บทที่ 12 ซ่อนไม้ต้องซ่อนในป่า
แม่เล้าเผยสีหน้าตกตะลึงและงุนงงอย่างเห็นได้ชัด เ้าเด็กคนนี้ถามถึงท่าน้ำ ที่พวกนางไปอาบทำไม หรือเ้าตัวน้อยผู้นี้คิดจะไปแอบดูพวกอาบน้ำ แต่ว่าใยต้องทำเื่ยุ่งยากเช่นนั้นด้วย เนื่องจากมันผู้นี้สามารถเรียกหญิงในหอแห่งนี้ เพื่อเปิดเผยเรือนร่างได้ตามใจชอบ
ทองเมื่อเห็นเช่นนั้น ก็รู้ว่าแม่เล้ากำลังงุนงง จึงอธิบาย “ท่านแม่เล้า ข้าจะไม่อ้อมค้อมล่ะกัน หากเ้าพาข้าไปที่ท่าน้ำที่พวกเ้าชำระร่างกาย ข้ารับรองว่าจะต้องมีเื่ดีๆ เกิดขึ้นกับเ้าแน่นอน”
แม่เล้าเมื่อได้ยินทองกล่าวเช่นนั้น ก็มีสีหน้าเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง แต่ก็พาทองไปยังท่าน้ำแต่โดยดี
เมื่อทั้งครู่มาถึงที่น้ำแห่งนี้ ทองก็เห็นหญิงสาวนางโลม กำลังเล่นน้ำอย่างสนุกสนาน แต่พอเมื่อเห็นทองเดินมา ต่างก็หัวเราะกันอย่างคิกคัก
ทองเดินเลาะชายฝั่งท่าน้ำไปเรื่อยๆ ขณะที่มีแม่เล้าเดินตามอย่างติดๆ เมื่อเห็นการกระทำของทอง ก็งุนงงยิ่งไปอีก แต่ทว่าขณะที่กำลังงุนงงเช่นนั้นทองก็ร้องขึ้นมาอย่างตื่นเต้น “ตรงนี้แหละ”
หลังจากนั้นแม่เล้าก็เห็นทอง คุกเข่าลงไปแหวกพงหญ้าเบา เผยให้เห็นต้นอ่อนของหญ้าทมิฬอยู่สองสามต้น ทองที่กำลังตื่นเต้นก็หันไปถามแม่เล้า “ท่านแม่เล้า ท่านมีสตรีเกินสิบห้าที่ยังบริสุทธิ์ อยู่บ้างรึเปล่า”
แม่เล้าได้ยินเช่นนั้นก็มีสีหน้าครุ่นคิด อยู่นานสองนาน เนื่องจากนางเปิดหอนางโลมค้าเนื้อสด ถามหาสาวบริสุทธิ์กับนาง ก็เหมือนขอยืมหวีจากคนหัวล้านนั่นแหละ
แต่ทว่านางก็นึกขึ้นได้ “สา สาเ้าอยู่ที่ใด”
ขณะที่แม่เล้ากำลังะโเรียก พลันทองก็ได้ยินเสียงหญิงสาวนางหนึ่งขานรับ อย่างร่าเริงก่อนลุกออกมาจากท่าน้ำ ใกล้ๆที่พวกทองอยู่
เผยให้เห็นหญิงสาวหน้าตาหมดจด จนเรียกได้ว่าแม้ลูกคุณหนูบางคนยัง ต้องอายเมื่อเปรียบเทียบรูปโฉมกับนาง
ทองขมวดคิ้วอย่างงุนงง “แม่เล้า ท่านแน่ใจว่านางยังบริสุทธิ์”
แม่เล้าพยักหน้ายืนยันอย่างหนักแน่น มันจึงได้เชื่อเื่ที่แม่เล้ากล่าว ก่อนบอกกล่าวเพิ่มเติม “แม่เล้าเ้ามีเข็มรึไม่”
ไม่นานแม่ก็หยิบเข็มมาจากกระเป๋าใบเล็กของตน ก่อนจะยื่นเข็มไปให้ทอง ทองรับมันมาอย่างลวกๆ ก่อนหันไปทางแม่นางสา
“พี่สาวโปรดยื่นมือของท่านมาให้ข้าสักประเดี๋ยว” หญิงสาวมองทองอย่างงุนงง ก่อนจะยื่นมาไปให้ทองอย่างกล้าๆกลัวๆนางไม่อาจรู้เด็กชายผู้นี้จะทำอะไรกับมือนาง”
ทองบีบนิ้วของนางจนเกิดสีแดงเืก่อนจะใช้เข็มจิ้มนิ้วนาง จนมีหยดเืซึมออกมาก่อน ยื่นนิ้วของนางไปยังเหนือต้นอ่อนหน้าทมิฬ ปล่อยให้ หยดเืของนางหยดลงบนต้นอ่อนหน้าทมิฬ
เมื่อหยดไหลลงไปลงบนต้นอ่อนหญ้าทมิฬ มันกลับเหือดหายไปราวกับไม่มีอยู่ั้แ่แรก ไม่นาน ต้นหญ้าทมิฬที่เป็เพียงต้นอ่อน สีของมันกลับเข้มขึ้นอย่างทันตา ไม่เพียงแค่นั้น มันแตกยอดอ่อนใหม่อีกด้วย
แม่เล้าเห็นเช่นนั้นก็ตกตะลึง นางเคยใช้หญ้าทมิฬและปลูกมาหลายปี นางไม่เคยทราบเลยว่ามันสามารถกินเืและเพิ่มต้นอ่อนอย่างทันตาแบบนี้ได้
“นายน้อย ท่านอธิบายให้ข้าฟังได้รึไม่ว่ามันเกิดอะไรขึ้น”
ทองก็ส่ายศีรษะอย่างงุนงงเช่นกัน “ข้าก็ไม่รู้ ข้าได้ยินว่า มันโตขึ้นหลังจากดื่มเืสาวบริสุทธิ์สองสามวันให้หลัง แต่ว่าการที่มันโตขึ้นอย่างปุบปับเช่นนี้ข้าเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่”
ไม่นานหลังจากนั้น ต้นหญ้าทมิฬก็เปล่งแสงประกายเขียวเรืองรอง
“นี่มันสมุนไพริญญา าาหญ้าทมิฬนี่”
แม่เล้าะโขึ้นอย่างฉับพลัน ทองหันไปมองแม่เล้าด้วยสีงุนงง แม่เล้าคลำศีรษะตนเองอย่างอ่อนแรง เมื่อครู่เ้าทำราวกับว่าเป็ผู้เชี่ยวชาน แต่ตอนนี้เ้าดันทำตอนราวกับเด็กน้อยไม่ประสีประสา
“าาหญ้าทมิฬนั้นเป็สมุนไพรที่ได้รับการอาบแสงจันทร์เพ็ญอย่างต่อเนื่องเป็เวลาสี่สิบเก้าคืน แต่ทว่าข้าไม่เคยเห็นจันทร์เพ็ญติดต่อกันเก้าคืนเลย าาหญ้าทมิฬมันจะมีสรรพคุณช่วยกระตุ้นจิติญญานักรบ ให้มีความกล้าแกร่งมากกว่าเดิน แต่หากวันกลายเป็สมุนไพริญญาแล้วละก็ วันจะสามารถปลุกจิติญญา จากนักรบในขั้นกึ่งอาจารย์ ให้เป็อาจารย์ได้ในชั่วข้ามคืน ในแคว้นเล็กๆของเรานั้นมีกึ่งอาจารย์นับไม่ถ้วน แต่ผู้ที่บรรลุขั้นอาจารย์นั้น เรียกได้ว่าแทบนับนิ้วได้” ก่อแม่เล้าจะพึมพึมกับตนเองเบาๆ ‘แต่ว่ามันเกิดเื่อันใดขึ้นกันแน่ ที่หญ้าทมิฬธรรมดาๆจะกลายเป็าาหญ้าทมิฬไปได้’
ทองเมื่อได้ฟังฟังคำอธิบายจากแม่เล้า จากงุนงงอยู่แล้วก็งุนงงยิ่งกว่าเดิม แม่เล้าเมื่อเห็นท่าทีเช่นนั้นจึงทราบได้ว่า เด็กชายคนนี้ไม่รู้เื่การฝึกตนเลย “เ้าเคยได้ยินเื่ อาคม หรือไม่”
ทองพยักหน้า เมื่อตอนมันยังอยู่ในวัด พระอาจารย์เคยสอนมันเกี่ยวกับวิชาอาคมบ้างอยู่เล็กน้อย พระอาจารย์เคยกล่าวว่าหาบรรลุสัจจะ จึงจะสามารถใช้ได้ แต่ก็ไม่ได้อธิบายอย่างละเอียดว่ามันใช้ได้อย่างไร
“ผู้ใช้อาคมนะ จะแบ่งออกเป็สามขั้น ใหญ่ๆ หนึ่ง นักรบ สองอาจารย์ สามซึ่งมีเพียงในตำนานเท่านั้นปรมาจารย์ ซึ่งมีเื่เล่าว่าปฐมกษัตรผู้รวบรวมแผ่นดินของเราอยู่ขั้นนี้” ทองพยักหน้าเข้าใจ
“ขั้นนักรบ แบ่งออกเป็ขั้นย่อย ดังนี้ ก่อจิต หนังเหนียว กายทองแดง กระดูกเหล็ก ใจเพชร และขั้นสำนึกจิตหรือที่พวกชาวบ้านมักเรียกกันติดปากว่ากึ่งอาจารย์”
“ขั้นที่สองเหนืุ์ ผู้คนมักจะเรียกว่าขั้นอาจารย์ ในขั้นนี้ทีข้ารู้ก็มีเพียง ขั้นอำพลาง กับดำดินเท่านั้น ส่วนเื่รายละเอียดความสามารถในขั้นต่างๆ ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน เนื่องจากผู้ที่บรรลุขั้นอาจารย์ในแคว้นเราช่างน้อยเหลือเกิน มันจึงไม่ได้ถูกบันทึกไว้อย่างเป็กิจจะ”
ทองแสดงสีหน้าเสียดายออกมา แต่ก่อนมันอยากรู้จริงๆว่าเหตุใดผู้คนจึงเทิดทูนคนพวกนี้นัก เมื่อก่อนมันไม่เข้าใจและไม่สนใจด้วย แต่หลังจากได้ฟังเื่ราวที่แม่เล้าได้เล่า มันจึงเข้าใจอย่างช่วยไม่ได้ คนพวกนี้มิใช่คนธรรมดาเช่นมัน
“ว่าแต่ว่า สมุนไพริญญามันมีค่าเท่าไรต้นนี้มีค่าเท่าไรล่ะ”ทองเริ่มกล่าวเข้าประเด็นหลักั้แ่แรก
แม่เล้าครุ่นคิดอย่างถี่ถ้วนก่อน ก่อนชู5นิ้ว ด้วยสีหน้าเคร่งเครียด “50..ตำลึง..”
“50สิบตำลึงเงินอย่างนั้นรึ ช่างมากมายเหลือเกิน”ทองเผยสีหน้าดีใจ แต่แม่เล้ากลับส่ายศีรษะ
“ไม่ใช่ห้าสิบตำลึงเงินแต่เป็ห้าสิบตำลึงทอง”
ไม่ได้ยินเช่นนั้น ทองหาได้ดีใจเท่าตอนแรกไม่ ตอนแรกที่มันคิดว่าห้าสิบตำลึงเงินนั้นมันดีใจเป็อย่างมากเพราะตราบใดที่นำไปขาย เงินได้แม้ไม่ใช่จำนวนเงินน้อยๆ เมื่อก็ไม่ใช่จำนวนเงินที่เยอะจนเกินไป รวมกับต้นอ่อนของหญ้าทมิฬชั้นสูงอีกสองสามต้น ที่รอวันโต มันสามารถ ไปจ้างตัวแทนขายและนำกำไรมาแบ่งเป็สามส่วน
แต่ในตอนนี้มันต่างออกไป ทองห้าสิบตำลึง หาใช่เงินน้อยๆ หากเป็ผู้ที่สมควรได้รับ มันถือได้ว่าเป็พรอย่างหนึ่ง แต่หากมันได้ไปอยู่กับผู้ที่ไม่สมควรได้ มันเรียกได้ว่าเป็โชคร้ายอย่างมหันต์
“โอ้แม่เล้า ข้ารู้สึกได้ว่าข้ามีธุระด่วน ข้าจะต้องกลับก่อนนะ” ว่าแล้วทองก็เดิน มุ่งหน้าออกไปจากที่แห่งนี้ เนื่องจากโชคครั้งนี้มันใหญ่เกินกว่าที่ตนมันเองจะรับได้ หากมันโชคร้ายถูแม้เล้าฆ่าปิดปาก เพราะสมุนไพรล้ำค่าตัวนี้ มัรู้สึกว่าไม่คุ้ม จึงเอ่ยลา สื่อความหมายว่าข้าจะไม่แย่งกับท่าน
แม่เล้ามิได้มีท่าทีดีใจเลยทันทีที่ทองกล่าวออกมา นางรู้ว่าทองคิดอย่างไร นางเองก็คิดเช่นเดียวกัน ในเมืองแห่งนี้ เศรษฐีที่รวยที่สุดในเมืองแห่งนี้นอกจากนายอำเภอ มีทรัพย์สินเพียง2แสนตำลึงเงิน ซึ่งมีมูลค่าประมาณ 20ตำลึงทอง
ซึ่งถ้าหากผู้คนรู้ว่านางมีทรัพย์สินมูลค่ามหาศาลเช่นนี้ มีหวังนางคงไม่ได้เห็นแสงตะวันยามเช้าแน่ โบราณว่าคนฉลาดจะไม่สิ่งที่เป็ผลร้ายต่อตน แม้ว่ามันจะเป็สิ่งมีค่าก็ตาม
แต่ทว่าจะทิ้งไปก็น่าเสียดาย
ก่อนทองจะได้เดินออกไปออกไปอย่างที่ใจคิด มันกลับถูกแม่เล้าดึงแขนไว้ มันพยายามสะบัดออกอย่างรุนแรง ตอนนี้มันไม่มีความเสียดายเงินห้าสิบตำลึงทองเลย เนื่องจากมันรู้ว่าตนเองไม่มีความสามารถที่จะเงินร้อนมากขนาดนั้น
‘หรือแม่เล้าพยายามฆ่าปิดเรา’ ทองรู้สึกเสียวต้นคอวาบ มันกังวลว่าแม่เล้าจะกลัวว่ามันจะออกไปปล่อยข่าวเกี่ยวกับเื่นี้ จึงตั้งใจตัดไฟแต่ต้นลม
“นายน้อย ท่านจะไปที่แห่งใด” แม่เล้ากล่าวด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม มิได้เผลอแสดงความวิตก กังวลภายในจิตใจ
“ข้า... ข้าว่า.. อ้อข้าว่าข้าจะไปหาเพื่อน นะขอรับ ข้าจะต้องกลับไปเลี้ยงวัวแล้ว ข้าฝากมันเลี้ยงวัวแทนข้าไว้ ข้าจะต้องกลับไปรับวัว ประเดี๋ยวมันจะโกรธเคืองข้า พักหลังนี้ข้ามักมีความจำไม่ค่อยดี ข้าจึงมักลืมเื่ต่างๆอยู่บ่อยๆ” ทองแต่งเื่ขึ้นอย่างร้อนรน แต่มันยังควบคุมอาการทางสีหน้าอย่างดี
“แต่ตอนนี้มันค่ำแล้วนะเ้าคะ?”
“อา ใช่ข้าลืมไปเลย ว่านี่ค่ำแล้ว ท่านดูสิขนาดเื่ใกล้ตัวข้าก็ยังเลย เนื่องตอนนี้ค่ำแล้ว ข้าจะกลับไปโรงเตี๊ยมที่ข้าเช่านอนไว้นะ ตอนนี้ดึกมากแล้วข้าต้องรีบเดินทางกลับโดยเร็ว จะได้รีบออกเดินทางไปเยี่ยมญาติที่ต่างเมืองแต่เช้า” เมื่อรู้ว่าถูกจับได้ ทองจึงเริ่มแถไปหาเื่ใหม่ และพยายามส่งสัญญาณว่ามันจะลืมเื่ที่เกิดขึ้นภายในวันนี้
“้าตื่นแต่เช้ารึเ้าคะ นายน้อยสามารถนอนที่นี่ได้เลยได้ไม่ต้องเสียเวลาเดินทาง” ทองเมื่อเห็นแม่เล้าดึงดันที่จะให้มันอยู่นี่ให้ได้ก็ตวาดอย่างหัวเสีย
นอนที่นี่เรอะ หากมันนอนที่ข้ามีหวังว่ามันคงจะไม่ได้เห็นแสงยามเช้าแล้วกละมัง
“ยายเฒ่าหนังเหี่ยวหากจะฆ่าข้าก็รีบฆ่าซะ หยุดพิรี้พิไรได้แล้ว”
เมื่อได้ยินเช่นนั้นก็หุบยิ้มลง “นายน้อย ท่านกับข้าต่างก็รู้ดี กันอยู่แล้ว ในเมื่อพวกเราไม่ข้าจะไม่อ้อมค้อมก็แล้วกัน ท่านกลับข้ามาแบ่งข้าคนละครึ่งดีรึไม่”
ทองแค่นเสียง “เ้าแบ่งให้ข้าครึ่งหนึ่ง ข้าว่ามันมากไปสำหรับข้า ข้ายกให้เ้าหมดเลยดีกว่า”
“นายน้อย!!” แม่เล้าตวาดอย่างหัวเสียก่อนที่จะถอนหายใจเพื่อให้อารมณ์เย็นลง “ข้าไม่อยากฟังคำพูดอ้อมค้อมของท่านแล้ว บอกมาท่านจะต้องให้ข้าทำอย่างไร”
ทองเมื่อได้เห็นเช่นนั้นก็ถามอย่างตรงไปตรงมาเช่นกัน “แล้วเ้าล่ะ ้าอะไร หากไม่บอกความ้ามากลับข้าตรงๆ แล้วล่ะ ก่อนข้าจะตาย ข้าจะต้องทำให้เ้าตายอย่างทุกข์ทรมานก่อนข้า”
“ได้ สิ่งที่ข้า้าคือแผนการ ที่จะกำจัดสิ่งนี้ออกไป โดยที่ยังได้ผลประโยชน์บางส่วนของมัน” เนื่องจากนางเปิดหอนางโลมเป็ของตัวเอง แต่กลับไม่มีคนเที่ยวมากนัก จึงทำให้ขาดทุนอย่างเป็ลูกโซ่ ถ้าหากนางมีเงินสักก้อน นางก็จะตกแต่งหอ เพิ่มนางโลมใหม่เข้ามาเพื่อเรียกลูกค้า
ทองเมื่อได้ยินเช่นนั้นก็รู้สึกว่าเข้าทางมัน เนื่องจากหญิงสาวนางนี้ยังคงมีเื่อื่นที่้า มากกว่าจำนวนเงินมหาศาลที่อยู่ตรงหน้า
“เอาล่ะก็ได้ ข้าจะยอมร่วมมือกับเ้า”
“ถ้าเช่นนั้นเ้าคิดหาวิธีกำจัดมันได้แล้ว” แม่เล้ากล่าวอย่างตื่นเต้น
ทองส่ายศีรษะ “เหตุต้องกำจัดมันด้วย เราเพียงต้องซ่อนมันเอาไว้อย่างชาญฉลาดก็พอ แล้วพอถึงเวลาอันสมควรค่อยกำจัดมันออกไป”
“ซ่อนอย่างชาญฉลาด ต้องทำเช่นไร” แม่เล้าแสดงสีหน้าไม่เข้าใจ
“จะซ่อนไม่ก็ต้องซ่อนในป่าถูกไหม?”
ก่อนส่อประกายตาที่แวววาว “เช่นเดียวกัน จะซ่อนหญ้าทมิฬก็ต้องซ่อนในพงหญ้าทมิฬสิ”