จ้าวลู่ชิง คหบดีหญิงแห่งต้าถัง

    ตอนที่ 113 ปราบกบฏ

    ทหารคนใดที่ได้รับบาดเจ็บถูกนำขึ้นไปรักษา เปลี่ยนให้ทหารที่อยู่บนอารามลงมาแทนที่ หลังจากทานอาหารจนอิ่มท้อง พักเอาแรงจนหายเหนื่อยทุกคนก็ออกเดินทางต่อ

    ห่าวหรานนำเสบียงมาให้ จากนั้นก็ได้รับคำสั่งให้นำตัวเจ้าอาวาสอารามจิ้นฉือขึ้นไปด้านบน เวลานี้เจ้าอาวาสหาใช่ผู้ทรงศีลแต่เป็นนักโทษของราชสำนัก

    ใต้อุโมงค์เต็มไปด้วยแสงไฟจากตะเกียงน้ำมันให้ความสว่าง ทหารต่างตั้งโล่เป็นกำแพงสองชั้นเพื่อป้องกันอันตราย

    จ้าวลู่ชิงเดินถือแผนที่ไขประตูกำแพงไปเรื่อย ๆ โดยมีซูเซียงเป็นคนถือกระดิ่งให้ ทหารที่ได้รับมอบหมายให้ถือกล่องที่มีตัวหนอนน่าเกลียดเบือนหน้าหนีสัตว์ร้ายในตำนาน ไม่น่าเชื่อว่าสัตว์สองตัวนี้คือตัวกู่ ช่างน่าสะอิดสะเอียน ยามที่มันดิ้นเขาอยากเอาเท้าเหยียบให้มันแบนตาย

    เมื่อได้ฟังว่าลูกของพวกมันต่างอยู่ในร่างกายพวกกบฏเขายิ่งขนลุก พวกชนเผ่าเหมียวช่างเลี้ยงสัตว์แปลกประหลาด

    ประตูกำแพงถูกเปิดอย่างถูกต้อง ค่ายกลที่ซ่อนอยู่จึงไม่ทำงาน ทำให้ทุกอย่างเป็นไปด้วยความราบรื่น บริเวณใดที่ไม่มั่นใจจ้าวลู่ชิงก็จะบอกให้ซูเซียงสั่นกระดิ่งเพื่อป้องกันการซุ่มโจมตี

    เดินทางเหน็ดเหนื่อยไม่ได้หลับไม่ได้นอนมาจนใกล้จะถึงที่ตั้งของค่ายอีกแห่ง จ้าวลู่ชิงรีบบอกให้ซูเซียงสั่นกระดิ่งทันที เสียงร้องโหยหวนทำให้ทหารไหวตัวทัน รีบจัดการกับพวกกบฏอย่างรวดเร็ว

    ระหว่างทางเกิดการต่อสู้ไม่น้อยทุกคนต่างเหน็ดเหนื่อยแต่เพื่อให้งานบรรลุเป้าหมายโดยเร็วจึงเดินหน้ากันต่อไปจนในที่สุดพวกตนก็เดินทางมาถึงค่ายที่ตั้งอยู่อีกแห่ง

    จ้าวลู่ชิงเอากระดิ่งจากซูเซียงมาสั่นเอง นางยืนสั่นกระดิ่งอยู่ภายในกำแพงโล่ กบฏที่ซ่อนตัวอยู่ต่างส่งเสียงร้อง ดิ้นทุรนทุราย สาเหตุที่ตลอดเส้นทางค่อนข้างราบรื่นคงเป็นเพราะคนพวกนี้ปวดหัวจนอ่อนแรง

    ทุกคนต่างตกใจกับค่ายที่ใหญ่กว่าค่ายทหารประจำจี้โจวเสียอีก

    “อาชิง เจ้ามีวิธีถอนพิษตัวกู่ออกจากร่างกายพวกกบฏหรือไม่” ฉีอ๋องหันไปถามดรุณีที่ยืนสั่นกระดิ่ง

    “ไม่เห็นจะยาก แค่ฆ่าพ่อกับแม่ของมัน ลูกพวกมันก็จะตายตามไปด้วย”

    “จับกบฏพวกนี้เป็นเชลยส่งไปทำงานในเหมืองเกลือ” เหมืองเกลือกำลังขาดแรงงาน ฆ่าคนพวกนี้ก็สูญเสียทรัพยากรไปโดยเปล่าประโยชน์นำไปใช้แรงงานจะดีกว่า

    สตรีและเด็กที่อยู่ในค่ายต่างตื่นตระหนกกับสิ่งที่เห็น บุรุษในค่ายต่างนอนกุมศีรษะ ทหารของทางการต่างรีบเข้าไปมัดพวกกบฏที่นอนร้องโอดครวญด้วยความเจ็บปวด

    ฉีอ๋องเดินตามจ้าวลู่ชิงขึ้นไปยังหอคอยของค่ายแห่งนี้ จ้าวลู่ชิงสั่นกระดิ่งแล้วก็หยุดพักจากนั้นก็สั่นอีกครั้ง  นางไม่ได้ต้องการให้คนพวกนี้ปวดหัวจนตาย เพียงทำให้พวกเขาสิ้นฤทธิ์เท่านั้น

    “ท่านอ๋อง มีคนกำลังหนี”

    บนหอคอยมองเห็นได้ในระยะไกล ชายฉกรรจ์สองคนที่กำลังหลบหนีน่าจะเป็นระดับหัวหน้า พวกเขาไม่ได้รับพิษกู่บ่งบอกว่าน่าจะเป็นคนสำคัญของค่าย

    “มันกำลังหนีไปไกลแล้ว”

    เพียงแค่นางกล่าวจบลูกธนูสองดอกก็แหวกอากาศพุ่งปักที่ขาของทั้งสองอย่างแม่นยำ จ้าวลู่ชิงทึ่งกับการยิงธนูของเขา ยิงธนูสองดอกในครั้งเดียวแถมมันยังเข้าเป้าตามที่ต้องการ

    นี่มันเทพเกินไปแล้ว!

    ลูกธนูดอกที่สามสี่ต่างถูกยิงพร้อมกันอีกครั้ง เสียงแหวกอากาศของลูกธนูดังจนขนหัวนางลุก ขาอีกข้างของพวกกบฏที่หลบหนีต่างถูกลูกธนูยิงจนล้มลงกับพื้น

    จ้าวลู่ชิงมองวิธีการจับลูกธนู เหตุใดเขาถึงสามารถควบคุมลูกธนูได้ตามที่ต้องการ หรือว่าเขาเป็นเทพที่จุติลงมาอยู่บนโลกมนุษย์

    หลิงหย่งกับทหารห้านายรีบวิ่งตามทิศทางการยิงธนูของผู้เป็นนาย จนจับกบฏได้ แต่ขาของทั้งสองตอนนี้มีลูกธนูปัก ท่านอ๋องฝีมือการยิงธนูยากที่จะมีผู้เทียบเคียงได้คนพวกนี้ช่างได้รับเกียรติ

    ความวุ่นวายภายในค่ายสงบลง กบฏห้าพันกว่าคนถูกจับเป็นเชลย เสบียงอาหารที่พวกมันปล้นมาได้ยังอยู่จนเกือบเต็มยุ้งฉาง

    “นี่คือเสบียงของพวกเราที่พวกมันปล้นมาขอรับ” หลิงหย่งตรวจดูเสบียงจึงพบว่าเป็นเสบียงของทางการที่ถูกปล้นไป

    “นำตัวพวกมันไป”

    บุรุษที่เป็นกบฏต่างถูกมัดมือติดกับเชือก แล้วนำตัวขึ้นไปด้านบนอาราม ส่วนสตรีกับเด็กก็ต่างหอบหิ้วกันเดินตามไป

    “เจ้ากลับขึ้นไปด้านบนกับพวกเขาเถิด”

    “ท่านอ๋องไม่ขึ้นไปหรือ”

    “ข้าจะอยู่ค้นที่นี่ต่อ”

    “ถ้าอย่างนั้น ท่านเอาแผนที่ติดตัวไว้เถิด” ยัดแผนที่ใส่มือเขา จากนั้นก็วิ่งตามท่านปู่ของนางไป

    ฉีอ๋องมองตามดรุณีตัวเล็กที่วิ่งไปอย่างปราดเปรียว นางช่างเก่งกาจสามารถหาวิธีจัดการกับพวกกากเดนของราชวงศ์ก่อนได้ หากไม่มีนางคงยากลำบากกว่านี้

    เพียงเรื่องพิษกู่พวกตนก็ไม่สามารถทราบได้ แต่นางรู้เรื่องพิษตัวนี้เป็นอย่างดี จนนำพาให้ทุกอย่างง่ายขึ้น กากเดนพวกนี้เขาตามสืบมาสองปีแต่พวกมันหลุดมือไปได้ทุกครั้ง ถึงคราที่ต้องจบเรื่องนี้สักที

    “ค้นให้ทั่ว” ฉีอ๋องออกคำสั่ง เดินค้นค่ายพวกนี้เหมือนกับทหารนายอื่น

    จ้าวลู่ชิงสูดอากาศเมื่อขึ้นมาถึงด้านบนอาราม นางกับทุกคนใช้เวลาเร่งเดินทางสองวันสองคืนเพื่อกลับขึ้นมาให้ถึงด้านบนให้เร็วที่สุด ทั้งทหารและเชลยต่างอ่อนแรง

    “คุณชายตู้ สตรีกับเด็กพวกนั้นปลอดภัยดีหรือไม่”

    “ทุกคนปลอดภัยดีกำลังพักผ่อนอยู่ในเรือนนอน”

    “ยังมีสตรีกับเด็กที่ถูกนำตัวมาจากค่ายอีกแห่ง ท่านพอจะจัดการที่หลับนอนให้พวกเขาได้หรือไม่”

    “ข้าสามารถจัดการได้” ตู้โม่โฉวตกปากรับคำ

    สตรีและเด็กที่มาใหม่ต่างเดินตามไปยังเรือนนอนด้วยท่าทีหวาดกลัว ทุกคนต่างถูกจับตัวมาพอรู้ว่าเป็นคนของทางการก็กลัวว่าจะโดนเหมารวมว่าเป็นกบฏ

    จ้าวลู่ชิงเดินไปดูตัวกู่ที่นอนนิ่งอยู่ในกล่องสี่เหลี่ยม

    “ถึงเวลาของพวกเจ้าแล้วสินะ” กว่าจะเป็นตัวกู่พ่อพันธุ์แม่พันธุ์ได้ พวกมันต้องใช้ความพยายามชนะสัตว์มีพิษตัวอื่น ๆ เพื่อให้อยู่รอด สัตว์ร้ายทำลายชีวิตผู้อื่นเช่นนี้เก็บไว้ก็ไม่มีประโยชน์

    ตัวกู่ทั้งสองถูกไฟเผาต่างดิ้นทุรนทุราย เชลยที่ถูกจับมาร้องโหยหวนเมื่อตัวกู่ที่เป็นลูกในร่างกายสัมผัสได้ว่าพ่อแม่ของมันใกล้จะตาย หากพ่อแม่มันตายชีวิตพวกมันก็ดับสูญเช่นเดียวกัน

    ใช้เวลาไม่นานสัตว์ตัวร้ายก็ถูกเผาจนไม่เหลือแม้แต่เถ้าถ่าน เสียงร้องโหยหวนต่างหยุดลง ทุกคนที่ได้รับพิษต่างอาเจียนออกมาเป็นเลือด ในกองเลือดของแต่ละคนมีหนอนสีแดงหนึ่งตัว

    ผู้คนที่พบเห็นต่างเบือนหน้าหนี หนอนน่ารังเกียจเข้าไปอยู่ในร่างกายมนุษย์ ร้ายไปกว่านั้นพวกมันสามารถควบคุมมนุษย์ได้

    ผู้ที่กระอักเลือดหนักกว่าใครอื่นคืออดีตหลวงจีนเฒ่าที่ตอนนี้กลายเป็นนักโทษอย่างเต็มตัว ทหารเฝ้ายามต่างยืนมองเลือดที่กระอักออกมาจากปากและไหลลงเปรอะเปื้อนร่างกายด้วยใบหน้านิ่งเฉย

    หลวงจีนเฒ่าได้รับความทุกข์ทรมานเพราะสัตว์ที่ตนผูกพันธสัญญาด้วยเลือดสิ้นชีพ ร่างกายกระอักเลือดออกมาไม่หยุด

    ทหารนำยาที่เพิ่งได้รับจากคนของท่านอ๋องมายัดใส่ปากของหลวงจีนเฒ่า คนผู้นี้จะตายไม่ได้ต้องให้ทางการสอบสวนเสียก่อนถึงจะมีสิทธิตาย

    จ้าวลู่ชิงกำลังสอบถามถึงเรื่องเงินซื้อยาถอนพิษกับผู้ที่เป็นถึงหัวหน้าองครักษ์มังกรที่ถูกส่งตัวจากเมืองหลวงมาช่วยภารกิจในครั้งนี้

    จื่อถงทำสีหน้าเหมือนกับอมทุกข์ เรื่องเงินตนไม่สามารถตัดสินใจได้ แต่ถ้าไม่ยอมจ่ายกูเหนียงผู้นี้ก็ไม่ยอมให้ยาถอนพิษแก่ผู้ประสบภัยที่ถูกพิษ แม้ว่าเขาจะเอาฮ่องเต้มาอ้างแต่นางก็หาได้เกรงกลัว ยังสอบถามเหมือนเดิมว่าจะเรียกเก็บเงินค่ายาถอนพิษจากผู้ใดได้บ้าง

    “ท่านอย่าได้รอช้า โปรดให้คำตอบข้าโดยเร็วด้วยเถิด”

    “เอ่อ…คือว่า….” จื่อถงพูดไม่ออก เรื่องออกศึกยังไม่ตัดสินใจยากเท่าเรื่องเงิน “ตอนนี้ราชสำนักกำลังอยู่ในช่วงวิกฤตด้านการเงิน กูเหนียงพอจะช่วยเหลือชาวบ้านเพื่อสะสมบุญบารมีได้หรือไม่”

    จ้าวลู่ชิงส่งยิ้มก่อนจะหุบยิ้มลง “ข้าเป็นผู้ทำการค้าไม่ใช่ผู้แสวงบุญ เบื้องหลังข้ามีคนงานอีกหลายชีวิตต้องเลี้ยงดู มัวแต่ให้ทานผู้อื่นแล้วตนเองเดือดร้อน ข้าไม่มีทางทำอย่างเด็ดขาด”

    จ้าวลู่ชิงไม่สนใจ สำหรับหลี่ซื่อหมินนางต้องขูดเลือดขูดเนื้อมาให้ได้ เรื่องนี้พวกตนเสียสละมากพอแล้ว นางจะไม่ยินยอมเสียยาถอนพิษเมามายไปโดยไม่ได้รับค่าตอบแทนอีกเด็ดขาด

    ชางคุนกับคนงานขนยาถอนพิษจากโรงหมอฮุ่ยหลิงมาที่นี่ตามคำสั่งของท่านหมอสวี หลังจากได้รับจดหมายท่านหมอสวีก็รีบปรุงยาแล้วสั่งให้รีบขนมาส่งที่อารามแห่งนี้ ป่านนี้ยังไม่ได้รับสัญญาณให้ขนของลงจากรถม้า

    โหลวฉ่ายผิงเข้ามาคุยกับหลานสาวของภรรยา ตกลงกันอยู่สักพักว่าสกุลโหลวจะเป็นผู้จ่ายค่ายาถอนพิษนางจึงยินยอม

    จ้าวลู่ชิงถอนหายใจในที่สุดก็มือคนยื่นมือมาเป็นผู้ช่วยจ่ายสินะ เห็นหรือไม่ว่าเงินนั้นสำคัญเพียงใดแม้จะได้ครอบครองบัลลังก์ก็ยังต้องอยู่อย่างอดอยาก

    ท่านปู่กับนางตกลงกันแล้วว่าถ้าไม่มีใครยื่นมือเข้ามาช่วยออกค่าใช้จ่ายพวกตนก็จะยอมแจกจ่ายยาถอนพิษให้แก่ผู้ประสบภัย แต่ก่อนที่จะแจกจ่ายต้องลองขูดเลือดขูดเนื้อราชสำนักให้ถึงที่สุดก่อน ไม่คิดเลยว่าสกุลโหลวจะเป็นผู้เข้ามาผ่อนปรนเรื่องนี้

    โหลวฉ่ายผิงคุกเข่าอยู่ต่อหน้าพ่อตา หากผู้ใดมาพบเห็นเข้าคงเอาไปนินทาว่าเขาเป็นบุตรเขยที่กลัวแม้กระทั่งพ่อตา แต่สำหรับโหลวฉ่ายผิงผู้อาวุโสตรงหน้าคือคนที่เขานับถือเสมือนบิดาแท้ ๆ

    “เจ้าลุกขึ้นเถิด”

    โหลวฉ่ายผิงกล่าวขอบคุณแล้วลุกขึ้นไปนั่งเก้าอี้ที่อยู่ใกล้ ๆ

    “รีบจัดการเรื่องให้เร็วที่สุด ก่อนที่จะสกุลโหลวจะเหลือเพียงชื่อให้ชาวประชาขบขัน”

    “ขอบคุณท่านพ่อที่ให้ความช่วยเหลือสกุลโหลวมาตลอด”

    “เจ้าเป็นผู้นำตระกูลหากยังใจอ่อนอยู่อย่างนี้ สักวันจะรักษาตระกูลเอาไว้ไม่ได้ รีบจัดการให้เรียบร้อย ก่อนที่ฉีอ๋องจะค้นอุโมงค์เสร็จ” วางขวดยาให้กับบุตรเขยจากนั้นก็ลุกเดินจากไป

    ผู้ประสบภัยที่ได้รับพิษเมามายต่างเข้าแถวดื่มน้ำเพื่อถอนพิษออกจากร่างกาย ทุกคนถูกกักขังไว้ที่อารามก่อนเพื่อรอให้ทุกอย่างคลี่คลายจึงจะปล่อยตัวได้

    อารามจิ้นฉือตอนนี้ถูกปิด ข่าวเรื่องอารามเป็นแหล่งซุกซ่อนของกบฏยังคงถูกปกปิดเอาไว้ ครานี้ราชสำนักต้องปั่นป่วนอย่างแท้จริงเพราะมีขุนนางหลายคนเข้าพัวพันกับเรื่องนี้

     วันนี้บ้านเหอไฟดับหลายชั่วโมงก็เลยมาช้าหน่อยนะคะ 

    คล้ายกับเรื่องจ้าวลู่ชิง คหบดีหญิงแห่งต้าถัง ที่คุณอ่าน