เทียนอี้ขี่อาชาวาโยวิ่งค่อยๆวิ่งเหยาะๆออกจากเมืองทุ่งหมื่นลี้ อาชาวาโยวิ่งไปบนทุ่งหญ้าโดยที่มีหลงเทียนอี้นั่งอยู่บนหลัง นี้เป็นการขี่อาชาเดินทางครั้งแรกของเขา
แต่เทียนอี้ที่นั่งอยู่บนอาวาโยกลับไม่ได้รู้สึกว่าไม่สบายตัวเลย .เหมือนเขานั่งอยู่บนเบาะและเหินไปตามทุ่งหญ้าเท่านั้น ชายหนุ่มบนหลังอาชาออกห่างจากเมืองไปเลื่อยๆ
หลังจากเทียนอี้ควบอาชาขึ้นเหนือมาถึง 2 ชั่วยาม ตอนนี้เทียนอี้มองไปทางไหนก็เห็นเพียงทุ่งหญ้าเขียวขจี .ตอนนี้เทียนอี้สั่งให้อาชาหยุดและยกยิ้มที่มุมปากเล็น้อย
"ตามข้าจากเมืองถึง 2 ชั่วยามแล้วคงได้เวลากระมัง" หลังเทียงอี้พูดจบก็ปรากฎร่างของคน 5 ร่างค่อยๆลอยลงมาจากท้องฟ้าลงมาหยังพื้น
"ถึงขนาดรู้ตัวว่าข้าตามมาตลอดทางสมแล้วที่สามารถสังหารบุตรชายของข้าได้ในกระบี่เดียว" กู่หมิ่งหลงพูดกับเทียนอี้
หลังจากที่ได้รับข่าวจากผู้สังเกตุการณ์กู่หมิงหลงได้พาผู้อาวุธโสอีก 4 คนของตระกูลเหาะตามเทียนอี้มาตลอดทาง และรอจังหวะที่เทียนอี้ออกห่างมาจากเมืองเพื่อไม่ให้เทียนอี้สามารถหนี้กระไปขอความช่วยเหลือที่เมืองได้ แต่มันไม่คิดเลยว่าเทียนอี้จะรู้ตัวว่าพวกมันตามมาตลอดทางเช่นนี้ทำให้มันแปลกใจไม่น้อย
"สารเลวน้อยในเมื่อเจ้ารู้ตัวอยู่แล้วคุกเข่าลงขอขมาต่อดวงวิญญาณบุตรชายของข้า. แล้วข้าจะให้เจ้าตายแบบไม่ทรมาน" กู่หมิ่งหลงไม่ปิดบังจิตสังหารของตนอีกต่อไปพร้อมตะคอกใส่เทียนอี้
"ตระกูลกู่น่ะตระกูลกู่ เรานายน้อยผู้นี้อุส่าหลีกเลี้ยงซึ่งปัญหาแต่พวกเจ้าก็ยังจะตามมาสร้างปัญหาให้กับข้า..พวกเจ้าคงจะเบื่อที่จะมีชีวิตต่อไปแล้วสิน่ะ" เทียนอี้พูดพร้อมทั้งยิ้มน้อยๆ
"เช่นนั้นเจ้าก็จงกลับไปสำนึกในนรกเถอะ ข้ารับรองได้เลยว่าจะทรมานเจ้าช้าๆ แล้วนำเลือกไปเซ่นไหว้หลุมศพของบุตรชายข้า" กู่หมิ่งหลงพูดพร้อมส่งสัญญาณให้ผู้อาวุธโสทั้ง 4 ให้ไปล้อมเทียนอี้ไว้ หลังจากได้รับสัญญานผู้อาวุธโสขอบเขตปฐพีทั้ง 4 คนพุ่งออกไปปิดทางหลงเทียนอี้ไว้ทันที
"ข้าจะจับเจ้ามาทะหลกหนังทั้งเป็น" กู่หมิ่งหลงเรียกดาบที่มีลักษณะโค้งดังพระจันทรเสี่ยวออกมาก่อนจะพุ่งเข้าไปหาเทียนอี้อย่างรวดเร็วดาบนี้คือดาบวงค์เดือนอาวุธประจะตัวของกู่หมิ่งหลงเป็นอาวุธระดับทองขั้นต่ำที่เหมาะที่จะใช้ในการสังหารอย่างมาก
เดิมทีเทียนอี้ยังคิดไม่ออกว่าจะสามารถจัดการกับกู่หมิงหลงที่อยู่ในขอบเขตนภาได้ยังงัย เพราะมันสามารถที่จะเหาะหนีไปได้ แต่ไม่คิดเลยกู่หมิ่งหลงจะต้องการฆ่าตน โดยพุ่งเข้ามาเองแบบนี้ ตัวกู่หมิ่งหลงมันที่อยู่ในขอบเขตนภาขั้นที่ 9 เห็นเทียนอี้เป็นเพียงมดตัวหนึ่งเท่านั้น .จึงคิดเพียงว่าแค่มันตบครั้งเดียว เทียนอี้กคงตกตายแล้ว
เทียนอี้เพียงยกยิ้มมุมปากก่อนจะเรียกกระบี่ไร้ใจออกมาทำท่าตั้งรับไว้ กู่หมิ่งหลงเห็นเทียนอี้เรียกกระบี่ออกมาตั้งรับมันทำเพียงมองด้วยสายตาดูถูกออกมา ก่อนที่กระบี่จะถึงลำตัวของเทียนอี้กู่หมิ่งหลงเปลี่ยนวิถี่ของกระบี่กระทันหัน ฟันไปยังขาเทียนอี้หมายจะตัดขาของเทียนอี้แทน
แต่มีหรือที่เทียนอี้จะมองไม่ออก แต่เทียนอี้กลับปล่อยให้กู่หมิ่งหลงทำตามที่มมันต้องการ แกร่ง! ดังเสียงโลหะกระทบกัน ดาบวงเดือนที่ควรจะตัดขาของเทียงอี้ออกจากร่างกระสะท้อนกลับออกมา ในจังหวะเสี่ยววินาทีที่กู่หมิงหลงมึงงกับภาพตรงหน้านั้นเอง
เทียนอี้ได้ตวัดปลายกระบี่ไปที่ท้องน้อยบริเวณจุดตันเถียนของกู่หมิงหลงทันที ยังไงก็ตามกู่หมิงหลงก็อู่ในขอบเขตนภาขั้น 9 ปฏิกิริยาของมันก็รวดเร็วยิ่ง รีบโคจรปรานเข้าปกป้องร่างกายทันที .แต่ถึงแม้กู่หมิงหลงจะรวดเร็วยังงัยก็ตามแต่ก็ยังช้ากว่ากระบี่ของเทียนอี้อยู่หลายขุม
ฉึบ!! "อ๊าก...." เสียงกระบี่ของเทียนอี้ที่แทงเข้าไปทำลายจุดตันเถียน และตามมาด้วยเสียงร้องออกมาด้วยความไม่ยินยอมของกู่หมิงหลง อธิบายอาจดูช้าแต่ทุกอย่างเกิดขึ้นในพริบตาเท่านั้น
เมื่อจุดตันเถียนถูกทำรายก็เป็นได้เพียงคนพิการเท่านั้น จึงไม่ต้องกังวลแล้วว่าตัวของกู่หมิงหลงจะหนีไป ทุกอย่างเกิดขึ้นภายใจพริบตาเท่านั้น แม้แต่ 4 ผู้อาวุธโสตระกูลกู่ยังมองตามกระบี่ไม่ทันเลยด้วยซ้ำ ลมปรานจำนวนมากค่อยๆไหลทะลักออกจากร่างของกู่หมิงหลง
"ไม่!" กู่หมิงหลงทำได้เพียงร้องออกมาอย่างน่าสงสาร เมื่อเห็นว่าผู้นำของตนพลาดท่าให้กับเทียนอี้แล้วทั้ง 4 คนมีใบหน้าที่ซีดเผือดทันที
"ต่อไปก็ถึงคิวพวกเจ้าแล้ว ส่วนเจ้ารอข้าอยูตรงนี้ก่อน" เทียนอี้พูดพรางมองไปที่กำลังยืนปิดทางหนีของตนไว้ และมองไปที่กู่หมิงหลงที่นั่งอยู่ด้วยสายตาดังปลาที่ตายไปแล้ว
ถึงแม้ว่าอีก 4 คนที่เหลือจะอยู่ในขอบเขตปฐพีขั้นที่ 9 แต่ยังงัยก็ไม่ใช้คู่มือที่จะต่อสู้กับเทียนอี้ได้สักนิด ต่อให้มีมาเป็นพันคนเทียนอี้ก็ไม่เกรงกลัวเลย หลังจากที่พุ่งตัวออกไปจัดการอีก 4 คนที่เหลือภายใน 10 นาทีการต่อสู้ก็จบลง
ที่ต้องใช้เวลาถึง 10 นาทีเพราะทั้ง 4 คนพยายามวิ่งหนีออกไปกันคนล่ะทางจึงค่อนข้างเสียเวลาในการตามไปสังหารอยู่เล็กน้อย ก่อนที่เทียนอี้จะเดินมาที่กู่หมิ่งหลงอีกครั้ง
"เดิมทีข้ายังคิดไม่ออกว่าจะจัดการกับเจ้าที่บินได้ยังงัย แต่ไม่คิดเลยว่าเจ้าจะถูกความแค้เข้าครอบงำขนาดนี้จนต้องพุ่งเข้ามาหาข้าก่อนเช่นนี้" เทียนอี้พูดพร้อมใบหน้าที่เฉยชา
"ฆ่าข้า...แล้วปล่อยตระกูลกู่ไป" กู่หมิงหลงตัวมันตอนนี้ไม่ต่างจากคนที่ตายไปแล้ว ทันจึงยอมตายแต่ไม่ยอมลากตระกูลกู่ทุกคนตายไปพร้อมกับมัน
"ไม่ต้องห่วงเรื่องนั้น ผู้ได้ทำผิดผู้นั้นย่อมได้รับโทษพวกเจ้า 5 คนมาเพื่อสังหารข้า ข้าก็จะเอาชีวิตพวกเจ้าแค่ 5 คนเท่านั้น" เทียนอี้กล่าวพร้อมแทงกระบี่ตัดขั่วหัวใจของกู่หมิงหลงทันที ก่อนที่กูหมิงหลงจะล้มลงขาดใจไป
เดิมที่เทียนอี้ก็ไม่ใช่คนจิตใจเหี้ยมโหดเจ้าคิดเจ้าแค้น แค้นไดที่ใครก่อก็ให้จบลงที่คนก่อก็พอแล้วหลังจากสังหารทั้ง 5 คนไปแล้วเทียนอี้ก็เพียงขึ้นควบอาชาวาโยแล้ววิ่งขึ้นเหนือต่อไป....
จบ พลังยังน้อยต่อสู้ง่ายๆไปก่อน????????