ภาพเบื้องหน้าั์ตาของกานต์นั้นพร่ามัวแสงสีน้ำเงินและม่วงถูกตัดไปมาด้วยลำแสงสีขาวที่ดูร้อนแรงอุณหภูมิที่เย็นเกินไปของเครื่องปรับอากาศขนาดใหญ่ทำให้ร่างกายชาไปทุกส่วน เสียงอื้ออึงของคนจำนวนมากที่ฟังไม่ได้ศัพท์ถูกปิดกั้นไว้ด้วยหูฟังราคาแพงที่ตอนนี้เงียบสนิทจิตใจของเขานั้นล่องลอยไปในความมืดอย่างไร้จุดหมาย
“ไอ้กานต์ เฮ้ย! ยังอยู่ดีเปล่า?” เสียงของลิงก์เพื่อนร่วมทีมดังขึ้นจากทั้งในหูฟังแล้วจากทางด้านซ้ายของตัวกานต์ลากเขากลับลงมายังเปลือกโลก
กานต์นั่งจ้องตาลิงก์อยู่ 2 - 3 วินาที หมวกไหมพรมที่เขาใส่เป็ประจำแม้อยู่ในประเทศที่มีอากาศร้อนชื้นเสื้อโค้ตแขนยาวตัวที่กานต์เห็นบ่อยที่สุดถูกเอามาคลุมร่างผอมบางของตัวเองไว้เพราะอุณหภูมิห้องที่ต่ำเกินไปแต่เหนือสิ่งอื่นใด สายตาที่กำลังตำหนิติเตียนอยู่นั้นทะลุผ่านแว่นตาทรงสี่เหลี่ยมมายังกานต์อย่างชัดเจน
“เออ ยังอยู่ดี” กานต์ตอบด้วยเสียงที่นิ่งเรียบจนน่าเป็ห่วง
“ขนาดรอบชิงก็ยังเหม่อได้นะ เชื่อเขาเลย” ลิงก์บ่นแบบจิกๆเหมือนคุณป้าวัย 40 ปี แต่กานต์ไม่ได้ใส่ใจอะไร เพราะหลังจากร่วมทีมกันมานานเหมือนว่าตอนนี้เขาจะเริ่มชินจากการโดนคู่หูคนนี้บ่นแบบแม่แล้วละ
เสียงของลิงก์ทำให้ภาพตรงหน้ากานต์ชัดเจนขึ้นตอนนี้เขากำลังอยู่ในฮอลล์ขนาดใหญ่ของห้างดังใจกลางเมืองหลวงกานต์นั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ตัวหนึ่ง ขวามือของเขาคือเพื่อนร่วมทีมที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาด้วยกันอีก4 คนนั่งเรียงกันเป็แถวหน้ากระดานและกำลังเพ่งสมาธิไปยังหน้าจอด้านหน้าของตัวเอง โดยมีคนจากทีมคู่แข่งอีก 5 คนนั่งอยู่หลังหน้าจอแบบเดียวกันเพียงแต่อยู่กันคนละฝั่งของเวทีเสียงกู่ร้องของคนดูนับพันด้านล่างถูกส่งมาที่เขาและเพื่อนร่วมทีมบนเวทีไฟสปอตไลต์ที่ส่องอย่างไร้ทิศทางก่อนหน้านี้พร้อมใจกันส่องมาบนเวทีที่พวกกานต์อยู่เพราะการแข่งรอบตัดสินกำลังจะเริ่มขึ้นในอีกไม่กี่วินาที
‘ORZ’ย่อมากจาก Omega Repeat Zigma เป็เกมชูตติ้งมัลติเพลเยอร์แบบทีม5 - 5 มุมมองบุคคลที่ 1 โดยทุกคนจะได้สวมบทบาทเป็ตัวละครในโลกแฟนตาซีซึ่งแต่ละตัวก็จะมีความสามารถและสไตล์การเล่นแตกต่างกันไปด้วยระบบการเล่นที่แปลกใหม่และตัวละครที่เป็เอกลักษณ์ทำให้ ORZ เป็เกมที่ได้รับความนิยมสูงสุดในขณะนี้แน่นอนว่าเวทีที่กานต์กำลังแข่งขันอยู่ในขณะนี้คือจุดสูงสุดที่เหล่าโปรเพลเยอร์ ORZในประเทศไทยจะมาได้ถ้าชนะผ่านเวทีนี้ไปได้สนามรบต่อไปของกานต์ก็คงจะต้องเป็ระดับโลก
ไปจากที่นี่....
‘ขณะนี้แต้มของทีม Eternal Phoenix เป็ต่ออยู่ 2- 0 ครับมาดูกันว่าแม้แต่รอบชิงฟินิกซ์ก็จะสามารถปิดเกมได้สมบูรณ์แบบ 100% แบบที่เคยทำมาตลอดรึเปล่า?’
เสียงผู้บรรยายพากย์ด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นเกินจำเป็กานต์เองก็ไม่เข้าใจว่าจะตื่นเต้นไปขนาดนั้นทำไม ก็เห็นๆอยู่ว่าฝีมือทีมของเขากับทีมตรงข้ามนั้นห่างชั้นกันขนาดไหนจะบิวต์อารมณ์ฮึดไปทำไมในเมื่อผลก็ต้องจบลงแบบใน 2 รอบที่ผ่านมา
กานต์คิดผิด
“เดี๋ยว!! ถอยกลับมาก่อน” เสียงของลิงก์ะโบอกเพื่อนร่วมทีมคนอื่นแต่กว่าจะรู้ตัวก็สายไปแล้ว
‘เก็บสาม!! ทีมฟินิกซ์โดนจัดการไป 3 จาก 5 คนั้แ่เริ่มแมตช์เลยครับ!!’
เสียงผู้บรรยายดังทะลุหูฟังของกานต์เข้าไปแทงอยู่ในก้านสมองของเขากานต์ที่อยู่ห่างจากทุกคนตวัดเมาส์ไปในทิศทางที่เพื่อนคนสุดท้ายยังเหลืออยู่แล้วพูดด้วยเสียงร้อนรนกว่าปกติแต่ไม่ถึงกับะโ“ลิงก์!!”
ขณะเดียวกันลิงก์ที่เล่นเป็ฝ่ายสนับสนุนเพื่อนร่วมทีมนั้นให้ตายยังไงก็ไม่สามารถต่อกรกับฝ่ายตรงข้ามแบบ1 -5 ได้ กำลังวิ่งหนีหัวซุกหัวซุนหากำแพงเป็ที่กำบังให้ตัวเองแต่พอมองกลับไปข้างหลังกระบอกปืนของทีมตรงข้ามที่หันมาทางเขาในสถานการณ์แบบนั้นแม้แต่ลิงก์เองก็เกือบจะถอดใจแล้ว
ปัง!!
กานต์ที่ะโมาจากอีกฟากหนึ่งของแผนที่เกมพุ่งรับะุเข้าเต็มหน้าอกทำให้ HPซึ่งบ่งบอกค่าพลังชีวิตเขาลดฮวบไปเกือบครึ่งแต่ก็ไม่มากพอที่จะล้มเขาได้
แสงของความหวังสว่างวาบขึ้นมาเพียงเสี้ยววินาทีแต่ก็มากพอที่จะให้สองคู่หูกดปุ่มบนคีย์บอร์ดย้ายตัวเองไปหลบหลังก้อนหินขนาดใหญ่ได้
“2- 5 คงไม่ไหว ต้องหาทางถอยไปตั้งหลักก่อนค่อยกลับมาสู้ใหม่” ลิงก์พูดกับกานต์ในขณะที่นิ้วมือเขาก็กดคลิกเมาส์ซ้ายปล่อยลำแสงสว่างสีเหลืองช่วยฟื้นฟู HP ให้กานต์โดยอัตโนมัติ
“ใช้ไอ้นั่นกันเถอะ ที่เคยเล่นกันก่อนเข้าทีมน่ะ” กานต์เสนอ
“หา?” ลิงก์ช็อกกับความคิดบ้าบิ่นที่ออกมาจากเสียงเรียบสนิท“จะทำไปเพื่ออะไรเล่า? กลับไปตั้งหลักค่อยกลับมาสู้ยังมีโอกาสกว่าตั้งเยอะจะบ้ารึไงนายน่ะ?”
กานต์ตอบกลับทันทีด้วยน้ำเสียงที่ปกติเกินไป “เรามาถึงรอบนี้โดยไม่เคยเสียแม้แต่1 แต้มให้ใครเลย ถ้าเกิดวันนี้ไม่ได้แชมป์แบบเบ็ดเสร็จ 100%มันคงหงุดหงิดน่าดูเลย ฉันคิดแบบนั้นน่ะนะ”
“นะ...นายนี่...”
“ฉันบอก ‘ดาเมจ’ นายก็ดาเมจบูสฉันถ้าฉันบอก ‘ฮีล’ นายก็ฮีลฉันนะ”กานต์หยิบคีย์บอร์ดขึ้นมาแล้ววางมันพาดเป็แนวตั้งให้ด้านที่เป็ NumPad วางลงบนบ่าข้างซ้ายของเขา ส่วนด้านฝั่งปุ่ม Esc นั้นวางอยู่บนโต๊ะ แขนซ้ายของเขาอยู่ในท่าเหมือนกำลังกอดคีย์บอร์ดเอาไว้นิ้วก้อยอยู่ระหว่างปุ่ม Shift และ Ctrl นิ้วนาง นิ้วกลาง และนิ้วชี้ วางไว้บริเวณปุ่ม W A S D จากนั้นจึงใช้นิ้วโป้งที่เหลืออยู่กระแทกลงที่แป้น Spacebar อย่างแรงจนเสียงดังสนั่นทำให้ตัวละครของกานต์ะโออกจากที่กำบังโดยไม่ให้สัญญาณอะไรเพื่อนที่ร่วมรบกันมาเลยลิงก์ที่เห็นการจับคีย์บอร์ดสุดแปลกพิสดารแบบนั้นของเพื่อนเขาก็รู้ล่วงหน้าเลยว่าเกมนี้คงไม่จบแบบธรรมดาแน่ๆ
“ดาเมจ” กานต์พูดเสียงเรียบ
“เฮ้ย!!” ลิงก์ที่ร้องใในความบ้าบิ่นของกานต์แต่มือของเขาก็ยังคลิกขวากดดาเมจบูสเป็ลำแสงสีฟ้าเหมือนสายฟ้าให้คู่หูตัวเองอยู่ดี
ปัง! ปัง! ปัง!
ะุ 3 นัดของกานต์ที่ได้พลังเสริมการโจมตีจากลิงก์พุ่งอย่างแน่วแน่และมั่นคงไปประดับบนหน้าผากของสมาชิกทีมฝ่ายตรงข้ามคนหนึ่ง
‘2– 4 ครับ!! แทนที่จะเลือกหนี สองคู่หู Duel Blade แห่งทีม Phoenix กลับเลือกที่จะสู้แบบเสียเปรียบแทน ท่าทางอยากจะรีบคว้าถ้วยแล้วกลับบ้านไปนอนให้จบๆนะครับเนี่ย’ ผู้บรรยายพากย์ด้วยเสียงตื่นเต้น
ปืนที่เหลืออีก 4 กระบอกของฝ่ายตรงข้ามระดมประเคนะุใส่กานต์แล้วด้วยการเคลื่อนไหวที่รวดเร็วกว่าผู้เล่นปกติทำให้ดาเมจที่ได้รับนั้นน้อยลงเกือบครึ่ง
“ฮีล” เสียงเรียบเฉยของกานต์ส่งให้ลิงก์และในไม่กี่อึดใจแสงสีเหลืองจากเมาส์ของลิงก์ก็ฟื้น HP ของกานต์ก็กลับมาเต็มเหมือนเดิมกานต์ะโอย่างคล่องแคล่วผ่านที่กำบังหลังก้อนหิน ไปหลังต้นไม้ ไปขอบกำแพงไม่กี่วินาทีหลังจากนั้นก็ไปอยู่ในจุดอับสายตาของฝ่ายตรงข้ามแล้ว
“ดาเมจ” แสงสีเหลืองดูอ่อนโยนถูกเปลี่ยนเป็สายฟ้าดุดัน
ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! ปัง!ปัง! ปัง!
‘2– 3 ครับ ทีมฟินิกซ์ตีตื้นขึ้นมาแล้ว!!’
“ดาเมจ” “ฮีล” “ดาเมจ” “ฮีล” “ดาเมจ” “ฮีล”
‘2– 2 เสมอกันแล้วครับ’
“ดาเมจ” “ฮีล” “ดาเมจ” “ฮีล” “ดาเมจ” “ฮีล” “ดาเมจ” “ฮีล” “ดาเมจ” “ฮีล” “ดาเมจ” “ฮีล” “ดาเมจ” “ฮีล” “ดาเมจ” “ฮีล” “ดาเมจ” “ฮีล” “ดาเมจ” “ฮีล” “ดาเมจ” “ฮีล” “ดาเมจ” “ฮีล” “ดาเมจ” “ฮีล” “ดาเมจ” “ฮีล” “ดาเมจ” “ฮีล” “ดาเมจ” “ฮีล” “ดาเมจ” “ฮีล” “ดาเมจ” “ฮีล” “ดาเมจ” “ฮีล” “ดาเมจ” “ฮีล” “ดาเมจ” “ฮีล” “ดาเมจ” “ฮีล” “ดาเมจ” “ฮีล” “ดาเมจ” “ฮีล” “ดาเมจ” “ฮีล” “ดาเมจ” “ฮีล” “ดาเมจ” “ฮีล”
‘2– 1’
แม้ว่าเสียงของผู้ชมหรือพิธีกรจะโหวกเหวกะโด้วยความตื่นเต้นขนาดไหนที่ได้เห็นความเร็วในการเคลื่อนไหวนิ้วต่างๆของกานต์ที่แหวกว่ายไปบนคีย์บอร์ดซึ่งพาดอยู่บนไหล่ซ้าย แต่ถึงแบบนั้นในจิตใจเขากลับนิ่งเฉยความคิดของเขาล่องลอยกลับไปในความมืดเบื้องหน้าสนามแข่ง ผ่านแสงไฟสปอตไลต์สีขาวผ่านเสียงกู่ร้องของผู้ชม ผ่านอากาศหนาวเย็นของฮอลล์ขนาดใหญ่ ย้อนกลับไปเมื่อ 10 ปี ใต้แสงสีแสดส้มสุดท้ายของดวงอาทิตย์จะสาดส่องถึง สายลมของต้นฤดูหนาวหอบเอาใบไม้สีน้ำตาลล่องลอยไปทั่วท้องฟ้า
กานต์เมื่อ 10 ปีก่อนอยู่ในสนามเด็กเล่นใจกลางสวนสาธารณะเขายืนอยู่หน้าชิงช้าที่มี 2 ที่นั่งตรงหน้าเขามีเด็กผู้หญิงคนหนึ่งผมสั้นกุด อายุประมาณ 6 ขวบหน้าตาของเธอแดงก่ำจนถึงใบหูเพราะการร้องไห้อย่างหนัก แต่ร่างกายของเธอที่นั่งอยู่บนชิงช้านั้นสั่นเกร็งราวกับกำลังเก็บซ่อนความรู้สึกเศร้าหมองเอาไว้ภายในซึ่งมันก็ดูจะไม่ได้ผลมากเท่าไร
‘เสียใจเหรอ?’ กานต์ถาม
เด็กผู้หญิงพยักหน้าเล็กน้อยแล้วใช้มือเล็กๆทั้งสองของเธอเช็ดน้ำตาของตัวเองออก ‘เสียใจ...แต่ว่าจะไม่ยอมแพ้…’
‘ใจสู้ดีจังเลยนะ’
‘สัญญาแล้วนะ สักวันหนึ่งเราจะกลับมาพบกันใหม่แล้วถึงวันนั้นเรามาเล่นเกมสนุกๆ ด้วยกันอีกนะ’ เด็กผู้หญิงคนนั้นพูดด้วยเสียงที่ยังสั่นเครือทว่ากลับหนักแน่นจนทำให้เชื่อได้ว่าสักวันหนึ่ง สิ่งที่เธอพูดจะเกิดขึ้นจริงๆ
กานต์ใช้มือขวาของเขาวางลงบนหัวของเด็กหญิงอย่างนุ่มนวลแล้วจึงใช้ปลายนิ้วแหวกไปมาระหว่างโคนเส้นผมของเธอรอยยิ้มสดใสปรากฏขึ้นบนใบหน้าเล็กๆ ของเด็กหญิงคนนั้น