นายเมธากล่าวพร้อมกับจ้องหน้าบุตรสาวแน่วแน่ แม้เขาจะไม่ได้สนิทสนมกับบุตรสาวคนนี้มากมายเท่าใดนัก แต่ความผูกพันทางสายเืก็พอทำให้เขาดูออกว่าเธอมีอะไรปิดบังเขาอยู่
“ทำไมพ่อถึงคิดว่าหนูต้องรู้คะ”
“ทนายความของปริวัฒน์พูดอะไรบางอย่างสะดุดหูพ่อ เขาพูดเหมือนว่าลูกคือเหตุผลสำคัญที่ทำให้ปริวัฒน์ต้องทำอย่างนี้”
“มันก็เป็ผลดีกับครอบครัวของเราแล้วไม่ใช่หรือค่ะ”
หญิงสาวกล่าวขณะจ้องมองมือของตัวเองที่บีบกันอยู่บนตัก
“จะบอกได้ว่าดีหรือไม่นั้น พ่อก็ต้องรู้ก่อนว่ามันแลกมาด้วยอะไร หากมันทำให้ลูกของพ่อต้องได้รับความทุกข์กายทุกข์ใจอย่างแสนสาหัส พ่อก็ขอยอมติดคุกเองดีกว่า เพราะถึงยังไงเสีย พ่อก็คือคนที่ทำผิด ไม่ใช่ลูก”
นายเมธากล่าวจริงจัง
“แต่พ่ออายุมากแล้วนะคะ แถมยังสุขภาพไม่ค่อยดีอีกด้วยหากต้องติดคุกอีกก็คงแย่ แล้วยังจะน้าเพ็ญกับน้องๆสองคนนั้นอีก พวกเขา้าคุณพ่อนะคะ”
“นี่หมายความว่าหลินยอมรับแล้วใช่ไหมว่าได้เอาอะไรไปแลกกับเขา เขาถึงได้ยอมถอนฟ้องพ่อ”
นายเมธารีบถามเสียงเข้มเพื่อเค้นเอาความจริงจากบุตรสาวคนโต
“เอ่อ คือ...”
หญิงสาวมีอาการอึกอักเพราะการโกหกนั้นไม่ใช่สิ่งที่เธอชอบทำ แต่จะให้บอกความจริงกับพ่อไปก็คงไม่ได้อีกเช่นกัน
“บอกพ่อมาตามตรงเดี๋ยวนี้นะหลิน”
“คุณปริวัฒน์เขาหนูไปทำงานชดใช้หนี้ทั้งหมดให้เขาค่ะ”
หญิงสาวตอบออกไปอย่างนั้นเมื่อไม่อาจต้านทานแรงคาดคั้นจากผู้เป็บิดาเอาไว้ได้
“งานอะไรกัน”
นายเมธาถามอย่างแปลกใจ
“ทุกอย่างค่ะพ่อ ทั้งงานที่บริษัทงานที่บ้านและตามแต่ที่เขาจะสั่ง โดยที่ไม่ต้องมีเงินเดือน ได้แค่กินและอยู่เท่านั้น”
หญิงสาวพูดเื่งานให้มันดูมากๆเข้าไว้เพื่อจะได้สมราคาเมื่อเทียบกับเงินหลายสิบล้านที่พ่อแอบยักยอกของเขามา
“ไม่น่าเชื่อ ทำไมเขาถึงทำอย่างนั้น แล้วนี่กี่สิบปีเขาจึงจะพอใจ”
“ช่างเถอะค่ะพ่อ มันก็เหมือนกับให้หนูไปติดคุกแทนพ่อนั้นแหละแต่เป็คุกที่มีเขาเป็ผู้คุมและเป็ผู้พิพากษาเอง”
หญิงสาวกล่าวเสียงขื่น
“หลินคงต้องลำบากแย่เลยนะลูก ไม่รู้ว่าพื้นฐานนิสัยใจคอจริงๆของปริวัฒน์นั้นเขาเป็คนยังไง จะร้ายกาจตามที่มีข่าวลือนั้นหรือเปล่าก็ไม่รู้”
นายเมธากล่าวอย่างกังวลใจ มาลาลินอยากบอกกับบิดาเหลือเกินว่าเขานั้นร้ายยิ่งกว่าข่าวลือนั้นเสียอีก แต่ที่เธอกล่าวออกไปก็คือ
“ก็แค่หนูลำบากคนเดียว มันดีกว่าที่เราจะต้องลำบากกันทั้งครอบครัวนี่ค่ะ”
หญิงสาวกล่าวและหลังจากนั่งคุยกับบิดาอยู่อีกครู่หนึ่งเธอก็ได้ขอตัวขึ้นไปเก็บเสื้อผ้าและของใช้ส่วนตัวเพื่อเดินทางไปบ้านของปริวัฒน์ให้ทันตามกำหนดที่ได้ตกลงกับเขาไว้
๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐
เมื่อมาลาลินเก็บของใส่กระเป๋าเรียบร้อยและเดินลงจากชั้นบนมาถึงห้องรับแขกที่มีบิดากับมารดาเลี้ยงนั่งอยู่นั้นก็เป็เวลาเดียวกันกับที่น้องทั้งสองของเธอได้กลับจากโรงเรียนมาถึงบ้านพอดี ซึ่งทั้งสองเดินทางไปกลับโดยรถประจำของโรงเรียน
“พี่หลินจะไปไหนค่ะ”
น้องสาวคนเล็กถามเสียงแจ้วขณะจ้องมองภาพที่พี่สาวหิ้วกระเป๋าเดินทางอยู่ในมือ
“เอ่อ พี่จะไปทำงานจ๊ะ”
หญิงสาวตอบน้องไปด้วยท่าทางที่ลำบากใจ
“งานอะไรที่ไหนครับ ทำไมต้องเอากระเป๋าเดินทางไปด้วยทำไมพี่หลินถึงไม่ทำงานที่บริษัทของคุณพ่อละครับ”
น้องชายถามขึ้นบ้าง