แสงแดดร้อนแรงยามสายแผดเผาผ่านกระจกหน้าต่างใสบานั์ส่องสว่างโร่ไปทั่วห้องนอนเพนท์เฮาส์สุดหรูหรา แสงสว่างจ้าแยงตาทำเอาเปลือกตาของฉันขยับขยุกขยิกก่อนจะค่อย ๆ เปิดปรือลืมขึ้นเต็มตา ฉันสะดุ้งตัวโยนเล็กน้อยเมื่อสมองเริ่มประมวลผลได้และพบว่าตัวเองยังคงนอนขดตัวอยู่ใต้ผ้าห่มแพรไหมสีดำผืนโตนุ่มลื่นมือบนเตียงกว้างคิงไซส์ตัวเดิม กลิ่นอายความอุ่นร้อนจากร่างกายของผู้ชายร่างั์ที่เคยนอนกอดรัดฟัดเหวี่ยงฉันแแ่เมื่อเช้ามืดอันตรธานหายไปหมดแล้ว เหลือเพียงรอยยับย่นบนหมอนข้างตัวและความเยือกเย็นของแอร์ที่เป่ารดผิวไหล่บางจนสั่นระริก
*โอ๊ย... สภาพฉันตอนนี้ไม่ต่างอะไรกับคนที่เพิ่งโดนรถบดถนนดินเหนียวเหยียบทับทิ้งไว้กลางแดดเลยค่ะคุณผู้ช๊ม! สะโพกและเอวบางระบมหน่วงแปร๊ดกึ่งกลางกายยามขยับขาเรียว ขาทั้งสองข้างพาลจะสั่นพั่บ ๆ ทันทีที่พยายามจะยันตัวลุกขึ้นนั่งพิงพนักหัวเตียงหนังแท้... ส่วนเตียงนี้ก็กว้างใหญ่โตมโหฬารขนาดที่ว่าสามารถเอาเต็นท์สนามมากลางนอนสักสามหลังจัดแคมปิ้งหมูกระทะหมู่คณะของออฟฟิศได้สบาย ๆ เลยนะ รวยจนน่าหมั่นไส้รวยไม่บันยะบันยัง รวยประชดงบประมาณแผ่นดินจริง ๆ!* เสียงในหัวของฉันบ่นพึมพำประชดความหรูหราอลังการเพื่อคลายความตระหนกใกับสภาพร่างกายหลังศึกรักหนักหน่วงสองรอบเต็มคาเตียง
ฉันกวาดสายตาสำรวจรอบห้องนอนสลัวที่บัดนี้สว่างโล่พบคราบเสื้อเชิ้ตสีดำของเขาและเดรสสายเดี่ยวขาดรุ่ยสีดำของฉันนอนแอ้งแม้งอยู่บนพื้นพรมราคาแพงยับเยินอย่างน่าอาย ฉันรีบเอื้อมมืออันสั่นเทาไปคว้าเสื้อเชิ้ตสีขาวตัวโคร่งยาวของเขาที่แขวนอยู่ตรงปลายเตียงมาสวมทับร่างเปลือยเปล่าของตัวเองเอาไว้ลวก ๆ กระดุมเม็ดโตช่วยปิดต้นขาเรียวให้ฉันรู้สึกปลอดภัยขึ้นมาอีกหนึ่งระดับจากสายตาคนภายนอก
ทันทีที่ฉันพยุงกายสั่นยวบก้าวขาเดินพ้นขอบประตูห้องนอนก้าวเข้าสู่ห้องนั่งเล่นกว้างใหญ่ที่ปูด้วยหินอ่อนสีขาวขัดเงาวับ ฉันก็ต้องหยุดกึกอยู่กับที่พร้อมกับหัวใจกระตุกวูบไปทันตาเห็น
ที่โซฟาหนังแท้ตัวยาวหรูหรากลางห้องนั่งเล่น ร่างสูงใหญ่ของเขานั่งไขว่ห้างหลังพิงพนักโซฟาอย่างสง่างามผ่าเผยและทรงอำนาจ ชาตินี้เขาไม่ได้อยู่ในชุดสูทปลดกระดุมเซ็กซี่เหมือนเมื่อคืนแล้ว แต่เขาสวมใส่เสื้อสูทสั่งตัดสีเทาเข้มเนื้อดีทับเสื้อเชิ้ตสีขาวสะอาดขลิบขอบเนี๊ยบ กระดุมข้อมือสลักแบรนด์หรูสีแพลตทินัมส่องประกายวิบวับท้าทายสายตา เส้นผมสีดำสนิทถูกเซ็ตจัดทรงอย่างเรียบร้อยเปิดเผยใบหน้าคมคายไร้ที่ติ แววตาคู่คมกริบประดุจพญาเหยี่ยวจ้องมองตรงมาที่ฉันด้วยแววตาเย็นเฉียบปานน้ำแข็งขั้วโลกเหนือ ไม่มีรอยยิ้ม ไม่มีอารมณ์เสน่หาร้อนแรงเหมือนชายคนที่ร่วมรักฝากรอยรักกับฉันบนเตียงเมื่อกี่ชั่วโมงก่อนเลยสักนิดเดียว ราวกับเป็คนละคนกันอย่างสิ้นเชิง
ข้างตัวเขามีถ้วยกาแฟเอสเพรสโซร้อนส่งกลิ่นหอมกรุ่นของเมล็ดกาแฟคั่วพรีเมียมฟุ้งกระจายไปทั่ว และมีแฟ้มเอกสารหนังสีดำหนาหนึ่งเล่มวางนิ่งอยู่ เขาขยับยกถ้วยกาแฟขึ้นจิบแ่เบาก่อนจะใช้นิ้วเคาะแฟ้มเอกสารนั้นสองสามครั้งส่งสัญญาณเสียงดังกังวาน *แปะ... แปะ...*
"ตื่นแล้วก็นั่งลง" เขาออกคำสั่งเสียงเรียบต่ำ ทรงพลังกดทับปราศจากความอบอุ่นใยดี ชี้ไปที่เก้าอี้นวมตัวตรงข้าม
ฉันสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามฝืนแรงเดินขาสั่นระริกไปนั่งลงบนเก้าอี้นวมหนานุ่มตรงข้ามเขาอย่างเงียบเชียบ พยายามดึงเสื้อเชิ้ตโคร่งยาวปิดขาอ่อนตัวเองด้วยความอึดอัดใจกับสายตาเย็นกริบที่จับจ้องมองมาราวกับจะผ่าร่างของฉันออกเป็ชิ้น ๆ
*ให้ตายสิพ่อคุณ! เมื่อคืนเร่าร้อนอย่างกับูเาไฟะเิพ่นลาวาหลอมละลายฉันจนแหลกคามือสะโพกแทบหัก แต่พอพระอาทิตย์ขึ้นปุ๊บ เขาก็แปลงร่างเป็ูเาน้ำแข็งขั้วโลกเหนือที่พร้อมจะถล่มทับฉันแบนเป็แผ่นกระดาษยี่สิบบาททันทีเลยเหรอคะเนี่ย? สองร่างในคนเดียวปะเนี่ย หรือผีเข้าผีออกข้ามคืนข้ามภพชาติแบบนี้? แล้วหน้าตาเนียนใสหล่อวัวตายควายล้มขนาดนั้นแต่สายตาดันดุเหมือนเสือทวงหนี้ข้ามศตวรรษซะงั้น* ฉันแอบแซะประชดเขาในหัวเพื่อประคองสติไม่ให้กระเจิงไปกับบรรยากาศกดดัน
เขาไม่พูดพร่ำทำเพลงให้เสียเวลามาเฟีย เขาหยิบแฟ้มเอกสารหนังสีดำโยนสไลด์ส่งมาตามโต๊ะกระจกหรูตรงมาหยุดลงเบื้องหน้าฉันอย่างไม่แยแส
"เปิดดูซะ"
ฉันขมวดคิ้วด้วยความสงสัย มือเรียวเอื้อมไปเปิดแฟ้มเอกสารออกดูทีละแผ่น ก่อนจะลมหายใจสะดุดกึกและดวงตาเบิกกว้างด้วยความช็อกสุดขีดเมื่อเห็นเนื้อหาภายในอย่างชัดเจน
มันคือเอกสารสรุปประวัติส่วนตัวของฉันอย่างละเอียดั้แ่ประวัติครอบครัว ประวัติการทำงาน ยอดเงินฝากในบัญชีธนาคารที่เหลือเศษเงินอยู่ไม่กี่ร้อยบาท (ยอดเงินฝากเหลือสี่ร้อยห้าสิบบาทถ้วนถ้วน... ดูสิเขาพิมพ์ออกมาโชว์ความอนาถาของฉันด้วย!) และที่ร้ายแรงที่สุดคือเอกสารสัญญาการรับซื้อหนี้ค้ำประกันร่วมจำนวนเงินห้าล้านสี่แสนบาทถ้วนจากธนาคาร พร้อมลายเซ็นและตราประทับสัญญาโอนสิทธิ์ความเป็เ้าหนี้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย และเ้าหนี้คนใหม่ที่เป็เ้าของสิทธิ์หนี้ก้อนโตนั้นสะกดชื่อไว้ชัดเจนสีดำบนกระดาษขาวว่า... *คิริน รัตนวิเชียร*
"เดี๋ยว... เดี๋ยวเนี่ยนะคะคุณ!" ฉันร้องทักถามเสียงหลงสั่นเครือ แววตาสั่นระริกเต็มไปด้วยความหวาดระแวงจ้องจับผิดเขาเขม็ง "ข้อมูลพวกนี้มันอะไรกันคะ? นี่คุณเป็พวกแก๊งมิจฉาชีพคอลเซ็นเตอร์ที่แฮกข้อมูลส่วนตัวแอปพลิเคชันดูดเงินของฉันรึเปล่า?! หรือเป็พวกแก๊งค้ามนุษย์ล่อลวงผู้หญิงมาแบล็กเมล์ข่มขู่จับส่งไปขุดทองหรือค้าอวัยวะที่พรมแดนประเทศเพื่อนบ้านกันแน่?! ประวัติครอบครัวฉันมีครบ ขนาดเงินในบัญชีเหลือสี่ร้อยห้าสิบบาทคุณยังอุตส่าห์รู้! นี่คุณแอบส่งลิงก์ดูดเงินหรือติดตั้งสปายแวร์แฝงในเครื่องมือถือฉันตอนที่ฉันนอนหลับไม่ได้สติใช่ไหมคะ?!"
คิรินที่กำลังยกถ้วยเอสเพรสโซร้อนจิบชะงักมือทันที แววตาคมกริบฉายแววหงุดหงิดใจกึ่งระอาในจินตนาการฟุ้งซ่านของฉัน เขาถอนหายใจยาว วางถ้วยกาแฟลงบนโต๊ะเสียงดัง *แกร๊ก!*
"แก๊งคอลเซ็นเตอร์มิจฉาชีพงั้นเหรอ?" คิรินเอ่ยถามเสียงเรียบแต่กวนอารมณ์ดุเดือด แววตามองฉันประดุจตัวประหลาด "หัดแหกตาดูความหรูหราของห้องเพนท์เฮาส์หลังนี้ กับสูทอิตาลีสั่งตัดราคาเจ็ดหลักที่ผมใส่อยู่ด้วยเกลิตา... ผมรวยเกินกว่าจะไปนั่งโทรศัพท์หลอกลวงเงินสี่ร้อยห้าสิบบาทจากเด็กอวดดีอย่างคุณ และเอกสารหนี้ห้าล้านสี่แสนบาทที่คุณถืออยู่นั้น... มันคือเอกสารโอนสิทธิ์เ้าหนี้ตัวจริงที่มีผลตามกฎหมายร้อยเปอร์เซ็นต์"
ฉันสะอึกเงียบอึ้งไปกับตรรกะความรวยที่กระแทกหน้า แต่สมองส่วนที่เหลืออันน้อยนิดยังพยายามดิ้นรนต่อสู้ "แต่เดี๋ยวนะคะ... ปกติหนี้ของฉันมันเป็หนี้ผูกพันอยู่กับธนาคารพาณิชย์นะ! การซื้อขายเปลี่ยนมือโอนสิทธิ์เ้าหนี้ของธนาคารมันต้องใช้ขั้นตอนทางกฎหมายและเอกสารวุ่นวายเป็เดือน ๆ ไม่ใช่เหรอคะ? แล้วเมื่อคืนเราเพิ่งเจอกันชั่วข้ามคืน... คุณจะสามารถทำเื่โอนสิทธิ์สัญญามูลค่าตั้งห้าล้านกว่าบาทให้เสร็จสมบูรณ์รวดเร็วปานกามนิตหนุ่มแบบนี้ได้ยังไง? นี่มันไม่ใช่การซื้อข้าวผัดกะเพราปากซอยนะที่จะจ่ายเงินแล้วหิ้วกลับบ้านได้ทันที!"
คิรินเหยียดยิ้มที่มุมปากอย่างนึกสนุกในท่าทางกระวนกระวายของฉัน "สำหรับคนทั่วไปที่หาเช้ากินค่ำอย่างคุณ ขั้นตอนของธนาคารมันอาจจะยากเย็นและใช้เวลานาน... แต่สำหรับผม คิริน รัตนวิเชียร ไม่มีอะไรที่ผม้าแล้วไม่ได้ทันที และที่สำคัญ... ผมไม่ได้เพิ่งเริ่มกระบวนการซื้อตั๋วหนี้ของคุณเมื่อคืน"
คำพูดราบเรียบแต่แฝงเจตนาชั่วร้ายลึก ๆ ของเขาทำให้หัวใจของฉันกระตุกวูบหนาวเยือกไปถึงขั้วปอด "คุณ... หมายความว่ายังไงคะ? คุณไม่ได้เพิ่งเริ่มทำเื่โอนหนี้เมื่อคืน... นี่คุณสืบประวัติและสะกดรอยตามล่าเื่ของฉันมาก่อนหน้านี้แล้วงั้นเหรอ?!"
"เื่นั้นคุณไม่จำเป็ต้องรู้เกลิตา" คิรินปัดคำถามแววตาคมกริบปิดบังเจตนาอย่างแข็งกระด้าง "สิ่งที่สำคัญในตอนนี้คือเอกสารสิทธิ์หนี้สินทั้งหมดของคุณห้าล้านสี่แสนบาท ตกอยู่ในมือกฎหมายของผมร้อยเปอร์เซ็นต์แล้ว"
"แต่เงินตั้งห้าล้านกว่าบาทนะคะคุณคิริน!" ฉันแย้งเสียงหลงเกือบตวาดด้วยความอัดอั้นตันใจ "คุณยอมทุ่มเงินมหาศาลขนาดนั้นเพื่อซื้อตัวผู้หญิงล้มละลายธรรมดา ๆ อย่างฉันเนี่ยนะ? คุณเป็บ้าหรือเปล่าคะ?! หรือคุณ้าอะไรจากฉันกันแน่?!"
เขาปัดสายตาคมกริบมองผ่านเรือนร่างของฉันที่สวมเสื้อเชิ้ตสีขาวของเขา แววตาแฝงกระแสดุดันแวบหนึ่งก่อนจะกลับมาแข็งกร้าวเ็าตามประสาั์ปากแข็ง "ไปอาบน้ำทำความสะอาดร่างกายซะเกลิตา... ล้างกลิ่นอายเหล้าเละเทะและคราบต่าง ๆ ออกให้หมด"
เขาบอกเสียงพร่าประชดประชัน ดึงแฟ้มเอกสารกลับไปวางข้างตัวตามเดิมมาดเนี๊ยบ "ล้างตัวเสร็จแล้วค่อยออกมาฟังข้อตกลงและเงื่อนไขในการล้างหนี้ห้าล้านบาทของคุณจากผม... ถ้าไม่อยากให้เื่หนี้สินนี้พังชีวิตและอนาคตของคุณจนล้มละลายไม่เหลือซากซะก่อน"
เขาเอ่ยทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด สรุปมาดพระเอกธงแดงจอมเ็าโดยไม่หันมามองสบตาฉันอีก เขาหยิบถ้วยเอสเพรสโซร้อนขึ้นจิบสโลว์ไลฟ์อย่างเงียบเชียบ ทิ้งให้ฉันนั่งหน้าถอดสีจับพนักเก้าอี้นิ่งกะพริบตาปริบ ๆ ในใจคิดฟุ้งซ่านถึงเจตนาแท้จริงเบื้องล่างความร่ำรวยที่น่ากลัวของมาเฟียคนนี้
ฉันพยุงร่างกายที่ปวดระบมขาเรียวสั่นพั่บ ๆ ค่อย ๆ ก้าวเท้าเดินพยุงกายเข้าไปยังห้องน้ำหรูหราที่กรุด้วยหินอ่อนสีขาวและทองบานั์ อ่างอาบน้ำหินขัดหรูกลมโตตั้งตระหง่านอยู่กึ่งกลาง ฝักบัวสีทองเหลืองระยิบระยับ ฉันก้าวไปยืนหน้ากระจกเงาบานใหญ่สะท้อนเงาตัวเอง สภาพผมเผ้าชี้ฟู ริมฝีปากบางบวมเจ่อแดงช้ำอย่างอุจาดตา และที่สำคัญคือรอยจูบขบเม้มสีกุหลาบช้ำแดงเข้มที่เขาประทับฝากไว้ทั่วลำคอระหงและเนินหน้าอกยาวพรืดไปหมด
*ตาบ้านี่ประทับตราประมูลลิขสิทธิ์ของเล่นของเขาไว้ทั่วตัวฉันเลยเหรอเนี่ย?! สภาพยังกับไปฟัดกับเสือลายพาดกลอนในป่าอเมซอนมายังไงยังงั้นแหละ รอยชัดสว่างโร่ขนาดนี้ พรุ่งนี้ฉันจะเดินไปซื้อข้าวแกงหน้าปากซอยยังไงล่ะฮะคุณผู้ชม!* ฉันบ่นพึมพำกระฟัดกระเฟียดในใจพลางเอื้อมมือไปเปิดวาล์วน้ำร้อน น้ำอุ่น ๆ ค่อย ๆ ไหลหลั่งพรมกายชะล้างคราบรักและกลิ่นอาย ควันไอน้ำพุ่งเป็ม่านขาวสลัวบดบังใบหน้ากระจก
น้ำอุ่นรดลงบนบ่าที่ปวดล้าทำให้รู้สึกผ่อนคลายและลดอาการเกร็งตึงปวดตัวลงไปได้เยอะมาก ฉันเอื้อมมือไปหยิบขวดครีมอาบน้ำหรูแบรนด์ฝรั่งเศสราคาแพงระยับกลิ่นลาเวนเดอร์ผสมวานิลลาหอมฟุ้งจนกลิ่นอายความยากจนมลายหายไป *ขวดละกี่พันกันนะเนี่ย? กดใช้เยอะ ๆ ไปเลยเถอะเกล ปั๊มรัว ๆ สี่ห้าปั๊ม เผื่อมันจะพอหักลดหย่อนยอดหนี้สินห้าล้านสี่แสนบาทได้บ้างสักสองร้อยบาท ชิ...* ฉันฟอกสบู่เกิดฟองหนานุ่มประชดชายจอมบงการในใจอย่างสุดซี้ด
เมื่ออาบน้ำชะล้างตัวจนสะอาดหมดจด ฉันดึงผ้าขนหนูเช็ดตัวผืนหนามาซับกายแล้วสวมใส่ชุดคลุมอาบน้ำขนหนูเนื้อนุ่มหนาผืนใหญ่สำหรับสปารูปแบบหรูหรา ก้าวเท้าออกมายืนสบตากับหน้าจกด้วยความพร้อมรับชะตากรรม ฉันสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ สามรอบเพื่อรวบรวมขวัญกำลังใจที่เหลืออยู่ ก่อนจะเอื้อมมืออันสั่นเทาไปเปิดประตูกระจกห้องน้ำเพื่อเดินกลับออกไปเผชิญหน้ากับข้อสัญญาปีศาจของคิรินข้างนอกในเสี้ยววินาทีถัดไป...