บทที่ 32 หนีเอาชีวิตรอดจากปากหมาป่า พร้อมแบกซิ่วไฉไปด้วย
เหวินจิ่งมีสีหน้าเคร่งเครียด เขาก็แค่อยากขึ้นเขามาลองดวงเท่านั้น หวังว่าจะได้ล่าสัตว์สักตัว แล้วนำไปขายในเมืองเพื่อช่วยค่าใช้จ่ายในครอบครัว ไม่นึกว่าจะโชคร้ายเจอหมาป่า ถ้าไม่ใช่เพราะหญิงสาวผู้นี้มาช่วย เขาคงจบชีวิตลงที่นี่แล้ว คิดได้ดังนั้น ดวงตาของเขาก็เต็มไปด้วยความรู้สึกขอบคุณ
"ข้าไม่ทราบว่าแม่นางใช้วิธีใด หมาป่าตัวนั้นถึงแข็งทื่ออยู่ตรงนั้นไม่ขยับเขยื้อน"
"อย่าพูดเื่ไร้สาระเลย ขาของท่านยังคงมีเืไหลไม่หยุด ยิ่งพูดมากเืยิ่งไหลเร็ว ท่านไม่รู้สึกหรือไง? ดูแค่ขาของท่านก็รู้ว่า ถูกหมาป่ากัดจนเส้นเืฉีกขาดแล้ว ตอนนี้ข้าต้องรีบช่วยห้ามเืที่ขาของท่านโดยเร็ว มิเช่นนั้น ขาพิการยังเป็เื่เล็ก แต่ท่านจะเสียเืมากจนตายได้ แล้วข้าก็จะกลายเป็คนที่ช่วยคนไม่สำเร็จ วิ่งขึ้นเขามาเสียเปล่า"
ฉู่ชิงเฉินพูดพลางหยิบชุดเข็มออกมาจากมิติ เลือกเข็มเงินออกมา แล้วปักเข็มเงินลงบนจุดสำคัญที่ขาของเขา จึงสามารถปิดเส้นเืที่ฉีกขาดได้ นับว่าห้ามเืสำเร็จแล้ว
จากนั้น ฉู่ชิงเฉินก็ยื่นมือเข้าไปในแขนเสื้ออีกครั้ง แล้วหยิบก้านสำลีชุบน้ำยาฆ่าเชื้อ ผ้าก๊อซ และผงบรรเทาปวดออกมาจากมิติ
นางใช้ก้านสำลีชุบน้ำยาฆ่าเชื้อทำความสะอาดาแของเหวินจิ่ง โรยผงบรรเทาปวดบนาแ สุดท้ายจึงพันผ้าก๊อซไว้ให้เรียบร้อย
"ไม่คิดเลยว่าแม่นางจะไม่เพียงแค่ดูดวงได้เท่านั้น แต่ยังเชี่ยวชาญในวิชาแพทย์อีกด้วย สตรีที่มีพร์อย่างเ้า ข้าเพิ่งเคยพบเป็ครั้งแรก"
ดวงตาของเหวินจิ่งเต็มไปด้วยความชื่นชม เมื่อก่อนเขาคิดว่า สตรีทุกคนล้วนเป็พวกหัวโตสมองเล็ก ร้องครวญครางน่ารำคาญ หญิงสาวตรงหน้าได้เปลี่ยนมุมมองความคิดของเขาใหม่
เมื่อครู่ขาของเขายังคงมีเืไหลไม่หยุด ความเ็ปแทรกซึมเข้าถึงไขกระดูก เขาเคยคิดว่าตนเองคงจะเสียเืจนตาย ไม่คิดว่าเพียงไม่กี่อย่างที่นางทำ ก็สามารถห้ามเืได้ แผลที่ขาก็ไม่รู้สึกเจ็บอีกต่อไป
"เื่นี้ไม่ได้สำคัญอะไร ข้าก็รู้เพียงผิวเผินเท่านั้น ไม่อาจเรียกว่าเชี่ยวชาญได้หรอก พวกเราพบกันหลายครั้ง นับว่ารู้จักกันแล้ว ต่อไปท่านไม่ต้องเรียกข้าว่าแม่นางหรอก ฟังแล้วรู้สึกแปลก ๆ เรียกข้าว่าชิงเฉินก็พอ จะได้ฟังสบายหู"
ฉู่ชิงเฉินพยุงเขาลุกขึ้นพลางพูด ขาของเขาาเ็ นางจึงต้องพยุงเขาเดินไปข้างหน้า
ที่นี่ไม่เหมาะจะอยู่นาน นางกังวลว่าอาจมีฝูงหมาป่าซุ่มโจมตีอยู่
"แม่นาง... ไม่สิ ชิงเฉิน... ชายหญิงแตกต่างกัน ข้าจะให้เ้าประคองข้าในระยะใกล้ชิดเช่นนี้ได้อย่างไร"
เป็ครั้งแรกที่เหวินจิ่งมีการััใกล้ชิดกับหญิงสาวเช่นนี้ รู้สึกถึงฝ่ามือที่อบอุ่นของนางที่โอบประคองแขนของตน ใบหน้าของเขาแดงร้อนวูบในทันที ไม่กล้ามองนาง ประหม่าเป็อย่างมาก
"ช่างเป็พวกคร่ำครึ หัวโบราณ ล้าสมัยจริง ๆ ถ้าข้าไม่ช่วยประคองท่าน ท่านที่ขาาเ็จะคลานกลับไปเองหรือ?"
ฉู่ชิงเฉินกลอกตา คนโบราณช่างเื่มากเหลือเกิน
"เอ่อ..."
เหวินจิ่งรู้สึกว่านางพูดได้มีเหตุผลมาก แต่เพราะอยู่ใกล้กันขนาดนี้ช่างทรมานเหลือเกิน ใบหน้าเขาร้อนผ่าวราวกับลุกไหม้
"ชิงเฉิน เ้ารู้สึกหรือไม่ว่า มีดวงตาสีเขียวหลายคู่กำลังจ้องมองพวกเราอยู่โดยรอบ?"
เหวินจิ่งรู้สึกใจเต้นระรัว ดวงตาสีเขียวเ่าั้ซ่อนตัวอยู่ในหมู่ไม้ มองพวกเขาผ่านใบไม้ ช่างน่าขนลุกยิ่งนัก เขาหวังว่ามันจะเป็เพียงความรู้สึกผิด ๆ เท่านั้น
"เ้าคนโง่ นั่นคือฝูงหมาป่า พวกเราต้องรีบออกไปจากที่นี่ ไม่เช่นนั้นใครก็ออกไปไม่ได้ทั้งนั้น"
ฉู่ชิงเฉินก็พบดวงตาหลายคู่ที่ซ่อนอยู่ในป่า นางมั่นใจว่านั่นคือฝูงหมาป่า
นางรำคาญที่เหวินซิ่วไฉเดินช้าเกินไป จึงใช้มือข้างหนึ่งประคองเขาขึ้นบนหลังของตน แล้วก้มตัวลงเป็เชิงบอกให้เขาขึ้นไป
"เสียเวลาอะไรอยู่? รีบขึ้นมาสิ ข้าจะแบกท่านเอง เราจะได้ออกไปจากที่นี่เร็วขึ้น ข้าไม่อยากถูกหมาป่ากินจนไม่เหลือแม้แต่กระดูกหรอกนะ"
เหวินจิ่งลังเลอยู่ครู่หนึ่ง สุดท้ายก็ทาบตัวลงบนหลังของหญิงสาว แต่ก็อดเป็ห่วงไม่ได้ ร่างที่ผอมบางของนางจะแบกเขาไหวหรือ? แต่ดูนางก็ไม่เหมือนกำลังฝืนทำ
ในชั่วขณะถัดมา ฉู่ชิงเฉินแอบใช้ยันต์เร่งความเร็วที่ขาตัวเอง ทำให้เท้าของนางราวกับมีล้อติดอยู่ เคลื่อนไหวได้อย่างรวดเร็วยิ่ง
เหวินจิ่งเหงื่อแตกพลั่กอยู่ข้างหลัง หญิงสาวผู้นี้ไม่เพียงแต่มีกำลังมหาศาล แต่ความเร็วในการวิ่งก็เป็สิ่งที่เขาไม่เคยได้เห็นมาก่อน
ในที่สุด พวกเขาก็ออกจากูเา มาถึงบริเวณชายเขา
"ตอนนี้ออกจากป่ามาแล้ว น่าจะปลอดภัยแล้ว เ้าวางข้าลงแล้วพยุงข้าเดินก็พอ"
เหวินจิ่งพูดอยู่ข้างหลังนาง เขารู้สึกเกรงใจที่ให้หญิงสาวแบกเขาอยู่เรื่อยไป หากเดินลงเขาแล้วถูกพวกช่างนินทาเห็นเข้า ใครจะรู้ว่าจะพูดจาไม่น่าฟังอย่างไร เขากลัวว่าจะทำให้นางเสื่อมเสียชื่อเสียง
ฉู่ชิงเฉินไม่ได้พูดอะไรมาก นางวางเหวินซิ่วไฉลงจากหลัง เพราะตอนนี้นางมาถึงที่ที่เคยวางตะกร้าหาบไว้แล้ว
ตะกร้าใส่ไม้ไผ่เต็มที่แบกอยู่บนหลังนี้ เป็ไม้ไผ่อันล้ำค่าที่หาเงินให้นางได้ สำคัญกว่าหนอนหนังสือนั่นมากนัก
ฉู่ชิงเฉินแบกตะกร้าบนหลัง ก่อนจะรู้สึกเย็นวาบไปทั้งร่าง นางรับรู้ถึงวิกฤตอันแจ่มชัด
ฝูงหมาป่าไม่ยอมปล่อยพวกเขาไป แต่กลับตามลัดเส้นทางมา เป็เพราะนางประมาทเกินไป
"ชิงเฉิน มีหมาป่า..."
เหวินจิ่งเห็นฝูงหมาป่าล้อมพวกเขาไว้อย่างรวดเร็ว ใจนขาอ่อน ทรุดก้นลงกับพื้น
"ข้าจะต้องสิ้นชีวิตที่นี่สินะ? แล้วยังต้องพาแม่นางฉู่ชิงเฉินมาเดือดร้อนด้วย"
"ข้าเห็นแล้ว"
ฉู่ชิงเฉินเห็นว่ามีหมาป่านับสิบตัวล้อมพวกนางอยู่ หัวใจนางสั่นสะท้านขึ้นมาทันที ทั้งชาติก่อนและชาตินี้นางไม่เคยเห็นสถานการณ์แบบนี้มาก่อน
แต่ไม่นาน นางก็กลับสู่ความสงบนิ่งได้อีกครั้ง ในดวงตาไม่มีความวุ่นวายแม้แต่น้อย
อย่างมากก็แค่แสดงความสามารถที่แท้จริงของนางออกมา ตั้งค่ายกลขังพวกหมาป่าเหล่านี้ไว้ ก็แค่สิ้นเปลืองพลังงานเท่านั้น นางเป็ถึงเ้าสำนักลี้ลับ จะกำราบหมาป่าฝูงหนึ่งไม่ได้เลยหรือ?
ฉู่ชิงเฉินกำลังรวบรวมสมาธิ หลอมรวมกลไกแห่งคาถา การวางค่ายกลต้องใช้ความทุ่มเทอย่างเต็มที่
ในเวลานั้นเอง เสียงะโที่ไม่เหมาะไม่ควร พร้อมกับมือคู่หนึ่งที่ไม่ควรปรากฏขึ้นได้กุมแขนของนางไว้แน่น เหมือนกาวตราหมาป่าที่ไม่ว่าจะสลัดอย่างไรก็สลัดไม่หลุด
"ชิงเฉิน เ้าตกอยู่ในอันตรายเพราะช่วยข้า ข้าจะไปล่อหมาป่าพวกนี้ เ้ารีบหนีไปซะ"
เหวินจิ่งเพราะความตื่นกลัวจึงกุมแขนของนางไว้แน่น แต่ปากกลับพูดว่าจะไปล่อพวกหมาป่า
สมาธิที่ฉู่ชิงเฉินเพิ่งรวบรวมเพื่อวางค่ายกล ถูกบัณฑิตตรงหน้าขัดจังหวะเสียแล้ว ทำให้ทุกอย่างกลับไปสู่จุดเริ่มต้นอีกครั้ง
มุมปากของนางกระตุกขึ้น ไม่กลัวคู่ต่อสู้ที่เก่งเหมือนเทพเ้า แต่กลับกลัวเพื่อนร่วมทีมที่โง่เหมือนหมูจริง ๆ
"หุบปาก ข้ามีวิธีที่จะออกไปได้ แต่ั้แ่ตอนนี้เป็ต้นไป ท่านต้องปิดปากของตัวเองให้สนิท และห้ามแตะต้องร่างกายของข้า ให้ปฏิบัติตามสิ่งที่ท่านเรียกว่าชายหญิงต้องแบ่งแยกนั่นให้ดี มิฉะนั้น อย่าโทษข้าที่จะดึงลิ้นท่านออกมา แล้วตัดแขนขาของท่านด้วย"
ฉู่ชิงเฉินเตือนด้วยสีหน้าเ็า
เหวินจิ่งเบิกตากว้างมองนาง เอามือที่จับนางออก ไม่กล้าพูดอะไรอีก
ฉู่ชิงเฉินรู้สึกว่าหูโล่งขึ้น เมื่อไม่มีคนมารบกวน นางจึงรวบรวมสมาธิอีกครั้ง รวมความคิดวางค่ายกลเปลวเพลิงอันร้อนแรง
รอบข้างพลันถูกแวดล้อมด้วยไฟลุกโชน เปลวไฟที่ลุกโชนได้ล้อมรอบฝูงหมาป่าไว้ ทำให้ไม่มีหมาป่าตัวใดกล้าเข้ามา ได้แต่มองดูฉู่ชิงเฉินพยุงเหวินซิ่วไฉจากไป
ฝูงหมาป่าถูกไฟเผาร้อน โมโหจนส่งเสียงร้องครวญคราง
ส่วนฉู่ชิงเฉินก็แบกตะกร้าและพยุงเหวินซิ่วไฉลงเขาไป
"ชิงเฉิน เ้าช่วยชีวิตข้าอีกครั้ง บุญคุณครั้งนี้มากมายนัก ข้าไม่รู้จะตอบแทนอย่างไร ได้แต่..."
"หยุด! ได้แต่มอบร่างกายตอบแทนใช่ไหม ข้าเป็คนมีครอบครัวแล้ว การมอบร่างกายตอบแทน... เลิกคิดไปได้เลย"
ฉู่ชิงเฉินรีบหยุดเหวินซิ่วไฉไม่ให้พูดต่อ แม้ไม่ต้องมองก็ััได้ถึงสายตาร้อนแรงที่อีกฝ่ายมองมายังตนเอง
"ฮ่า ๆ เ้าช่างเป็หญิงสาวที่น่าสนใจจริง ๆ บุญคุณที่เ้าช่วยข้าไว้นั้น ข้าจะจดจำไว้ก่อน ภายภาคหน้าย่อมตอบแทนอย่างแน่นอน
ไม่ทราบว่า วิชาความสามารถทั้งหมดของชิงเฉิน ได้รับการถ่ายทอดมาจากที่ใดหรือ? เมื่อครู่นี้ที่เ้าทำเป็การตั้งค่ายกลใช่หรือไม่? รอบ ๆ ตัวพลันเกิดเปลวไฟขึ้นมาทันที เ้ามีความสามารถเช่นนี้ แต่กลับยินยอมซ่อนตัวอยู่ในหุบเขาเล็ก ๆ ช่างเป็การน่าเสียดายไม่ใช่หรือ?"
เมื่อครู่เหวินจิ่งคิดว่า พวกเขาคงตายในปากฝูงหมาป่าไปแล้ว ไม่คิดว่าจะได้เห็นปาฏิหาริย์อีกครั้ง