วันแรกของการเข้าเรียนสำนักโรงหมอเหลียงฟานอวี้และหลิวลี้ เดินมาถึงห้องเรียนยามเฉิน (07.00-08.59น.) มานั่งรอหลิวซางได้สักพัก
“พี่ลี้ พี่ซางถึงไหนแล้ว?”
“พี่ซางขออนุญาตอาจารย์เหมยอิงมาเรียนพรุ่งนี้เพราะวันนี้เขาไปจัดการให้ผู้ติดตามเดินทางกลับแคว้นลู่ไปก่อน”
“อ่อ!”
ระหว่างนั้นก็ได้มีศิษย์คนอื่น ๆทยอยเข้ามานั่งในห้องเรียน โดยมีเซียวอี้เซียวเดินนำหน้ามา
“ก็ว่าใครพวกนอกรีตนี่เอง”
หลิวลี้เกิดอาการมือไม้เกรงอยากระบายมัดสักสองสามมัดฝากรอยไว้ให้เขาเสียหน่อย
“อ้าว! ศิษย์พี่เซียวท่านมาถึงั้แ่เมื่อไหร่กัน? พวกข้ามานั่งรอท่านได้สักครึ่งชั่วยามแล้วพวกข้ารู้สึกตื่นเต้นมากเลยที่จะได้เข้าเรียนและฝากฝังเป็ศิษย์น้องของท่านเลยมารอท่านั้แ่เช้า สงสัยศิษย์พี่คงมีภารกิจรัดตัวท่านมากมายท่านถึงได้มาสายเช่นนี้!”
ฟานอวี้เอ่ยประโยคทักทายเซียวอี้เซียวอย่างลื่นไหลตามมาด้วยเสียงหัวเราะของศิษย์คนอื่น ๆ
“ห๊า ๆ ๆ ๆเซียวอี้เซียวเจอศิษย์น้องวันแรก ก็โดนเอาคืนเสียแล้ว”
เสียงนั่นคือ ลั่วซือหยางสหายคนสนิทของเซียวอี้เซียว
“เ้าคนไร้มารยาทกล้าดียังไงมาต่อปากต่อคำกับศิษย์พี่เช่นข้า”
“เปล่านะ!พวกข้าก็แค่รู้สึกเป็เกียรติที่พวกข้าชาวแคว้นลู่ได้เป็ศิษย์ร่วมสำนักเดียวกับท่านศิษย์เอกแห่งโรงหมอสมุนไพร”
ทันใดนั้น ฟานอวี้หันไปถามลั่วซื่อหยาง
“ว่าแต่ศิษย์พี่ ศิษย์พี่เซียวได้ตำแหน่งนี้มาได้เช่นไรกันท่านอาจารย์ไม่ได้ให้ผิดคนใช่หรือไม่?”
“เ้า!!! เ้าแซ่อวี้ หากวันนี้ข้าไม่ได้สั่งสอนเ้าอย่ามาเรียกข้าว่าศิษย์พี่อีก!”
เซียวอี้เซียวโมโหมาก้าจะสั่งสอนฟานอวี้ แต่หลิวลี้ว่องไวกว่า เดินขวางหน้าเซียวอี้เซียว
“หากเ้ากล้าก็ลองดู”
เซียวอี้เซียวนั้นเป็วรยุทธ์พอสมควรแต่เขาจะเอาชนะหลิวลี้หรือไม่ก็เป็อีกเื่หนึ่งเพราะนางเป็ถึงรองหัวหน้าองครักษ์หญิงฝ่ายในของวังหลวงต่อจากท่านแม่ของนางเชียวนะด้วยอายุเพียง 17 หนาว
ด้วยอารมณ์โกรธของเซียวอี้เซียวชายหนุ่มไม่สนอะไรทั้งนั้นเดินเข้าไปหาฟานอวี้้าจะสั่งสอน เลยต้องปะทะกับหลิวลี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้หลิวลี้ใช้วิชามัดมวยสู้กับเซียวอี้เซียว เนื่องจากเข้าเรียนไม่สามารถพกกระบี่ได้
ส่วนฟานอวี้ก็หาวนอนอย่างบอกไม่ถูกไม่สนใจทั้งสองคนแต่หันไปพูดคุยกับลั่วซือหยางแทน
“ท่านว่าผู้ใดจะชนะเรามาพนันกันดีไหมศิษย์พี่ ด้วยตั๋วเงิน 100 ตำลึงทอง”
ลั่วซือหยางกลอกตามองบนไม่อยากจะเชื่อกับเ้าเด็กน้อยคนนี้เวลาหน้าสิ่วหน้าขวานยังจะมาชวนเขาเล่นพนันอีก!
“ก็ได้หากสหายของเ้าชนะ ข้าจะจ่ายให้ แต่ถ้าหากสหายของข้าชนะเ้าอย่าเสียใจจนร้องไห้ขี้มูกโป่ง และอย่ามาหาว่าข้ารังแกเด็กเช่นเ้าแล้วกัน”
ฟานอวี้นึกในใจคนผู้นี้ไม่ธรรมดาตระกูลต้องร่ำรวยแน่แบบนี้คงหาเงินได้ไม่ยากอยู่ภพก่อนนางชอบเงินมาก เวลามีภารกิจที่พิเศษด่วน ๆ ของหน่วย นางก็เข้าร่วมด้วย ถึงนางจะเป็แพทย์แต่นางก็ถูกฝึกโหดเหมือนกับทหารคนอื่นๆ ในหน่วยรบพิเศษ นางเลยได้วิชาแพทย์และวิชาศิลปะป้องกันตัวเปรียบเสมือนเก่งทั้งบุ๋นทั้งบู๋ ถึงจะมาอยู่ในภพใหม่นี้นางก็ยังชอบเงินอยู่ดีแม้นางจะเป็ถึงท่านหญิงสี่แห่งแคว้นลู่ก็เถอะเพราะถือว่าอำนาจของเงินมันช่างหอมหวานยิ่งหนัก!!!!
“โอเค ตกลงตามนี้”
“ภาษาอะไรของเ้าตกลงก็ตกลง มาโอเคอะไรอีก!"
ลั่วซือหยางงุนงงกับคำพูดของฟานอวี้แต่ก็หาได้ใส่ใจ เพราะเวลานี้ความสนใจอยู่ที่สองคนนั้น
ทั้งสองเริ่มต่อสู้กันมาหลายกระบวนท่าหลิวลี้ก็เข้าประชิดและจะออกมัดต่อยหน้าเซียวอี้เซียว แต่เซียวอี้เซียวหลบได้เกือบจะพลาดท่า หลิวลี้ก็ดักมาอีกทาง เซียวอี้เซียวยังหลบได้อีกหลิวลี้เลยเริ่มโจมตีด้านหลังต่อทำให้เซียวอี้เซียวโดนถีบจากด้านหลังอย่างแรงและโดนต่อยเข้าที่ตาด้านซ้ายด้วยกำลังภายในของผู้หญิงตัวเล็กๆ
“เ้า!!!กล้าดียังไงมาต่อยตาข้า ข้าเป็ถึงคุณชายใหญ่ของตระกูลเซียว ยังไม่เคยมีใครกล้าทำร้ายข้าเยี่ยงนี้เ้า!!! เ้าไม่ตายดีแน่!”
เซียวอี้เซียวโมโหมากที่ไม่สามารถเอาชนะหลิวลี้ได้อีกทั้งยังโดนนางทำร้ายจนาเ็กลับคืนมาอีก
หลิวลี้หมดความอดทนเลยด่าเซียวอี้เซียวอย่างน่าอาย “เ้าลูกแหง่เอ่ย! กลับไปดูนมแม่และฟ้องพ่อของเ้าสะ!”
“เ้า! คนถ่อยไร้มารยาท เ้าเป็สตรีแบบใดกัน ไม่เหมือนสตรีในห้องหอ แคว้นลู่ของเ้าอบรมสตรีเยี่ยงนี้เองสินะ!”
“พอได้แล้วนะพี่ลี้ศิษย์พี่เซียวแค่ล้อเล่นขำ ๆ ก็เท่านั้น พี่ลี้อย่าได้โกรธเคืองไปเลย!!!!”
ฟานอวี้ตัดบทและหันไปพูดกับลั่วซือหยางด้วยเสียงดังฟังชัดเพื่อให้ศิษย์คนอื่น ๆได้ยินและเป็พยาน
“ศิษย์พี่ท่านนี้ศิษย์พี่เซียวแพ้แล้ว ท่านอย่าลืมทำตามสัญญาของเราด้วยนะเ้าค่ะเราสัญญากันไว้ว่าหากพี่ลี้สามารถเอาชนะศิษย์พี่เซียวได้ท่านจะมอบตั๋วเงินให้แก่ข้าด้วยจำนวน 100 ตำลึงทองท่านอย่าผิดคำสัญญาเชียว! ข้าหวังไว้เป็อย่างยิ่งว่าศิษย์พี่จะรักษาคำพูดที่ให้ไว้ต่อข้าข้านั้นก็แค่เด็กน้อยชาวแคว้นลู่ เป็แค่แคว้นเล็ก ๆไม่อาจต่อกรกับท่านซึ่งเป็คุณชายใหญ่ของแคว้นเหลียงที่ยิ่งใหญ่แห่งนี้ได้”
ลั่วซือหยางได้ยินฟานอวี้กล่าวเขาถึงกับอึ้งและไปไม่ถูกเลยงานนี้ “เอ่อ! คือ........ข้าจะทำตามสัญญาอย่างแน่นอน เ้าอย่าได้ห่วงเลยอีกสามวันข้าจะนำตั๋วเงินมาให้เ้า”
“3 วันเกรงว่าจะช้าไปนะศิษย์พี่!ท่านไม่กลัวผู้คนจะครหานินทาท่านหรอกหรือ!ว่าตระกูลที่ยิ่งใหญ่ของท่านไม่มีตั๋วเงินมาจ่ายปลอบขวัญพวกข้าและเอาเปรียบเด็กหญิงชาวบ้านตาดำๆ ที่มาจากแคว้นเล็ก ๆ หรือเ้าคะ?”
ลั่วซือหยางถึงกับเดินเซและเข่าอ่อนในบัดดล“งั้นพรุ่งนี้ละกันข้าจะเอาตั๋วเงินมาให้เ้า”
“ก็ได้เ้าค่ะเห็นแก่ที่ท่านเป็ศิษย์พี่ของพวกข้า และเพิ่งรู้จักกันวันแรก”
ลั่วซือหยางถึงกับเข่าอ่อนเพราะสหายคนสนิทของเขาแท้ ๆ เลยทำให้เขาเสียรู้กับเด็กอายุแค่นี้ พูดละเจ็บใจจริงๆ