ภายในสุสานัโบราณหลังจากที่เย่ฉีเข้าไปจนถึงตอนนี้เวลาผ่านไปเกือบสิบวันแล้วกลิ่นอายธรรมชาติและความสงบที่ดำรงอยู่มาั้แ่อดีตกาลยังคงไม่เปลี่ยนไปแม้แต่น้อย...ถึงแม้ว่าตอนนี้เย่ฉีจะข้ามผ่านไปถึงยอดเขาที่สี่แล้วก็ตาม
สมบัติที่ล้ำค่าที่สุดของนิกายันพเก้านั้นคงอยู่เป็ความลับและหลับใหลอยู่ภายในสุสานมานานนับล้านปีในวันนี้ั้แ่ยอดเขาเก้าจนถึงสี่เย่ฉีได้นำพวกมันทั้งหมดออกมาสมบัติที่ถูกซ่อนไว้มากว่านับล้านปี..เขาจะนำมันออกไปทั้งหมด!
บนยอดเขาที่สี่เย่ฉียืนอยู่หน้าปากถ้ำที่ตั้งเด่นอยู่บนยอดเขา มันไม่ได้มีความพิเศษใดๆเป็เพียงปากถ้ำที่สร้างขึ้นจากหินสีดำที่มองเห็นได้ทั่วไปในสุสานอย่างไรก็ตามที่้าของถ้ำได้มีตัวอักษรสองคำที่ถูกสลักไว้มันเป็ตัวอักษรธรรมดาที่เต็มไปด้วยความน่าเกรงขามและยังทำให้ผู้มองรู้สึกเหมือนกับอำนาจบางอย่างที่ไม่อาจต่อต้านได้
มันเป็เช่นนี้มาั้แ่ยอดเขาที่เก้าและมันก็เป็ในเหตุผลที่ทำให้ประมุขนิกายรุ่นอื่นๆก้าวไปได้เพียงเจ็ดยอดเขาเท่านั้นั้แ่บนยอดเขาที่เก้าเย่ฉีจะมองไปยังตัวอักษรที่ถูกสลักไว้เช่นนี้อยู่นานหลายชั่วยามก่อนที่เขาจะเดินเข้าไปด้านในเพื่อหยิบเอาสิ่งที่้าออกไปและไปยังยอดเขาถัดไปเขาจดจำได้อย่างชัดเจนว่ารอยสลักเหล่านี้เกิดขึ้นมาได้อย่างไรและอันที่จริงปากถ้ำเหล่านี้เขาก็รู้ถึงต้นกำเนิดของพวกมันด้วยเช่นกัน
“เ้าทำได้ดีจริงๆเสี่ยวจิ่ว...”
เขามองไปยังรอยสลักตัวอักษรที่สลักไว้ว่า‘หลงซื่อ’ ก่อนจะเดินรอดผ่านเข้าไปด้านในถ้ำในอดีตเคยมีครั้งหนึ่งที่เขาสลักนามของเขาไว้กับก้อนหินในสุสานแห่งนี้และในตอนนั้นเองัผู้ติดตามทุกตัวก็ทำเช่นเดียวกันด้วยกรงเล็บที่คร่าชีวิตมานับล้านและมันยังเป็กรงเล็บที่ัทั้งเก้าตัวรวมไปถึงเย่ฉีใช้ในการบุกฝ่าบดขยี้ไปทั้งเก้าโลก!ทีละเล็กทีละน้อยจนกระทั่งสุดท้ายกรงเล็บของัทั้งสิบก็กลายเป็สัญลักษณ์แห่งอำนาจที่ซึมซับเื่ราวผ่านยุคสมัยและถ่ายทอดมันลงไปในแผ่นหินด้วยการสลักนามของพวกเขาทิ้งเอาไว้!หลังจากเวลาผ่านไปัตัวสุดท้ายนามว่าหลงจิ่วก็ได้นำพวกมันมาวางไว้บนสุสานของพี่น้องทั้งแปดและสร้างเป็บททดสอบเอาไว้ก่อนที่จะจากไป
ภายในถ้ำหินเย่ฉีค่อยๆเดินลึกลงไปตามบันไดหินเรื่อยๆโดยมีคบเพลิงที่ถูกจุดขึ้นคล้ายกับตะเกียงในดวงตาของรูปปั้นัโชนแสงนำทางเขาจนลงไปถึงสุดทางด้านล่างตลอดทางเดินเย่ฉีกวาดสายตามองไปยังภาพวาดที่ถูกสลักไว้ด้วยความหนักอึ้งของหัวใจตั้งยอดเขาแรกจนมาถึงที่นี่ก็เป็เช่นนี้มาตลอดภาพวาดเหล่านี้มันดูไม่ชัดเจนและหากเป็ผู้อื่นมาเห็นก็คงเป็เื่ยากที่จะดีความได้ว่าภาพเหล่านี้ถูกวาดไว้ด้วยเจตจำนงเช่นใด
อย่างไรก็ตามสำหรับเย่ฉีแล้ว...ถึงแม้ว่าเขาจะเพียงกวาดตามองเท่านั้นแต่มันกลับฉายชัดปรากฏเป็ภาพเหตุการณ์มากมายในความทรงจำปรากฏขึ้นในดวงตาของเขามันคือเื่ราวที่ถูกทิ้งไว้โดยเจตจำนงของผู้วาดและยังเต็มไปด้วยจิติญญาอันแรงกล้าที่จะจารึกถึงตัวตนของพวกเขาในครั้งอดีตภาพเหล่านี้ยังสลักไว้เป็เื่ราวย้อนกลับไปยังจุดกำเนิดของพวกเขา...ต้นกำเนิดของชีวิต!
ไม่ว่าเย่ฉีจะพยายามเดินให้ช้าลงอย่างไรแต่สุดท้ายเขาก็ยังมาหยุดอยู่ที่ส่วนลึกสุดของถ้ำหินมันเป็ห้องโถงขนาดใหญ่ที่ดูเรียบง่ายและธรรมดาตะเกียงไฟถูกจุดขึ้นล้อมเสาหินทั้งสี่ทิศเผยให้เห็นโครงกระดูกมหึมาที่แม้ว่าจะข้ามผ่านยุคสมัยมานับไม่ถ้วนมันก็ยังมีสีขาวนวลราวกับหยกชั้นยอดที่ดูงดงาม...หลังจากถ้ำหินบนยอดเขาที่เจ็ดไล่ลงมานั้นโครงกระดูกเหล่านี้มีเพียงส่วนเดียวเท่านั้นที่ขาดหายไปเพราะัตัวสุดท้ายมอบให้กับประมุขนิกายรุ่นแรกซึ่งภายหลังเขาได้นำไปสร้างเป็รูปปั้นไว้ในวิหารันพเก้า
แต่ไม่ว่าจะอย่างไรกระดูกที่หายไปก็เป็เพียงส่วนน้อยและโครงกระดูกัทั้งเก้าก็ยังคงดูสมบูรณ์ถึงเก้าส่วนเย่ฉีเดินเข้าไปยังโครงกระดูกส่วนหัวก่อนที่เขาจะใช้ฝ่ามือลูบลงไปราวกับบิดดาที่กล่อมให้บุตรน้อยหลับใหลสู่นิทรา...
เย่ฉีทำเช่นนี้มาตลอดั้แ่ยอดเขาที่เก้าจนเวลาผ่านไปเขาก็ใช้สองมือน้อยๆปีนป่ายขึ้นยัง้าของโครงกระดูกตรงส่วนหลังก่อนจะใช้หินที่เก็บมาจากด้านนอกกรีดซ้ำลงที่รอยแผลบนฝ่ามือจนปากแผลเปิดออกปล่อยให้สายโลหิตไหลผ่านหยดกระทบลงไปที่ท่อนกระดูกสันหลังของโครงกระดูกั
ติ้ง!
เสียงกังวานถูกส่งออกมาราวกับหยดน้ำที่หยดลงบนโลกอันเงียบสงบและมืดมิดโครงกระดูกสีขาวนวลของัโบราณพลันเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างน่าอัศจรรย์ทั่วทั้งตัวั้แ่หัวจนถึงหางของโครงกระดูกค่อยๆเรืองแสงขึ้นจนเกิดภาพกลายเป็ัแสงขนาดใหญ่นอนราบอยู่ภายในห้องโถงหยดเืของเย่ฉียังคงไหลต่อไปตามกระดูกสันหลังของัโบราณตัวนี้ก่อนจะหยุดลงที่จุดหนึ่งและซึมเข้าไปในกระดูกอย่างช้าๆก่อนจะหยุดลงพร้อมกับัแสงที่กลับมาเป็โครงกระดูกสีขาวเช่นเดิม
อย่างไรก็ตามในจุดที่โลหิตของเย่ฉีไหลไปรวมเข้ากับกระดูกของัโบราณนั้นได้กลายเป็กระดูกสีแดงท่อนหนึ่งที่มีขนาดเท่าแขนของมนุษย์มันค่อยๆ สั่นไหวและแตกหักออกจากกระดูกสันหลังชิ้นใหญ่ลอยขึ้นมาอย่างช้าๆก่อนจะมาหยุดลงในมือของเย่ฉี
เขาเก็บมันใส่ลงในแหวนและมองไปยังโครงกระดูกัตัวนี้อีกครั้งก่อนจะก้าวเดินออกจากห้องโถงและออกจากูเาลูกที่สี่ด้วยการเดินโดยร่างกายของมนุษย์ธรรมดาเช่นนี้ทำให้ทั่วทั้งตัวของเย่ฉีต้องชุ่มไปด้วยเหงื่อเขาใช้เวลาอยู่หลายชั่วยามจนสุดท้ายก็มาหยุดลงที่ด้านล่างของูเาลูกที่สี่โชคดีที่ในขวดยาที่กู่หยานำมานั้นมีเม็ดยาฟื้นพลังระดับสูงอยู่ด้วย ถึงแม้มันจะมีจำนวนไม่มากแต่ด้วยร่างกายธรรมดาของเย่ฉีหากใช้เพียงฟื้นฟูอาการเหนื่อยก็นับว่าพอแล้ว
เขาหักเม็ดยาออกเป็สองส่วนก่อนจะนำใส่ปากครึ่งหนึ่งและเก็บส่วนที่เหลือไว้เพียงแค่เม็ดยาััโดนลิ้นร่างกายของเย่ฉีก็สั่นเทิ้มอย่างรุนแรงก่อนจะทำให้เขารู้สึกราวกับว่าหลุดพ้นขึ้นมาจากขุมนรกความผ่อนคลายและพละกำลังที่เต็มเปี่ยมเข้ามาทดแทนความเหนื่อยล้าตลอดการเดินทางภายในหนึ่งอึดใจเท่านั้น
สายตาของเย่ฉียังคงสงบนิ่งเช่นเดิมถึงแม้ว่าผ่านเหตุการณ์เช่นนี้มาั้แู่เาลูกที่เก้าเย่ฉีค่อยๆ เดินไปอย่างไม่รีบร้อนบนถนนดินที่ทอดยาวระหว่างูเาภายในสุสานทั้งเก้าอย่างไรก็ตามก่อนที่จะถึงเขตของูเาลูกที่สามแผ่นดินบริเวณนั้นก็สั่นะเือย่างรุนแรงราวกับว่ามันจะแยกออกจากกันเท้าของเย่ฉีหยุดลงและมองไปยังยอดเขาที่สามก่อนที่กล่าวออกมา
“นับว่าเป็โชคดีของเ้า...ตัวข้าไม่เคยผิดวาจาเมื่อเ้าออกมาก่อนที่ข้าจะเหยียบลงบนูเาลูกที่สามข้าก็จะลืมเื่ที่กล่าวออกไปเมื่อหลายวันก่อน”
อย่างไรก็ตามเมื่อเย่ฉีกล่าวจบเสียงกรีดร้องเล็กแหลมก็ดังออกมาจากูเาลูกที่สามและรวมตัวกันเป็กระแสลมหอบหนึ่งพุ่งตรงไปยังเย่ฉี!สายตาของเย่ฉียังคงนิ่งสงบเช่นเดิมราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นถึงแม้ว่าสายลมจะพุ่งเข้ามาเกือบจะถึงตัวเขาในเวลาสุดท้ายก่อนที่สายลมจะปะทะเข้ากับเย่ฉีมันก็หยุดลงก่อนจะกระจายออกราวกับถูกฉีกกระชากโดยสิ่งที่มองไม่เห็น
แรงกดทับและกลิ่นอายเก่าแก่ที่คงอยู่ในสุสานโบราณแห่งนี้ค่อยๆรวมตัวกันจนหนาแน่นและปรากฏเป็ริ้วอากาศจางๆหมุนวนไปมารอบตัวเย่ฉีราวกับว่ามันจะไม่ยอมให้มีสิ่งใดรุกล้ำเข้ามาด้านในอย่างเด็ดขาด!
“ฮึ่ม!เ้าเด็กสารเลว...ไม่ว่าเ้าจะเป็ใครและเ้ารู้ถึงตัวตนของข้าได้อย่างไรแต่ในเมื่อเ้าบังอาจคิดร้ายกับเผ่าพันธุ์ของข้าก็อย่าหวังว่าข้าจะปล่อยเ้าไป!”
เสียงตวาดดังออกมาจากูเาลูกที่สามก่อนที่ตรงกลางูเาจะสั่นะเืเกิดเป็ฝุ่นควันจำนวนมากลอยคลุ้งขึ้นมากระจายไปทั่วท้องฟ้าบดบังจนมองไม่เห็นูเาทั้งลูก!เพียงไม่กี่ลมหายใจภายในกลุ่มควันนั้นก็ปรากฏเป็ภาพเงาขนาดใหญ่ของสิ่งมีชีวิตขึ้นจนกระทั่งบางอย่างที่มีสีดำสนิทแหลมคมราวกับหอกขนาดใหญ่พุ่งตรงออกมา!
สายตาของเย่ฉียังคงไม่เปลี่ยนไปจนกระทั่งสิ่งมีชีวิตภายใต้กลุ่มควันนั้นปรากฏตัวออกมาและทิ้งตัวลงบนพื้นดินห่างจากเขาไปราวๆหนึ่งลี้ มันคือด้วงขนาดใหญ่ที่มีลำตัวสีดำสนิทสูงราวสิบจั้งตรงส่วนหัวมีเขาแหลมสีดำขนาดั์ยื่นออกมารวมกับปีกที่เงาวาวด้านหลังดูแข็งแกร่งราวกับโล่ที่สามารถหยุดได้แม้แต่สายฟ้าฟาดที่น่าประหลาดที่สุดก็คือดวงตาทองของมันที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายเก่าแก่และยังมีถึงสามดวง!
มันมองมายังเย่ฉีซึ่งเป็เพียงเด็กตัวเล็กๆราวกับว่าเขาเป็เศษใบไม้แห้ง ด้วยสายเืโบราณและความหยิ่งทระนงทำให้ดวงตาของมันเต็มไปด้วยความเหยียดหยามต่อสิ่งมีชีวิตชั้นต่ำเบื้องหน้า!ความจริงแล้วที่มันออกมาและยังไม่จัดการกับเด็กคนนี้ก็เพราะความสงสัยในเกี่ยวกับคำพูดของเย่ฉีเมื่อหลายวันก่อนยิ่งไปกว่านั้นคือการที่ที่เย่ฉีนั้นสามารถข้ามผ่านมายังูเาลูกที่สามได้นั้นน่าสังสัยเกินไปทว่าสุดท้ายแล้วก่อนที่มันจะได้กล่าวสิ่งใดออกมาอีกเด็กน้อยเบื้องหน้าที่มีดวงตาสีฟาครามก็เปลี่ยนไป
“เ้า้าใช้ร่างนี้ในการขู่ข้า? แน่นอนว่าสายเืที่ตกทอดมาจากยุคโบราณนั้นสูงส่ง...ด้วงตาทองนับเป็หนึ่งในสายเื้าและยังมีการป้องกันที่เป็เลิศจนถูกขนานนามว่าโล่์แต่อย่างไรก็ตามเ้ารู้ดีว่าในจำนวนสายเืโบราณ้านั้นยังมีอีกสิบสายเืที่สามารถบดขยี้โล่์ได้ไม่ต่างไปจากก้อนศิลา!”
ดวงตาทั้งสามของด้วงตาทองหดลงก่อนจะเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกเื่นี้แน่นอนว่ามันย่อมรู้ดีแต่อย่างไรก็ตามมันคือเื่ที่คนในยุคนี้แทบจะไม่มีใครรู้!อีกอย่างในยุคนี้มันก็มั่นใจเป็อย่างมากว่านอกจาก์ทั้งสิบและหนึ่งนรก...บนเก้าโลกนี้ตัวตนของมันนับว่าเพียงพอที่จะบินไปทั้งฝืนนภาอย่างภาคภูมิด้วยปีก์ของมัน!
อย่างไรก็ตามในเวลานี้ดวงตาทั้งสามของด้วงตาทองได้จับจ้องไปยังดวงตาของเย่ฉีเพียงเสี้ยวลมหายใจดวงตาทั้งสามของมันก็สั่นไหวอย่างรุนแรงก่อนที่ทั้งตัวของมันจะสั่นไปด้วยเช่นกัน!แม้จะเป็เพียงชั่วครู่เดียวเท่านั้นแต่สิ่งที่มันเห็นคือดวงตาสีฟ้าครามของเย่ฉีได้เป็ไปเป็สีเหลือง!ตาดำของเขาบีบเล็กลงเป็วงรีราวกับสัตว์อสูรที่กำลังจ้องมองเหยื่อ...และสิ่งที่ทำให้มันหวาดกลัวก็คือกลิ่นอายเก่าโบราณที่กระจายออกมาพร้อมกับภาพเงาขนาดใหญ่ที่มองได้ไม่แน่ชัดแต่เพียงหนึ่งปีกของมันก็บดบังทั้งท้องฟ้าจนมืดมิด!
พริบตาเดียวเท่านั้นภาพทั้งหมดก็หายไปเหลือเพียงเด็กน้อยในชุดสีขาวยืนอยู่ด้วยใบหน้าสงบนิ่งเบื้องหน้าของมันสายตาของเขาละออกจากตัวมันราวกับว่าไม่มีสิ่งใดให้ใส่ใจอีกก่อนจะเริ่มก้าวเดินมุ่งหน้าไปยังูเาลูกที่สามในเวลาเดียวกันนั้นร่างสีดำขนาดใหญ่ของดวงตาทองก็หดเล็กลงอย่างรวดเร็วจนกลายเป็ชายหนุ่มคนหนึ่งในชุดสีดำที่มีปีกแข็งติดอยู่ที่ด้านหลังกำลังนั่งชันเข่าหอบหายใจอยู่เขามองไปยังเด็กชายชุดขาวที่ค่อยๆเดินใกล้เข้ามาจนอยู่เบื้องหน้าก่อนจะกล่าวออกมาด้วยเสียงสั่นๆ
“ท ท่าน…”
อย่างไรก็ตามเขาเปิดปากออกมาได้เพียงครึ่งคำเท่านั้นเสียงที่ราบเรียบของเด็กชายชุดขาวก็ดังออกมาตัดบทก่อนจะเดินผ่านเขาไปสูู่เาลูกที่สามด้านหลังโดยไม่หันมามองเขาแม้แต่น้อย
“นำมันมาคืนข้า...หากเ้าสาบานด้วยเต๋าแห่งชีวิตว่าจะรับใช้ข้าหมื่นปี หลังจากข้าบดขยี้ไปทั้งเก้าโลกข้าจะทำให้เผ่าพันธุ์ด้วงตาทองรุ่งเรืองยิ่งกว่าในอดีต”