเทียนซูให้แม้แต่น้อย เพราะฉะนั้นรุ่นเยาว์อัจฉริยะจำนวนมากจึงน่าจะอยู่ที่ตระกูลหนาน

    แต่ก็มีรุ่นเยาว์บางคนที่ไม่ค่อยจะมีพรสวรรค์มากนักเมื่อเทียบกับคนอื่นๆ อย่างรุ่นเยาว์บางคนที่อยู่ในระดับบรรพจารย์ยุทธ์ ทั้งๆที่อัจฉริยะของตระกูลไปถึงระดับราชันยุทธ์และจักรพรรดิยุทธ์แล้ว พวกเขามองว่าการอยู่กับที่อาจจะไม่ค่อยมีประโยชน์มากนัก แต่ถ้าหากพวกเขามีเส้นทางใหม่ๆอย่างนิกายเทียนซูและสามารถเก็บเกี่ยวประสบการณ์ที่โลกภายนอกได้ ไม่แน่ว่าพวกเขาอาจจะโชคดีได้รับมรดกอะไรสักอย่างทำให้พลังยุทธ์ของพวกเขาพุ่งทะยานก็ได้

    เพราะแบบนี้หนานหมิงจึงคิดว่าก็น่าจะมีรุ่นเยาว์บางคนที่อาจจะไปยังนิกายเทียนซูเพื่อวัดดวง

    เหยียนเว่ยคังครุ่นคิดและเห็นด้วยเพราะอีกไม่นานการประลองศึกร้อยสถาบันก็กำลังจะเริ่มขึ้นแล้ว หนานหมิงในฐานะศิษย์ของสถาบันฉินเยี่ยก็ต้องจริงจังเป็นพิเศษ 

    “ เข้าใจแล้วคุณชายหนาน…เช่นนั้นข้าต้องขอตัวก่อนเนื่องจากยังมีธุระต้องไปจัดการ ส่วนชิวหยานและซินหรานจะอยู่ที่นี้เพื่อพูดคุยกับคุณชายหนานอีกสักพัก ข้าได้จองห้องอาหารของหอหมื่นสมุทรเอาไว้แล้ว ถือว่าเป็นการเลี้ยงอาหารสำหรับการพบกันครั้งแรก ” เหยียนเว่ยคังกล่าวด้วยรอยยิ้ม

    สำหรับเขาแล้วหน้าที่ของเขาจบลงแล้ว ที่เหลือก็จะยกหน้าที่ให้กับชิวหยานและซินหรานในการสร้างความสัมพันธ์กับหนานหมิงต่อ

     

    คล้ายกับเรื่องระบบอัญเชิญพิชิตโลก ที่คุณอ่าน