“ผู้กองกิตติชัย เขาเป็คนทำงานนี้มาั้แ่แรก ด้วยการแฝงตัวเข้าไปเป็ลูกน้องของเสี่ยประยูรอยู่หลายเดือนจนได้รายละเอียดมามากพอสมควรแต่มันก็ยังไม่มากพอที่จะให้เราเข้าไปดำเนินคดีกับเขาได้ เราไม่้าจับเขาตอนที่หลักฐานไม่พร้อม เพราะเดี๋ยวเขาก็สู้คดีหลุดไปได้อีกผู้กองกิตติชัยบอกว่าอีกไม่นานนี้ เสี่ยประยูรก็จะทำการซื้อยาบ้าล๊อตใหญ่จากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาขายในประเทศ แต่ก็ยังไม่รู้ว่าเขาจะทำยังไงหรือว่าเมื่อไหร่แน่ เรา้าข้อมูลในส่วนนี้โดยละเอียด เพื่อที่จะจับกุมเขาให้ได้แบบคาหนังคาเขา”
“แล้วทำไมผู้กองกิตติชัยจึงไม่ทำงานนี้ต่อไปละครับ”
แทนเทพถามเพราะรู้ว่างานใหญ่อย่างนี้หากทำสำเร็จได้ก็จะมีผลต่อการเลื่อนยศเลื่อนตำแหน่งอยู่ไม่น้อย และเขาก็ไม่้าชุบมือเปิบกับงานที่รุ่นพี่ทำค้างเอาไว้เพราะเกรงจะทำให้มองหน้ากันไม่ติด
“ผู้กองกิตติชัยขอถอนตัวพร้อมกับขอลาพักร้อนเป็เวลาหนึ่งเดือนเพื่อจะเดินทางไปดูแลภรรยาที่ได้กำหนดคลอดที่จังหวัดหนองคายแล้ว”
“เวรกรรมเลยตกเป็ของผมที่ยังไม่มีเมียกับเขา”
ผู้กองหนุ่มแกล้งบ่น
“คุณต้องเข้าไปสืบหาข่าวต่อจากที่ผู้กองกิตติชัยได้ทำค้างเอาไว้”
พันตำรวจเอกเทิดศักดิ์กล่าวต่อไปอย่างไม่สนใจประโยคพูดเล่นของชายหนุ่ม
“ด้วยวิธีการเดียวกันกับที่ผู้กองกิตติชัยทำงั้นหรือครับ”
“ใช่ ผู้กองกิตติชัยได้ให้ข้อมูลไว้แล้วว่าตอนนี้ลูกน้องของเสี่ยประยูรหายสาบสูญไปหลายคนเสี่ยประยูรจึงอยากจะได้ลูกน้องใหม่มาทดแทนพวกที่หายไป”
“แล้วพวกที่หายไปนั้น เขาหายไปไหนกันครับ”
“แล้วคนทำธุรกิจมืดแบบนั้น คุณคิดว่าเขาจะหายไปไหนได้ล่ะ แล้ววงการนักเลงก็มีจุดจบแค่ไม่กี่ทาง ไม่เข้าคุกก็ตาย คุณก็รู้ๆอยู่”
“ฟังดูน่าสยดสะยองจังเลยนะครับ แต่เ้าพ่อระดับนั้นเขาคงไม่ไว้ใจยอมรับใครเข้าไปเป็ลูกน้องง่ายๆ”
“ใช่ เขาจะอาศัยความเชื่อใจจากลูกน้องเก่าๆให้ช่วยหาให้และผู้กองกิตติชัยก็ได้เปิดทางไว้ให้คุณแล้ว โดยบอกกับเสี่ยประยูรก่อนออกมาว่าจะขอฝากฝังนักเลงรุ่นน้องคนหนึ่งให้เข้าไปทำงานด้วย”
“การเป็ลูกน้องของเ้าพ่อระดับนั้นเข้าไปแล้วออกมาได้ง่ายๆหรือครับ”
“เสี่ยประยูรเขาก็ไม่ยอมให้ออกหรอกแต่ผู้กองกิตติชัยเขาก็ทำตัวหายออกมาเฉยๆนั้นแหละแล้วเสี่ยประยูรจะไปตามหาตัวที่ไหนพบล่ะ ในเมื่อลูกน้องของเขาคนนั้นไม่ได้มีตัวตนอยู่จริงๆ”
“แล้วนี่ผมจะต้องไปเป็นักเลง ลูกน้องของเ้าพ่อมาเฟียเมื่อไหร่ครับ”
“เร็วที่สุด ให้ทันก่อนที่เสี่ยประยูรจะขนยาบ้าล๊อตใหญ่เข้าประเทศ”
๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐
“แทน มาทานข้าวกันเถอะลูก วันนี้แม่ทำเครื่องในไก่ผัดขิงของโปรดของลูกด้วยน่ะ”
นางมะลิวัลย์ร้องบอกออกมาจากในครัวเมื่อหูได้ยินเสียงฝีเท้าของบุตรชายคนเดียวเดินเข้ามาใกล้หลังจากที่เขาพึ่งกลับเข้าบ้านมาเมื่อสักครู่ใหญ่ที่ผ่านมานี่เอง
“ผมทานไม่ได้หรอกครับแม่ ผมต้องรีบไป”
เสียงของบุตรชายที่ตอบกลับมาอย่างนั้นทำให้หญิงวัยห้าสิบปีเศษรีบวางมือจากงานในครัวแล้วเดินออกไปข้างนอกแล้วก็พบกับร่างสูงของบุตรชายที่ก็กำลังจะเดินเข้ามาหาเธอเช่นกันเขามีเป้ใบหนึ่งสะพายติดหลัง แม้มันจะดูว่าไม่ได้ถูกใส่อะไรไว้มากมาย แต่มันก็ช่วยยืนยันคำพูดที่ว่าจะรีบออกไปข้างนอกอีกนั้นได้เป็อย่างดี
“แทน นี่มันอะไรกันแทนพึ่งจะกลับเข้าบ้านมาเองนะลูก”
นางมะลิวัลย์เข้าไปจับแขนกำยำของเขาไว้พร้อมมองสบตา
แทนเทพเห็นแววตาของผู้เป็แม่แล้วก็อดรู้สึกลำบากใจไม่ได้เขารู้ว่าแม่รักและเป็ห่วงเขามาก และเขาเองก็ไม่เคยมีเวลาให้ท่านเลยแต่อาชีพตำรวจจากหน่วยกองปราบก็มีอะไรให้เขาทำมากมายเหลือเกินจนต้องละเลยหน้าที่ของลูกที่ดีไปบ้าง ซึ่งเขาก็ทำได้แค่พยายามอธิบายให้แม่เข้าใจเท่านั้น
“พอดีมีงานด่วนครับ”
“แม่ก็เห็นแทนมีงานด่วนอยู่ทั้งปี”
นางมะลิวัลย์กล่าวเหมือนน้อยใจทำให้บุตรชายต้องรีบเข้าไปกอดพร้อมกล่าวอย่างเอาใจ
“แม่อย่าโกรธผมนะครับ ไว้เสร็จงานสำคัญนี้แล้วผมจะพาแม่ไปเที่ยวต่างจังหวัด แม่อยากไปไหว้พระที่วัดไหนนะครับ ที่แม่เคยบอกผม ผมจะพาแม่ไป ไปหาอะไรอร่อยๆทาน ไปหาที่ถ่ายรูปสวยๆด้วย”
“แม่ไม่กล้าฝันไปไกลถึงขนาดนั้นหรอก เพราะแค่จะทานข้าวกับแม่สักมื้อ แทนก็ยังไม่มีเวลาเลย”