คำกล่าวเล่านินทาที่เคยเล่ากันว่ามหาเทพนั้นมีพี่ชายคนสนิทชิดเชื้อในสายเื แต่ไหนแต่ไรแบ่งชิ้นของให้กันมากมายไม่เคยแก่งแย่งชิงดีชิงเด่น แต่มาเมื่อวันหนึ่งก็มีเื่ซุบซิบนินทาั้แ่ครั้งในอดีตจนถึงปัจจุบันว่าทั้งสองพี่น้องชอบบุรุษชาย นั่นก็ถือเป็เื่ที่รับไม่ได้ต่อเหล่าเทพเซียนชั้นสูงที่ได้ยินข่าวดังนี้ขึ้นมา แต่ก็คงยังมีอีกข่าวที่ว่าพี่น้องชอบบุรุษชายคนเดียวกัน....พอเื่บานจึงโดนบังคับฮองเฮาองค์ก่อนสิ้นพระชนม์อย่างไร้สาเหตุการตายที่แน่ชัด มหาเทพองค์ก่อนมอบตำแหน่งองค์รัชทายาทให้หลงอันลู่(มหาเทพองค์ปัจจุบัน)อย่างน่าใ ทั้งที่เื่การดูแลนั้นมหาเทพเป็ผู้ยกให้พี่คนโตดูแลปฏิบัติทั้งหมด กล่าวกันว่าการแต่งอภิเษกพระชายาครั้งนั้นก็เป็การบังคับ
"มหาเทพท่านก็กังวลเกี่ยวกับเขาเช่นกัน"
"ข้าเพียงแค่กังวลเกี่ยวกับมาร เมื่อครู่เ้าคงรับรู้ถึงมันแล้วใช่หรือไม่"
"อืม ถึงจะเป็เช่นนั้น องค์รัชทายาทถือเป็สิ่งที่์กำหนดไว้ ์นั้นย่อมเมตตาเขาอย่างแน่นอน"
มหาเทพมองใบหน้ายิ้มแย้มงดงาม ยิ่งเขามองเขาก็ยิ่งเจ็บช้ำในใจ อะไรดวงตาดวงนี้จะเหมือนบิดาของเขาขนาดนี้แม้แต่อุปนิสัยที่คิดบวกนี้ก็เหมือนไม่มีผิด เหมือนจนบางทีเขาเองก็ไม่อาจหักห้ามตนไม่ให้คิดเป็เขาไม่ได้
"อะ...ออ อืมเช่นนั้นรึ ฮ่าฮ่าฮ่า นั่นสิเขาเป็ถึงผู้ที่์เลือกแล้ว"
มหาเทพกลับหน้าหันมองลูกแก้วปราการนั้นอย่างทุลักทุเล แม้นแก้วปราการนั้นจะใส แต่นั่นไม่สามารถมองเห็นบุรุษชายเบื้องในได้เลยแม้นแต่เงา อีกกี่พันปีอีกกี่หมื่นปีเขาถึงจะกลับมายังที่เดิม
"มหาเทพ นี่ใกล้ค่ำแล้ว ร่างกายท่านสำคัญนักท่านต้องดูแลตนเองด้วย"
เยว่ชิงเซียนกล่าวถึงสุขภาพนั้นเป็สิ่งที่ควรคำนึง แต่นั่นเป็เพียงข้ออ้างที่เขาอยากเตือนมหาเทพว่ามหาเทพคือใคร ก่อนที่มหาเทพจะพูดสิ่งใดมากกว่านี้ เขาเองก็มิกล้าแบกรับคำพูดเ่าั้ได้ คำพูดบางประโยค การไม่แพร่งพรายออกถือเป็จุดแข็งของคนผู้นั้น มหาเทพต้องเป็ผู้ที่มิควรเผยความในใจแก่ผู้อื่น แม้จะทรมานแต่นั้นคือการปกป้องสถานะของมหาเทพไว้ได้
"ข้ารู้แล้ว อออีกเื่"
"มหาเทพมีสิ่งใดจะกล่าวหรือ"
"อีกสามวันเ้าควรมาส่งองค์รัชทายาทด้วยล่ะ อย่าอู้เด็ดขาด"
"แหะๆๆ ข้าจะพยายามไปให้ทันงานพิธีเริ่ม"
ว่าเสร็จมหาเทพเดินจากไป พื้นที่แห่งนั้นสงบกว่าเดิมที่เคยต่างจากเมื่อครู่อยู่หน่อย ชายร่างกายกำยำผ้าอาภรสีนิลยืนเบื่องหลังเยว่ชิงเซียน อย่างไร้สีหน้าไร้สีสันไร้รสชาติ เยว่ชิงเซียนรับรู้ถึงการมีอยู่ของพลังตันเถียนสูง พลันหันหน้าไปพบกับชายไร้สีหน้ารื่นเริงผิดแปลกกับเยว่ชิงเซียนที่ทำหน้าเอ้อเหอ อย่างกับเด็กไม่รู้ทิศ
"เ้าเป็ใคร"
"ท่านเป็ใคร"
"ข้าสิต้องถามว่าท่านเป็ใคร"
เยว่ชิงเซียนทำหน้าเอ้อเหอ นี่เขาพึ่งถูกถามหรือว่าตนเป็ใคร เขาเป็ถึงท่านเทพรัตติกาลเชียวนะ
"เ้าเป็ใคร"
"ท่านเป็ใคร"
"ข้าสิต้องถามว่าท่านเป็ใคร"
ชายใบหน้าเช่นสตรีนี้บังอาจใช้คำพูดฉ่อล้อกับข้าถึงขนาดนี่ได้เลยหรือ เขาเป็ถึงองค์รัชทายาทหาได้เคยมีผู้ใดสวนกลับเช่นนี้สักครา
"เ้าไม่รู้จักข้า?"
"ถ้าข้ารู้จักท่านข้าต้องถามด้วยหรือ"
"บังอาจนัก"
"ท่านก็บังอาจนัก"
ใบหน้าซื่อๆเช่นนี้เขาสามารถทำออกมาได้เช่นไร ใบหน้านี้งดงามและซุกซนคำพูดที่มิมีผู้ใดเคยพูดพอเขาพูดก็ดูไม่น่าให้อภัย แต่เมื่อครู่นั้นเขากลับไม่ตวาดเสียงดังเช่นเคยที่ใช้กับทหารกองกำลังของตนหรือแม้แต่เทพเซียนหญิงสาวธรรมดา
"ข้าเป็..."
"คุณชาย!"
หลิงอี้องค์รักษ์ประจำตัวของเยว่ชิงเซียนกลับจากเดินทางไปสำรวจหลังตำหนักไท่จื่ออยู่พักหนึ่งเขาจึงรีบกลับมารายงานให้หัวหน้าทราบ แต่เมื่อเขาเห็นองค์รัชทายาทยืนอยู่เบื้องหน้าคุณชายเขา เขาจึงจำเป็ต้องทำความเคารพก่อน
"ถวายบังคมองค์รัชทายาท"
"องค์รัชทายาท....ท่านคือองค์รัชทายาทหรือ ข้านึกว่าท่านเป็ทหารประจำการที่มาใหม่แล้วมาเปลี่ยนเวรเฝ้าที่นี่เสียอีก"
"เ้า!..."
"คุณชาย.........."
หลิงอี้ซุบซิบให้กับคุณชายของเขาฟังเกี่ยวกับที่เขาส่งหลิงอี้ไปตรวจยังหลังตำหนักไท่จื่อ พอได้เื่ที่ตนนั้นต้องขบคิดเขาจึงต้องรีบจัดการ แต่เมื่อครู่เขาพึ่งล้อเลียนองค์รัชทายาทผู้ที่มีฉายานามว่าไม่ปล่อยเหยื่อจนกว่าเขานั้นจะเห็นเื
"เอ่อ องค์รัชทายาทท่านมีสิ่งใดที่้าหรือถึงมาที่แห่งนี้ด้วยตนเอง"
"ข้าจำเป็ต้องบอกเ้าด้วยงั้นหรือ"
ว่ากันว่าองค์รัชทายาทมักทำสิ่งใดไม่เคยผิดเพราะเป็สิ่งที่์ประทาน การอยู่ที่แห่งใดจะมาหรือไปนั้นย่อมเป็เื่ธรรมดา แต่เอาเถอะเขาไม่ควรเถียงกับชายตรงหน้ามากนัก อย่างไรเสียเขาก็เป็องค์รัชทายาท เขาเองก็ยังมีเื่ที่ให้จัดการอีกหลายเื่ที่เขาต้องขบคิดในคืนนี้
"สิ่งนั่นคือ..."
องค์รัชทายาทหันหน้าเข้าลูกแก้วปราการใสบริสุทธิ์ จรดมองด้วยใบหน้าที่ไร้สี
"ลูกแก้วปราการท่านเทพเยว่ชิงถี"
"ข้ารู้ ข้าจะถามเ้า เมื่อครู่ท่านพ่อมาพูดสิ่งใดด้วย"
"เื่โดยธรรมชาติ เื่การทำงานข้า และฮองเฮา"
"แค่นั้น?"
"แค่นั้น"
องค์รัชทายาทมองใบหน้าชายร่างบางเบื้องหน้าอย่างเผลอตัวว่าตนมองเพลิดเพลินไปกับลักษณะของเขาคนนั้น
"เ้าชื่ออะไร"
"ข้าเยว่ชิงเซียน"
เยว่ชิงเซียน
"ที่แท้ก็บุตรชายท่านเทพเยว่ชิงเซียนนี่เอง ถึงว่าวาจาถึงได้ไม่ถือเกรงกับข้า"
"ท่านกล่าวเช่นนี้ความหมายคือสิ่งใด"
เยว่ชิงเซียนเป็บุรุษชายที่ไม่เคยเสียภาพลักษณ์ไม่ดีต่อหน้าผู้คนแต่ครั้งนี้เขากลับทำให้ชื่อเสียงที่สั่งสมมาหายวับไปกับสายลมเมื่ออยู่ต่อหน้าองค์รัชทายาท นี่อาจจะเป็คำที่เขากล่าวกันว่าศีลเสมอกันไม่ควรมักอยู่ด้วยกันนัก เหมือนลิ้นกับฟัน แข่งกันเก่ง
"เ้าก็ไม่ได้โง่ คิดเองเถอะ"
ถึงแม้จะวาจาปากจะเราะร้ายนักแต่ภายในใจเขานั้นกลับรู้สึกยิ้มที่ได้แกล้งชายร่างบางให้หงุดหงิดจนลมออกหู ใบหน้าที่ขึ้นสีแดงระเรื่อนั้นสีอย่างกับลูกท้อออกผล
"หะๆๆๆ องค์รัชทายาทหากท่านไม่มีสิ่งใด้าแล้ว ข้ามีธุระมากมายที่ต้องทำอีกมาก ข้าขอตัวลา"
เยว่ชิงเซียนหัวเราะแห้งๆกลบเกลื่อนอารมณ์หงุดหงิดนั้นและน้อมตัวขอลากับชายเบื้องหน้านั้นเสียและเดินถอยออกมา
"องค์ชาย เหตุใดถึงต้องพูดเช่นนั้นกับท่านเทพรัตติกาลด้วยงั้นหรือ"
"ไม่ถามเ้าก็ไม่ตายหรอก"
น้ำเสียงที่เถียงฉอดกับเยว่ชิงเซียนแปรเปลี่ยนกลับเป็น้ำเสียงเ็าที่ฆ่าคนได้อีกครั้ง เขาเดินออกมาอย่างไร้สีหน้าแต่เบื้องลึกภายในใจกลับรู้สึกว่าวันนี้เขาอารมณ์ดีนัก
พลันองค์รักษ์ส่วนตัวองค์รัชทายาทก็รีบหุบปากของตนและเดินตามไปอย่างไว
ตำหนักฮองเฮา
องค์รัชทายาทได้ทราบว่าฮองเฮานั้นได้กลับตำหนักตนแล้วจึงรีบมุ่งตรงไปยังตำหนักฮองเฮาอย่ารีบเร่ง เพราะเขาได้ยินข่าวว่าเสด็จแม่มีอาการป่วยไม่สบายหนักด้วยเพราะที่ไปเมื่อครู่เห็นว่าเสด็จแม่ไม่อยู่จึงมาเดินเล่นแถวพื้นที่รัตติกาล และพบว่าเสด็จพ่อกับเยว่ชิงเซียนได้พูดคุยพอดีกับที่เสด็จพ่อนั้นได้เดินออกไป
"เสด็จแม่ เหตุใดท่านถึงป่วย แล้วยังออกไปด้านนอก"
"แม่มิอ่อนแอ เ้าดูสิแม่แข็งแรง มีหรือจะอ่อนแอได้อย่างไร อีกอย่างเมื่อครู่แม่แค่ไปชมดาวที่สวนเมฆาก็เท่านั้น"
สตรีที่เคยออกรบสู้ศึกจับดาบสู้เสือบัดนี้ได้นั่งบัลลังสง่างาม ต้องเป็สตรีที่เพรียบพร้อมไปด้วยมารยาท เพรียบพร้อมไปด้วยคุณธรรมมิอาจให้นางรับใช้ห่างกายได้แม้แต่คนเดียว ต้องอยู่ในสายตาที่ถูกจับจ้อง ร่างกายที่เคยยืดเส้นยืดสายตอนนี้จะทำสิ่งใดเกินหน้าเกินตาก็ไม่อาจทำได้
"เสด็จแม่คิดถึงการฝึกทหารหรือ"
"เ้าอย่าได้พูดเช่นนี้ ยิ่งกับต่อหน้าเสด็จพ่อเ้ายิ่งพูดไม่ได้"
"ข้ารู้เสด็จแม่ลำบากใจ เหตุใดต้องฝืนทน"
"ข้าเป็ฮองเฮา....แค่กๆ"
ฮองเฮากล่าวมิทันจบก็กลับไอเสมหะเป็ลิ่มเืสดสีแดงลงใส่โถหยกเงิน ร่างกายซูบผอมใบหน้าซีดเซียวไร้แรงกำลังสลบไปในทันที
"เสด็จแม่!! ไปตามเทพหานหลิวมา!!"
"เพคะ!"
อีกครู่ไม่ถึงครึ่งก้านธูปเทพหานหลิวได้ปรากฏตัวขึ้น ท่านเทพหานหลิวเป็เทพเฒ่าโฉมงาม เก่งทางด้านการรักษาแม้แต่หมอหลวงในวัง์ก็ไม่อาจจะเทียบได้แต่ตนไม่ขออยู่ในวัง์ จึงกราบทูลขอมหาเทพออกไปอยู่ภายใต้ชนบทกับสหาย
ผ่านไปครึ่งก้านธูปท่านเทพหานหลิวได้สะกดพลังตันเถียนลง เพิ่มตันเถียนบริสุทธิ์ให้แก่ฮองเฮา ครู่หนึ่งมหาเทพรีบมาเยือนยังที่พักตำหนักเหล่าเทพเซียนน้อมถวายพร้อมเพรียง องค์รัชทายาทเห็นว่าเสด็จพ่อเดินมาจึงลุกโค้งถวาย มหาเทพจึงยกมือขึ้นเป็การบอกว่าเงียบก่อน ให้ท่านหานหลิวตรวจอย่างสงบ
"ถวายบังคมมหาเทพ"
"ฮองเฮาเป็อย่างไรบ้าง"
"ฮองเฮามีพลานามัยอ่อนแอพลังตันเถียนเพิ่มขึ้นอย่างรุนแรงทั้งที่ฮองเฮามิได้ออกจับดาบมาสักพักใหญ่เหตุใดพลังตันเถียนจึงขึ้นสูงอย่างน่าสงสัย"
"พลังตันเถียน...."
"ข้าได้ทำการสะกัดลงและสะกดพลังบริสุทธิ์ลงไปสิ่งนี้จะช่วยให้ร่างกายไม่ร้อนไม่หนาว เพียงแต่ฮองเฮาต้องรับประทานอาหารให้ตรงเวลา ข้าจะเขียนให้ว่าฮองเฮาต้องทานยาสิ่งใดเพิ่ม และ่นี้ควรให้ฮองเฮาพักผ่อนให้มากขึ้น"
"ข้าเข้าใจแล้ว"
มหาเทพเดินไปนั่งข้างๆฮองเฮาอยู่ครู่หนึ่งจึงลุกขึ้นและบอกให้องค์รัชทายาทเฝ้าดูแลฮองเฮาต่อให้ดีดี
ตำหนักเยว่ชิงเซียน
เยว่ชิงเซียนหลังจากกลับถึงตำหนักก็รีบกางดาวและที่มากลับพบว่าดาวมารเริ่มมีการเคลื่อนไหว ไม่นานนักหลิงอี้เดินเข้ามาและกล่าวรายงานถึงสุขภาพฮองเฮาและบอกถึงผลการตรวจจากท่านเทพหานหลิว ถัดจากนั้นเขาจึงครุ่นคิดและสับสนสิ่งใดควรมาก่อนหรือมาหลัง เขาคิดผสมปนเปกันว่าดาวมารเคลื่อนที่จากสิ่งใดและฮองเฮาเหตุใดถึงมีพลังตันเถียนสูงอย่างน่าสงสัย