เสนาบดีที่รัก (Yaoi)

    ตอนที่ 31


    第 三十一 章


            ฟ่านเสวียนจับสังเกตใบหน้าคร้ามเคร่งขรึมตรงหน้าด้วยความฉงนในใจพลางนึกสงสัยว่าเหตุใดคนผู้นี้ถึงได้ดูห่วงใยเขามากมายขนาดนั้น ไยถึงดูคล้ายผูกพันกันมาเนิ่นนานเขาเองก็นึกไม่ออกว่าเคยรู้จักคนผู้นี้จากไหนมาก่อน

            "เจ้า..เป็นห่วงข้าหรือ"เขาถามเสียงอ่อน มองดูใบหน้าดำทะมึนด้วยสายตาอ่อนโยน นานแค่ไหนกันแล้วนะที่มีคนคอยห่วงใยเขาเช่นนี้ ไม่ว่าจะเป็นท่านพ่อหรือพี่สาวนั้นต่างก็ถือยศถือศักดิ์ ยิ่งตอนนี้บ้านของเขาเกี่ยวข้องกับราชวงค์ชั้นสูงยิ่งต้องตระหนักให้มั่นว่าจะต้องมิทำเรื่องให้ต้องด่างพร้อยต่อวงตระกูลเป็นอันขาด เพียงแค่คิดเขาก็อดถอนหายใจไม่ได้ นับว่ายามนี้เขาต้องแบกเขาไท่ซานเอาไว้บนบ่าแล้ว

            "คนโง่งมเท่านั้นที่จะไม่คิดเป็นห่วงผู้ภรรยาของตนเอง ข้ากับเจ้าเป็นอะไรกันเจ้าลืมไปแล้วรึ หรือเจ้าไม่อยากจะจดจำมัน"จื่อหลงถามเสียงเข้มด้วยความรู้สึกปวดร้าวในอก เขาหน้าซับสีทันทีเมื่อได้ยินคำตัดพ้อนั่น คนอะไรเหตุใดหน้าจึงหนากว่ากำแพงกล้าพูดเรื่องราวเช่นนี้โดยไม่รู้จักอับอายผู้อื่น

            "ข้ามิใช่ไม่อยากจดจำ แต่ว่าเพียงแค่ข้าเผลอเรอไม่ระมัดระวังเท่านั้น เจ้าจะห่วงเกินไปหรือเปล่ามันหาใช่เรื่องหนักหนาสักหน่อย"จื่อหลงถอนหายใจ ใช้ผ้าซับริมฝีปากที่เลือดซึมออกมาจนเกือบจะหยุดไหลแล้วด้วยสายตาคมดุ

            "เจ้าน่ะจงจำใส่หัวเล็กๆของเจ้าเอาไว้นะเสี่ยวเสวียน ข้ารักเจ้า รักมาก เจ้าเองอาจจะลืมเลือนข้าไปแล้ว แต่ข้าจดจำเจ้าได้เสมอไม่เคยลืม และไม่มีวันไหนที่คิดจะลืม เอาล่ะเราออกไปข้างนอกกันได้แล้ว อ้อ! จริงสิ ข้ามีเรื่องหนึ่งจะถามเจ้าสักประโยค"

            "เรื่องใด"ฟ่านเสวียนมองด้วยสายตาสงสัย จื่อหลงประคองร่างบางเอาไว้ในอ้อมแขนค่อยพาเดินออกจากห้องไปช้าๆด้วยรู้ว่าอีกฝ่ายยังเดินเหินไม่ค่อยถนัดเท่าใดนัก

            "หากวันใดวันหนึ่งเจ้าต้องเปิดเผยเกี่ยวกับเรื่องของข้า เรื่องของเราสองคน เจ้าจะอับอายหรือไม่"ฟานเสวียนนิ่งเงียบไม่รู้จะตอบออกไปเช่นไรดี ตัวเขาเองยังไม่ทันคิดถึงเรื่องเหล่านี้ ซ้ำยังคิดด้วยว่าหากกลับไปยังเมืองหลวงแล้วเขาเก็บจะตัวอยู่แต่ในจวนไม่ออกมาพบเจอผู้คนสักสามสี่เดือนจื่อหลงผู้นี้คงอ่อนข้อยอมเลิกราห่างหายไปเอง เขาคิดเช่นนั้นถึงได้เบาใจลงไม่ได้คิดเกินไปกว่านี้ ด้านจื่อหลงเมื่อเห็นสีหน้ากระอักกระอ่วนของเสี่วยเสวียนก็มิได้ดื้อดึงฝืนเอาแต่ใจ

            "เอาเถอะยังไม่ต้องตอบข้าตอนนี้หรอก ข้าเข้าใจเจ้าดี"จื่อหลงใบหน้าเคร่งลงน้ำเสียงราบเรียบไม่บ่งบอกว่าภายในใจกำลังคิดสิ่งใดอยู่ เขาค่อยประคองฟ่านเสวียนเดินไปตามโถงทางเดินช้าๆ ภายในในใจครุ่นคิดหาหนทางที่จะเข้าใกล้ชิดท่านอัครเสนาผู้เป็นบิดาของคนรักเช่นไรดี ถึงมิให้ระคายเคืองจนไม่ยอมให้เขาได้ใกล้ชิดกับฟ่านเสวียน เขาก้มลงมองดูแผลตรงริมฝีปากที่บวมเจ่อ เอาเถอะตอนนี้อย่างน้อยก็มีเหตุผลให้ตอบคนอื่นได้ว่ามันบวมเพราะเกิดอุบัติเหตุหาใช่เกี่ยวกับเรื่องรันจวญไม่

            "แฮ่ม..มากันแล้วหรือ"ขุนพลฉั่วกำหมัดรองใต้คางส่งเสียงกระแอมไอออกมา ใบหน้าดุดันไม่กล้ามองสบตาสองคนที่ค่อยก้าวเข้ามาในห้องช้าๆ จื่อหลงยกยิ้มมุมปากเมื่อเห็นสีหน้าของขุนพลเฒ่า

            "ขออภัยขอรับที่ทำให้ใต้เท้าเสียเวลา ทว่าใต้เท้าฟ่านคงไม่ค่อยสบายจึงดูเหมือนไร้เรี่ยวแรงไปบ้าง"จื่อหลงกล่าวยิ้มๆ

            "เฮ๊อะ!พวกเจ้าอยากจะทำสิ่งใดก็ทำเถอะไม่ต้องมาบอกให้ข้ารู้ ที่ข้ารั้งอยู่นี่ก็เพื่อจะถามใต้เท้าลู่ว่าพร้อมจะออกเดินทางได้เมื่อใด"

            "ขะ..ข้าพร้อมแล้ว สิ่งของข้าล้วนแต่ตระเตรียมเอาไว้นานแล้ว"ฟ่านเสวียนหน้าแดงรีบเอ่ยออกมา เขามายังต่างเมืองจึงมิได้นำคนสนิทให้เดินทางติดตามมาด้วยเพราะไม่รู้ว่าเบื้องหน้าจะเกิดเรื่องใดขึ้นบ้าง ดังนั้นทุกอย่างเขาจึงต้องจัดการเองแทบทั้งสิ้น และถึงแม้เป็นเช่นนั้นแต่เขาก็ไม่ได้ลงมือเองเสียทีด้วยจื่อหลงล้วนเป็นธุระให้ทั้งหมดอยู่แล้ว

            "เอาล่ะๆเมื่อพร้อมเราก็ออกเดินทางในอีกครึ่งชั่วยาม ท่านเห็นเป็นเช่นไร"ขุนพลฉั่ว

            "พร้อมแล้ว พร้อมแล้ว ถ้าเช่นนั้นข้าจะไปหยิบของ"ฟ่านเสวียนรีบเอ่ยปากพร้อมขยับตัวออกห่างจากจื่อหลง เขารีบกระชับมือที่เกี่ยวเอวบางเอาไว้แน่นก่อนเอ่ยปาก

            "ช้าก่อนขอรับอย่าได้ร้อนใจไป ของในส่วนของใต้เท้าข้าน้อยจัดการให้เรียบร้อยหมดแล้ว ขอให้ทุกคนเดินทางโดยปลอยภัยนะขอรับ"ราวกับรู้จังหวะปู้เฉินแสร้งรีบสาวเท้าก้าวเข้ามาในห้องโถงด้วยท่าทีเร่งร้อน

            "นายท่านขอรับ นายท่าน"

            "มีเรื่องใด"จื่อหลงแสร้งทำสีหน้าตระหนก

            "ตอนนี้ข้าวในยุ้งฉากที่เก็บเอาไว้ไม่รู้ถูกผู้ใดกลั่นแกล้งด้วยการเอาหนูมาปล่อยมันกัดข้าวสารจนหกเลอะเทอะเสียหายไปหมดแล้วขอรับ"จื่อหลงได้ยินถึงกับเบิกตากว้าง

            "มันเป็นใคร!"จื่อหลงถามเสียงเข้มรีบสาวเท้าก้าวเข้าไปใกล้ปู้เฉิน ฟ่านเสวียนได้ยินถึงกับหรี่ตาลง เขารู้ว่าสองคนนี้จะต้องวางแผนอะไรเอาไว้แน่ๆ เขานึกย้อนไปถึงเรื่องที่ได้ยินเมื่อครู่

            "เอ่อ..ท่านแม่ทัพ ข้ามีเรื่องจะเอ่ยกับท่านสักหน่อย"แม่ทัพฉั่วหันกลับมามองฟ่านเสวียนด้วยความสงสัยไม่ต่างกับจื่อหลงและปู้เฉินที่อดตัวเกร็งระแวงไม่ได้

            "เชิญท่าน"แม่ทัพฉั่วรีบกล่าว

            "ข้าอยากให้ท่านเร่งรีบเดินทางกลับไปก่อน ข้าได้ยินว่าเฒ่าแก่เหวินกำลังจะเดินทางเข้าเมืองหลวงเช่นกัน ข้าเลยคิดว่าจะเดินทางกลับพร้อมกับเขา"เมื่อจื่อหลงและปู้เฉินได้ยินดังนั้นก็อดลอบถอนหายใจด้วยความโล่งใจ

            "เป็นเช่นนั้นก็ย่อมดีกว่านะขอรับ ใต้เท้าฉั่วย่อมมีเรื่องต้องให้สะสางส่วนใต้เท้าฟ่านข้าน้อยจะเป็นผู้ดูแลเอง ขอรับรองด้วยเกียรติของข้าใต้เท้าฟ่านปลอดภัยแน่นอนขอรับ"จื่อหลงย่อมรู้ดีแก่ใจว่าเพราะเหตุใดฟ่านเสวียนจึงรั้งตัวเองอยู่ที่นี่กับเขา เขายกยิ้มมุมปากขึ้นเล็กน้อย ฟ่านเสวียนเองก็ทำสีหน้าไม่รู้ไม่ชี้สบตายิ้มๆให้กับแม่ทัพฉั่ว

            "ท่านเสนาต้องการเช่นนี้จริงๆรึขอรับ"

            "แน่นอนขอให้ท่านแจ้งข่าวนี้แก่ท่านพ่อด้วยได้หรือไม่ อีกอย่างขอช่วยรับฏีกาที่ข้าเขียนส่งถวายแด่ฮ่องเต้ด้วยได้หรือไม่"

            "แน่นอน ย่อมได้อยู่แล้ว"แม่ทัพฉั่วพรูลมหายใจ เอาเถอะต่อให้เรื่องร้ายแรงกว่านี้เขาคิดว่าคงไม่เหนือบ่ากว่าแรงที่ท่านเสนาฟ่านจะจัดการเองเพราะรู้ดีว่าเขาเป็นคนโปรดของฮ่องเต้ขนาดไหน

            "เป็นเช่นนั้นก็ดีแล้ว"ฟ่านเสวียนกำมือข้างหนึ่งทุบลงบนกลางฝ่ามืออีกข้างของตัวเอง

            "หึหึ"ฟ่านเสวียนรีบหันหน้าไปมองต้นเสียงหัวเราะด้วยสายตามาดร้าย

            "อย่าคิดว่าเจ้าจะรอดจากเงื้อมมือข้า"ฟ่านเสวียนกระซิบเสียงหนักข้างหูจื่อหลง

            "ข้ากลัวเจ้าแล้ว"จื่อหลงกระวิบตอบกลับด้วยน้ำเสียงขบขันเช่นกัน"

            "ในเมื่อเป็นเช่นนี้ข้าจะรีบออกเดินทางทันทีก็แล้วกันจะได้สืบหาที่ไปที่มาของโจรปล้นสะดมนี้ไปด้วย"แม่ทัพฉั่วตัดบทแล้วรีบลุกเดินประสานมือเพื่อเอ่ยลาคนทั้งคู่

            "ขอใต้เท้าเดินทางปลอดภัยขอรับ"จื่อหลงประสานมือพร้อมโค้งตัวลงคารวะเช่นกัน ทั้งคู่เดินออกไปส่งขบวนทหารที่เดินทางกลับเมืองหลวงจนท้ายขบวนลับไปจากสายตา

            "เอาล่ะ เจ้าจะบอกความจริงกับข้าได้หรือยัง"ฟ่านเสวียนหันกลับมาประจันหน้ากับจื่อหลงทั้งตัว จ้องด้วยสายตาเครียดขึง

            "ความจริงเรื่องใด"จื่อหลงเสมองไปยังท้องฟ้าสีสดใสเบื้องหลังของฟ่านเสวียน

            "ก็ได้ ในเมื่อเจ้าไม่คิดจริงใจกับข้า ข้าเองก็ไม่มีอะไรจะพูดเช่นกัน ถ้าเช่นนั้นเราสองคนต่างเดินกันคนละเส้นทางเถอะ"ฟ่านเสวียนใช้น้ำเสียงจริงจังตอบกลับ จื่อหลงไม่เคยเจอกับนิสัยจริงจังของฟ่านเสวียนจึงไม่ได้คิดอะไรมากนัก ได้แต่แสร้งทำเป็นไม่รู้เรื่องเช่นเดิม ฟ่านเสวียนกระชากผ้าคาดเอวที่จื่อหลงบรรจงผูกให้เขาออกมาจากเอวแล้วชูขึ้นตรงหน้า

            "เจ้ารู้ดีนี่ว่าการที่อีกฝ่ายให้ผ้าคาดเอวกับอีกฝ่ายมันหมายความเช่นไร ในเมื่อเป็นเช่นนี้เจ้าก็เอามันคืนไปเถอะข้าไม่ต้องการ"

            "เดี๋ยว! เจ้าอย่าทำเช่นนี้เลยเสี่ยวเสวียน เรื่องมันไม่ได้ซับซ้อนอย่างที่เจ้าคิดไม่"

            "เช่นนั้นเหตุใดเจ้าไม่บอกข้าเล่า"ฟ่านเสวียนแสร้งบีบน้ำตาให้คลอหน่วยอยู่ตรงหางตา จื่อหลงถึงกับใจหายรีบเข้าไปประคองร่างบางทันที

            "อย่าร้อง อย่าร้องไห้เลย ใจข้าเจ็บยิ่งกว่าเจ้าหลายเท่านักเมื่อเห็นน้ำตาของเจ้า มาเถอะข้าจะเล่าเรื่องทุกอย่างให้เจ้าฟังเอง เรื่องหาได้ร้ายแรงจริงๆ"ปู้เฉินเฝ้ามองคนทั้งคู่แล้วได้แต่ส่ายหน้า

            "ที่แท้จุดอ่อนของเจ้านายเขาหาใช่อาวุธร้ายแรงหรือยาพิษไม่ แต่กลับเป็นคุณชายผู้สูงศักดิ์ตรงหน้านี่ต่างหากเล่า"ปู้เฉินพึมพำกับตัวเองเบาๆ เมื่อเห็นจื่อหลงประคองอีกฝ่ายเดินหายลับไปตามโถงทางเดินก็เร้นกายไปจัดการสะสางเรื่องราวต่างๆที่เจ้านายสั่งการเอาไว้

            "มานั่งก่อนเถอะเจ้าคงทั้งเหนื่อยทั้งเจ็บด้านหลัง"จื่หลงค่อยประคองคนที่เดินเร็วก็ไม่ได้เดินช้าก็ยิ่งเจ็บจากการเสียดสีช่องทางด้านหลังให้นั่งลงบนเบาะที่เขาสั่งทำเป็นพิเศษมาให้ ก่อนจะรินน้ำชาหอมหมื่นลี้หอมกรุ่นลงใส่ถ้วยเลื่อนให้อีกฝ่ายดื่มดับความร้อนรุ่มในอก

            "จะเล่าได้หรือยัง"ฟ่านเสวียนทำน้ำเสียงเคร่งขรึม

            "แน่นอนๆ เล่าแน่นอน"

            "เล่ามาสิ"จื่อหลงมองคนที่บังคับให้เขาเปิดปากด้วยสายตาละมุนลงอย่างเห็นได้ชัด

            "เจ้าจำเด็กน้อยผู้หนึ่งได้หรือไม่"

            "เด็กน้อยงั้นหรือ"

            "อืม เป็นเด็กน้อยที่นั่งหิวโหยอยู่ตรงกำแพง และเจ้าได้ยื่นหมั่นโถวมาให้"ฟ่านเสวียนนึกย้อนไปยังวันวานแล้วเบิกตากว้าง

            "คือเจ้า"

            "ใช่คือข้า นับจากวันนั้นข้ามิเคยลืืมเลย ยังเฝ้าสืบข่าวเรื่องราวของเจ้ามาตลอด ตัวข้าเองเป็นลูกชายของคนทืี่ถูกใส่ร้ายว่าเป็นกบฏ เหวินหลงเป็นชื่อจริงของข้าเอง"

            "หมายความว่า..."

            "เสี่ยวเสวียนเจ้าเชื่อข้าเถอะท่านพ่อของข้าหาใช่กบฏไม่ เขาถูกถงซืออี้ใส่ร้าย ครอบครัวของข้ากว่าร้อยชีวิตถูกฆ่าตายภายในคืนเดียว ยังโชคดีที่ข้าถูกปู้เฉินช่วยชีวิตเอาไว้และส่งตัวข้าให้กับท่านราชครู"

            "ท่านราชครูงั้นหรือ"

            "ใช่แล้วท่านราชครูฉงซ่าน ราชครูคนปัจจุบัน"

            "นี่พวกเจ้าร่วมมือกันหรอกหรือ คิดจะทำอะไรกันแน่"ฟ่านเสวียนลุกพรวดขึ้นยืนด้วยความตกใจใบหน้าซีดเผือด นี่เขาร่วมอภิรมณ์กับกบฏหรอกหรือ มือบางสั่นระริกประสานกันด้วยความตระหนกในอก จื่อหลงเมื่อเห็นท่าทางของอีกฝ่ายได้แต่เจ็บร้าวในอก

            "ข้ามิใช่..."เขาพยายามจะกล่าวแต่น้ำเสียงกลับหายลงไปในลำคอเมื่อเห็นฟ่านเสวียนตวัดมือมาปะทะกับแก้มซีกขวาของเขาแรงจนใบหน้าสะเทือน

            "เจ้าเป็นกบฏ"

            "ข้าไม่เคยเป็นกบฏ บิดาข้าก็หาเป็นไม่ นี่เป็นการใส่ร้าย"

            "ข้าไม่รู้ว่าเรื่องเป็นเช่นไร แต่เจ้าส่งตัวข้ากลับเดี๋ยวนี้ สำหรับเรื่องที่ผ่านมาข้าถือเสียว่าเป็นการฝันกลางวัน จำเอาไว้ถ้าหากข้าเจอเจ้าเมื่อไหร่ ข้าจะให้ทหารใส่โซ่ตรวนเจ้าเดี๋ยวนั้น!"

            "เสี่ยวเสวียน เจ้าฟัง...."

            "ปู้เฉิน! ปู้เฉินจัดม้าให้ข้า ข้าจะเดินทางเดี๋ยวนี้"ฟ่านเสวียนใบหน้าซีดจนขาวกลืนไปกับสีเสื้อไม่ฟังเสียงทักท้วงของจื่อหลงแม้แต่น้อย เขาได้แต่เม้มปากดวงตาแดงก่ำเจ็บช้ำจากท่าทีของฟ่านเสวียนที่แสดงออกมา

            "เจ้าไม่เชื่อข้าหรอกหรือ"จื่อหลงถามเสียงเบา ยามนี้ฟ่านเสวียนตระหนกเกินกว่าจะคิดอะไรให้ถ้วนถี่

            #กลับมาแล้วค่ะ หายไปเกือบ2เดือนเนื่องจากไรท์ต้องปรับตัวกับงานประจำที่ใหม่ กว่าจะลงตัวก็ทำเอาเกือบแย่กันไปเลยที่เดียว ไม่รู้จะลืมไรท์คนนี้กันไปหรือยัง ถ้ายังไม่ลืมก็ฝากผลงานด้วยนะคะ -/\- ขอบคุณค่ะ

    คล้ายกับเรื่องเสนาบดีที่รัก (Yaoi) ที่คุณอ่าน

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    นิยาย รัก
    1.05M 604
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    484K 1138
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    775K 1120
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    นิยาย รัก
    467K 4159
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498