หลังจากเริ่มออกเดินทางหลินเฟยได้หยิบตำราขึ้นมา1เล่ม โดยตำราเล่มนี้คือตำราที่หาได้ง่ายๆทั่วไปในตำราจะกล่าวถึงเรื่องราวของผู้ฝึกลมปราณ นักอาคม(อักขระ) นักหลอมโอสถ(แพทย์)ทั้ง3คือสิ่งที่มีอยู่ทั่วไปโดยจอมยุทธจะมีมากที่สุดต่อมาจึงเป็นนักปรุงโอสถที่มีอยู่ไม่มากเหมือนจอมยุทธสุดท้ายจึงเป็นนักอาคมที่มีน้อยสุด ปั่บ! หลินเฟยอ่านจบก็โยนตำราเล่มนั้นออกไปโดยไม่สนใจอีกเพราะเนื้อหาด้านใดเป็นแบบหยาบๆเท่านั้น
''ไม่ว่าอะไรก็ดูติดขัดไปหมด''หลินเฟยไม่สบอารมณ์เพราะสิ่งที่ตนเองขาดมันมีมากมายเหลือเกินทั้งๆที่มีตำราอักขระและวิชาหลอมโอสถที่แสนวิเศษอยู่กับตัวแต่ไม่สามารถฝึกมันได้ ลมปราณก็ไม่มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องต่างๆก็น้อยจนน่าหัวเราะ
''คุณชาย เราจะตั้งค่ายพักแรมกัน ท่านจะลงมาหรือปล่าว''การเดินทางผ่านไปอีก1เดือนตลอดการเดินทางมีการต่อสู้บ้างแต่ก็ไม่มากถึงขนาดทำให้การเดินทางล่าช้าลงแล้วด้วยการเดือทางที่ยาวนานหลินเฟยและคนคุ้มกันก็เริ่มพูดคุยแลกเปลี่ยนกันมากขึ้น
''เอาสิ''หลินเฟยก้าวลงมาพร้อมกับกระบี่ที่อยู่ในมือ รอบๆตัวหลินเฟยในตอนนี้มีความกดดันแปลกๆมันเป็นแรงกดดันที่แหลมคมราวกับกระบี่ที่จะฟาดฟันและทิ่มแทงศัตรูที่เข้ามาได้ทุกเมื่อ
''เอ่อ...คุณชายครับ ท่านช่วยลดแรงกดดันรอบตัวได้หรือไม่พวกข้ารู้สึกอึดอัดและหวาดกลัวเมื่ออยู่ใกล้''หัวหน้าคนคุ้มกันพูดเรื่องนี้ขึ้นในที่สุดเพราะตลอดการเดินทางที่ผ่านมาแรงกดดันนี้มันค่อยๆเพิ่มขึ้นทีละนิดจนตอนนี้พวกมันทนไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว
''โทษที ข้ายังไม่ชินกับมันสักเท่าไหร่''หลินเฟยค่อยๆดึงแรงกดดันที่ออกมาจากเจตจำนงของกระบี่กลับโดยปกติหลินเฟยจะไม่ควบคุมมันและปล่อยให้มันแผ่ออกมาเรื่อยๆ
''ว่าแต่คุณชายแรงกดดันของท่านมันคืออะไรกันแน่เพราะตัวท่านไม่ใช่ผู้ฝึกยุทธแต่ทำไมถึงมีแรงกดดัน''
''ไม่รู้เหมือนกัน มันมีอยู่ในตัวข้าตั้งแต่เกิดแล้ว บางครั้งก็มีบางครั้งมันก็ไม่มี''หลินเฟยเลือกที่จะโกหกเพราะถ้าบอกว่านี่แรงกดดันจากเจตจำนงของกระบี่คนคุ้มกันของมันคงตกใจแน่ๆ
''นับว่าคุณชายโชคดีมากๆถึงฝึกลมปราณไม่ได้แต่ก็ยังมีแรงกดดันนั่นคอยช่วย''หัวหน้าคนคุ้มกันรู้อยู่แก่ใจว่าสิ่งที่หลินเฟยพูดออกมาไม่ใช่ความจริงแต่มันก็ไม่คิดจะคาดคั้นเอาคำตอบ
''ว่าแต่เจ้าพอจะรู้มั้ยว่าสำนักไหนรับคนที่สามารถเป็นนักอาคมและนักหลอมโอสถได้''หลินเฟยถามข้อมูลถึงจะฝึกลมปราณไม่ได้แต่ถ้าหากเป็นการจ้างคนเหล่านั้นให้มาทำงานให้คงจะดีไม่น้อย
''เรียนคุณชายหากท่านต้องการว่าจ้าง ท่านสามารถไปที่เมืองสีชาดได้ที่นั่นมีสำนักอักขระมังกรตั้งอยู่ในสำนักนั้นท่านสามารถจ้างได้หมดเพราะด้านในจะแบ่งออกเป็น3แผนกใหญ่ได้แก่ จอมยุทธอาคม โอสถ''หัวหน้าคนคุ้มกันพูดจบก็ลุกขึ้นแล้วเดินไปที่ห่อผ้าเดินทางของตัวเองมันค้นหาบางอย่างจากนั้นจึงหยิบเอาแผนที่ออกมา1แผ่น
''คุณชายนี่คือแผนที่และนี่คือที่ตั้งของเมืองสีชาด ส่วนแผนที่แผ่นนี้ข้ายกให้คุณชาย''การเดินทางครั้งนี้เหล่าคนคุ้มกันทั้ง10คนถือว่าเดินทางคุ้มค่ามากแค่จัดการกับโจรในหมู่บ้านแรกมันก็ได้ของมาเยอะแล้วแถมยังมีเงินที่สามารถนำมาแบ่งกันได้อีก
''ขอบใจเจ้ามาก แต่อีกไม่นานการเดินทางคงสิ้นสุดลงแล้ว''
''ถูกแล้วคุณชายหากเรายังรักษาความเร็วขนาดนี้เอาไว้ได้...อีกไม่เกิน16วันเราจะถึงป่าอสูร''
''ก็ดี ยิ่งเร็วเท่าไหร่ยิ่งดี''หลินเฟยมีความรู้สึกที่แรงกล้ามันเหมือนกับว่าการเดินทางกลับไปในครั้งนี้มันจะเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ไม่ใช่แค่นั้นหลินเฟยจะได้รับรู้เรื่องที่สำคัญมากๆอีกด้วยเพียงแต่หลินเฟยไม่รู้ว่าเรื่องนั้นมันคืออะไร
''นั่นสินะ ข้าเองก็คิดจะทำงานนี้เป็นงานสุดท้ายแล้วเหมือนกัน มันคงได้เวลากลับไปหาครอบครัวแล้วไม่รู้ว่าครอบครัวของข้าเป็นยังไงบ้าง''
''ฮ่า ฮ่า ฮ่า ข้าเองก็เหมือนกัน สุดท้ายการใช้ชีวิตอยู่กับครอบครัวมันก็ดีที่สุด''
''...''คนคุ้มกันทั้ง10ต่างรับงานนี้เป็นงานสุดท้ายและในระหว่างที่คนคุ้มกันกำลังสนุกสนานกันอยู่นั้นหลินเฟยได้กลับเข้าไปในรถม้าแล้วหลับตาลง
วันนี้เป็นวันสุดท้ายของการเดินทางเพราะอีกไม่นานจะถึงที่หมายแล้วทั้งคนคุ้มกันและหลินเฟยต่างยินดีในที่สุดการเดินทางที่ยาวนานก็จะจบลงเสียที ตึง! ต่อมาเสียงหยุดของรถม้าก็ดังขึ้นหลินเฟยก้าวออกมานอกรถม้าแล้วบิดขี้เกียจจากนั้นจึงนำเงินออกมาเพิ่มอีก20เหรียญทอง
''รับไปนี่คือเงินที่ข้าอยากให้พวกเจ้าเก็บเอาไว้''หลินเฟยพูดขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มตลอดการเดินทางนับว่าดีคนคุ้มกันดูแหลินเฟยดีมากถึงจะมีบางครั้งที่หลินเฟยถูกละเลยไปก็เถอะ
''พวกข้ารับเอาไว้ไม่ได้...''
''เอาไปเถอะข้าไม่ได้ใช้เงินมากมายอยู่แล้ว แถมพวกเจ้าเองก็จะกลับไปอยู่กับครอบครัวแล้วไม่ใช่หรือไงถือซะว่าทำเพื่อครอบครัวของพวกเจาก็แล้วกัน''หลินเฟยยัดเงินให้อีกฝ่ายแล้วเดินเข้าป่าอสูรไปทันทีชิ้ง! เพียงแค่เข้ามาหลินเฟยก็ชักกระบี่ออกมาเพราะที่นี่มันอันตรายหลินเฟยจึงผ่อนคลายไม่ได้
''คิ๊ว!''กระรอกหางดาบเองก็ปีนขี้นมาบนไหล่ของหลินเฟยขณะยื่นจมูกออกไปแล้วดมบางอย่าง คิ๊ว! คิ๊ว!ไม่นานมันก็ร้องขึ้นอีกครั้งขณะชี้มือเล็กๆของมันไปทางขวา
''ได้ข้าจะเชื่อเจ้า''หลินเฟยออกเดินไปทางขวาแต่ก็ไม่ได้ลดการระวังแต่อย่างใด
''คิ๊ว!''เมื่อเดินไปได้สักพักกระรอกหางดาบกลับกระโดดออกจากไหล่ของหลินเฟยและไม่นานมันก็กลับมาในมือของมันมีสมุนไพร1ต้นซึ่งตอนนี้หลินเฟยถึงกับหัวเราะออกมาเบาๆเพราะมันพยายามเปิดน้ำเต้าแต่ดูเหมือนจะมีแค่หลินเฟยคนเดียวเท่านั้นที่เปิดขวดน้ำเต้าได้ ป๊อก! เมื่อเปิดขวดสมุนไพรถูกดูดเข้าไปหลินเฟยพลางส่ายหน้าขณะลูบกระรอกหางดาบเบาๆ
''ต่อจากนี้ข้าจะเรียกเจ้าว่าเสี่ยวมู่''กระรอกหางดาบพอใจกับชื่อนี้มากมันกระโดดไปมาด้วยความดีใจและที่หลินเฟยตั้งชื่อไปนั้นก็ตั้งไปแบบมั่วๆโดยที่ไม่รู้ว่ากระรอกหางดาบเป็นเพศเมียหรือเพศผู้